บรรยากาศเงียบงัน ฉินเทียนยืนนิ่งเปล่าเปลี่ยว ในใจมันแม้มีปรารถนา หากแต่ตัวมันก็รู้ว่าเวลานี้ยังมิสมควรพูดกล่าว
เพราะหยกล้ำค่าควรอยู่ในมือผู้คู่ควร แม้ตัวมันจะรู้ดีว่าตัวมันนั้นมีชะตาเหนือบุรุษทุกผู้นามในใต้หล้านี้ หากแต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ตัวมันก็ยังต้องการเวลาอีกมากนัก ด้วยเส้นทางแห่งผู้บำเพ็ญหาใช่ง่ายดาย
และเพราะมันคิดเช่นนี้ ตัวมันจึงเลือกที่จะไม่เหนียวรั้งนางสตรีผู้งดงามไว้
ไม่รู้ทำไม ตัวมันถึงรู้สึกมั่นใจว่า หากมันพูดกล่าวบางอย่างในใจออกไป
สตรีผู้นั้นก็พร้อมเปิดรับความรู้สึกของตัวมัน
.
.
.
ฉินเทียนได้แต่ส่ายหน้าหัวเราะไปกับตัวเอง ที่คิดคล้ายว่าสตรีมีใจให้มัน
สุดท้ายมันก็ปล่อยวางให้เรื่องของหัวใจอันแปลกประหลาดนี้เป็นเรื่องของโชคชะตา
ก่อนที่ไม่ช้ามันจะเหลียวกลับมาที่ระบบศาลเทพสวรรค์ เพียงหันมองหน้าจอของระบบในเวลานี้มันก็คล้ายว่ามีความสุขนัก พร้อมหัวเราะเสียงดัง
"ฮะฮาฮา นี่สิ นี่สิที่เรียกว่าคนดีฟ้าคุ้มครอง ฮะฮาฮา แต้มบุญสองแสนกว่า เซียมซีเสี่ยงทายไม้ 44 เซียมซีเหล็ก 4 ฮะฮาฮา ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมที่สุด หากคิดราคาแต้มบุญเซียมซีแต่ละอันตอนนี้ก็คล้ายๆ กับว่าตัวข้านั้นช่างร่ำรวยแต้มบุญไม่น้อยในตอนนี้ แต้มบุญเพื่อเซียมซีไม้คือ 1000 แต้มบุญ ส่วนเซียมซีเหล็กใช้ 100,000 แต้มบุญ กร๊ากๆ ข้าร่ำรวยแล้ว"
ไม่ช้าตัวฉินเทียนก็กดปุ่มเลือกเสี่ยงเซียมซีไม้ทันที ครั้งนี้มิได้เกิดความเปลี่ยนแปลงของโลกหล้าดังเช่นเซียมซีทอง มีเพียงกระบอกเซียมซีแดงมากมายปรากฏรอบตัวมัน คล้ายให้มันเลือกได้ไม่จำกัด ฉินเทียนหยิบกระบอกเซียมซีอันหนึ่งมาลองเขย่าดู
[เซียมซีไม้ หมวดอาหาร หมายเลข 12] [ซาลาเปาเสริมกำลัง x 10 : เมื่อกินซาลาเปาลูกนี้เข้าไปความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยกายจะหายทันที ระดับผู้เดินดินพลังวิญญาณกลับมาเต็มเปี่ยม ไม่มีผลต่อระดับที่สูงกว่า]
.
.
.
