“คุณอร” เสียงทุ้มเรียกปลายสาย
“ค่ะคุณเพลิง”
“เื่เลขาคนใหม่ของผมไปถึงไหนแล้วมีใครมาสมัครบ้างหรือเปล่า”
“มีค่ะแต่ยังไม่เจอคนมีคุณสมบัติตามที่คุณเพลิงตั้งไว้เลยค่ะแต่ว่า...” อรอุษาหยุดชั่วครู่พลางเปิดค้นเอกสารที่ตนคัดไว้ประมาณห้าฉบับ
“ครับ ผมรอฟังอยู่” จมูกคมสันใต้คิ้วดกสูดหายใจเข้าแล้วถอนออกมีความรู้สึกว่าทำไมเลขาคนใหม่ของตนถึงหายากเช่นนี้หรือเพียงเพราะว่าตัวเองตั้งมาตรฐานสูงเกินไปเขานึกเสียดายเลขาคนเก่าที่มากด้วยประสบการณ์ทั้งชำนาญเื่เอกสาร บางครั้งก็ช่วยเขาคิดแก้ไขปัญหาได้น่าเสียดายที่พักหลังเธอดูสุขภาพไม่ดีนั่นจึงเป็เหตุให้เธอตัดสินใจลาออกเพิ่มข้ออ้างที่ว่าต้องกลับไปดูแลพ่อแม่ด้วย
พระเพลิงอุตส่าห์ยื่นข้อเสนอขึ้นเงินเดือนให้อีกจะได้จ้างคนดูแลพ่อแม่ได้แต่เธอก็อ้างว่าไม่อยากให้ใครมาดูแลแทนกลัวเขาจะเอาแต่เงินและทำร้ายพ่อแม่ตนซึ่งเป็คนใจดีทั้งยังเคยเจอแบบนั้นมาแล้วด้วยพ่อแม่เลือกจะเงียบไม่บอกความจริงจนจับได้เองเมื่อเห็นรอยฟกช้ำ
เขาคิดจะค้านแต่สุดท้ายแล้วก็จนแต้มเมื่อเดือนสุดท้ายที่เลขาคนสนิทมาทำงานเธอล้มฟุบลงต่อหน้าเขาถึงได้รู้ว่าเธอเป็มะเร็งเต้านมระยะที่สองพระเพลิงเข้าใจทันทีว่าทำไมพักหลังเห็นเลขาที่เขาไว้ใจแอบเศร้าบ่อย ระหว่างที่กำลังคิดอยู่เสียงกรอบแกรบของการค้นเอกสารก็เงียบลง
“ได้แล้วค่ะคุณเพลิง อรมีห้าคนที่มาตรฐานใกล้เคียงสำหรับความ้าของคุณเพลิงจะเสนอค่ะ”
“ครับถ้างั้นรบกวนคุณอรยกทั้งหมดมาให้ผมดูที่ออฟฟิศที”
“ได้ค่ะคุณเพลิง” ชายหนุ่มวัยสามสิบวางสายจากหัวหน้าฝ่ายบุคคลแล้วนั่งรออยู่ราวสามนาทีอรอุษาก็มายืนเคาะประตูขออนุญาตเข้าพบก่อนจะเปิดประตูออกเขาละสายตาจากวิวในยามบ่ายคล้อยด้านนอกของตึกชั้นที่สิบแล้วหันไปมองอรอุษาเธอเดินตรงมายังโต๊ะที่เขานั่งแล้วยื่นเอกสารลงวางตรงหน้าเ้านาย
“นี่คือใบสมัครเลขาห้าคนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับความ้าของคุณเพลิงอรคัดมาให้ดูค่ะ” ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาและดวงตาอันแน่วแน่เป็ประกายมองหัวหน้าฝ่ายบุคคลอายุราวสามสิบห้าแต่ติดแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นเหมือนเด็กสาวรุ่นตาไม่กะพริบร่างสูงในเชิ้ตขาวเนกไทดำตั้งใจฟังเธอพูดอย่างจริงจังก่อนจะหลบตาลงมองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วยื่นมือไปดึงมุมกระดาษหลายฉบับลากเข้ามาหาตนก่อนเอ่ยขึ้น
“นั่งก่อนสิคุณอร ผมขอดูประวัติทุกคนคร่าว ๆ ก่อน”
“ค่ะ” หุ่นอวบจับเก้าอี้ขยับออกเพื่อให้ตัวเองเดินเข้าไปนั่งลงได้สะดวกยกมือขึ้นวางไขว้กันบนหน้าตักดูเขาเลือกเลขาจากเอกสารที่เธอเพิ่งส่งให้อย่างสงบ
ร่างสูงของผู้ชายวัยสามสิบอ่านใบสมัครของทุกคนในจุดที่สำคัญและสะดุดตาอยู่คนหนึ่งจึงตั้งใจอ่านอย่างละเอียด
“ผมว่าก็พอได้นะแต่ว่าบางคนอายุค่อนข้างที่จะ...”
