เทพแห่งความตาย

    ตอนที่37 อัจฉริยะผิดฝั่ง


    สองวันผ่านไป...




    พวกเขาทั้งสองที่เดินทางมาอย่างยาวนานในที่สุดพวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางของพวกเขากันแล้วนั้นก็คือเมืองฟรานซิส..


    การใช้ชีวิตของชาวบ้านในเมืองแห่งนี้ก็ยังคงคึกคักกันไม่มีเปลี่ยนผู้คนเดินไปมาเต็มไปหมดอยู่ตรงทางเดินที่มีร้านค้ามากมายขายของกันอยู่


    เอลิออสก็ไม่รอช้าเขาเดินจูบม้าของเขาโดยที่เลวีนก็ได้ลงจากม้ามาเดินอยู่พร้อมเขาแล้วและพวกเขาต่างก็เป็นเป้าสายตากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


    แต่พวกชาวบ้านไม่ค่อยมีคนรู้จักตัวตนของพวกเขากันสักเท่าไหร่มีแต่พวกชายหนุ่มเพียงเท่านั้นที่เคยไปเที่ยวอยู่ที่หอนางโลมพวกเขาจึงรู้จักหน้าตาของเลวีนกันเป็นอย่างดีบางคนก็ได้แค่ยืนมองเท่านั้นบางคนก็ส่งเสียงทักทายขึ้นอย่างเสียงดัง




    "โอ้! เลวีนที่รักของข้า~"



    "ข้าไม่ได้เห็นเจ้ามานานซะเหลือเกิน~"



    "ข้ารอเจ้าอยู่เสมอนะ~"




    เลวีนที่ได้ยินอย่างนั้นนั้นแทบจะเดินไปฆ่าพวกมันทิ้งซะตรงนั้นกันเลยนางหันไปมองเอลิออสอยู่สักพักแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยเขาเพียงแค่ตั้งใจเดินตรงไปยังพระราชวังเพียงเท่านั้น










    "ฮ่าๆ เจ้าไปติดอยู่ในป่าวงกตนั้นงั้นรึ?"


    "ไม่เลวๆที่เจ้าสามารถหาทางออกมาจนได้อ่ะนะ~"


    องค์จักรพรรดิระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อ

    เอลิออสเล่าว่าเขาติดอยู่ที่ป่าแปลกๆแห่งนึงมาจนต้องทำให้ผู้ดูแลที่ใกล้ชิดและสนิทสนมกับพระองค์ไอกระแอมเล็กน้อยเพื่อให้พระองค์รักษามาดจักรพรรดิสักนิดนึง



    "คงจะไปได้ยินเรื่องเส้นทางลับขึ้นมาเลยคิดจะใช้เส้นทางนั้นเพื่อความรวดเร็วในการเดินทางล่ะสิ?"


    "เฮ้อ..ถ้าเจ้าโชคร้ายก็ถึงขั้นตายเลยนะ!"


    องค์จักรพรรดิถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพราะถ้าเอลิออสตายขึ้นมาลูกสาวของเขาก็คงจะเสียใจอยู่ไม่น้อยแถมหลานก็คงจะไม่มีพ่อ..


    พอพระองค์นึกถึงเรื่องหลานก็หันมามองเอลิออสอย่างละเอียดเพราะเขาไม่กระตือรือร้นในการรีบกลับไปหาภรรยาของเขาเลยแฮ้ะ?ในตอนที่เอลิออสนั้นไม่อยู่เขาก็รู้เรื่องการแยกกันนอนของพวกเขาดีสาเหตุก็เพราะองค์หญิงแอลลิสันแพ้ท้อง


    แต่ตอนนี้ก็ไม่แล้วหนิ?








    "องค์หญิงเพคะ!"


    "องค์ชายทรงเดินทางกลับมาถึงแล้วเพคะ~"


    หัวหน้าองครักษ์รีบวิ่งมาด้วความตื่นเต้น



    "?! งั้นเหรอ?"


    องค์หญิงแอลลิสันตกใจขึ้นมาอยู่บ้างเมื่อได้ยินแบบนั้้นแต่นางก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา



    "แล้วองค์จักรพรรดิมีคำสั่งมาอย่างนึงเพคะ

    นั้นก็คือให้จัดเตรียมห้องขององค์หญิงและ

    องค์ชายขึ้นมาใหม่เพคะ.."



    'ท่านพ่อ!'


