เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    ตอนที่ 28 กลับบ้านและแต่งงาน

            เมื่อทั้งสองทานข้าวเช้าเสร็จฮ่าวตูยกจานชามเข้าไปเก็บโดยสั่งห้ามไม่ให้น้องสาวขยับตัวไปไหนด้วยกลัวอาการเธอจะกำเริบจานชามเพียงไม่กี่ใบฮ่าวตูจึงอาสาจัดการเองคนเดียวทิ้งให้ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพัง

            " เรื่องคืนนั้นผมขอโทษ " หยางหมิงเฉิงเปิดประเด็นเขาเป็นคนพูดน้อยแต่พูดตรง

            " ช่างมันเถอะค่ะฉันลืมไปหมดแล้วล่ะ "เล่อเยียนพูดอย่างไม่ใส่ใจเธอพยายามจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเขาพูดเรื่องนี้ออกมาก็ดีเหมือนกัน

            " ผมบอกคุณพ่อของคุณไปแล้วว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างที่มาวันนี้ก็เพื่อมารับคุณกลับบ้านแล้วก็คุยเรื่องแต่งงานของเรา " ประโยคหลังสังเกตได้เลยว่าหูเขาจะแดงขึ้นมาหน่อยๆ

            " ฉันเคยบอกคุณไปแล้วว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไรฉันเรื่องที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนเริ่มมันเอง" แม้จะกระดากปากที่จะพูดแต่ในความทรงจำคือเธอเป็นคนขอร้องเขาเองนี่นา

            " เรื่องมันซับซ้อนมากกว่าที่คุณคิดอีกนะครับ คุณช่วยนั่งนิ่งๆ แล้วฟังในสิ่งที่ผมกำลังจะพูดได้ไหมครับ "หยางหมิงเฉิงจนใจเขารับรู้ได้แล้วว่าคนอย่างเล่อเยียนต้องใช้ไม้อ่อนเธอถึงจะยอมอ่อนให้

            " ยังมีอะไรที่ต้องฟังอีกหรือคะ เราสองคนทำผิดต่อพี่ฟางเซียนอย่างไม่น่าให้อภัยฉันคงไม่อาจรับโอกาสนั้นได้หรอกค่ะ" คนที่น่าสงสารมากที่สุดก็หนีไม่พ้นพี่สาวคนละพ่อคนละแม่ของเธอเองละมั้ง

            " ผมไม่ได้เป็นอะไรกับพี่สาวคุณ ไม่เคยคิดอะไรกับเธอทั้งนั้น"หยางหมิงเฉิงพูดอย่างเหนื่อยหน่ายใจเขาไม่เคยไปตกปากรับคำกับหล่อนเลยจะไปเป็นคนรักของหล่อนได้ยังไงกัน คงผิดที่เขาเองที่ไม่ปฏิเสธหรือทำอะไรให้ชัดเจน

            " โกหก ใครๆ ก็รู้ว่าคุณกับพี่สาวฉันคบหากันไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ป่าวประกาศไปทั่ว" แถมยังด่ากราดฉันว่าแย่งคนรักของหล่อนอีกต่างหาก

            " ผมเป็นคนไม่ชอบพูดโกหกและขอยืนยันว่าผมกับพี่สาวของคุณเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรกับเธออีก"เขายืนยันคำพูดของตัวเองอีกครั้ง

            ' ทำไมถึงพูดอะไรที่มันเข้าใจง่ายๆ หรืออธิบายมากกว่านี้ไม่ได้หรืออย่างไรกันความจำของเธอก็ครึ่งๆ กลางๆ ปวดหัวที่จะเดาแล้วนะ'

            " แล้วยังไงละคะถึงคุณบอกว่าไม่คิดอะไรแต่พี่สาวฉันเธอคิดแน่เธอจริงจังกับคุณมากนะคะ "อันนี้คงยืนยันได้จากภาพที่เธอเห็นในหัวว่าหรูฟางเซียนร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเห็นเธอในสภาพแบบนั้นกับผู้ชายที่เธอหมายปอง

