เพื่อฉลองให้กับการเลื่อนตำแหน่งเป็นประธานเรือนซีหยางคืนวันนั้นเหยียนหลิงชิงที่อารมณ์ดีเป็นอย่างมากได้เชิญหลี่ลั่วและไช่เวยไปเลี้ยงฉลองจากนั้นหลี่ลั่วก็ได้รู้ซึ้งถึงความสามารถในการดื่มของเหยียนหลิงชิงอย่างแท้จริง
สิ่งที่ทำให้เขาตะลึงที่สุดก็คือไม่เพียงแต่เหยียนหลิงชิงเท่านั้นที่ดื่มเก่งจนน่าสะพรึงแม้แต่ไช่เวยเองก็ร้ายกาจไม่เบาเลยเหมือนกันท่าทางการร่ำสุราอันดุดันของสองสาวนั้นสุดท้ายก็ทำเอาหลี่ลั่วได้แต่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆราวกับนกกระทาตัวน้อยที่แสนอ่อนแอ
“หลี่ลั่วตราบใดที่เจ้ายังคงสนับสนุนน้ำต้นกำเนิดสูตรลับต่อไปข้าจะต้องทำให้น้ำยาแสงวิเศษที่เรือนซีหยางผลิตขึ้นมาทั้งหมดกลายเป็นของที่ดีที่สุดในมณฑลเทียนสู่ได้อย่างแน่นอน!”เหยียนหลิงชิงจ้องมองหลี่ลั่วด้วยแววตาที่ร้อนแรงขณะที่กำลังมึนเมา
“ได้ข้าจะพยายามสนับสนุนอย่างเต็มที่” หลี่ลั่วยิ้มรับตอนนี้พลังอัตลักษณ์ของเขายังแค่ระดับเจ็ดตราเท่านั้นหากรอให้เขาก้าวขึ้นสู่ระดับลักษณาจารย์ได้อีกละก็พลังอัตลักษณ์ของเขาก็จะมีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อถึงเวลานั้นน้ำต้นกำเนิดสูตรลับที่เขาสามารถมอบให้ได้ก็น่าจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย
หากเรือนซีหยางสามารถครองตลาดน้ำยาแสงวิเศษของมณฑลเทียนสู่ได้ผลกำไรต่อปีของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของหลี่ลั่วในอนาคต
“เช่นนั้นขออวยพรให้เรือนซีหยางครองตลาดมณฑลเทียนสู่ได้ล่วงหน้าเลยแล้วกัน”
ไช่เวยหัวเราะเบาๆภายใต้อิทธิพลของสุราใบหน้ารูปไข่ที่งดงามราวกับดอกไม้อยู่แล้วยิ่งดูมีเสน่ห์และเย้ายวนใจมากยิ่งขึ้น
ทั้งสามคนชนแก้วกันอย่างยิ้มแย้ม
...
หลังจากที่ช่วยเหยียนหลิงชิงจัดการปัญหาภายในเรือนซีหยางแล้วในที่สุดหลี่ลั่วก็เบาใจลงได้ไม่น้อย ซึ่งในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาก็ลดเวลาในการไปที่เรือนซีหยางลงเล็กน้อย
เพราะเมื่อวันหยุดใกล้หมดลงหลี่ลั่วก็ต้องเริ่มคิดถึงเรื่องที่สำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งแล้วนั่นคือการสอบใหญ่ของวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึง
การสอบใหญ่ของวิทยาลัยจะเป็นตัวกำหนดสิทธิ์ในการเข้าเรียนที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงในฐานะวิทยาลัยระดับสูงที่ดีที่สุดของอาณาจักรต้าเซี่ยที่นั่นคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าเด็กหนุ่มเด็กสาวนับไม่ถ้วนต่างก็ใฝ่ฝัน
ทั่วทั้งอาณาจักรต้าเซี่ยไม่มีผู้มีอิทธิพลใดกล้าที่จะเพิกเฉยต่ออำนาจและคุณสมบัติของวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงก่อนหน้านี้ ในอาณาจักรต้าเซี่ยเองก็เคยมีการเปลี่ยนราชวงศ์เช่นกันแต่ไม่ว่าราชวงศ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิมไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและขุมพลังของวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี
มีข่าวลือด้วยว่าภายในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงนั้น มียอดฝีมือระดับราชันคงอยู่
ดังนั้นแม้ว่าหลี่ลั่วจะเป็นคุณชายน้อยของคฤหาสน์ลั่วหลานแต่เมื่อเทียบกับวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงแล้ว ก็ยังคงห่างชั้นกันมากดังนั้นเมื่อคำนึงถึงอนาคตของตัวเองแล้วหลี่ลั่วจึงต้องเข้าเรียนที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงให้ได้
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีสัญญากับเจียงชิงเอ๋อร์อีกด้วย
การสอบใหญ่ของวิทยาลัยจะครอบคลุมวิทยาลัยระดับกลางทั้งหมดในมณฑลเทียนสู่และวิทยาลัยระดับกลางแต่ละแห่งจะส่งนักศึกษาชั้นหัวกะทิยี่สิบอันดับแรกมาแข่งขันเพื่อชิงสิทธิ์เข้าเรียนในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิง
ทุกๆปี จำนวนสิทธิ์ที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงมอบให้นั้นจะไม่เท่ากันแต่ตามกฎที่ไม่เคยเปลี่ยนมาตั้งแต่อดีตแล้วผู้ที่ติดสิบอันดับแรกของการสอบใหญ่จะได้รับสิทธิ์เข้าเรียนอย่างแน่นอนส่วนสิทธิ์ที่เหลือจะถูกแบ่งตามผลงานในการสอบใหญ่ของแต่ละวิทยาลัย
ดังนั้นเป้าหมายของหลี่ลั่วคือการติดสิบอันดับแรกในการสอบใหญ่ให้ได้
“สิบอันดับแรก...ไม่ง่ายเลยจริงๆ”
ภายในห้องบำเพ็ญลับหลี่ลั่วที่เพิ่งเสร็จจากการบำเพ็ญก็มีสีหน้าเคร่งขรึมแม้ว่าวิทยาลัยหนานเฟิงจะเป็นวิทยาลัยอันดับหนึ่งของมณฑลเทียนสู่แต่ก็ไม่สามารถดูแคลนวิทยาลัยอื่นๆ ได้เลยเช่นกันบางทีนักศึกษายี่สิบอันดับแรกของวิทยาลัยอื่นๆ ส่วนใหญ่อาจจะไม่น่ากลัว ทว่าในแต่ละวิทยาลัยก็ย่อมต้องมีอย่างน้อยสองสามคนที่มีฝีมือจริงๆอยู่แล้ว และเมื่อรวมทุกวิทยาลัยเข้าด้วยกัน มันก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีวิทยาลัยตงยวนที่เป็นคู่แข่งโดยตรงต่อวิทยาลัยหนานเฟิงอยู่ด้วย
การที่เขาจะฝ่าฟันคู่แข่งมากมายขนาดนี้เพื่อเข้าไปติดสิบอันดับแรกนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันจะยากเย็นเพียงใด
ตอนนี้ความแข็งแกร่งของหลี่ลั่วอยู่ที่ระดับเจ็ดตราซึ่ง “อัตลักษณ์น้ำแสง”ของเขาน่าจะสามารถยกระดับไปถึงระดับหกได้ก่อนการสอบใหญ่จะมาถึงแต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาสบายใจได้เลย
เพราะในขณะที่เขากำลังพัฒนาคนอื่นๆ เองก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่เช่นกัน
ดังนั้นในการสอบใหญ่ครั้งนี้ หลี่ลั่วไม่สามารถประมาทได้
หลี่ลั่วจึงได้ตรวจสอบพลังและความสามารถทั้งหมดของตัวเองอย่างจริงจังจากนั้นเขาก็พบข้อบกพร่องบางอย่างของตัวเอง
