[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 จวนผู้ว่า (อัปเดต)

            เพื่อฉลองให้กับการเลื่อนตำแหน่งเป็นประธานเรือนซีหยางคืนวันนั้นเหยียนหลิงชิงที่อารมณ์ดีเป็นอย่างมากได้เชิญหลี่ลั่วและไช่เวยไปเลี้ยงฉลองจากนั้นหลี่ลั่วก็ได้รู้ซึ้งถึงความสามารถในการดื่มของเหยียนหลิงชิงอย่างแท้จริง

            สิ่งที่ทำให้เขาตะลึงที่สุดก็คือไม่เพียงแต่เหยียนหลิงชิงเท่านั้นที่ดื่มเก่งจนน่าสะพรึงแม้แต่ไช่เวยเองก็ร้ายกาจไม่เบาเลยเหมือนกันท่าทางการร่ำสุราอันดุดันของสองสาวนั้นสุดท้ายก็ทำเอาหลี่ลั่วได้แต่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆราวกับนกกระทาตัวน้อยที่แสนอ่อนแอ

            “หลี่ลั่วตราบใดที่เจ้ายังคงสนับสนุนน้ำต้นกำเนิดสูตรลับต่อไปข้าจะต้องทำให้น้ำยาแสงวิเศษที่เรือนซีหยางผลิตขึ้นมาทั้งหมดกลายเป็นของที่ดีที่สุดในมณฑลเทียนสู่ได้อย่างแน่นอน!”เหยียนหลิงชิงจ้องมองหลี่ลั่วด้วยแววตาที่ร้อนแรงขณะที่กำลังมึนเมา

            “ได้ข้าจะพยายามสนับสนุนอย่างเต็มที่” หลี่ลั่วยิ้มรับตอนนี้พลังอัตลักษณ์ของเขายังแค่ระดับเจ็ดตราเท่านั้นหากรอให้เขาก้าวขึ้นสู่ระดับลักษณาจารย์ได้อีกละก็พลังอัตลักษณ์ของเขาก็จะมีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อถึงเวลานั้นน้ำต้นกำเนิดสูตรลับที่เขาสามารถมอบให้ได้ก็น่าจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย

            หากเรือนซีหยางสามารถครองตลาดน้ำยาแสงวิเศษของมณฑลเทียนสู่ได้ผลกำไรต่อปีของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของหลี่ลั่วในอนาคต

            “เช่นนั้นขออวยพรให้เรือนซีหยางครองตลาดมณฑลเทียนสู่ได้ล่วงหน้าเลยแล้วกัน”

            ไช่เวยหัวเราะเบาๆภายใต้อิทธิพลของสุราใบหน้ารูปไข่ที่งดงามราวกับดอกไม้อยู่แล้วยิ่งดูมีเสน่ห์และเย้ายวนใจมากยิ่งขึ้น

            ทั้งสามคนชนแก้วกันอย่างยิ้มแย้ม

            ...

            หลังจากที่ช่วยเหยียนหลิงชิงจัดการปัญหาภายในเรือนซีหยางแล้วในที่สุดหลี่ลั่วก็เบาใจลงได้ไม่น้อย ซึ่งในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาก็ลดเวลาในการไปที่เรือนซีหยางลงเล็กน้อย

            เพราะเมื่อวันหยุดใกล้หมดลงหลี่ลั่วก็ต้องเริ่มคิดถึงเรื่องที่สำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งแล้วนั่นคือการสอบใหญ่ของวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึง

            การสอบใหญ่ของวิทยาลัยจะเป็นตัวกำหนดสิทธิ์ในการเข้าเรียนที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงในฐานะวิทยาลัยระดับสูงที่ดีที่สุดของอาณาจักรต้าเซี่ยที่นั่นคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าเด็กหนุ่มเด็กสาวนับไม่ถ้วนต่างก็ใฝ่ฝัน

            ทั่วทั้งอาณาจักรต้าเซี่ยไม่มีผู้มีอิทธิพลใดกล้าที่จะเพิกเฉยต่ออำนาจและคุณสมบัติของวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงก่อนหน้านี้ ในอาณาจักรต้าเซี่ยเองก็เคยมีการเปลี่ยนราชวงศ์เช่นกันแต่ไม่ว่าราชวงศ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิมไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและขุมพลังของวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี

            มีข่าวลือด้วยว่าภายในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงนั้น มียอดฝีมือระดับราชันคงอยู่

            ดังนั้นแม้ว่าหลี่ลั่วจะเป็นคุณชายน้อยของคฤหาสน์ลั่วหลานแต่เมื่อเทียบกับวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงแล้ว ก็ยังคงห่างชั้นกันมากดังนั้นเมื่อคำนึงถึงอนาคตของตัวเองแล้วหลี่ลั่วจึงต้องเข้าเรียนที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงให้ได้

            ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีสัญญากับเจียงชิงเอ๋อร์อีกด้วย

            การสอบใหญ่ของวิทยาลัยจะครอบคลุมวิทยาลัยระดับกลางทั้งหมดในมณฑลเทียนสู่และวิทยาลัยระดับกลางแต่ละแห่งจะส่งนักศึกษาชั้นหัวกะทิยี่สิบอันดับแรกมาแข่งขันเพื่อชิงสิทธิ์เข้าเรียนในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิง

            ทุกๆปี จำนวนสิทธิ์ที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงมอบให้นั้นจะไม่เท่ากันแต่ตามกฎที่ไม่เคยเปลี่ยนมาตั้งแต่อดีตแล้วผู้ที่ติดสิบอันดับแรกของการสอบใหญ่จะได้รับสิทธิ์เข้าเรียนอย่างแน่นอนส่วนสิทธิ์ที่เหลือจะถูกแบ่งตามผลงานในการสอบใหญ่ของแต่ละวิทยาลัย

            ดังนั้นเป้าหมายของหลี่ลั่วคือการติดสิบอันดับแรกในการสอบใหญ่ให้ได้

            “สิบอันดับแรก...ไม่ง่ายเลยจริงๆ”

            ภายในห้องบำเพ็ญลับหลี่ลั่วที่เพิ่งเสร็จจากการบำเพ็ญก็มีสีหน้าเคร่งขรึมแม้ว่าวิทยาลัยหนานเฟิงจะเป็นวิทยาลัยอันดับหนึ่งของมณฑลเทียนสู่แต่ก็ไม่สามารถดูแคลนวิทยาลัยอื่นๆ ได้เลยเช่นกันบางทีนักศึกษายี่สิบอันดับแรกของวิทยาลัยอื่นๆ ส่วนใหญ่อาจจะไม่น่ากลัว ทว่าในแต่ละวิทยาลัยก็ย่อมต้องมีอย่างน้อยสองสามคนที่มีฝีมือจริงๆอยู่แล้ว และเมื่อรวมทุกวิทยาลัยเข้าด้วยกัน มันก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว

            ยิ่งไปกว่านั้นยังมีวิทยาลัยตงยวนที่เป็นคู่แข่งโดยตรงต่อวิทยาลัยหนานเฟิงอยู่ด้วย

            การที่เขาจะฝ่าฟันคู่แข่งมากมายขนาดนี้เพื่อเข้าไปติดสิบอันดับแรกนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันจะยากเย็นเพียงใด

            ตอนนี้ความแข็งแกร่งของหลี่ลั่วอยู่ที่ระดับเจ็ดตราซึ่ง “อัตลักษณ์น้ำแสง”ของเขาน่าจะสามารถยกระดับไปถึงระดับหกได้ก่อนการสอบใหญ่จะมาถึงแต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาสบายใจได้เลย

            เพราะในขณะที่เขากำลังพัฒนาคนอื่นๆ เองก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่เช่นกัน

            ดังนั้นในการสอบใหญ่ครั้งนี้ หลี่ลั่วไม่สามารถประมาทได้

            หลี่ลั่วจึงได้ตรวจสอบพลังและความสามารถทั้งหมดของตัวเองอย่างจริงจังจากนั้นเขาก็พบข้อบกพร่องบางอย่างของตัวเอง

            ข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดคือเขาขาดทักษะการโจมตีที่มีประสิทธิภาพ ก่อนหน้านี้ตอนที่ต่อสู้กับซ่งอวิ๋นเฟิงแม้ว่าพลังอัตลักษณ์ของทั้งสองฝ่ายจะห่างชั้นกันมาก ทำให้เขาทำอะไรไม่ค่อยได้ต่อให้ในท้ายที่สุดแล้วเขาจะสามารถใช้ “วิชากระจกวารี” ฉบับดัดแปลงบีบให้การต่อสู้จบลงด้วยการเสมอได้แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงข้อเสียของหลี่ลั่วที่ขาดแคลนทักษะโจมตีด้วยเช่นกันการโจมตีของเขายากที่จะสร้างแรงกดดันอะไรให้กับซ่งอวิ๋นเฟิงได้เลย

