เมื่อถึงเช้าวันต่อมา ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างขึ้นในสถานีกึมโฮ
เรื่องแรกฮันมยองโอหายตัวไปแล้ว ฮันมยองโอที่ไม่ค่อยเห็นหน้าตั้งแต่เริ่มการต่อสู้เมื่อวานหลังการต่อสู้จบลงเขาคงไปหลบอยู่ที่ไหนสักแห่ง อาจจะออกเดินทางไปยังสถานีถัดไปหรือไม่ก็ซ่อนตัวอยู่ในสถานีนี้ก็เป็นได้ เรื่องนั้นผมเองก็ไม่อาจรู้
“คงไม่อยากไปด้วยกันละมั้งคะ จริง ๆ ฉันก็ไม่ค่อยชอบเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้วอีกอย่างก็ไม่ได้มีแค่เขาที่หายตัวไปด้วย”
เป็นอย่างที่จองฮีวอนพูดหลังการต่อสู้เมื่อวานจบลงก็แทบไม่มีใครเหลือค้างอยู่ในสถานีกึมโฮอีก
ไม่ใช่ว่ามีคนรอดชีวิตน้อยกลับกันยังมีคนรอดชีวิตมาได้มากกว่าการย้อนกลับครั้งไหน ๆ ในนิยายต้นฉบับเสียอีกเพียงแต่คนที่เหลือรอดส่วนใหญ่จากสถานีนี้ไปตั้งแต่เมื่อคืนบางทีพวกเขาต่างก็คงจะมีเหตุผลของตัวเอง
“คนที่เหลือจะโอเคหรือเปล่าคะ”
ยูซังอาถามขึ้นในขณะที่หันไปมองผู้รอดชีวิต
ผมยูซังอา อีฮยอนซอง อีกิลยอง และจองฮีวอนนอกจากพวกเราทั้งห้าคนแล้วก็เหลือคนอยู่ในสถานีนี้อีกเพียงห้าคนเท่านั้น
จองฮีวอนเป็นฝ่ายส่งเสียงเรียกก่อน
“พวกคุณน่ะ จะไปด้วยกันกับพวกเรามั้ยคะ”
คนกลุ่มนั้นส่งเสียงดังฮือฮาเมื่อได้ยินที่จองฮีวอนถามออกไปโดยไม่คิดอะไรคนที่ออกมาเป็นตัวแทนกลุ่มคือหญิงสาวผู้กุมมือเด็กเอาไว้
“...พวกเราจะแยกไปกันเองค่ะ ยังเหลือเหรียญอยู่บ้าง”
สองแม่ลูกคู่นี้เอาตัวรอดจากสงครามเลือดมาได้ผมชื่นชมพวกเขาจากใจถ้าใจกล้าขนาดนั้น บางทีต่อให้ไม่ไปด้วยกันกับพวกเราพวกเธอก็อาจมีความสามารถมากพอที่จะเอาชีวิตรอดต่อไปได้
จองฮีวอนเองก็คงจะคิดแบบเดียวกันจึงพยักหน้า
“เอางั้นเหรอคะ งั้นก็ขอให้โชคดีนะคะ”
พอจองฮีวอนหมุนตัวหันหลังกลับมาความโล่งใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขาอันที่จริงก็ไม่แปลกหรอกที่ปฏิกิริยาของผู้คนจะเป็นเช่นนั้นเพราะอย่างไรเรื่องเมื่อวานก็น่าสะเทือนขวัญอยู่ไม่น้อย
ผมเข้าใจดีคนหนึ่งปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือส่วนอีกคนลงมือสังหารผู้คนอย่างโหดเหี้ยมแม้ว่าจะมีเหตุผลก็ตามไม่ว่าจะเป็นผมหรือจองฮีวอนสำหรับพวกเขาแล้วอาจจะมองว่าพวกเราไม่ได้ต่างอะไรไปจากแก๊งชอลดูเลยก็ได้
ผมตบไหล่อีฮยอนซองที่กำลังทำสีหน้าโง่งมอยู่ข้างๆ
“คุณอีฮยอนซอง?”
