Rich Second Gen Villain นายน้อยวายร้ายรุ่นสอง

    ตอนที่สามสิบสาม พวกศิษย์ไร้ความสามารถ

    ตอนที่สามสิบสามพวกศิษย์ไร้ความสามารถ

    ในคนบรรดาหนึ่งพันคนที่จะได้เป็นยอดฝีมือเท่านั้นมีเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้นที่สามารถฝึกวิชาสำเร็จ หนึ่งในพันคนอาจจะได้เป็นระดับอาจารย์และคนที่จะได้เป็นปรมาจารย์ได้นั้นหาชั่วชีวิตคงจะไม่มี

    เว้นแต่คุณจะเป็นพระเอกของเรื่องที่เวลาเดินไปเดินมาจะเดินชนนายน้อยอัจฉริยะในรอบร้อยปีหรือพันปีไปหมดนั่นเอง

    อันที่จริงหากคำนวณตามบัญญัติไตรยางศ์แล้วการคัดกรองคนออก

    ว่าเวลาผ่านไปหลายพันหรือล้านปี

    คนเก่งๆก็คงทะลุไปมิติที่สูงขึ้นกันหมดเรียบร้อยแล้ว

    ผู้อาวุโสที่ยังอยู่ในดินแดนเดิมคือคนกระจอกในยุคของตนเองแบบเดียวกับนักเรียนที่เรียนซ้ำชั้น ไม่สามารถขึ้นมิติที่สูงขึ้นๆไปตามเพื่อนรุ่นเดียวกันที่อัจฉริยะมากกว่า

    ทำให้ต้องกลายเป็นคนแก่ที่กดขี่ข่มเหงเด็กที่อายุน้อยกว่าตนเองนั่นเอง

    หากเราเป็นสาวชาวสวนแม่ลูกสาม

    เราไปซื้อจักรยานตรากระต่ายในเมืองเราสามารถซื้อได้อย่างไม่มีปัญหา

    แต่หากเราเป็นคนในโลกเซียน ไปซื้อสมุนไพรหรือจักรยานตรากระต่ายในกรณีที่เป็นเซียนที่กลับชาติมาในโลกปัจจุบันแนวเมืองหลวง

    คนที่กลับมาจากโลกเซียนนั้นคงจะต้องทำการชกกับนายน้อยที่พยายามจะมาซื้อกับจักรยานตรากระต่ายเหมือนกัน

    หลังจากนั้นนายน้อยจะไปฟ้องพี่ชายญาติของตนเองที่คบค้าสมาคมกับสำนักยุทธ

    พอกระทืบสำนักยุทธเสร็จ ก็จะไปขัดตาปรมาจารย์ของสำนักยุทธที่แอบซ่อนตัวอยู่

    จากนั้นกระทืบปรมาจารย์ที่แอบซ่อนตัวอยู่ก็จะมีเทพเจ้าของสำนักนั้นออกโรง...

     

    โดยเรื่องทั้งหมดอาจจะแค่เกิดขึ้นเพราะจักรยานตรากระต่ายคันเดียวที่วางขายในเมือง

    แต่ผลลัพธ์คือคนตายไม่ต่ำกว่าพันคนเมื่อเรื่องทั้งหมดนั้นยุติแล้วนั่นเอง

    วานรทองแดงส่ายศีรษะเมื่อเห็นพวกนักวิทยาศาสตร์ที่ร่างกายอ่อนแอนอนหมอบกันหมดหลังจากแค่ฝึกซ้อมร่างกายเบาๆไปหนึ่งรอบ

    “เจี๊ยก แค่นั่งท่ากระถางสักครู่ยังทำไม่ได้แถมอายุเยอะแล้ว พวกนี้ช่างไร้อนาคตจริงๆเจี๊ยก”

    “ลุกขึ้นคร่อก และสูดลมหายใจสัมผัสให้ได้ถึงลมปราณที่ก่อตัวขึ้นในร่างกาย อย่านอนเพราะตอนที่เหนื่อยจะช่วยทำให้สัมผัสถึงลมปราณภายในได้ดีที่สุดคร่อก”

    “กระต๊าก สลายเรี่ยวแรงภายนอก จึงสัมผัสได้ถึงลมปราณภายใน”

    ระกาเหล็กพยายามจัดระเบียบร่างกายท่าทางของพวกนักวิทยาศาสตร์ที่ได้เตรียมการในการให้พวกนักวิทยาศาสตร์เรียนรู้เรื่องลมปราณซึ่งผมก็ต้องยอมรับว่า

    พวกนี้มันเก่งจริงๆนี่หว่าหากเทียบกับคนทั่วไปล่ะนะ

    แต่แน่นอนทุกอย่างสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยโสมร้อยปี จะสามารถข้ามขั้นตอนที่ยากลำบากเหล่านี้ไปได้โดยการทานโสมที่ต้องใช้เงินประมาณร้อยล้านหยวนนั่นเอง

    หากพวกนี้ไม่สามารถ pay to win จ่ายเงินเพื่อชัยชนะได้อย่างผมก็ต้องฝึกตามแบบมาตรฐานของคนทั่วไป

    ผมคิดว่าผมคงให้โสมและยาเพิ่มพลังให้กับพวกเขาได้แต่เอาไว้ก่อน

    พวกนักษัตรอาจจะไม่พอใจได้

    และผมก็ต้องการดูด้วยว่าพวกนักวิทยาศาสตร์จะมีแนวคิดอะไรดีดีหรือเปล่าในการที่จะสร้างโมเดลการฝึกลมปราณต่างๆเหล่านี้จากมุมมองของพวกเขา

    ส่วนผมนั้นก็ได้ฝึกร่างกายร่วมกับพวกเขาเช่นกัน

    ทั่งการนั่งท่ากระถางหมัดมวยหรือแม้แต่

    ปึก ปึก ปึง

    ระกาเหล็กและวานรทองแดงเอามีดดาบและกระบองมาฟาดกับตัวผม

    ความรู้สึกเหมือนร่างกายของผมมีผ้านวมอยู่รอบนอกสัมผัสได้ถึงกำลังภายในที่ผมค่อยๆซึมซับแรงกระแทกมา

    แต่พวกนี้กลับหยดุลง

    “นายท่าน เอ่อ เจ้าสำนักทำไมท่านถึงมีวิชาสลายพลัง เจี๊ยก”

    “กระต๊ากการฝึกของเราเน้นการรับการโจมตีโดยตรงเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อหากท่านสลายพลังพวกเราไม่สามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ท่านได้นะกระต๊าก”

    ท่าทางศิษย์ไม่เอาไหนที่ว่าก็คงจะรวมผมไปด้วยแฮะ

    การทำตัวเป็นแอคเซลเลอเรเตอร์ของผมที่พยายามควบคุมเวกเตอร์และสลายพลังนั้นก็มีผลเสียเช่นกันเพราะไม่ยอมรับการโจมตีโดยตรง

    ทำให้คนอย่างแอคเซลเลอเรอเตอร์นั้นร่างกายอ่อนแอจะลำบากในการสู้ระยะยาว