            แต่ปัญหานี้ไม่ใช่แค่หลี่ลั่วคนเดียวเท่านั้นเกรงว่าผู้ครอบครองอัตลักษณ์น้ำทุกคนล้วนมีปัญหานี้เหมือนกันอัตลักษณ์น้ำนั้นจะมีพลังโจมตีและพลังทำลายล้าง ด้อยกว่าอัตลักษณ์ไฟ สายฟ้าหรือทอง

            แน่นอนว่าหากตกอยู่ในการต่อสู้ยืดเยื้อ อัตลักษณ์น้ำจะค่อยๆ แสดงความได้เปรียบออกมาแต่หลี่ลั่วกลับรู้สึกว่าแบบนี้มันค่อนข้างเสียเปรียบดังนั้นเขาจึงต้องหาวิธีเพิ่มทักษะการโจมตีของตัวเองขึ้นสักหน่อย

            ผู้ครอบครองอัตลักษณ์น้ำคนอื่นๆอาจจะรู้สึกสิ้นหวังกับเรื่องนี้ แต่หลี่ลั่วกลับไม่เหมือนกับพวกเขาเพราะเขาไม่ได้มีแค่อัตลักษณ์น้ำธรรมดาเท่านั้น แต่เป็น “อัตลักษณ์น้ำแสง”ที่หาได้ยากยิ่ง!

            ระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้นหลี่ลั่วก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องบำเพ็ญลับ ขึ้นไปยังหอซ่อนตำราโดยตรง

            ...

            นครหนานเฟิงจวนผู้ว่ามณฑล

            ในอาณาจักรต้าเซี่ยนี้ผู้ว่ามณฑลคือผู้มีอำนาจสูงสุดในมณฑล ดังนั้นหากจะกล่าวถึงฐานะและอำนาจแล้วจวนผู้ว่ามณฑลจึงถือว่ามีอำนาจสูงสุดในมณฑล

            “ฮ่าๆน้องซ่ง ข้าอยากจะเชิญเจ้ามาที่จวนผู้ว่ามณฑลนานแล้วเพียงแต่ก่อนหน้านี้ข้าไม่ว่างจริงๆ เลยไม่มีเวลา จึงได้แต่รอจนถึงวันนี้”

            มีเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงดังขึ้นภายในห้องโถงของจวนผู้ว่าเจ้าของเสียงหัวเราะนั้นเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าผอมบางถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าแต่กลับแผ่รังสีที่น่าเกรงขามออกมาอย่างบอกไม่ถูก

            เขาคือผู้ว่ามณฑลของมณฑลเทียนสู่ชื่อว่า ซือฉิง ตัวเขาเองก็เป็นยอดฝีมือระดับขุนพลสวรรค์คนหนึ่งเหมือนกัน

            ส่วนคนที่นั่งข้างๆเขาก็คือ ซ่งซาน ประมุขตระกูลซ่ง

            “ท่านผู้ว่าต้องยุ่งกับการบริหารบ้านเมืองตลอดเวลาไหนเลยจะมีเวลาว่างเหมือนกับคนว่างงานอย่างเราๆ ได้” ซ่งซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “น้องซ่งเจ้าอย่าล้อข้าเล่นสิ” ซือฉิงยิ้มบางๆ เขายกถ้วยชาขึ้น มองใบชาที่ลอยอยู่บนน้ำชาจากนั้นก็กล่าวออกมาส่งๆ ว่า “ช่วงนี้ตระกูลซ่งดูคึกคักไม่น้อยเลยคิดว่าคงจะได้แบ่งเค้กมาจากคฤหาสน์ลั่วหลานไม่น้อยเลยสินะ”

            ซ่งซานกล่าว“ต้องขอบคุณคำแนะนำของท่านผู้ว่ามณฑลเลย”

            “คฤหาสน์ลั่วหลานช่างน่าเสียดายจริงๆหากทั้งสองท่านนั้นไม่หายสาบสูญไปละก็บางทีในอนาคตห้าคฤหาสน์ใหญ่ของอาณาจักรต้าเซี่ยอาจจะต้องยกให้คฤหาสน์ลั่วหลานเป็นผู้นำก็เป็นได้”ซือฉิงยิ้มกล่าว