            " ผมเป็นลูกผู้ชายเป็นชายชาติทหารกล้าทำต้องกล้ารับคุณเองถือว่าเป็นภรรยาของผมเป็นผู้หญิงของผมเป็นสมบัติของผม "หมิงเฉิงกล่าววาจาหนักแน่นแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ

            " ฉันไปเป็นของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ชีวิตของฉันย่อมต้องเป็นของฉันค่ะ" เล่อเยียนไม่ยอมแพ้ยิ่งเขาผู้ชายคนนี้พูดยิ่งโมโห

            " ผู้หญิงแต่งงานออกไปแล้วก็ต้องเป็นสมบัติของสามีอยู่คู่เคียงบ่าเคียงไหล่จนแก่เฒ่า "นี่เขาจะใช้ชีวิตกับเธอจนแก่เฒ่าเพียงเพราะวันไนท์สแตนด์เนี่ยหรือ

            " ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ถือละคะเรื่องคืนนั้นคุณลืมมันไปได้ไหมคะฉันก็จะลืมมันไปเหมือนกันค่ะ "เล่อเยียนกลั้นหายใจพูดคำนี้ออกไปหวังว่าเขาคงไม่จับเธอทุ่มลงพื้นเพราะขัดใจหรอกนะ

            " ไม่ได้ครับ เพราะผมไม่เคยคิดที่จะลืมแล้วคุณก็ห้ามลืม เรื่องของเรา "เขาตอบออกมาหน้าตายซ้ำยังจ้องเธอตาเขม็ง

            จบประโยคสนทนาเพียงแค่นั้นไม่มีใครพูดอะไรต่อต่างคนต่างใช้ความคิดของตนเองทางด้านหยางหมิงเฉิงคิดว่างานนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเธอดูไม่สนใจกับสิ่งที่เธอเสียมันให้กับเขาเท่าไหร่เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันนะ

            ' แย่แล้วอย่าบอกนะว่าหมอนี่มาตามเมียกลับบ้าน แล้วฉันจะทำยังไงดี ทำยังไงดีโอ๊ยปวดหัว เครียด ' เล่อเยียนใช้สมองคิดหาทางออกสำหรับตัวเอง

            รอสักพักฮ่าวตูก็กลับเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยพร้อมทั้งเล่าเรื่องเหตุการณ์ต่างๆ ให้น้องสาวฟัง แรกๆ เธอทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจในรายละเอียดแต่พอเล่าไปสักพักเธอกลับนิ่งเงียบพร้อมกับฟังเขาเล่าจนจบโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

            " ฉันเข้าใจมาตลอดว่าพ่อไม่รักท่านคงอายที่มีลูกสาวไม่เอาไหนอย่างฉันถึงได้ส่งฉันมาที่ค่ายแห่งนี้ "เล่อเยียนเข้าใจผิดมาตลอด ช่วยไม่ได้นี่นาเพราะถูกวางยาร่างเดิมจะรู้ได้ไงว่าตัวเองถูกวางยา จะว่าไปแล้วก็ชักอยากจะเห็นหน้าสองแม่ลูกนั้นซะแล้วซิ

            " เพื่อชื่อเสียงของน้องพ่อถึงต้องทำแบบนี้ทั้งๆ ที่พ่อรับปากว่าจะดูแลเยี่ยนเอ๋อร์รอหยางหมิงปฏิบัติภารกิจเสร็จแล้วจะมาคุยเรื่องงานแต่ง

            ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้วเยี่ยนเอ๋อร์กลับบ้านของเราไปทำทุกอย่างให้มันถูกต้องหยางหมิงเองเขาพร้อมจะรับผิดชอบน้องทุกอย่างไม่ต้องกลัวต่อไปนี้จะไม่มีใครกล้ามารังแกเยี่ยนเอ๋อร์ของพี่ได้อีก"ฮ่าวตูพูดกับน้องสาวด้วยความรักน้องสาวของเขาคนนี้แต่ไหนแต่ไรเธอชอบให้คนเอาใจไม่ชอบให้ใครตะคอกเสียงดังเป็นคนมีเหตุผลมากคนหนึ่ง

     