ไม่ช้าผ่านไปคู่เดียวฉินเทียนก็เสี่ยงเซียมซีไป 34 ครั้งแล้ว ได้ของกิน ยา มามากสุด นอกจากนั้นยังมีของวิเศษที่น่าสนใจอีกห้าชิ้น
คือหนึ่ง [หินอ่านใจ] ที่สามารถล่วงรู้ความในใจของผู้ฝึกตนระดับเดินดินหรือคนธรรมดาได้
สอง [รองเท้าวิ่งไว] ด้วยสิ่งนี้ฉินเทียนสามารถวิ่งหรือย่างก้าวได้เร็วกว่าปกติอีก 3 ถึง 5 เท่า
ชิ้นที่สาม [เนตรมองไกล] สิ่งนี้ดูคล้ายลูกตาหินหากถือมันไว้ในมือสามารถขยายการมองเห็นได้นับร้อยลี้ของสิ่งนี้ถูกใจฉินเทียนไม่น้อยเลย
สี่ [ดินเหนียวสรรค์สร้าง] ด้วยสิ่งนี้ฉินเทียนสามารถสร้างสิ่งต่างๆ ได้ราวกับใจนึก ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ บ้าน หากแต่มีข้อแม้เพียงอย่างเดียว ขนาดในการที่จะสร้างนั้นมีขนาดไม่เกิน 10x10x10 จั้ง กว้างxลึกxสูง นอกจากนั้นดินเหนียวสรรค์สร้างก็มีเงื่อนไขการใช้งานคือห้ามโดนน้ำ หากโดนน้ำมันจะคืนรูปกลับเป็นดินเหนียวขนาดพอดีมือทันที หากแต่จำนวนปริมาณน้ำที่โดนและคืนรูปนั้นถูกระบุว่าอยู่ในระดับเปียกชุ่มจึงจะคืนรูป ซึ่งฉินเทียนมิรู้ว่าแบบไหนจึงจะเรียกว่าเปียกชุ่ม ดังนั้นหากมีโอกาสมันจำต้องทดสอบไอ้เจ้าของสิ่งนี้
ห้า คือของวิเศษอย่างสุดท้าย สิ่งนี้ก็นับว่าดีเยี่ยมอีกเช่นกันโดยเฉพาะกับตัวมันฉินเทียน มันคือ [สร้อยจิตพยัคฆ์] ที่ช่วยในการขยายจิตคุกคามในรัศมี 100 จั้ง หากแต่สิ่งนี้จะเหมาะก็กับเฉพาะผู้มีจิตตานุภาพแข็งแกร่งเท่านั้น และแน่นอนตัวฉินเทียนมันนั้นนับว่ามีจิตตานุภาพระดับสูงสุดอยู่กับตัว จิตตานุภาพแห่งจักรพรรดินั้นไม่มีจิตตานุภาพใดสูงกว่าได้อีกแล้ว
หากแต่ติดว่าร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปมิอาจจะเป็นภาชนะส่งจิตตานุภาพแท้จริงออกมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ หากแต่ด้วยสิ่งนี้ อำนาจแห่งจิตตานุภาพของฉินเทียนก็คล้ายปะทุได้แล้ว หากแต่จุดอ่อนของสร้อยจิตพยัคฆ์ก็มีอยู่เช่นกัน เพราะมันไม่อาจจะลองรับจิตตานุภาพที่แข็งแกร่งเกินไปได้ หากฉินเทียนจะใช้สิ่งนี้เกรงว่าต้องลดอานุภาพแห่งจิตจักรพรรดิของตัวมันลงมาอย่างมาก
