ตอนที่ 9
เฉาฮุ่ยจิง ที่เดินกลับบ้านด้วยอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก ผิดกับตอนที่ไปลิบลับ ใครจะไปอารมณ์ดีกันล่ะ ในเมื่อคิดว่าตัวยุ่งยากจะตายๆ ไปเสียได้แล้ว แต่นี่อะไรกัน กลับฟื้นขึ้นมาได้อีก แล้วนี่ ลูกชายของเธอจะได้แต่งลูกสะใภ้ใหม่ได้อย่างไรกัน
"แม่สามีฉันไม่อยากเชื่อเลยนะคะ ว่าพี่สะใภ้จะฟื้นจากความตายมาได้" เธอรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลย ใครจะไม่ตื่นเต้นกันล่ะ ฟื้นจากความตายเลยนะ
"เฮอะ ใช่สะใภ้ใหญ่จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันว่านะ มันต้องโดนปิศาจเขาสิงร่างนั่นล่ะ" เธอยังไม่ยอมรับและไม่เชื่อเด็ดขาด
"มันจะมีปิศาจจริงๆ หรือคะ" เธอถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทำไมแม่สามีถึงได้มั่นใจกันนะว่านั่นเป็ปิศาจ
"คนตายที่ไหนจะฟื้นมาได้ ฉันคนหนึ่งล่ะไม่เชื่อ ฉันจะเอาเื่นี้มาบังคับให้มันหย่าร้างกับจิ้นหวงให้ได้" เธอเพิ่งคิดได้ว่าถ้าเอาเื่นี้มาพูด และให้ชาวบ้านช่วยประโคมข่าวออกไป คงจะง่ายถ้าจะจัดการให้ทั้งสองหย่าร้างกัน
ส่วน ชุ่ยเจินหลิว ไม่ได้มีความคิดตรงนี้ เพราะจะหย่าร้างหรือไม่หย่าร้างก็ไม่เกี่ยวกับเธออยู่แล้ว เธอเองก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าพี่ชายสามีคนนี้ได้ไปมีคนรักใหม่อยู่ที่ในเมือง ซึ่งคนที่บ้านต่างก็รับรู้กันดี เธอเองก็รู้ แต่เพราะไม่เกี่ยวกับเธอ และไม่ได้สนิทกับพี่สะใภ้ จึงไม่ได้สนใจ แต่ก็อย่างว่าล่ะ คนใหม่ของพี่สามี มีงานที่ดี และมีพ่อเป็หัวหน้างาน มีหรือจะไม่ช่วยลูกเขยให้ได้ดี เื่นี้ก็ต้องถือว่าพี่สะใภ้คนนี้ไม่มีอะไรสู้คนใหม่ได้ก็แล้วกัน
"ฉันว่าก็น่าจะมีทางเป็ไปได้นะคะ วันนี้ก็มีบางคนเชื่อเื่ปิศาจอยู่เหมือนกัน ถ้าเอาไปพูดกันต่อไปเรื่อยๆ ก็มีทางอยู่มากเลยค่ะ"
"ใช่ไหมล่ะ ฉันนี่ล่ะคิดได้ดี จะให้คนไร้ค่านั่นมาขวางทางได้อย่างไรกัน ถ้าตายไปก็จบเื่ไปแล้ว"
"จริงด้วยค่ะ" เธอรีบพูดเอาใจแม่สามี ยิ่งเธอเห็นด้วยแม่สามีจึงยิ้มออกมาด้วยความชอบใจทันที
ในห้องที่โรงงานตัดเย็บ เฉียวจิ้นหวง เขาได้รับห้องสำหรับพนักงานอยู่ห้องหนึ่ง ซึ่งเขาอาศัยอยู่กับคนรักใหม่ ทั้งสองคนคบกันได้ปีกว่าแล้ว โดยที่เขานั้นไม่ได้บอกกับคนรักว่าเขานั้นแต่งงานแล้ว ซึ่งคนรักของเขาก็เชื่อใจ อาจจะเพราะว่าเขานั้นทำให้เธอเห็นว่าเขานั้นอยู่กับเธอแทบทุกวัน ไม่ได้กลับไปบ้านเลย หรือถ้ากลับก็ไปไม่นาน ไม่ค้างคืน ถ้าคนที่มีครอบครัวแล้วจะไม่มีทางทำอย่างนี้ได้อย่างแน่นอน
เขาไม่ได้รู้สึกผิดอะไร เพราะเขาคิดว่าคนเราก็ต้องเลือกคนที่ดีเพื่อตัวเองไม่ใช่หรือ ในเมื่อเมียของเขาเป็เพียงชาวบ้านที่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีความรู้ ส่งเสริมอะไรเขาไม่ได้ การที่เขาจะทิ้งเธอเพื่อไปหาคนใหม่เป็เื่ที่สมควรแล้ว
