[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 6 เวลาแห่งการพิพากษา (3) .1 (รีไรต์)

             

    เมื่อถึงเช้าวันต่อมา ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างขึ้นในสถานีกึมโฮ

            เรื่องแรกฮันมยองโอหายตัวไปแล้ว ฮันมยองโอที่ไม่ค่อยเห็นหน้าตั้งแต่เริ่มการต่อสู้เมื่อวานหลังการต่อสู้จบลงเขาคงไปหลบอยู่ที่ไหนสักแห่ง อาจจะออกเดินทางไปยังสถานีถัดไปหรือไม่ก็ซ่อนตัวอยู่ในสถานีนี้ก็เป็นได้ เรื่องนั้นผมเองก็ไม่อาจรู้

            “คงไม่อยากไปด้วยกันละมั้งคะ จริง ๆ ฉันก็ไม่ค่อยชอบเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้วอีกอย่างก็ไม่ได้มีแค่เขาที่หายตัวไปด้วย”

            เป็นอย่างที่จองฮีวอนพูดหลังการต่อสู้เมื่อวานจบลงก็แทบไม่มีใครเหลือค้างอยู่ในสถานีกึมโฮอีก

            ไม่ใช่ว่ามีคนรอดชีวิตน้อยกลับกันยังมีคนรอดชีวิตมาได้มากกว่าการย้อนกลับครั้งไหน ๆ ในนิยายต้นฉบับเสียอีกเพียงแต่คนที่เหลือรอดส่วนใหญ่จากสถานีนี้ไปตั้งแต่เมื่อคืนบางทีพวกเขาต่างก็คงจะมีเหตุผลของตัวเอง

            “คนที่เหลือจะโอเคหรือเปล่าคะ”

            ยูซังอาถามขึ้นในขณะที่หันไปมองผู้รอดชีวิต

            ผมยูซังอา อีฮยอนซอง อีกิลยอง และจองฮีวอนนอกจากพวกเราทั้งห้าคนแล้วก็เหลือคนอยู่ในสถานีนี้อีกเพียงห้าคนเท่านั้น

            จองฮีวอนเป็นฝ่ายส่งเสียงเรียกก่อน

            “พวกคุณน่ะ จะไปด้วยกันกับพวกเรามั้ยคะ”

            คนกลุ่มนั้นส่งเสียงดังฮือฮาเมื่อได้ยินที่จองฮีวอนถามออกไปโดยไม่คิดอะไรคนที่ออกมาเป็นตัวแทนกลุ่มคือหญิงสาวผู้กุมมือเด็กเอาไว้

            “...พวกเราจะแยกไปกันเองค่ะ ยังเหลือเหรียญอยู่บ้าง”

            สองแม่ลูกคู่นี้เอาตัวรอดจากสงครามเลือดมาได้ผมชื่นชมพวกเขาจากใจถ้าใจกล้าขนาดนั้น บางทีต่อให้ไม่ไปด้วยกันกับพวกเราพวกเธอก็อาจมีความสามารถมากพอที่จะเอาชีวิตรอดต่อไปได้

            จองฮีวอนเองก็คงจะคิดแบบเดียวกันจึงพยักหน้า

            “เอางั้นเหรอคะ งั้นก็ขอให้โชคดีนะคะ”

            พอจองฮีวอนหมุนตัวหันหลังกลับมาความโล่งใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขาอันที่จริงก็ไม่แปลกหรอกที่ปฏิกิริยาของผู้คนจะเป็นเช่นนั้นเพราะอย่างไรเรื่องเมื่อวานก็น่าสะเทือนขวัญอยู่ไม่น้อย

            ผมเข้าใจดีคนหนึ่งปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือส่วนอีกคนลงมือสังหารผู้คนอย่างโหดเหี้ยมแม้ว่าจะมีเหตุผลก็ตามไม่ว่าจะเป็นผมหรือจองฮีวอนสำหรับพวกเขาแล้วอาจจะมองว่าพวกเราไม่ได้ต่างอะไรไปจากแก๊งชอลดูเลยก็ได้

            ผมตบไหล่อีฮยอนซองที่กำลังทำสีหน้าโง่งมอยู่ข้างๆ 

            “คุณอีฮยอนซอง?”