ต่อจากเซียมซีไม้แล้ว ฉินเทียนก็ไม่รอช้าลองเสี่ยงเซียมซีเหล็กต่อทันที ยามนี้คือช่วงเวลาที่มันมีความสุขที่สุด
ทันทีที่กดปุ่มเสี่ยงเซียมซีเหล็ก โลกหล้าก็คล้ายสั่นไหวเบาๆ แผ่นดินคล้ายจะแตกออก ไม่ช้าก็มีเหล่าเซียมซีเหล็กมันเงาค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน พร้อมเสียงยังกับเหล่าทหารที่ร้องตะโกนพร้อมๆ กันว่า "เขย่าข้า" "เขย่าข้า" "เขย่าข้า"
ฉินเทียนพยักหน้าเบาๆ กับบรรยากาศเช่นนี้ ตอนนี้มันพอเข้าใจแล้ว เซียมซีแต่ละประเภทนั้นมันคงจะมีวิธีปรากฏตัวต่างกัน เซียมซีไม้จะเป็นแบบธรรมดาสุด เซียมซีโชคร้ายเป็นโลกมืดเสียงชายชรา เซียมซีเหล็กคล้ายๆ เป็นเสียงคนหนุ่มนายทหาร ส่วนเซียมซีทองคล้ายกับอยู่ในพระราชวังสรวงสวรรค์
ไม่ช้าฉินเทียนก็หยิบเซียมซีเหล็กขนาดใหญ่กว่าปกติหนึ่งเท่ามาเขย่า เสียงซุกซาก ซุกซาก ดังไปมา ไม่ช้าก็ได้ เซียมซีออกมาหนึ่งอัน
ฉินเทียนยิ้มมีความสุขทันที ครั้งนี้มันได้รับของวิเศษอีกแล้ว
[เซียมซีเหล็ก หมวดของวิเศษ หมายเลข 80] [ป้ายหยกตั้งมั่น : กำหยกนี้ไว้ในมือ ภายใน 15 นาที เล่าผู้ท่องนภามิอาจจะต้องกายท่านได้แม้แต่น้อย หมัดหนักอิทธิฤทธิ์ใดๆ จะถูกสะท้อนกลับไปที่มันผู้นั้นที่ร่ายฤทธาทำร้ายท่าน หมายเหตุ ยามเมื่อใช้ป้ายหยกตั้งมั่น ห้ามขยับตัว เมื่อท่านขยับตัวจะเป็นการยกเลิกการใช้งานทันที ใช้ได้ 1 ครั้งต่อวัน ระยะเวลากลับมาใช้งานใหม่ 24 ชั่วโมง]
กร๊ากๆ ฉินเทียนหัวเราะเสียงดัง เนี่ยแหละของวิเศษที่มันค้นหา ด้วยป้ายหยกตั้งมั่นนี้ตัวมันก็ราวกับเป็นบุรุษไร้พ่ายแล้ว แม้จะมีเงื่อนไขใช้งานยุ่งยากอยู่บ้าง หากแต่ด้วยขอบเขตการใช้งานเช่นนี้ หากใส่ลูกเล่นหรือวางอุบายการใช้งานดีๆ ต่อให้เป็นผู้ท่องนภาคราวนี้ก็ดูท่าจะเสร็จฉินเทียนมันโดยง่ายแล้ว
ไม่ช้าฉินเทียนก็เขย่าเซียมซีเหล็กต่ออีกครั้ง
หากแต่ครั้งนี้ใบหน้าของมันคล้ายจะแข็งเกร็ง รอบร้องฉิบหายเบาๆ ในใจอีกครั้ง
[เซียมซีเหล็ก หมวดภารกิจ หมายเลข 999] [ภารกิจสายเลือดมังกร : ท่านจะถูกส่งตัวไปที่แดนอสูรนอกจักรวาลเริ่มต้น เพื่อทำการสร้างสำนักศาลเทพสวรรค์สาขาแดนอสูร หมายเหตุ สามารถตั้งชื่อสำนักได้ตามใจ ต้องการศิษย์อย่างน้อย 20 คน ในการเริ่มต้น ท่านจำเป็นต้องเป็นเจ้าสำนักเท่านั้น]