            “น่าเสียดายทั้งสองท่านนั้นโดดเด่นเกินไป มิฉะนั้น...” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็หยุดพูดลง

            “ตอนนี้คฤหาสน์ลั่วหลานกำลังลำบากตระกูลซ่งต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ดีๆ เล่า” เขามองซ่งซานแล้วกล่าว

            “ขอบคุณท่านผู้ว่ามณฑลที่ย้ำเตือนตระกูลซ่งเราจักจดจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้อย่างดี ซ่งซานพยักหน้าแล้วค่อยๆกล่าวออกมา

            ซือฉิงยิ้มจากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องคุย

            นอกห้องโถงมีทะเลสาบอยู่ ซ่งอวิ๋นเฟิงฟังเสียงที่ดังออกมาจากภายในห้องโถงเป็นครั้งคราวจากนั้นสายตาก็มองไปยังริมทะเลสาบด้านหน้า

            ตรงนั้นมีเด็กหนุ่มสวมชุดสีขาวคนหนึ่งเด็กหนุ่มคนนั้นมีผมสั้น ด้านหลังมีผมเปียห้อยลงมาหนึ่งเส้นเขากำลังถืออาหารเลี้ยงปลาอยู่ที่ริมทะเลสาบอย่างเรื่อยเปื่อย

            หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาถึงได้ปัดเศษอาหารปลาบนมือทิ้งมีสาวใช้คนหนึ่งรีบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาอย่างนอบน้อมเขารับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดมืออย่างลวกๆ จากนั้นก็หันหลังกลับเดินตรงมาหาซ่งอวิ๋นเฟิง

            เมื่อเดินเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขาก็ชัดเจนขึ้น หากจะกล่าวถึงรูปร่างหน้าตาแล้วเขาออกจะดูค่อนข้างธรรมดา มีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนริมฝีปาก

            แต่ระหว่างที่มองเด็กหนุ่มที่ดูธรรมดาคนนี้ซ่งอวิ๋นเฟิงกลับรู้สึกได้ถึงอันตรายรางๆ อย่างบอกไม่ถูก

            บุคคลตรงหน้าคือบุตรชายของผู้ว่ามณฑลซือคง

            และยังเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดของวิทยาลัยตงยวนด้วย

            “อวิ๋นเฟิงในการสอบใหญ่ของวิทยาลัยปีนี้ พ่อข้าได้บอกไว้แล้วว่าจะต้องช่วยให้วิทยาลัยตงยวนคว้าป้ายวิทยาลัยอันดับหนึ่งของมณฑลเทียนสู่มาให้ได้”ซือคงยิ้มกล่าว

            “ด้วยความแข็งแกร่งของสหายซือคงแล้วโอกาสย่อมต้องสูงมากอยู่แล้ว” ซ่งอวิ๋นเฟิงกล่าว

            “ยังไม่พอหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ของพวกเจ้าวิทยาลัยหนานเฟิง ไม่ใช่คนที่รับมือได้ง่ายๆ เลยหากต้องเผชิญหน้ากัน นางก็ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจคนหนึ่งเลย” ซือคงกล่าว

            ซ่งอวิ๋นเฟิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเขาย่อมรู้ถึงความแข็งแกร่งของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์เช่นกัน

            “ถึงแม้ว่าข้าจะไม่กลัวนางแต่ข้าไม่ชอบความไม่แน่นอน ดังนั้นในการสอบใหญ่ของวิทยาลัยครั้งนี้อาจจะต้องให้เจ้าช่วยเหลืออะไรข้าสักเล็กน้อย” ซือคงกล่าวเสียงเรียบ

            เมื่อซ่งอวิ๋นเฟิงได้ยินดังนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างอดไม่ได้ กล่าวด้วยความลำบากใจว่า “สหายซือคงนี่เจ้าต้องการให้ข้าทรยศวิทยาลัยหนานเฟิงงั้นหรือ?”