            "ฉันขอโทษนะคะที่โทษครอบครัวมาตลอดว่าทอดทิ้งฉัน "เล่อเยียนพูดออกมาจากความรู้สึกผิดหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดราวกับว่าความคับแค้นในใจมันเบาบางลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

            " หมิงเฉิงทำเรื่องเปลี่ยนตัวเรียบร้อยหมดแล้วเหลือแค่เยี่ยนเอ๋อร์ออกเดินทางกลับบ้าน พี่คงไม่มีโอกาสส่งเธอขึ้นเกี้ยวเข้าหอแต่พี่ขออวยพรให้น้องสาวของพี่ต่อจากนี้ไปจงมีแต่ความสุขฝากดูแลน้องสาวของฉันด้วย "ฮ่าวตูพูดราวกับว่าเธอจะเดินทางวันนี้เดี๋ยวนี้เธอยังไม่ได้รับปากอะไรใครเลยนะ

            "ฉันอยู่ที่นี่สบายดีพี่กลับไปเรียนให้จบเป็นเสาหลักให้ครอบครัวเราต่อจากพ่อ น้องเล็กเองก็ยังเด็กต้องการที่พึ่ง" เล่อเยียนคิดว่าการที่เธอจากมามันก็ไม่ได้แย่ไปหมดซะทีเดียวหรอก

            " พี่เป็นผู้ชายไม่กลัวความลำบากเยี่ยนเอ๋อร์เป็นผู้หญิงอีกอย่างสามีอยู่ที่ไหนภรรยาก็ต้องตามไปดูแลสามีถึงจะถูกอย่าให้ใครมาว่าตระกูลของเราได้

            ถึงแม้ว่าแม่ของพวกเราจะไม่อยู่แล้วแต่เยี่ยนเอ๋อร์ของพี่เป็นคนมีเหตุผลเสมอ พี่พูดแค่นี้น้องเข้าใจใช่ไหม "นี่มันมัดมือชกกันชัดๆ เลยนี่นา"

            " ขอเวลาฉันคิดหน่อยนะคะ ทุกอย่างกะทันหันไปหมดฉันตั้งตัวไม่ทัน "เธอคิดอะไรไม่ออกแล้วตอนนี้หรือจะแอบหนีไปเลยดีมั้ยนะยังไม่แน่นี่นาว่าเธอท้องหรือเปล่า

            " พรุ่งนี้ผมจะมาเอาคำตอบเพราะเราต้องเดินทางอีกไกลกว่าจะถึงปักกิ่งที่นั่นผมเตรียมการไว้หมดแล้วพอเราไปถึงก็น่าจะจัดงานแต่งได้เลย "แล้วจะให้เธอคิดทำไมถ้าหากว่าเตรียมการไว้หมดแล้ว

            เมื่อพี่ชายและสามีของเธอจากไป เล่อเยียนก็ใช้เวลาคิดกับตัวเองว่าจะเอายังไงดีถ้าไม่คำนึงถึงความถูกต้องคือเธอมั่นใจว่าสามารถเลี้ยงลูกของเธอได้โดยที่เขาจะไม่ลำบากจนเกินไปแต่ในยุคสมัยนี้สังคมไม่ได้เปิดกว้างขนาดนั้นไหนจะหน้าที่การงานของพ่อเธอที่ค่อนข้างจะมีตำแหน่งพอสมควรอีกทั้งใจหนึ่งก็อยากจะไปเห็นหน้าสองแม่ลูกนั้นดูสักครั้งว่าเป็นยังไงหรือเธอจะแต่งเพื่อแก้แค้นสองแม่ลูกนั่นให้อกแตกตายไปเลยดีนะ

            นึกขึ้นได้ว่าจนป่านนี้แล้วเธอยังไม่ได้ตรวจครรภ์เลยว่าตกลงว่าท้องจริงๆ หรือเปล่าถ้าไม่ท้องเธอจะไม่คิดมากเลยเธอปฏิเสธงานแต่งงานแน่นอนแต่ถ้าหากท้องคงต้องใช้สมองคิดอีกทีว่าจะเอายังไงต่อไป