ข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดคือเขาขาดทักษะการโจมตีที่มีประสิทธิภาพ ก่อนหน้านี้ตอนที่ต่อสู้กับซ่งอวิ๋นเฟิงแม้ว่าพลังอัตลักษณ์ของทั้งสองฝ่ายจะห่างชั้นกันมาก ทำให้เขาทำอะไรไม่ค่อยได้ต่อให้ในท้ายที่สุดแล้วเขาจะสามารถใช้ “วิชากระจกวารี” ฉบับดัดแปลงบีบให้การต่อสู้จบลงด้วยการเสมอได้แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงข้อเสียของหลี่ลั่วที่ขาดแคลนทักษะโจมตีด้วยเช่นกันการโจมตีของเขายากที่จะสร้างแรงกดดันอะไรให้กับซ่งอวิ๋นเฟิงได้เลย
แต่ปัญหานี้ไม่ใช่แค่หลี่ลั่วคนเดียวเท่านั้นเกรงว่าผู้ครอบครองอัตลักษณ์น้ำทุกคนล้วนมีปัญหานี้เหมือนกันอัตลักษณ์น้ำนั้นจะมีพลังโจมตีและพลังทำลายล้าง ด้อยกว่าอัตลักษณ์ไฟ สายฟ้าหรือทอง
แน่นอนว่าหากตกอยู่ในการต่อสู้ยืดเยื้อ อัตลักษณ์น้ำจะค่อยๆ แสดงความได้เปรียบออกมาแต่หลี่ลั่วกลับรู้สึกว่าแบบนี้มันค่อนข้างเสียเปรียบดังนั้นเขาจึงต้องหาวิธีเพิ่มทักษะการโจมตีของตัวเองขึ้นสักหน่อย
ผู้ครอบครองอัตลักษณ์น้ำคนอื่นๆอาจจะรู้สึกสิ้นหวังกับเรื่องนี้ แต่หลี่ลั่วกลับไม่เหมือนกับพวกเขาเพราะเขาไม่ได้มีแค่อัตลักษณ์น้ำธรรมดาเท่านั้น แต่เป็น “อัตลักษณ์น้ำแสง”ที่หาได้ยากยิ่ง!
ระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้นหลี่ลั่วก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องบำเพ็ญลับ ขึ้นไปยังหอซ่อนตำราโดยตรง
...
นครหนานเฟิงจวนผู้ว่ามณฑล
ในอาณาจักรต้าเซี่ยนี้ผู้ว่ามณฑลคือผู้มีอำนาจสูงสุดในมณฑล ดังนั้นหากจะกล่าวถึงฐานะและอำนาจแล้วจวนผู้ว่ามณฑลจึงถือว่ามีอำนาจสูงสุดในมณฑล
“ฮ่าๆน้องซ่ง ข้าอยากจะเชิญเจ้ามาที่จวนผู้ว่ามณฑลนานแล้วเพียงแต่ก่อนหน้านี้ข้าไม่ว่างจริงๆ เลยไม่มีเวลา จึงได้แต่รอจนถึงวันนี้”
มีเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงดังขึ้นภายในห้องโถงของจวนผู้ว่าเจ้าของเสียงหัวเราะนั้นเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าผอมบางถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าแต่กลับแผ่รังสีที่น่าเกรงขามออกมาอย่างบอกไม่ถูก
เขาคือผู้ว่ามณฑลของมณฑลเทียนสู่ชื่อว่า ซือฉิง ตัวเขาเองก็เป็นยอดฝีมือระดับขุนพลสวรรค์คนหนึ่งเหมือนกัน
ส่วนคนที่นั่งข้างๆเขาก็คือ ซ่งซาน ประมุขตระกูลซ่ง
“ท่านผู้ว่าต้องยุ่งกับการบริหารบ้านเมืองตลอดเวลาไหนเลยจะมีเวลาว่างเหมือนกับคนว่างงานอย่างเราๆ ได้” ซ่งซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“น้องซ่งเจ้าอย่าล้อข้าเล่นสิ” ซือฉิงยิ้มบางๆ เขายกถ้วยชาขึ้น มองใบชาที่ลอยอยู่บนน้ำชาจากนั้นก็กล่าวออกมาส่งๆ ว่า “ช่วงนี้ตระกูลซ่งดูคึกคักไม่น้อยเลยคิดว่าคงจะได้แบ่งเค้กมาจากคฤหาสน์ลั่วหลานไม่น้อยเลยสินะ”
ซ่งซานกล่าว“ต้องขอบคุณคำแนะนำของท่านผู้ว่ามณฑลเลย”
“คฤหาสน์ลั่วหลานช่างน่าเสียดายจริงๆหากทั้งสองท่านนั้นไม่หายสาบสูญไปละก็บางทีในอนาคตห้าคฤหาสน์ใหญ่ของอาณาจักรต้าเซี่ยอาจจะต้องยกให้คฤหาสน์ลั่วหลานเป็นผู้นำก็เป็นได้”ซือฉิงยิ้มกล่าว