[รางวัล ได้สายเลือดมังกรสวรรค์ 5% ในกาย / ได้ประตูมิติสู่แดนอสูร 1 ช่องประตูมิติ / 10 ย่างก้าวถูกอัปเกรดให้เดินทางไปยังแดนอสูร โลกเริ่มต้น ศาลเทพสวรรค์ หมายเหตุ จุดที่ไปยกเว้นศาลเทพสวรรค์ จะกลับไปยังจุดที่ท่านเคยอยู่เท่านั้น ไม่สามารถไปนอกเหนือได้ / ที่ตั้งสำนักเทพสวรรค์สาขาแดนอสูรสามารถอัญเชิญหมอกเซียน]
[หมายเหตุ เพื่อความสะดวกในการทำภารกิจ ท่านจะได้รับสายเลือดมังกรล่วงหน้า 1% ท่านสามารถแปลงร่างเป็นลูกครึ่งมังกรได้ หากแต่ด้วยสายเลือดมังกรสวรรค์เพียง 1% ไม่สามารถแปลงร่างเป็นมังกรที่สมบูรณ์ได้]
[หมายเหตุเพิ่มเติม จนกว่าจะทำภารกิจสำเร็จ ท่านไม่สามารถพาหรือร้องขอให้ลูกศิษย์ศาลเทพสวรรค์ช่วยเหลือได้]
จากนั้นไม่นาน เวลาก็เริ่มนับถอยหลัง 60.. 59.... 49
ฉินเทียนที่รู้สึกได้ถึงความฉิบหายอันเร่งด่วนมันไม่รอช้ากดใช้แต้มบุญยกระดับการฝึกตนของตัวเองทันที การไปในที่ที่ไม่รู้จักและเป็นคนธรรมดาเช่นนี้ นี่สิความฉิบหายอย่างแท้จริง ตัวมันฉินเทียนไม่คิดประมาท เวลานี้เหลือเวลานับถอยหลังเพียงแค่ไม่กี่วินาที
สิ่งแรกสุดที่มันต้องการโดยเร็วคือ!!!ชีพจรวิญญาณ
เมื่อมันตรวจสอบมันก็พบชีพจรวิญญาณจักรพรรดิทันที ด้วยแต้มบุญสองแสนกว่า ครั้งนี้มันไม่กดซื้อชีพจรวิญญาณ 1 เส้น หากแต่ถือโอกาสยกระดับเป็น 2 เส้นชีพจรแทน ไม่ช้าร่างกายมันก็คล้ายสั่นเทา ความเจ็บปวดอย่างแรงกล้าปรากฏอีกครั้ง
หากแต่ตัวฉินเทียนไม่มีเวลาสนใจความเจ็บปวดเวลาตอนนี้เหลือ 29 วินาทีแล้ว
มันรีบกดยกระดับการบำเพ็ญในทันที แต้มบุญของมันค่อยๆ ไหลออกประดุจน้ำ
[ระดับการบำเพ็ญถูกยกระดับเป็นตราสัญลักษณ์วิญญาณสีขาวจาง 1 จุดแต้ม]
[ระดับการบำเพ็ญถูกยกระดับเป็นตราสัญลักษณ์วิญญาณสีขาวจาง 2 จุดแต้ม]
.
.
.
[ระดับการบำเพ็ญถูกยกระดับเป็นตราสัญลักษณ์วิญญาณสีขาวจาง 5 จุดแต้ม]
ยกระดับชั้นการบำเพ็ญจากขาวจางสู่ขาวเข้ม
[ระดับการบำเพ็ญถูกยกระดับเป็นตราสัญลักษณ์วิญญาณสีขาวเข้ม 1 จุดแต้ม]
[ระดับการบำเพ็ญถูกยกระดับเป็นตราสัญลักษณ์วิญญาณสีขาวเข้ม 2 จุดแต้ม]
.
.
.