พระเพลิงเว้นว่างคำพูดตรงนี้เพราะแต่ละคนสามสิบห้าขึ้นไปทั้งนั้นความจริงได้วัยนั้นก็ดีอารมณ์มั่นคงน่าจะทำงานทนแต่งานของเขาต้องเดินทางไปตรวจงานบ่อยและกลับช้าบางที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงเดินทางแต่ละครั้งก็ใช้เวลาไม่น้อยบางครั้งก็กลับดึก
เลขาคนก่อนต้องตะลอนตามติดเขาตลอด เขานึกโทษตัวเองบางทีตนอาจจะใช้งานเธอหนักไปและหากตนจะบอกว่าสี่คนที่คัดออกอายุเยอะแล้วก็เกรงว่าจะกระเทือนใจคนด้านหน้าเขาเหลือบขึ้นมองอรอุษาก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ผมว่าสี่คนนี้ดูแล้วน่าจะมีครอบครัวอยู่และคงทำงานดึกดื่นไม่ได้ออกนอกสถานที่อาจมีปัญหาเื่กลับช้าผมไม่อยากได้เพราะว่าเลขาของผมต้องตามผมไปหลายที่ ผมกลัวมีปัญหาเกี่ยวกับคนของพวกเธอบางทีครอบครัวพวกเธออาจจะไม่เข้าใจ” พระเพลิงส่งเอกสารสี่ฉบับที่แยกออกคืนให้อรอุษาแล้วดึงอีกฉบับที่วางไว้ด้านขวามาดู
“ส่วนคนนี้ผมว่าเข้าทีนะ”
“คนไหนคะคุณเพลิง”
อรอุษาถามมองกระดาษในมือเ้านายขณะที่เขากำลังพินิจชื่อและนามสกุลของคนที่มาสมัครงานอีกครั้งพระเพลิงรู้สึกว่ามันคุ้นหูและคุ้นตากับผู้สมัครรายนี้ แต่ภาพถ่ายขนาดหนึ่งนิ้วมันเล็กเกินไปทำให้ดูยากแต่ด้วยประวัติการทำงานและสถาบันการศึกษาทำให้เขาตัดสินใจเลือก
“ผมเลือกคนนี้เธอชื่อ พิลาวรรณพิลาสลักษณ์ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม ถึงประสบการณ์ยังไม่มากก็คงไม่มีปัญหาเื่นั้นผมจะค่อย ๆ สอนเองผมอยากร่วมงานกับเธอและเชื่อว่าเธอน่าจะมีความสามารถพอ คุณช่วยตามคนนี้มาให้ผมสัมภาษณ์ทีและถ้าเป็ไปได้ผมอยากให้คุณกำชับเธอไว้ด้วยว่าขอให้มาในชุดพร้อมปฏิบัติงานถ้าพรุ่งนี้ผมถามเขาแล้วเขาพร้อมทำงานทันทีผมก็จะพาลงพื้นที่เลย”
พระเพลิงสั่งการเป็ชุดด้วยใจเต้นรัวเพียงเพราะรู้สึกว่าชื่อของหญิงสาวที่ตนเลือกนั้นคุ้นๆ เหมือนว่าจะเป็ชื่อเธอ เขาเคยรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เพราะประสบอุบัติเหตุตอนอยู่ปีสามเทอมแรกทุกอย่างจึงต้องหยุดชะงักเขาดรอปเรียนหยุดการดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนนักศึกษาทั่วไปถึงสี่ปี
เมื่อได้กลับเข้าไปเรียนอีกครั้งจึงได้เจอเธอแต่ทว่าไม่ได้ทำความรู้จักกันมากนักเขารู้เพียงว่าผู้หญิงที่ตนชื่นชอบทั้งสวยและน่ารักดูนิสัยดีแต่ก็มีข่าวลือแย่ ๆเกี่ยวกับเธอเสมอ สี่ปีที่เขาหายไปรักษาตัวเธอเข้ามาระหว่างนั้นศึกษาในคณะเดียวกันและยังเป็ดาวมหาลัยอีกด้วยเขากลับมาหลังดรอปเรียนก็พบว่าเธออยู่ปีสอง
พระเพลิงใช้เวลาปีเดียวในมหาลัยได้เจอเธอบ้างเป็บางครั้งในงานสำคัญต่างๆ เคยคิดจะเข้าไปจีบ ทว่าด้วยสภาพร่างกายที่ยังบำบัดกลับคืนมาไม่ได้เต็มร้อยจึงรู้สึกเจียมตัวเพราะเห็นหนุ่มๆ ต่างรายล้อมเธอมากมายและกลัวหญิงสาวจะรับไม่ได้ที่ตนเดินกะเผลกเหมือนคนที่เคยทิ้งไปเพราะคิดว่าตนคงพิการอีกทั้งตนเองก็เร่งศึกษาเก็บทุกวิชาที่สำคัญเพื่อให้ทันยุคทันสมัยหลังจากดรอปเรียนไว้นานการเรียนจึงช้ากว่าเพื่อนรุ่นน้องที่เข้ามาศึกษาใหม่พอเรียนจบก็ย้ายจากจังหวัดนั้นเลยเพื่อกลับมาช่วยพยุงธุรกิจของครอบครัวแล้วก็บำบัดตัวเองจนร่างกายกลับคืนมาร้อยเปอร์เซ็นต์
ด้วยไหวพริบของเขาบวกกับการพลิกแพลงยืดหยุ่นตามสถานการณ์ของเศรษฐกิจธุรกิจครอบครัวจึงไปรอดและขยายเครือข่ายออกเป็การค้าอื่นไม่ยึดติดกับสินค้าชนิดเดียวผนวกกับการตลาดใหม่ ๆ และการลงโฆษณาตามแพลตฟอร์มดัง