    องค์หญิงแอลลิสันได้แต่ไม่พอใจอยู่ข้างในเท่านั้นเพราะนางจะไม่พอใจหรืออะไรแต่ก็จะไปขัดคำสั่งของท่านพ่อตัวเองที่เป็นถึงองค์จักรพรรดิได้อย่างไรกันจึงจำเป็นต้องยอมไป






    เอลิออสและเลวีนได้แยกกันไปตั้งนานแล้วโดยที่เขานั้นได้ให้เลวีนไปหาเบาะแสเกี่ยวกับตัวคนร้ายนั้นเองส่วนเขาหลังจากที่ได้ไปคุยกับจักรพรรดิเขาก็ได้เดินตามหลังทหารคนนึงที่พระองค์ได้สั่งให้มานำทางเขาเพื่อไปที่ห้องของเขาจะบอกว่ามันเป็นห้องของเขามันก็ไม่ค่อยจะถูกเพราะพระองค์ได้สั่งอย่างชี้ชัดว่าเอลิออสและองค์หญิงแอลลิสันต้องได้อยู่ด้วยกันนั่นเอง


    เขานั้นได้เดินเข้าห้องไปปรากฏว่าห้องนั้นว่างเปล่าไม่มีการมีอยู่ขององค์กญิงแอลลิสันใดๆเลยเขาจึงเดินเข้าไปอาบน้ำอย่างสบายใจทันที


    ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มมืดขึ้นมาแล้วส่วนเอลิออสที่เดินทางมาอย่างยาวนานนั่นเมื่อเขาได้อาบน้ำเสร็จเขาก็ได้เอนตัวนอนลงบนเตียงที่แสนจะนุ่มที่เขาไม่ได้ลิ้มรสมานานตัวนี้และหลับไหลไปในทันที





    แกร๊กก--




    เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างๆนึงที่กำลังโดนดาบสีขาวยาวจ่อมาที่ตัวเองอย่างรวดเร็วร่างของหญิงสาวนิ่งค้างไปโดยที่ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมา


    เอลิออสที่กำลังจับดาบจ่อไปที่หญิงสาวเมื่อแสงสว่างจากข้างนอกได้ส่องหน้าของพวกเขาทำให้เขาได้เห็นร่างขององค์หญิงแอลลิสันที่อ้วน?



    'ไม่ใช่สิ! นางตั้งท้องอยู่นี่นา..'



    องค์หญิงแอลลิสันก็นึกว่าจะเป็นขโมยซะอีกนางถึงได้แต่ยืนนิ่งโดยที่ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมาเพราะกลัวเขาจะทำร้ายนางหรืออะไรแต่เมื่อนางได้เห็นหน้าของชายหนุ่มชัดๆดันเป็นเอลิออสงั้นรึ?!



    "เจ้ากำลังทำอะไร?!"


    องค์หญิงแอลลิสันถามขึ้นเพราะมีดที่จ่อมาทางตัวเองนั้นเขาก็ยังไม่ได้เก็บลงไปอีก?!เอลิออสได้ยินแบบนั้นก็รีบเก็บลงทันทีเพราะเขามัวแต่ยืนอึ้งอยู่เพราะไม่คิดว่านางจะเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้



    องค์หญิงแอลลิสันในตอนนี้ใบหน้าของนางไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยกลับกันยังดูมีน้ำมีนวลและมีเสน่ห์มากกว่าเมื่อก่อนซะอีกเพียงแต่ในตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือนเข้าไปแล้วทำให้ท้องของนางถึงได้ใหญ่โตขนาดนี่ยังไงล่ะ



    เอลิออสหลบไปยืนอยู่ข้างๆผนังสักพักเพื่อเปิดเส้นทางให้นางได้เดินไปอย่างสะดวกเขาในตอนนี้แทบจะทำตัวไม่ถูกเขาไม่รู้ว่าตนเองต้องทำอะไรต่อไปแล้ว



    "เจ้านอนข้างล่างซะ"


    องค์หญิงแอลลิสันหันไปพูดกีบเขาก่อนที่จะเดินไปยังที่เตียงด้วยความลำบากเพราะท้องของนางหนักซะเหลือเกินเอลิออสที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเขาเพียงทำตามอย่างว่านอนสอนง่ายเท่านั้น


    ถึงองค์หญิงแอลลิสันจะไม่พอใจอยูาบ้างที่ท่านพ่อของนางมีคำสั่งแบบนี้แต่ในเมื่อนางได้เห็นปฏิกิริยาของเอลิออสต่อนางนางก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เขาไม่ได้คัดค้านอะไรแล้วยังเงียบแบบนี้อีกด้วย?


    เอลิออสปูผ้าลงไปที่พื้นหยิบหมอนขึ้นมาหนึ่งใบวางเอาไว้ตรงส่วนหัวเขาก็นอนลงไปทำ

    การห่มผ้าอย่างเรียบร้อยและหลับไหลไปเลย...