            “อ๊ะ ครับ!”

            อีฮยอนซองที่กำลังมองไปยังจองฮีวอนด้วยใบหน้าเหม่อลอยสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินผมเรียกพอจะเดาได้คร่าว ๆ ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เขาคงจะกำลังสงสัยว่าคนคนนี้ใช่คนเดียวกับที่ลงมือฆ่าแก๊งชอลดูอย่างบ้าคลั่งเมื่อวานนี้แน่หรือเปล่า

            “เตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยังครับ”

            “ครับ! อาจจะน้อยไปบ้าง แต่ก็เรียบร้อยหมดแล้วละครับขวดน้ำไว้ใช้ดื่มก็เตรียมแล้ว ของใช้สำหรับกันฝนกันลมก็เตรียมพร้อมเรียบร้อย และยังมีพวกของที่พอจะเก็บไว้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน...”

            ว่าแล้วเชียวเวลาแบบนี้มีทหารอยู่ด้วยนี่สะดวกสบายจริง ๆ 

            “...มีเท่านี้ครับ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมละก็...”

            จะไปต้องการอะไรเพิ่มอีกได้ยังไงกัน...ผมตั้งใจจะพูดแบบนั้นออกไป แต่แล้วจู่ ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้

            “อ่า ช่วยลองหาดูหน่อยได้มั้ยครับว่าพอจะมีพาวเวอร์แบงก์บ้างมั้ย”

            “แบตสำรองเหรอครับ ทำไมถึง...”

            เขาคงจะสงสัยน่าดูสถานการณ์ตอนนี้ที่สัญญาณอะไรก็ใช้ไม่ได้ สมาร์ต-โฟนจะไปมีประโยชน์อะไรผมอ้างออกไปลวก ๆ 

            “พอดีมีเรื่องต้องใช้นิดหน่อยน่ะครับ”

            อีฮยอนซองรับปากว่าจะลองหามาให้แล้วเริ่มลงมือค้นข้าวของที่เหลืออยู่ของแก๊งชอลดูอีกิลยองกับยูซังอาเองก็ไปช่วยด้วย ส่วนจองฮีวอนมองมาที่ผมแล้วเอ่ยถาม

            “จะไปกันแล้วเหรอคะ”

            “ใช่ครับ”

            ไม่มีคำถามว่าไปด้วยได้หรือเปล่าราวกับมั่นใจว่าเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วที่เธอจะต้องไปกับพวกเรานี่แหละถึงจะสมกับเป็นจองฮีวอน ผมเองก็ยินดีต้อนรับเธอเหมือนกัน เพราะ ‘ผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้าง’ เป็นอัจฉริยะที่ขนาดยูจุงฮยอกเองยังต้องอยากได้ไปร่วมกลุ่ม

            “มีเรื่องอยากถามเยอะแยะเลยค่ะ”

            “ตอนนี้ไม่ได้ครับ”

            “จริง ๆ เลย เย็นชาชะมัด”

            จองฮีวอนทุบผมด้วยหมัดยิ้มๆ 

            [คุณได้รับเงิน 1,500 เหรียญจาก ‘จองฮีวอน’]

            “นี่มัน...?”

            “แบ่งให้ค่ะ รู้สึกผิดที่ได้รับอยู่คนเดียว ฉันแบ่งให้คนอื่น ๆด้วยเหมือนกันค่ะ”

            ผมเข้าใจได้ทันทีว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรเมื่อวานจองฮีวอนลงมือฆ่าแก๊งชอลดูอยู่คนเดียวหมายความว่าเธอได้รับเหรียญที่พวกนั้นครอบครองอยู่ไปทั้งหมดด้วย

            แต่...ความจริงแล้วจะรับไว้ก็รู้สึกกระดากนิดหน่อย

            “เป็นผมคงไม่ให้หรอกครับ”