[ระดับการบำเพ็ญถูกยกระดับเป็นตราสัญลักษณ์วิญญาณสีขาวเข้ม 5 จุดแต้ม]
หากแต่เมื่อฉินเทียนจะกดยกระดับต่อไปมันก็รอบร้องในใจ บัดซบ แต้มบุญที่จะใช้ยกระดับจากสีขาวเข้มไปสู่สีเหลืองอ่อนใช้แต้มบุญถึง 125,000 แต้มบุญ มันมากกว่าแต้มบุญที่ฉินเทียนมีอยู่ตอนนี้เกือบครึ่ง หลังจากยกระดับตอนนี้แต้มบุญของฉินเทียนเหลืออยู่ราวหกหมื่นกว่าแต้มบุญ ปัญหานี้สร้างความกลุ้มใจต่อฉินเทียนนัก มันคิดในใจรู้งี้ไม่น่ากดเลือกชีพจรวิญญาณ 2 เส้นเลย
หากแต่เมื่อเวลาผ่านไปฉินเทียนจะรู้ว่ามันคิดไม่ผิดที่เหลือใช้แต้มบุญไปกับชีพจรวิญญาณ
เพราะจำนวนเส้นชีพจรวิญญาณที่เพิ่มขึ้น นอกจากช่วยเรื่องการฝึกฝนแล้ว หากแต่อานุภาพยามใช้อิทธิฤทธิ์ก็แตกต่างกันด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจหากผู้มีจำนวนชีพจรวิญญาณมากเส้นจะได้เปรียบผู้มีชีพจรน้อยเส้นนัก หากแต่มันแตกต่างกันอย่างไร... ให้เป็นเรื่องในอนาคตค่อยพูดกล่าวก็แล้วกัน
.
.
.
ไม่ช้าเวลาของศาลเทพก็หมดลง
ร่างของฉินเทียนหายลับไปอย่างรวดเร็ว
.
.
.
ลี่อิ่งเมื่อนางโบยบินได้ระยะหนึ่งนางก็คล้ายมีความรู้สึกในใจว่าตัวนางจำต้องพูดกล่าวกับเจ้าบุรุษโง่งมอีกครั้ง
ร่างที่ร่ายฤทธิ์โบยบินอยู่ดีๆ ก็หยุดลง ก่อนจะหันหลังกลับไปบินพุ่งกลับไปยังยอดเขาที่จากมา
หากแต่เมื่อนางไปถึง
นางกลับพบว่าไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว
นางร่ายฤทธิ์เรียกวิหคค้นหาออกมา พวกมันโบยบินไปทั่วเทือกเขา
เข้าไปตามตรอกซอกมุม
หากแต่ช่างน่าแปลก
วิหคค้นหาไม่พบบุรุษที่นางต้องการ
ลี่อิ่งนิ่งนางเอามือกำชายกระโปรงแน่น
.
.
.
ก่อนในไม่ช้า... จะโบยบินหายลับไป
.
.
.
ณ ดาราแดนแห่งเหล่าอสูร ในวันนี้กลางแดนแห่งโขดหิน เสียงปะทะต่อสู้ของหนุ่มสาวชาวอสูรดังสนั่นไปทั่ว
แต่ละผู้ตนล้วนมีระดับฝึกฝนเหลืองอ่อนบ้าง เหลืองเข้มบ้าง
อายุวัยก็เพียง 14 ถึง 18 ปีเท่านั้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าชนชาวอสูรในดาราแห่งนี้นั้นมีระดับการบำเพ็ญที่สูงล้ำกว่าโลกเดิมของฉินเทียนหลายเท่านัก เพราะด้วยอายุวัยเท่านี้ในโลกกำเนิดของฉินเทียนนั้นอย่างดีที่สุดก็เพียงเหลืองอ่อนไร้จุดแต้มเท่านั้น
หากแต่ ณ ที่แห่งนี้แต่ละผู้คนส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นผู้โบยบินระดับต่ำทั้งนั้น