    เขาคงจะเหนื่อยจริงๆนั้นแหละ~



    ส่วนองค์หญิงแอลลิสันที่ยังไม่ได้หลับไปนั้นเพราะว่านางกำลังกังวลเกี่ยวกับเอลิออสแต่เมื่อนางหันไปมองดูข้างล่างที่เอลิออสกำลังนอนอยู่นั้นปรากฏเพียงร่างของชายหนุ่มที่กำลังหลับไหลอย่างไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรเลยและเขายังนอนเรียบร้อยอีกด้วย


    องค์หญิงแอลลิสันแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเขานั้นได้นอนหลับลงไปแล้วอย่างนั้นรึ?










    เช้าวันต่อมา...





    "เจ้ากำลังจะบอกว่าคนร้ายเป็นผู้หญิงอย่างนั้นรึ?"


    เอลิออสขมวดคิ้วถามขึ้น



    "ยังไม่แน่นอนหรอกเพคะ"


    "เพียงแค่ผู้หญิงคนนี้ใส่สร้อยคอที่มีสัญลักษณ์◐เหมือนที่พวกเรากำลังตามหาอยู่เลยเพคะ!"


    เลวีนพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ



    "หรือว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ?"


    "แล้วเจ้าได้สืบข้อมูลอะไรมาอีกหรือเปล่าเกี่ยวกับผู้หญิงต้องสงสัยคนนี้?"



    "ข้าได้ข้อมูลมาว่าผู้หญิงคนนี้มีพี่ชายอยู่คนนึงซึ่งพี่ชายของนางเป็นคนที่รักและหวงนางมากๆสร้อยเส้นที่นางกำลังใส่อยู่ก็เป็นของที่พี่ชายของนางให้เอาไว้นั้นแหละเพคะ"


    "ได้ยินว่าพี่ชายของนางเป็นคนบ้าเลือดและอารมณ์ร้อนมากเพคะ ในอดีตพวกเขาทั้งสองก็เป๋นแค่คนเร่ร่อนเพียงเท่านั้นเพราะโดนพ่อแม่ทิ้งกันมาพี่ชายของนางก็ยังคงไม่ยอมแพ้กับการใช้ชีวิตในโลกที่แสนจะโหดร้ายแห่งนี้มาวันนึงตัวของเขาก็ถูกชักชวนเข้าไปเป็นลูกน้องของคนใหญ่คนโตคนนึงทำให้ทุกวันนี้ก็ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้นเพคะ"


    "ส่วนคนใหญ่คนโตคนนั้นนั้นก็คือองค์รัชทายาทรูเพิร์ทแห่งราชอาณาจักรฟรานซิสยังไงล่ะเพคะ~"



    "เจ้าไปสืบมาแบบไหนกันถึงได้ข้อมูลมากมายแบบนี้และมันก็คงไม่ใช่ข้อมูลมั่วหรอกใช่หรือไม่?"



    "ดูถูกกันเกินไปแล้ว! ถึงข้าจะไม่ถนัดในการสืบหาข้อมูลแบบนี้สักเท่าไหร่แต่ข้อมูลที่ข้าหามาได้มันก็ถูกต้องทุกอย่างไม่ได้มั่วมาหรอกนะเพคะ!"


    "ข้าได้ข้อมูลนี้มาจากคนนี้เพคะ.. เมลลี่!"




    ในขณะนั้นเองก็พลันปรากฏหญิงสาวนางนึงที่มีหน้าตาสะสวยและที่เด่นไปมากกว่าหน้าตาของนางนั้นก็คือสีผม!



    "นี่เมลด้าเป็นคนที่ข้าเล่าให้ฟังนั้นเองเพคะ~"


    เลวีนพูดแนะนำขึ้น



    "เอ่อ..ข้..หม่อมฉันเมลด้าเพคะฝ่าบาท.."


    เมลด้าผู้ที่เป็นชาวบ้านธรรมดาจู่ๆนางก็ได้มาพบกับองค์ชายแห่งเมืองที่นางกำลังอาศัยอยู่?



    "ผมสีเขียวของนางสวยใช่ไหมล่ะเพคะ?"


    เลวีนพูดขึ้นมาเตือนสติเอลิออสที่กำลังมอง

    เมลด้าอย่างไม่ละสายตาเพราะนางเป็นหญิงสาวที่เลวีนพึ่งจะเล่าออกไปเมื่อสักครู่นี้ยังไงล่ะแต่ที่น่าอึ้งมากว่านั้นนั่นก็คือเลวีนไปสืบข้อมูลโดยที่ไปตีสนิทและถามตัวของนางเองเลยอย่างนั้นรึ?!