“น่าเสียดายทั้งสองท่านนั้นโดดเด่นเกินไป มิฉะนั้น...” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็หยุดพูดลง
“ตอนนี้คฤหาสน์ลั่วหลานกำลังลำบากตระกูลซ่งต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ดีๆ เล่า” เขามองซ่งซานแล้วกล่าว
“ขอบคุณท่านผู้ว่ามณฑลที่ย้ำเตือนตระกูลซ่งเราจักจดจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้อย่างดี ซ่งซานพยักหน้าแล้วค่อยๆกล่าวออกมา
ซือฉิงยิ้มจากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องคุย
นอกห้องโถงมีทะเลสาบอยู่ ซ่งอวิ๋นเฟิงฟังเสียงที่ดังออกมาจากภายในห้องโถงเป็นครั้งคราวจากนั้นสายตาก็มองไปยังริมทะเลสาบด้านหน้า
ตรงนั้นมีเด็กหนุ่มสวมชุดสีขาวคนหนึ่งเด็กหนุ่มคนนั้นมีผมสั้น ด้านหลังมีผมเปียห้อยลงมาหนึ่งเส้นเขากำลังถืออาหารเลี้ยงปลาอยู่ที่ริมทะเลสาบอย่างเรื่อยเปื่อย
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาถึงได้ปัดเศษอาหารปลาบนมือทิ้งมีสาวใช้คนหนึ่งรีบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาอย่างนอบน้อมเขารับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดมืออย่างลวกๆ จากนั้นก็หันหลังกลับเดินตรงมาหาซ่งอวิ๋นเฟิง
เมื่อเดินเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขาก็ชัดเจนขึ้น หากจะกล่าวถึงรูปร่างหน้าตาแล้วเขาออกจะดูค่อนข้างธรรมดา มีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนริมฝีปาก
แต่ระหว่างที่มองเด็กหนุ่มที่ดูธรรมดาคนนี้ซ่งอวิ๋นเฟิงกลับรู้สึกได้ถึงอันตรายรางๆ อย่างบอกไม่ถูก
บุคคลตรงหน้าคือบุตรชายของผู้ว่ามณฑลซือคง
และยังเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดของวิทยาลัยตงยวนด้วย
“อวิ๋นเฟิงในการสอบใหญ่ของวิทยาลัยปีนี้ พ่อข้าได้บอกไว้แล้วว่าจะต้องช่วยให้วิทยาลัยตงยวนคว้าป้ายวิทยาลัยอันดับหนึ่งของมณฑลเทียนสู่มาให้ได้”ซือคงยิ้มกล่าว
“ด้วยความแข็งแกร่งของสหายซือคงแล้วโอกาสย่อมต้องสูงมากอยู่แล้ว” ซ่งอวิ๋นเฟิงกล่าว
“ยังไม่พอหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ของพวกเจ้าวิทยาลัยหนานเฟิง ไม่ใช่คนที่รับมือได้ง่ายๆ เลยหากต้องเผชิญหน้ากัน นางก็ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจคนหนึ่งเลย” ซือคงกล่าว
ซ่งอวิ๋นเฟิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเขาย่อมรู้ถึงความแข็งแกร่งของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์เช่นกัน
“ถึงแม้ว่าข้าจะไม่กลัวนางแต่ข้าไม่ชอบความไม่แน่นอน ดังนั้นในการสอบใหญ่ของวิทยาลัยครั้งนี้อาจจะต้องให้เจ้าช่วยเหลืออะไรข้าสักเล็กน้อย” ซือคงกล่าวเสียงเรียบ
เมื่อซ่งอวิ๋นเฟิงได้ยินดังนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างอดไม่ได้ กล่าวด้วยความลำบากใจว่า “สหายซือคงนี่เจ้าต้องการให้ข้าทรยศวิทยาลัยหนานเฟิงงั้นหรือ?”