            หลังจากที่รอชุดตรวจประมาณ 10 นาทีเพื่อความแม่นยำของชุดตรวจปรากฏว่าขึ้น 2 ขีดเกิดมาไม่เคยลุ้นหรือตื่นเต้นเท่านี้มาก่อนขนาดลุ้นเกรดออกหรือแม้แต่ลุ้นสัมภาษณ์งานยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้เลยนี่เธอกำลังจะกลายเป็นแม่คนไปแล้วหรือเนี่ย อายุ 17 ย่าง 18ปีเองเนี่ยนะ กำลังมีอีกหนึ่งชีวิตในท้องอันแบนราบของเธอ

            ตอนนี้บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงสมองมันขาวโพลนไปหมดคิดอะไรไม่ออกเลยรู้เพียงว่าคงต้องรีบไปฝากครรภ์เพื่อเช็กความผิดปกติของร่างกายว่ามีหรือเปล่าเพราะเห็นได้ชัดว่าเธอแพ้หนักมากหนักชนิดที่ว่ากินอะไรไม่ได้เลยนอกจากถั่วเขียวแล้วอย่างนี้ลูกเธอจะโตไหมหลากหลายเรื่องราวก่อเกิดให้เป็นภาวะเครียดสะสมถามถึงความพร้อมในตอนนี้คือไม่มีเลยนึกตำหนิทั้งสองคนทำไมไม่รู้จักป้องกันแต่ก็ลืมไปคนยุคนี้น่าจะยังไม่มีวิธีมากนักอีกอย่างใครๆ ก็มีลูกหัวปีท้ายปี โอ๊ย....ความคิดตอนนี้ตีกันมั่วไปหมดทำไมจิตใจถึงอ่อนไหวอ่อนแอได้ถึงขนาดนี้นะเธอเชื่อแล้วว่าฮอร์โมนคนท้องนี่รุนแรงจริงๆ

            เมื่อถึงตอนเย็นหม่ายวี่ไท่และหมี่เมี่ยนก็กลับมาถึงบ้านในสภาพที่แทบจะหลับกลางอากาศเล่อเยียนเตรียมกับข้าวไว้รอทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ววันนี้เธอนำเอาเนื้อในมิติออกมาเยอะมากเพื่อเลี้ยงฉลองสำหรับข่าวดีหรือเปล่าไม่แน่ใจเพราะลึกๆ แล้วเธอไม่อยากจะมีจริงๆพร้อมทั้งบอกความจริงกับเพื่อนเรื่องที่เธอถูกเปลี่ยนตัวกับพี่ชายตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันเธอคิดเสมอว่าทั้งสองคนคือน้องสาวของเธอพอคิดว่าจะไม่ได้เจออีกก็แอบใจหาย

            " เล่อเยียน ทำไมถึงทำจานเนื้อมากมายขนาดนี้ใครจะมาอีกหรือ "หมี่เมี่ยนตาโตกับอาหารบนโต๊ะ 7-8 อย่างมีเนื้อทุกจานนี่มันเกิดอะไรขึ้นหล่อนไปเจอหมูป่าหรือยังไงกัน

            " เลี้ยงฉลองน่ะ รอพี่ชายฉันก่อนนะพวกเขาน่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ"เล่อเยียนตอบยิ้มๆ น้ำตาคลอ

            " งั้นขอไปล้างตัวก่อนละกัน" ยวี่ไท่ไม่มั่นใจกับกลิ่นตัวเพราะเก็บเกี่ยวผลผลิตตากแดดทั้งวัน

            เล่อเยียนยังคงเหม็นอาหารอยู่แต่ถ้าไม่ตักเข้าปากก็ยังพอทนไหวเธอเตรียมอาหารให้ตัวเองเรียบร้อยแล้วนั่นก็คือถั่วเขียวต้มน้ำตาลเธออยากจะรู้นักว่าลูกของเธอติดใจอะไรนักหนาจะไม่รับสารอาหารอื่นๆ เข้าไปเลยรึไงกัน