            “เฮ้อคำพูดของเจ้าช่างไม่น่าฟังเอาเสียเลยนะอีกอย่างเจ้ามองวิทยาลัยหนานเฟิงเป็นครอบครัวจริงๆ หรือ? ที่นั่นเป็นเพียงแค่ที่แวะพักชั่วคราวในเส้นทางการบำเพ็ญของพวกเราเท่านั้นตราบใดที่เจ้าสามารถติดสิบอันดับแรกในการสอบใหญ่ได้เจ้าย่อมสามารถเข้าเรียนที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงได้อยู่แล้วเมื่อถึงเวลานั้นเจ้ายังต้องสนใจวิทยาลัยหนานเฟิงอีกหรือ?” ซือคงยิ้มกล่าว

            “อีกอย่างเจ้าวางใจเถอะข้าจะไม่ให้เจ้าทำเรื่องที่โจ่งแจ้งเกินไปหรอก”

            เขาโบกมือแล้วกล่าวว่า“นี่เป็นเจตนาของพ่อข้าด้วยผู้อำนวยการของวิทยาลัยหนานเฟิงเคยมีเรื่องบาดหมางกับพ่อข้าเคยขัดขวางการเลื่อนตำแหน่งของพ่อข้าหลายครั้งดังนั้นปีนี้ข้าจะต้องคว้าป้ายวิทยาลัยอันดับหนึ่งของมณฑลเทียนสู่มาให้ได้เท่านั้น”

            ซ่งอวิ๋นเฟิงเงียบไปนานสุดท้ายก็พยักหน้าอย่างยากลำบาก

            ซือคงถึงได้ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนยื่นมือออกไปตบไหล่ของซ่งอวิ๋นเฟิงเบาๆ แล้วกล่าวว่า “จริงสิได้ยินมาว่าเจ้าหลี่ลั่วนั้นมีอัตลักษณ์แล้ว? ก่อนหน้านี้ยังเคยต่อสู้กับเจ้าจนเสมอกันด้วยหรือ?”

            เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แววตาของซ่งอวิ๋นเฟิงก็ดูมืดมนลง กล่าวว่า “มันก็แค่ใช้อุบายเท่านั้นหากได้พบเจอกันในการสอบใหญ่ มันไม่มีทางเสมอกับข้าได้อีกแน่”

            “อย่างนั้นหรือ...”

            ซือคงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า“ช่างน่าเสียดายจริงๆข้ายังอยากจะประลองกับคุณชายน้อยคนนี้ในการสอบใหญ่สักครั้งเหมือนกันแต่พอได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้แล้ว ข้าก็หมดความสนใจลงไปไม่น้อยเลย”

            “ไม่จำเป็นต้องให้สหายซือคงลงมือเองหรอกหากมีโอกาสข้าจะจัดการมันเอง” ซ่งอวิ๋นเฟิงกล่าว

            “ก็ดี”

            “ถึงแม้ว่าข้าจะเคยเจอคนผู้นี้เพียงไม่กี่ครั้งแต่ข้าเกลียดเขามากเลยละ” ซือคงยิ้มบางๆ

            เมื่อเห็นว่าซือคงแสดงความเกลียดชังต่อหลี่ลั่วออกมาซ่งอวิ๋นเฟิงก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

            เมื่อซือคงเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

            “มันก็ถือเป็นเรื่องน่าอายอยู่บ้างในอดีตพ่อข้าเคยคิดจะขอเจียงชิงเอ๋อร์จากคฤหาสน์ลั่วหลานมาเป็นคู่หมั้นให้กับข้า...”

            “ฮ่าๆแน่นอนว่าสุดท้ายก็ถูกประมุขคฤหาสน์ทั้งสองท่านนั้นปฏิเสธตรงๆ”

            “ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขา...คิดจะเก็บเอาไว้ให้ลูกชายตัวเอง...”

            “น่าเสียดายไม่รู้ว่าลูกชายที่ไร้น้ำยาของพวกเขาจะสามารถรักษาอัญมณีเม็ดงามเช่นนี้เอาไว้ได้หรือไม่?”

            เมื่อซ่งอวิ๋นเฟิงได้ยินดังนั้นเขาก็เข้าใจเรื่องราวทันที ถึงได้รู้ว่าเหตุใดตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้จวนผู้ว่าถึงได้คอยยุยงส่งเสริมให้พวกเขาตระกูลซ่งไปฮุบกิจการของคฤหาสน์ลั่วหลานที่แท้...

            ระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นเคยมีเรื่องราวเช่นนี้มาก่อนด้วย

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance ที่คุณอ่าน

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810