    กล้าเกินไปแล้ว!



    'ผู้หญิงคนนี้ทำงานไม่เหมือนใครเลยจริงๆ!'





    "พวกเราอยากรู้ว่าเมื่อสามเดือนที่แล้วพี่ชายของเจ้าได้เดินทางออกไปจากเมืองแห่งนี้หรือไม่?"


    "เจ้าบอกพวกข้าได้หรือไม่?"


    เลวีนหันไปถามอย่างออดอ้อน



    "เอ่อ..ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกท่านจะรู้ไปทำไม?"


    "ต..แต่ก็ใช่ มีเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ?"


    เมลด้าพูดขึ้นด้วยความหนักใจ



    "ไม่ได้มีอะไรม..."


    ในขณะที่เลวีนกำลังพูดอยู่นั้น...



    "พี่ชายของเจ้าฆ่าพี่ชายของข้า"



    "พี่ชายของข้าฆ่าพี่ชายของท่านอย่างนั้นรึ?

    ข่าวที่ว่าองค์รัชทายาทแห่งเมืองแลคซัสถูก

    ลอบสังหารนั้นเป็นฝีมือของพี่ชายข้างั้นรึ?!"


    "ข้าไม่เชื่อ! ท่านต้องกำลังโกหกข้าอยู่แน่ๆ.."


    "ถึงแม้ว่าพี่ชายของข้าอาจจะไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้นแต่สำหรับข้าเขาเป็นพี่ชายที่แสนดีมากๆเขาไม่มีทางกล้าไปทำเรื่องอะไรแบบนั้นหรอกนะ!"


    เมลด้าพูดขึ้นพรัอมกับวิ่งหนีจากไป



    "ท่านพูดอะไรออกไปน่ะ?! ข้าผิดหวังในตัวท่านจริงๆ!"


    เลวีนพูดขึ้นพร้อมวิ่งตามหลังเมลด้าทันที



    เอลิออสก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเพราะว่าคนที่ต้องโศกเศร้า เสียใจ และโมโหนั้นสมควรเป็นเขาไม่ใช่รึ?แต่นางผู้นั้นกลับร้องไห้เสียใจและโมโหข้าที่เป็นคนพูดความจริงให้นางได้ฟังแล้วทำไมนางต้องทำตัวมาเป็นเหมือนคนที่ต้องสูญเสียด้วยล่ะ?!


    ในขณะที่เอลิออสกำลังคิดเรื่องพวกนี้ด้วยความไม่ได้พอใจนักกับนางทันใดนั้นก็ได้มีเสียงนึงดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขาขึ้นมา



    "ข้าเข้าใจท่านนะแต่ข้าเห็นด้วยกับเลวีนมากกว่า.."


    "มันก็จริงอยู่ที่พี่ชายของนางอาจจะเป็นคนที่ชั่วช้าสำหรับท่านเพราะเขาได้พรากคนในครอบครัวของท่านไปแบบนี้แต่สำหรับนางพี่ชายของนางอาจชั่วช้าสำหรับผู้คนทั้งโลกแต่สำหรับนางเขาก็ยังเป็นพี่ชายที่แสนดีที่เป็นทั้งพี่ชายและเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ของนางเพราะตั้งแต่เล็กจนโตเขานั่นแหละที่เป็นคนเลี้ยงดู

    นางมาตั้งแต่เด็กๆจนตอนนี้ได้โตเป็นสาวขนาดนี้แล้วแต่พี่ชายของนางก็ยังไม่เลิกดูแลนางอยู่ดีเพราะพี่ชายของนางรักนางมากยังไงล่ะที่เขาต้องดิ้นรนในการใช้ชีวิตนั้นก็เพราะน้องสาวของเขาเพราะว่านางเป็นเพียงคนในครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตของเขายังไงล่ะ เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้น้องสาวของเขาได้อยู่อย่างสุขสบายและได้ซื้อของที่นางอยากได้ตามหญิงสาวทั่วๆไป"


    "ยังไม่สายที่เขาอาจจะกลับตัวกลับใจขึ้นมาก็ได้"


    หัวหน้าองครักษ์พูดขึ้นมา



    เอลิออสยืนฟังโดยที่ไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเพราะทำไมหัวหน้าองครักษ์คนนี้ถึงได้รู้เรื่องของพวกเขามากมายขนาดนี้เพียงแต่ว่าเขาอาจจะรู้จักกับพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว?