“เฮ้อคำพูดของเจ้าช่างไม่น่าฟังเอาเสียเลยนะอีกอย่างเจ้ามองวิทยาลัยหนานเฟิงเป็นครอบครัวจริงๆ หรือ? ที่นั่นเป็นเพียงแค่ที่แวะพักชั่วคราวในเส้นทางการบำเพ็ญของพวกเราเท่านั้นตราบใดที่เจ้าสามารถติดสิบอันดับแรกในการสอบใหญ่ได้เจ้าย่อมสามารถเข้าเรียนที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงได้อยู่แล้วเมื่อถึงเวลานั้นเจ้ายังต้องสนใจวิทยาลัยหนานเฟิงอีกหรือ?” ซือคงยิ้มกล่าว
“อีกอย่างเจ้าวางใจเถอะข้าจะไม่ให้เจ้าทำเรื่องที่โจ่งแจ้งเกินไปหรอก”
เขาโบกมือแล้วกล่าวว่า“นี่เป็นเจตนาของพ่อข้าด้วยผู้อำนวยการของวิทยาลัยหนานเฟิงเคยมีเรื่องบาดหมางกับพ่อข้าเคยขัดขวางการเลื่อนตำแหน่งของพ่อข้าหลายครั้งดังนั้นปีนี้ข้าจะต้องคว้าป้ายวิทยาลัยอันดับหนึ่งของมณฑลเทียนสู่มาให้ได้เท่านั้น”
ซ่งอวิ๋นเฟิงเงียบไปนานสุดท้ายก็พยักหน้าอย่างยากลำบาก
ซือคงถึงได้ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนยื่นมือออกไปตบไหล่ของซ่งอวิ๋นเฟิงเบาๆ แล้วกล่าวว่า “จริงสิได้ยินมาว่าเจ้าหลี่ลั่วนั้นมีอัตลักษณ์แล้ว? ก่อนหน้านี้ยังเคยต่อสู้กับเจ้าจนเสมอกันด้วยหรือ?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แววตาของซ่งอวิ๋นเฟิงก็ดูมืดมนลง กล่าวว่า “มันก็แค่ใช้อุบายเท่านั้นหากได้พบเจอกันในการสอบใหญ่ มันไม่มีทางเสมอกับข้าได้อีกแน่”
“อย่างนั้นหรือ...”
ซือคงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า“ช่างน่าเสียดายจริงๆข้ายังอยากจะประลองกับคุณชายน้อยคนนี้ในการสอบใหญ่สักครั้งเหมือนกันแต่พอได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้แล้ว ข้าก็หมดความสนใจลงไปไม่น้อยเลย”
“ไม่จำเป็นต้องให้สหายซือคงลงมือเองหรอกหากมีโอกาสข้าจะจัดการมันเอง” ซ่งอวิ๋นเฟิงกล่าว
“ก็ดี”
“ถึงแม้ว่าข้าจะเคยเจอคนผู้นี้เพียงไม่กี่ครั้งแต่ข้าเกลียดเขามากเลยละ” ซือคงยิ้มบางๆ
เมื่อเห็นว่าซือคงแสดงความเกลียดชังต่อหลี่ลั่วออกมาซ่งอวิ๋นเฟิงก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เมื่อซือคงเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“มันก็ถือเป็นเรื่องน่าอายอยู่บ้างในอดีตพ่อข้าเคยคิดจะขอเจียงชิงเอ๋อร์จากคฤหาสน์ลั่วหลานมาเป็นคู่หมั้นให้กับข้า...”
“ฮ่าๆแน่นอนว่าสุดท้ายก็ถูกประมุขคฤหาสน์ทั้งสองท่านนั้นปฏิเสธตรงๆ”
“ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขา...คิดจะเก็บเอาไว้ให้ลูกชายตัวเอง...”
“น่าเสียดายไม่รู้ว่าลูกชายที่ไร้น้ำยาของพวกเขาจะสามารถรักษาอัญมณีเม็ดงามเช่นนี้เอาไว้ได้หรือไม่?”
เมื่อซ่งอวิ๋นเฟิงได้ยินดังนั้นเขาก็เข้าใจเรื่องราวทันที ถึงได้รู้ว่าเหตุใดตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้จวนผู้ว่าถึงได้คอยยุยงส่งเสริมให้พวกเขาตระกูลซ่งไปฮุบกิจการของคฤหาสน์ลั่วหลานที่แท้...
ระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นเคยมีเรื่องราวเช่นนี้มาก่อนด้วย