“อ๊ะ ครับ!”
อีฮยอนซองที่กำลังมองไปยังจองฮีวอนด้วยใบหน้าเหม่อลอยสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินผมเรียกพอจะเดาได้คร่าว ๆ ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เขาคงจะกำลังสงสัยว่าคนคนนี้ใช่คนเดียวกับที่ลงมือฆ่าแก๊งชอลดูอย่างบ้าคลั่งเมื่อวานนี้แน่หรือเปล่า
“เตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยังครับ”
“ครับ! อาจจะน้อยไปบ้าง แต่ก็เรียบร้อยหมดแล้วละครับขวดน้ำไว้ใช้ดื่มก็เตรียมแล้ว ของใช้สำหรับกันฝนกันลมก็เตรียมพร้อมเรียบร้อย และยังมีพวกของที่พอจะเก็บไว้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน...”
ว่าแล้วเชียวเวลาแบบนี้มีทหารอยู่ด้วยนี่สะดวกสบายจริง ๆ
“...มีเท่านี้ครับ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมละก็...”
จะไปต้องการอะไรเพิ่มอีกได้ยังไงกัน...ผมตั้งใจจะพูดแบบนั้นออกไป แต่แล้วจู่ ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้
“อ่า ช่วยลองหาดูหน่อยได้มั้ยครับว่าพอจะมีพาวเวอร์แบงก์บ้างมั้ย”
“แบตสำรองเหรอครับ ทำไมถึง...”
เขาคงจะสงสัยน่าดูสถานการณ์ตอนนี้ที่สัญญาณอะไรก็ใช้ไม่ได้ สมาร์ต-โฟนจะไปมีประโยชน์อะไรผมอ้างออกไปลวก ๆ
“พอดีมีเรื่องต้องใช้นิดหน่อยน่ะครับ”
อีฮยอนซองรับปากว่าจะลองหามาให้แล้วเริ่มลงมือค้นข้าวของที่เหลืออยู่ของแก๊งชอลดูอีกิลยองกับยูซังอาเองก็ไปช่วยด้วย ส่วนจองฮีวอนมองมาที่ผมแล้วเอ่ยถาม
“จะไปกันแล้วเหรอคะ”
“ใช่ครับ”
ไม่มีคำถามว่าไปด้วยได้หรือเปล่าราวกับมั่นใจว่าเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วที่เธอจะต้องไปกับพวกเรานี่แหละถึงจะสมกับเป็นจองฮีวอน ผมเองก็ยินดีต้อนรับเธอเหมือนกัน เพราะ ‘ผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้าง’ เป็นอัจฉริยะที่ขนาดยูจุงฮยอกเองยังต้องอยากได้ไปร่วมกลุ่ม
“มีเรื่องอยากถามเยอะแยะเลยค่ะ”
“ตอนนี้ไม่ได้ครับ”
“จริง ๆ เลย เย็นชาชะมัด”
จองฮีวอนทุบผมด้วยหมัดยิ้มๆ
[คุณได้รับเงิน 1,500 เหรียญจาก ‘จองฮีวอน’]
“นี่มัน...?”