    หรืออาจจะกระทั่งองค์จักรพรรดิ?!




    "นี่ท่านกำลังปกป้องเขาอย่างนั้นรึ?


    เอลิออสขมวดคิ้วถามขึ้น



    "จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไรกัน?"


    "เพียงแต่ว่าผู้ชายคนนี้เป็นลูกน้องคนสำคัญขององค์รัชทายาทรูเพิร์ทอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะว่าเขาเป็นนักรบคลื่นพลังระดับสิบดาวชั้นกลางในวัยสามสิบกลางๆเพียงเเท่านั้น นับว่าเป็นอัจฉริยะโดยสมบูรณ์เพราะเขาแข็งแกร่งเท่ากับองค์จักรพรรดิกันเลยทีเดียวแต่น่าเสียดายที่เขาไม่ยอมทิ้งความภักดีจากองค์รัชทายาทรูเพิร์ทไปสักทีไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าอัศวินอย่างไม่

    ต้องสงสัยว่าเขาจะได้ผลตอบแทนอะไรบ้างเลย"


    "เขาเป็นคนจงรักภักดีกับผู้มีบุญคุณกับเขามากข้ากังวลว่าท่านอาจจะไปหาองค์รัชทา

    ยาทรูเพิร์ทเพราะถ้าเป๋นอย่างนั้นจริงๆเขาคนนั้นคงอาจจะไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอนเพคะ!"


    "ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านคงไม่รอดแน่เพคะ...




    ในขณะที่หัวหน้าองครักษ์กำลังเล่าออกมานั้น

    เอลิออสนั้นก็ได้อึ้งตั้งแต่คลื่นพลังระดับสิบดาวขั้นกลางของผู้ชายคนนี้ตั้งนานแล้วเพราะขนาดองค์จักรพรรดิที่อายุปาไปตั้งหกสิบกว่าแล้วก็พึ่งจะอยู่ในระดับนั้นเองแต่ผู้ชายคนนี้วัยเพียงสามสิบกลางๆกลับเทียบเท่ากับองค์จักรพรรดิเลยงั้นรึ?!


    ถ้าให้ผู้ชายคนนี้สู้กันกับองค์จักรพรรดิเผลอผู้ชายคนนี้อาจจะชนะไปเลยด้วยซ้ำเพราะความหนุ่มแล้วจะให้เอลิออสไปสู้กับคนแบบนั้นได้ยังไงกัน?!


    นี่คือสิ่งที่หัวหน้าองครักษ์กำลังคิด



    ในทางกลับกันถึงแม้ว่าผู้ชายคนนี้จะสุดยอดมากขนาดไหนและเป็นคนที่หายากสักแค่ไหนเพราะพลังของเขาแต่ความจริงที่ว่าเขานั้นได้ฆ่าพี่ชายของเอลิออสก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอยู่ดีหรือจะให้เอลิออสปล่อยเขาไปโดยที่ไม่ได้เอาเรื่องกับเขานั้นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้



    "คราวนี้ข้าคงต้องลงมือเอง!"


    เอลิออสพูดขึ้นพร้อมกับเดินจากไปส่วนหัวหน้าองครักษ์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งไม่สบายใจขึ้นไปอีก



    "ท่านจะไปสู้กับสัตว์ประหลาดแบบนั้นได้ยังไงกัน?!"


    "ท่านจะตายเอานะเพคะ!"


    หัวหน้าองครักษ์รีบพูดเตือนสติเอลิออสขึ้นมาแต่เอลิออสไม่ได้หยุดเดินและทำตามเขาแต่อย่างใด



    "ท่านก็อย่าเอาแต่แอบฟังแบบนี้สิเพคะ!"


    "ถ้าไม่รีบไปห้ามองค์ชายอาจจะตายได้นะเพคะ!"


    หัวหน้าองครักษ์หันมามององค์หญิงแอลลิสันที่กำลังแอบฟังอยู่ข้างในห้องโดยที่เปิดประตูขึ้นมาเล็กน้อยนั้นเองเมื่อนางถูกจับได้จึงเดินออกมาข้างนอกพร้อมมองดูแผ่นหลังของเอลิออสที่กำลังเดินออกห่างขึ้นไปเรื่อยๆ


    องค์หญิงแอลลิสันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย



    "ข้าจะไปห้ามเขาได้อย่างไรกันในตอนนี้คนในครอบครัวของเขาและคนรักของเขาถูกผู้ชายคนนั้นที่อยู่ภายใต้อำนาจของท่านพี่สังหารแบบนั้น"


    "ในตอนนี้ไม่มีใครห้ามเขาได้แล้วล่ะ.."