            รอสักพัก พี่ชายและหยางหมิงก็มาถึงพวกเขานั่งรอสองสาวที่ไปล้างเนื้อล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ไม่นานก็เริ่มมื้อเย็นกัน หยางหมิงเฉิงอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเล่อเยียนถึงไม่ทานพร้อมคนอื่นหล่อนจะชอบบอกว่ากินก่อนแล้วทุกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ยอมเดินเข้าไปในครัวเพื่อตักข้าวแล้วเอามาวางไว้ตรงหน้าของเธอใช้สายตาบังคับให้เธอกินข้าวพร้อมคนอื่นเล่อเยียนแอบลอบกลืนน้ำลายกับข้าวทุกอย่างน่ากินมากแต่เพียงได้กลิ่นเธอก็รู้สึกคลื่นไส้จะอาเจียนออกมาแล้วจะกินได้ยังไงกัน

            " ฉันทานแล้วล่ะค่ะ พวกคุณทานกันเถอะ" เล่อเยียนพูดออกไปอย่างใจเย็น

            " ทานหน่อยเถอะสักคำสองคำก่อนที่จะไม่ได้ทานร่วมกับพวกเขาอีก "หยางหมิงเฉิงเหลือบตามองเธอนิดหน่อยแล้วก็นั่งหลังตรงเคี้ยวหารต่อ

            " หมายความว่าไง เธอจะไปไหนหรือ "หมี่เมี่ยนที่อดสงสัยกับคำพูดของหยางหมิงจึงถามออกไป

            " ทานข้าวก่อนเถอะจ้ะ แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง " ทั้งสองสาวมองหน้ากันลึกๆ ก็อดสงสัยในความสัมพันธ์ของเล่อเยียนกับผู้ชายตรงหน้าแต่ไม่กล้าถามเพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจนมาสังเกตอาการของเพื่อนในทุกๆ เช้า ถึงแม้ว่าพวกเธอจะไม่มีประสบการณ์แต่ใช่ว่าคนในบ้านเธอจะไม่มีนี่ อาการแบบนี้พี่สะใภ้หรือแม้แต่คนข้างๆ บ้านเธอจะเป็นกันเมื่อพวกเขาตั้งครรภ์

            เมื่อทานมื้อเย็นเสร็จสองสาวรับหน้าที่เก็บล้างเพราะเล่อเยียนทำอาหารแล้วรอไม่นานทั้งสองคนก็เดินมานั่งข้างๆ ของเล่อเยียน

            " ความจริงแล้วฉันมีเรื่องจะบอกน่ะพวกเธอจำเรื่องที่มีข่าวว่ามีปัญญาชนคนใหม่มาได้ไหม " เล่อเยียนใจเต้นรัวมือไม้เย็นไปหมดเธอไม่กล้าบอกความจริงด้วยซ้ำไปเพราะครั้งก่อนทั้งสองช่วยยืนกรานว่าหล่อนนั้นไม่มีทางท้องเด็ดขาด

            " อืม " สองสาวพยักหน้าพร้อมๆ กัน

            " คนนั้นก็คือพี่ชายของฉันเอง พี่หลี่ฮ่าวตูถือโอกาสแนะนำตัวเลยแล้วกันขอโทษด้วยที่เสียมารยาทไม่ได้บอกหรือแนะนำแต่แรกพี่คะนี่หม่ายวี่ไท่แล้วก็เหอหมี่เมี่ยนค่ะ "เล่อเยียนเว้นวรรคคำพูดไปรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วแนะนำชายอีกคน

            " ส่วนคนนี้คือ หยางหมิงเฉิง เป็นเขาเป็นเอ่อ" ทำไมถึงพูดไม่ออกกันนะ

            " เป็นสามีของหลี่เล่อเยียน ที่พวกผมมาในครั้งนี้เพื่อที่จะมาเปลี่ยนตัวเธอและนำเธอกลับบ้านเพื่อที่จะพาเธอไปแต่งงานครับ"ถ้าหากหยางหมิงรอให้เธอพูดความจริงให้เพื่อนฟังดูท่าแล้ววันนี้เพื่อนเธอคงไม่ได้รู้ความจริงสักทีถ้ารอให้เธอเป็นคนบอก