“แบ่งให้ค่ะ รู้สึกผิดที่ได้รับอยู่คนเดียว ฉันแบ่งให้คนอื่น ๆด้วยเหมือนกันค่ะ”
ผมเข้าใจได้ทันทีว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรเมื่อวานจองฮีวอนลงมือฆ่าแก๊งชอลดูอยู่คนเดียวหมายความว่าเธอได้รับเหรียญที่พวกนั้นครอบครองอยู่ไปทั้งหมดด้วย
แต่...ความจริงแล้วจะรับไว้ก็รู้สึกกระดากนิดหน่อย
“เป็นผมคงไม่ให้หรอกครับ”
จองฮีวอนคงไม่รู้ว่าที่จริงแล้วผมมีเหรียญอยู่มากมายเท่าไหร่
“ฉันไม่ใช่คุณดกจานี่คะ”
เธอใช้หมัดทุบแขนผมอีกหลายรอบก่อนจะหอบหิ้วเป้ส่วนตัวขึ้นหลัง แล้วเริ่มเดินตรงไปยังอุโมงค์
“เตรียมตัวเสร็จแล้วก็ตามมานะคะ ฉันจะล่วงหน้าไปจัดการก่อน”
“อย่าไปไกลนักนะครับ ยังมีพื้นที่ที่อันตรายเกินกว่าจะไปคนเดียวอยู่ด้วย”
จองฮีวอนโบกมือแทนความหมายว่าไม่ต้องกังวลพลางเดินห่างออกไปไกล
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ ชอบในมิตรภาพของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรทมิฬแห่งนรกอเวจี’ แสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย]
ผมมองข้อความที่เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วพูดขึ้น
‘เมื่อวานโกยได้เยอะเลยละสิ การค้าดีน่าดูเลยนะ’
ไม่มีคำตอบรับกลับมาผมพูดอีกครั้ง
‘อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ บอกมาซะ ฉันรู้ว่าแกดูอยู่”
— อ่า ฮ่า ๆ ๆ...ถูกจับได้ซะแล้ว
เสียงของบีฮยองดังขึ้นคล้ายเสียงกระซิบแผ่ว
‘ได้มาเท่าไหร่’
— เรื่องนั้น...อืม
ผมมองจ้องอากาศโดยไม่พูดอะไร
— เฮ้อ รู้ได้ยังไงอีกเนี่ย...ไม่รู้จักปล่อยกันบ้างเลย เอ้า รับไปสิ
[โทแกบี ‘บีฮยอง’ มอบเงิน4,500 เหรียญให้คุณ]
นึกแล้วเชียวไอ้โทแกบีเวรตะไลนี่
— กลุ่มดาวไม่ใช้ระบบสนับสนุน แต่ส่งมันมาให้ข้าโดยตรง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่พวกเขาบอกว่าไว้ค่อยมอบให้เจ้าทีหลัง อ๊ะ ข้อความพวกนี้ด้วย...
พลันข้อความมากมายก็เด้งขึ้นมาราวกับระเบิด
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ พึงพอใจในซีนาริโอของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ พยายามเข้าใจในการตัดสินใจของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ พึงพอใจในแผนการของคุณ]
...
ก็ว่าอยู่เพราะแบบนี้นี่เองข้อความสนับสนุนถึงได้ไม่เด้งขึ้นมาเมื่อวาน ผมเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไม ทั้ง ๆ ที่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้น แต่กลับได้รับเหรียญเข้ามาน้อยกว่าที่คิด
[เหรียญในครอบครอง : 23,050 เหรียญ]
เหรียญที่ได้มาเมื่อคราวก่อนผมเอาไปลงทุนกับค่าสถานะไม่ใช่น้อยๆ แต่ตอนนี้ก็รวบรวมเหรียญกลับมาได้ใหม่มากพอควร