            จองฮีวอนคงไม่รู้ว่าที่จริงแล้วผมมีเหรียญอยู่มากมายเท่าไหร่

            “ฉันไม่ใช่คุณดกจานี่คะ”

            เธอใช้หมัดทุบแขนผมอีกหลายรอบก่อนจะหอบหิ้วเป้ส่วนตัวขึ้นหลัง แล้วเริ่มเดินตรงไปยังอุโมงค์

            “เตรียมตัวเสร็จแล้วก็ตามมานะคะ ฉันจะล่วงหน้าไปจัดการก่อน”

            “อย่าไปไกลนักนะครับ ยังมีพื้นที่ที่อันตรายเกินกว่าจะไปคนเดียวอยู่ด้วย”

            จองฮีวอนโบกมือแทนความหมายว่าไม่ต้องกังวลพลางเดินห่างออกไปไกล 

            [กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ ชอบในมิตรภาพของคุณ]

            [กลุ่มดาว ‘มังกรทมิฬแห่งนรกอเวจี’ แสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย]

            ผมมองข้อความที่เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วพูดขึ้น

            ‘เมื่อวานโกยได้เยอะเลยละสิ การค้าดีน่าดูเลยนะ’

            ไม่มีคำตอบรับกลับมาผมพูดอีกครั้ง

            ‘อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ บอกมาซะ ฉันรู้ว่าแกดูอยู่”

            — อ่า ฮ่า ๆ ๆ...ถูกจับได้ซะแล้ว

            เสียงของบีฮยองดังขึ้นคล้ายเสียงกระซิบแผ่ว

            ‘ได้มาเท่าไหร่’

            — เรื่องนั้น...อืม

            ผมมองจ้องอากาศโดยไม่พูดอะไร

            — เฮ้อ รู้ได้ยังไงอีกเนี่ย...ไม่รู้จักปล่อยกันบ้างเลย เอ้า รับไปสิ

            [โทแกบี ‘บีฮยอง’ มอบเงิน4,500 เหรียญให้คุณ]

            นึกแล้วเชียวไอ้โทแกบีเวรตะไลนี่

            — กลุ่มดาวไม่ใช้ระบบสนับสนุน แต่ส่งมันมาให้ข้าโดยตรง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่พวกเขาบอกว่าไว้ค่อยมอบให้เจ้าทีหลัง อ๊ะ ข้อความพวกนี้ด้วย...

            พลันข้อความมากมายก็เด้งขึ้นมาราวกับระเบิด

            [กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ พึงพอใจในซีนาริโอของคุณ]

            [กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ พยายามเข้าใจในการตัดสินใจของคุณ]

            [กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ พึงพอใจในแผนการของคุณ]

            ...

            ก็ว่าอยู่เพราะแบบนี้นี่เองข้อความสนับสนุนถึงได้ไม่เด้งขึ้นมาเมื่อวาน ผมเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไม ทั้ง ๆ ที่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้น แต่กลับได้รับเหรียญเข้ามาน้อยกว่าที่คิด

            [เหรียญในครอบครอง : 23,050 เหรียญ]

            เหรียญที่ได้มาเมื่อคราวก่อนผมเอาไปลงทุนกับค่าสถานะไม่ใช่น้อยๆ แต่ตอนนี้ก็รวบรวมเหรียญกลับมาได้ใหม่มากพอควร

            หมายความว่าใกล้ได้เวลาเพิ่มค่าสถานะกันอีกรอบแล้วลงทุนอัปเลเวลให้มันสูงขึ้นหน่อยดีมั้ยนะ

            เนื่องจากหน้าต่างคุณลักษณะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ผมเลยต้องจำเลเวลของตัวเองให้แม่น ก่อนอื่นเริ่มจากค่าความแข็งแกร่งที่สำคัญที่สุด

            [ใช้ 1,200 เหรียญเพิ่มค่าความแข็งแกร่ง]

            [ความแข็งแกร่ง Lv.12 -> ความแข็งแกร่ง Lv.15]