นอกจากนั้นเหล่าผู้มีตราสัญลักษณ์วิญญาณเหลืองอ่อน แม้จะไม่สามารถโบยบินได้โดยตรง หากแต่ละคนก็มีของวิเศษที่ทำให้ลอยตัวได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ทำให้การต่อสู้กับเหล่าผู้ท่องนภามิได้เสียเปรียบกันเท่าไรนัก
อิทธิฤทธิ์ของเหล่าผู้บำเพ็ญตอนนี้ปะทะกันไปทั่วท้องนภาและพื้นปฐพี
และท่ามกลางความวุ่นวายนั้น
อยู่ๆ ก็มีบุรุษผู้หนึ่งปรากฏกาย ด้วยระดับพลังวิญญาณในกายที่ต่ำและเคล็ดวิชาฝึกฝนส่วนตัวที่ช่วยทำให้ผู้อื่นมิอาจจะจับสัมผัสได้โดยง่าย
ฉินเทียนยืนนิ่งในชุดเสื้อผ้าเนื้อดีสีขาวน้ำเงินพร้อมปักดิ้นทองลายมังกรแลดูสูงส่งนัก โดยชุดเสื้อผ้านี้มันได้มาตั้งแต่พักฟื้นอยู่กับสหายเหลียนหลง ตั้งแต่ออกมาจากที่นั่นมันยังมิได้เปลี่ยนชุดเลยเนื้อตัวจึงมีเสื้อผ้าอยู่เพียงชุดเดียว
ฉินเทียนยืนจ้องมองเหตุการณ์โดยรอบอย่างงงงัน
มันพึงเคยเห็นอสูรมากมายถึงขนาดนี้
อสูรเหล่านี้แต่ละตนทั้งชายหญิงนั้นช่างแลดูมิต่างจากมนุษย์เลยแม้แต่น้อย
หากจะมีส่วนที่แตกต่างกันมากหน่อยก็คงเป็นลักษณะที่อสูรแต่ละตนนั้นจะแลดูคล้ายมีส่วนผสมของสัตว์บางชนิดอยู่บ้าง
เช่นนู้ ไอ้หนุ่มหน้ามนที่อยู่ไกลๆ กำลังร่ายฤทธิ์เกี่ยวกับสายลม ใบหน้าและรูปร่างของมันนั้นเหมือนมนุษย์ 80 90% หากแต่หางคิ้วและเส้นผมกลับมีสีสันแปลกๆ ก็เพียงเท่านั้น นอกจากนั้นนิ้วมือก็ดูแปลกและดูเป็นนิ้วนก นิ้วกา นิ้วเหยี่ยวมากกว่า
ส่วนตรงนู๋ในมุมไกลออกไปก็มีนางสตรีนางหนึ่งโบยบินทำศึกสัประยุทธ์อยู่ ใบหน้าและดวงเนตรของนางนั้นนับเป็นสตรีงามผู้หนึ่ง หากแต่ที่ต่างคือมีหูคล้ายหมีอยู่บนศีรษะก็เท่านั้น นอกจากนั้นนัยน์ตาก็กลมโตเป็นประกายแปลกๆ พร้อมสองมือที่แลดูคล้ายอุ้มตีนหมี กำลังโบกสะบัดฤทธาอยู่ เกิดเป็นระเบิดดินหินจำนวนมาก
หลังจากเห็นภาพเช่นนี้ทำให้ฉินเทียนรู้สึกถึงความแตกต่างของเหล่าอสูรกับมนุษย์ธรรมดา นั่นก็คือ เหล่าอสูรในดาราแห่งนี้จะมีลักษณะผสมกันระหว่างมนุษย์ 80 90 เปอร์เซ็นต์กับส่วนที่เป็นสัตว์อีก 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์
ฉินเทียนเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกพอใจนักมันคิดในใจ 'นี่สิถึงสมกับเป็นต่างโลก ถ้ามีสาวหูแมวกับหูกระต่ายด้วยจะยิ่งสมบูรณ์นัก'
และเมื่อฉินเทียนคิดแบบนี้ ตัวมันยังไม่ทันคิดนึกได้จบประโยคดี
เสียงร้องสตรีก็ดังออกมาไกล