หมายความว่าใกล้ได้เวลาเพิ่มค่าสถานะกันอีกรอบแล้วลงทุนอัปเลเวลให้มันสูงขึ้นหน่อยดีมั้ยนะ
เนื่องจากหน้าต่างคุณลักษณะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ผมเลยต้องจำเลเวลของตัวเองให้แม่น ก่อนอื่นเริ่มจากค่าความแข็งแกร่งที่สำคัญที่สุด
[ใช้ 1,200 เหรียญเพิ่มค่าความแข็งแกร่ง]
[ความแข็งแกร่ง Lv.12 -> ความแข็งแกร่ง Lv.15]
[ความทนทานของร่างกายเพิ่มสูงขึ้น]
เพราะไม่มีสกิลเกี่ยวกับการโจมตีโดยเฉพาะเลยต้องเพิ่มพละกำลังให้มากขึ้นด้วย
[ใช้ 1,600 เหรียญเพิ่มค่าพละกำลัง]
[พละกำลัง Lv.11 -> พละกำลัง Lv.15]
[พลังอันแข็งแกร่งพลุ่งพล่านขึ้นมาจากกล้ามเนื้อ]
ความเร็วเอาแค่มากพอจะใช้หลบหลีกได้
[ใช้ 400 เหรียญเพิ่มค่าความเร็ว]
[ความเร็ว Lv.10 -> ความเร็ว Lv.11]
[ตอนนี้คุณสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นเล็กน้อย]
ต้องคงพลังดวงดาราบริสุทธิ์เอาไว้ดังนั้นพลังเวทคงต้องอัปขึ้นไปให้ถึงเลเวล 10
[ใช้ 1,200 เหรียญเพิ่มค่าพลังเวท]
[พลังเวท Lv.6 -> พลังเวท Lv.10]
[พลังงานลึกลับแฝงอยู่ในจิตวิญญาณของคุณ]
ผมสามารถอัปเลเวลเพิ่มขึ้นได้อีกแต่จงใจไม่ทำแบบนั้น เพราะถ้าไปถึงชุงมูโรเมื่อไหร่ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ผมจะต้องจ่ายเหรียญจำนวนมากออกไป
อีกอย่างแค่เท่าที่อัปตอนนี้ก็ใช้ไปแล้วตั้งสี่พันสี่ร้อยเหรียญ...
หาน่ะยากแต่ใช้น่ะง่าย คำกล่าวนั้นถูกต้องทั้งหมดถ้าผมเป็นพวกที่ความสามารถดั้งเดิมพอจะโอเคอยู่บ้างละก็คงไม่ต้องใช้เหรียญไปมากแบบนี้
เลเวลความแข็งแกร่งดั้งเดิมแค่1ขณะที่ในบรรดาผู้คนของสามวิธีรอด...ไม่สิขนาดความแข็งแกร่งของอีกิลยองยังน่าจะสูงกว่าผมเลย
— โอ๊ะ ลืมไปเลย...มีการแนะนำซีนาริโอเข้ามาด้วยนะ เจ้านี่มันน่าทึ่งจริง ๆ แบบนี้อีกหน่อยช่องนี้คงจะเลเวลอัปแน่
‘ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว’
เพราะผมไม่สามารถรับการสนับสนุนใดๆ จากกลุ่มดาวผู้สนับสนุนเหมือนอย่างอวตารคนอื่นเลยจำเป็นต้องรวบรวมเหรียญให้มากยิ่งขึ้น
การที่ยังไม่เห็นผลจากการทำสัญญากับบีฮยองชัดเจนเท่าไหร่นั้นเป็นเพราะขนาดช่องของบีฮยองเล็กเกินไป
กลุ่มดาว‘จำนวนหนึ่ง’ มันน้อยเกินไปถ้าอยากจะรวบรวมเหรียญอย่างเต็มรูปแบบละก็ จะต้องสร้างช่องให้ใหญ่มากพอที่กลุ่มดาว‘จำนวนมาก’ จะเข้ามารับชมได้
หากไปถึงชุงมูโรแล้วสภาพของที่นั่นก็จะเหมาะเลย
“ทุกคนครับ ถ้าเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเถอะไม่ลืมอะไรใช่มั้ยครับ”
สมาชิกในกลุ่มที่กลับมารวมตัวพากันพยักหน้าใบหน้าแต่ละคนดูจะตึงเครียดไม่น้อยทุกคนคงตระหนักอะไรได้กันแล้วจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
ในที่สุดการเดินทางมุ่งหน้าสู่ชุงมูโรก็เริ่มต้นขึ้น