            " นี่ฉันยังไม่ได้รับปากคุณเลยนะว่าจะกลับไปแต่งงานกับคุณน่ะ"เรื่องที่เธอต้องกลับบ้านน่ะใช่เพราะเธอจะไปสะสางกับสองแม่ลูกนั่นแต่เธอยังไม่ได้รับปากหรือตกลงอะไรกับเขาเรื่องแต่งงานเลยสักนิด

            " ผมเป็นสามีของคุณถูกต้องตามพฤตินัยเหลือเพียงแค่เราจะต้องไปจดทะเบียนกันแล้วจัดงานแต่งกันเท่านั้น เท่านั้น"หยางหมิงชี้แจงให้เธอเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง เพราะดูท่าหญิงคนนี้สติจะเลอะเลือนจำเรื่องราวอะไรไม่ได้เลย

            " อื้ม ฉันรู้แล้วคุณไม่ต้องย้ำ"เล่อเยียนหน้าแดงกับคำพูดของเขาถึงแม้มันยากที่จะยอมรับแต่สิ่งที่เขาพูดนั้นก็คือความจริงทุกอย่าง

            " พวกเราดีใจกับเธอด้วยนะเล่อเยียน ฉันกังวลกับอาการที่เธอเป็นในทุกๆ เช้า ในที่สุดเรื่องทั้งหมดก็คลี่คลายไม่ต้องกังวลหรือกลัวว่าใครจะมาว่าเธอท้องไม่มีพ่ออีกต่อไป" หมี่เมี่ยนพูดออกไปด้วยความดีใจในที่สุดเรื่องที่เธอเป็นห่วงนั้นก็มีทางออกถึงแม้เธอจะใจหายที่หล่อนต้องกลับบ้านจะไม่ได้เจอหล่อนอีกแต่เธอรู้อยู่แล้วว่าเล่อเยียนต้องมีชีวิตที่ดีแน่นอน

            เล่อเยียนตาโตเท่าไข่ห่านตกใจกับคำพูดของหมี่เมี่ยนที่พูดออกมาเธอไม่คิดว่าเพื่อนจะพูดอะไรออกมาตรงๆ แบบนี้ เดิมทีเธอไม่มีความคิดที่จะบอกเรื่องท้องกับทุกคนเธอตั้งใจที่จะกลับปักกิ่งจริงแต่เพื่อไปจัดการกับสองแม่ลูกนั่นแล้วค่อยหาวิธีแยกตัวออกมาอยู่ตามลำพัง ไม่เคยคิดที่จะให้ผู้ชายคนนี้มารับผิดชอบเพราะการแต่งงานสำหรับเธอแล้วทั้งสองคนจะต้องรักกันก่อนไม่ใช่แต่งเพราะความผิดพลาด

            " นี่คุณท้องหรือ คุณคิดจะบอกผมเรื่องนี้เมื่อไหร่หรือคิดจะปิดผมไปตลอดชีวิตแล้วให้ลูกของผมกลายเป็นคนไม่มีพ่ออย่างนั้นหรือถ้าผมไม่มาคงไม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหม" หยางหมิงยอมรับว่าตกใจกับสิ่งที่ได้ยินแต่ลึกๆ แล้วก็ดีใจที่ตัวเองจะได้เป็นพ่อคนเด็กคนนี้ถึงแม้จะเกิดมาจากความผิดพลาดแต่เขาสัญญาว่าจะเลี้ยงดูลูกของเขาด้วยความรักทั้งหมดที่เขามี

            " แล้วคุณจะให้ฉันบอกคุณยังไงคะ คุณอยู่ที่ไหนฉันยังไม่รู้เลยถ้าคุณไม่มาหาฉันฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปตามหาคุณฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณเต็มใจที่จะเป็นพ่อของลูกฉันแล้วคุณมั่นใจได้ยังไงว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณจริงๆ"เธอรู้สึกว่าคำพูดของเขาแต่ละคำไม่เข้าหูของเธอเลยยิ่งฟังเธอยิ่งโมโห ทั้งๆ ที่ความจริงเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