            [ความทนทานของร่างกายเพิ่มสูงขึ้น]

            เพราะไม่มีสกิลเกี่ยวกับการโจมตีโดยเฉพาะเลยต้องเพิ่มพละกำลังให้มากขึ้นด้วย

            [ใช้ 1,600 เหรียญเพิ่มค่าพละกำลัง]

            [พละกำลัง Lv.11 -> พละกำลัง Lv.15]

            [พลังอันแข็งแกร่งพลุ่งพล่านขึ้นมาจากกล้ามเนื้อ]

            ความเร็วเอาแค่มากพอจะใช้หลบหลีกได้

            [ใช้ 400 เหรียญเพิ่มค่าความเร็ว]

            [ความเร็ว Lv.10 -> ความเร็ว Lv.11]

            [ตอนนี้คุณสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นเล็กน้อย]

            ต้องคงพลังดวงดาราบริสุทธิ์เอาไว้ดังนั้นพลังเวทคงต้องอัปขึ้นไปให้ถึงเลเวล 10 

            [ใช้ 1,200 เหรียญเพิ่มค่าพลังเวท]

            [พลังเวท Lv.6 -> พลังเวท Lv.10]

            [พลังงานลึกลับแฝงอยู่ในจิตวิญญาณของคุณ]

            ผมสามารถอัปเลเวลเพิ่มขึ้นได้อีกแต่จงใจไม่ทำแบบนั้น เพราะถ้าไปถึงชุงมูโรเมื่อไหร่ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ผมจะต้องจ่ายเหรียญจำนวนมากออกไป

            อีกอย่างแค่เท่าที่อัปตอนนี้ก็ใช้ไปแล้วตั้งสี่พันสี่ร้อยเหรียญ...

            หาน่ะยากแต่ใช้น่ะง่าย คำกล่าวนั้นถูกต้องทั้งหมดถ้าผมเป็นพวกที่ความสามารถดั้งเดิมพอจะโอเคอยู่บ้างละก็คงไม่ต้องใช้เหรียญไปมากแบบนี้

            เลเวลความแข็งแกร่งดั้งเดิมแค่1ขณะที่ในบรรดาผู้คนของสามวิธีรอด...ไม่สิขนาดความแข็งแกร่งของอีกิลยองยังน่าจะสูงกว่าผมเลย

            — โอ๊ะ ลืมไปเลย...มีการแนะนำซีนาริโอเข้ามาด้วยนะ เจ้านี่มันน่าทึ่งจริง ๆ แบบนี้อีกหน่อยช่องนี้คงจะเลเวลอัปแน่

            ‘ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว’

            เพราะผมไม่สามารถรับการสนับสนุนใดๆ จากกลุ่มดาวผู้สนับสนุนเหมือนอย่างอวตารคนอื่นเลยจำเป็นต้องรวบรวมเหรียญให้มากยิ่งขึ้น

            การที่ยังไม่เห็นผลจากการทำสัญญากับบีฮยองชัดเจนเท่าไหร่นั้นเป็นเพราะขนาดช่องของบีฮยองเล็กเกินไป

            กลุ่มดาว‘จำนวนหนึ่ง’ มันน้อยเกินไปถ้าอยากจะรวบรวมเหรียญอย่างเต็มรูปแบบละก็ จะต้องสร้างช่องให้ใหญ่มากพอที่กลุ่มดาว‘จำนวนมาก’ จะเข้ามารับชมได้

            หากไปถึงชุงมูโรแล้วสภาพของที่นั่นก็จะเหมาะเลย

            “ทุกคนครับ ถ้าเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเถอะไม่ลืมอะไรใช่มั้ยครับ”

            สมาชิกในกลุ่มที่กลับมารวมตัวพากันพยักหน้าใบหน้าแต่ละคนดูจะตึงเครียดไม่น้อยทุกคนคงตระหนักอะไรได้กันแล้วจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

            ในที่สุดการเดินทางมุ่งหน้าสู่ชุงมูโรก็เริ่มต้นขึ้น