ฉินเทียนเห็นสตรีหูกระต่าย หลายคนกำลังโบยบินมา นอกจากนั้นก็มีสาวหูแมวตามมาอีกเป็นโขยง พร้อมเสียงร้องดังลั่น
"!!! องค์หญิงจันทราเม่ยเม่ย สุดท้ายปลายทางแล้วเจ้าจงเลือกเอาเองเถอะ พี่ชายข้าต้องใจเจ้านักจะตบแต่งเจ้าเข้าเผ่าเล็บงาม เจ้าจงปลงใจตบแต่งกับพี่ชายข้าเสียเถอะ มิเช่นนั้นวันนี้ในงานคัดเลือกพันสำนัก เจ้าอย่างหวังได้เข้าศึกษาในสำนักระดับเหนือฟ้าเลย" สตรีแมวเหมียวงดงามนางหนึ่งพูดกล่าว
กระต่ายสตรีงามใบหน้านวลเนียนผิวการราวกับจันทราต้องแสง นัยน์ตานางคล้ายมีน้ำตาคลอ นางเป็นถึงองค์หญิงแห่งเผ่ากระต่ายจันทรา หากแต่หมื่นปีมานี้เผ่ากระต่ายจันทราตกต่ำนักมักถูกรังแกโดยผู้อื่น แม้นางเป็นถึงองค์หญิงหากแต่นางกับถูกกลั่นแกล้งได้ถึงเพียงนี้ นางรู้สึกเจ็บช้ำหัวใจยิ่ง
นางตั้งความหวังจะเข้าสู่สำนักระดับเหนือฟ้าและได้รับส่วนหนึ่งแห่งความเป็นเทวะ เพื่อที่จะได้นำพาเผ่าพันธุ์ของนางกลับมามีหน้ามีตามิต้องถูกเหล่าชาวอสูรเผ่าพันธุ์อื่นกลั่นแกล้งอีกต่อไป
นางตะโกนร้องอย่างจำทน
ในใจนางนั้นไม่มีเรื่องชายหญิง
นางมิต้องการเป็นสตรีเฝ้าเรือน เพราะแบบนั้นนางจึงเดินสู่เส้นทางแห่งผู้บำเพ็ญที่แสนยากลำบาก
"!!!ไม่ ข้าไม่มีวันแต่งกับมัน"
.
.
.
ฉินเทียนที่อยู่ไกลๆ หากแต่เรื่องราวทั้งหมดตัวมันราวกับรู้แจ้ง เมื่อครู่มันพึงใช้ไป 12500 แต้มบุญ หมดไปกับเคล็ดวิชา [สดับหมื่นลี้] ระดับท่องนภา
.
.
.
ฉินเทียนคิดในใจ
'เคล็ดวิชาสดับหมื่นลี้ช่างดีนักเรื่องราวใดๆ ล้วนได้ยินแจ่มชัดราวกับรับฟังอยู่ซึ่งหน้า หากป้าลี่บ้านลุงฉวนในชีวิตเก่าก่อนของข้ามีเคล็ดวิชานี้ คาดว่าเรื่องผัวหลวงเมียน้อยของชาวบ้านร้านตลาดคงถูกป้าลี่เอาไปประจานสนุกปากจนสิ้นเป็นแน่ ไม่แน่อาจจะมีคนตายเพราะปากป้าลี่เพิ่มนับร้อยก็เป็นได้'
'ออกจริงสิ ตอนนี้ข้ามีบุตรสาวแล้ว หุหุ ฉินผิงลูกพ่อก็ควรมีวิชานี้เช่นกัน นางจะได้รู้ว่าบุรุษทั่วหล้าล้วนเลวทรามชอบนิทราสตรีลับหลัง เมื่อนางรู้เช่นนี้ นางจะได้มิต้องสนใจเรื่องชายหญิง เป็นสตรีทึนทึกอยู่กับบิดาตลอดไป กร๊ากๆ'
.
.
.
"ฮาาาด...!!!ฮัดชิว"
"ฉินผิงเจ้าเป็นหวัดรึ ไปพักผ่อนหน่อยดีหรือไม่" บุตรชายร่างลำบึ้กของฉินเทียนพูดกล่าว
สตรีตัวน้อยใบหน้ามิงามตาลี่เล็กส่ายหน้า นางอยากฝึกฝนร่ายวิชาต่อ นางปาดเช็ดจมูกสองสามที จามอีกสามสี่ครั้ง ไม่ช้าก็หยุดจามได้สำเร็จ