            " แต่อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มาแล้วคุณก็น่าจะบอกอะไรกับผมบ้างถ้าเกิดผมไม่รู้จากปากของเพื่อนคุณผมก็คงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพ่อคนแล้ว "เขาแทบไม่อยากจะจินตนาการว่าถ้าเกิดเขาไม่ออกตามหาเธอต่อไปเธอกับลูกจะใช้ชีวิตยังไง

            " ฉันไม่รู้ ฉันยังไม่มั่นใจเลยด้วยซ้ำว่าฉันท้องจริงๆ หรือเปล่ามันเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น" เล่อเยียนแถไปก่อน

            ทั้ง 3 คนนั่งตัวแข็งทื่อกับบทสนทนาของสองสามีภรรยาที่ไม่มีใครยอมใครตัวของหมีเมี่ยนเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยกับคำพูดที่เธอพูดออกไปเพราะเธอคิดว่าทั้งสองคนได้ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วไม่อย่างนั้นเล่อเยียนคงไม่กลับปักกิ่งไปกับเขาด้วยเธอได้แต่ส่งสายตาพร้อมกับแสดงความเสียใจต่อเล่อเยียนในสิ่งที่เธอพูดออกไปแบบไม่คิด

            " ถ้างั้นก็ไปตรวจให้มันรู้ชัดกันไปเลยที่โรงพยาบาลจะได้ไม่ต้องคาดเดาอะไรมั่วๆ"หยางหมิงลุกขึ้นเตรียมตัวจะไปที่โรงพยาบาล

            " นายช่วยใจเย็นๆ ก่อนได้ไหมพรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทางกันเถอะตอนนี้มันค่ำมืดแล้วเดินทางไม่สะดวกเท่าไหร่หรอก"ฮ่าวตูรีบเตือนสติเพื่อนของเขา ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีใจที่ตัวเองกำลังจะมีหลานแต่ก็ต้องเป็นห่วงความ ปลอดภัยของน้องสาวของตัวเองด้ว

            " คืนนี้ผมจะนอนกับคุณที่นี่พรุ่งนี้เช้าจะได้ตื่นออกเดินทางไปที่โรงพยาบาลแต่เช้าจะได้ไม่เสียเวลา"หยางหมิงบอกเล่อเยียน

            " คุณจะมานอนกับฉันได้ยังไงที่บ้านไม่ได้มีฉันแค่คนเดียวยังมีเพื่อนฉันอีกตั้ง3 คนที่เป็นผู้หญิง" เล่อเยียนตาโตพร้อมกับพูดออกไปนี่เขาสติแตกไปแล้วหรือยังไงกันนะไม่มีความเกรงใจอะไรกันบ้างเลยหรือยังไงบ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านของเธอเพียงคนเดียวนะแค่นี้ก็เกรงใจเพื่อนจะแย่อยู่แล้ว

            " พวกเราไม่มีปัญหาหรอกค่ะติดที่ฮุ่ยหลินไม่รู้ว่าเธอจะสะดวกใจหรือเปล่า" หมี่เมี่ยนพูดแก้เขินเธอเป็นสาวโสดนะจะมาพูดเรื่องหลับนอนแบบนี้ได้ยังไงกัน

            " ถ้างั้นคุณก็ต้องไปพักกับผม คุณมีทางเลือกอยู่ 2 ทางเลือกเอาแล้วกัน"แล้วเธอจะต้องเลือกทางไหนเธอถึงจะไม่เสียเปรียบกันล่ะ

            " ฉันไม่เลือกอะไรทั้งนั้นคุณก็ไปนอนบ้านพักของคุณฉันจะนอนที่นี่พรุ่งนี้เช้าคุณก็มาหาฉันแต่เช้าก็แล้วกันไม่งั้นคุณก็ไปตรวจของคุณเองคนเดียวเถอะค่ะ" เล่อเยียนพูดจบหล่อนก็เดินเข้าห้องพร้อมกับล็อกประตูทันทีเผด็จการที่สุดคิดว่าเขาจะมาบงการชีวิตของเธองั้นหรือ ฝันไปเถอะ

    ตั้งใจว่าจะลงให้วันละตอนแต่วันนี้รีดน่ารักเม้นท์กระจายไรท์แถมให้อีกตอน อุอิอุอิ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852