หนิงฮวาหลาน มีทุกอย่างครบ ทั้งการศึกษา หน้าตา ฐานะที่ดีกว่า และยังมีพ่อที่การงานดี สามารถที่จะช่วยส่งเสริมเขาในอนาคตได้อีกด้วย ดูสิ เป็อย่างนี้แล้ว เมียของเขาจะมีอะไรที่จะสามารถเทียบเธอได้กัน
เมื่อไม่กี่วันมานี้ เขากลับบ้านไปหาเมียที่อยู่ที่หมู่บ้าน เพื่อที่จะไปบอกให้เธอนั้นยอมหย่าร้างให้เขาเสียที และยังบอกว่าเธอนั้นไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิดเดียว แต่เธอกลับไม่ยอมและยังร้องไห้ขอร้องเขาอีก น่ารำคาญสิ้นดี คิดว่าตัวเองสำคัญมากอย่างนั้นหรือ เขาทิ้งขว้างเธออย่างนี้แล้ว ถ้าฉลาดก็น่าจะรู้แล้วว่าเขานั้นไม่้าเธอแล้ว
"กำลังคิดอะไรอยู่หรือคะ หรือว่าคุณคิดว่าจะมีผู้หญิงคนอื่นคะ ถ้าเป็อย่างนั้นฉันไม่ยอมเด็ดขาดนะคะ"
เธอสังเกตเห็นว่าคนรักของเธอนั้นั้แ่กลับจากการที่เขาบอกว่าไปหาแม่ของเขานั้น กลับมาก็เหมือนจะคิดมาก ไม่รู้ว่าคิดเื่อะไรกันแน่ ถามก็บอกว่าคิดเื่งาน แต่เธอรับรู้ได้ว่าไม่น่าจะใช่ แต่ถ้าบอกว่ามีเื่ผู้หญิง เธอก็ยังไม่เห็นว่าเขานั้นจะไปคุยกับใคร และอีกอย่างเธอกับเขาแทบจะตัวติดกันอยู่แล้ว และที่โรงงานก็มีสายตาของพ่อเธออยู่ เขาไม่น่าที่จะกล้าไปคุยกับใครได้
"ผมจะไปมีใครได้ครับ ที่รัก ทั้งสวยและดีอย่างนี้ ผมมีแค่คุณคนเดียวจริงๆ ครับ"
เขาหันมาบอกเธอเสียงหวานอย่างออดอ้อน เขาเป็คนที่ปากหวาน ถ้าจะออดอ้อนผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะหลงคารมของเขาโดยง่าย เพราะก่อนที่จะมี หนิงฮวาหลาน เขาเองก็ปากหวานกับผู้หญิงคนอื่นไปทั่ว แต่พอมาคบหากับ หนิงฮวาหลานแล้ว เขาไม่สามารถทำได้เหมือนเดิม เพราะกลัวสายตาอันกว้างไกลของพ่อเธอ เขายังไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด
"ให้มันจริงเถอะค่ะ ถ้าฉันรู้ว่าพี่แอบไปคุยกับใคร ฉันจะจัดการพี่อย่างแน่นอนเลยค่ะ" เธอพูดแง่งอนและเอาแต่ใจ
"ไม่มีใครหรอกครับ ผมมีแค่ที่รักคนเดียว ดูสิครับ วันๆ ผมกับอยู่กับที่รัก ผมจะมีสายตาเอาไว้มองใครได้ครับ"
พูดอย่างเอาใจ แม้จะเสียดายอยู่เหมือนกัน มีผู้หญิงอีกหลายคนที่เขายังไม่ได้ลิ้มลองเลย แม้จะอยากทำนิสัยเหมือนเดิม แต่ก็ต้องยอมไปก่อน จนกว่าเขาจะได้แต่งงานและสามารถมีตำแหน่งที่มั่นคงกว่านี้ได้ ยังจะยอมไปก่อนแล้วกัน อย่างน้อยคนตรงหน้าเขาก็หอมหวานได้อยู่
"พี่นี่ปากหวานจริงๆ เลยนะคะ ไม่รู้ว่าปากนี้เอาไปพูดกับใครมาบ้าง" เื่ที่เขาเ้าชู้นั้น เธอเองก็รู้ดี แต่ก็เห็นว่าเขาปรับปรุงตัวแล้ว เธอจึงสบายใจขึ้น แม้พ่อของเธอจะไม่ค่อยชอบเขาสักเท่าไร แต่เธอชอบเขานี่นา และตอนนี้เขาก็ดีกับเธอจริงๆ คิดว่าเขาน่าจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
"พี่จะไปกล้าพูดกับใครได้ล่ะครับ พี่ปากหวานกับที่รักคนเดียว ถ้าอย่างนั้นต้องชิมบ่อยๆ แล้วล่ะครับว่าปากยังหวานอยู่หรือเปล่า จะได้ไม่ต้องสงสัยอีก ดีไหมครับ" เสียงที่พูดเริ่มแหบพร่าไปตามอารมณ์ที่มีอยู่ตอนนี้ ทั้งสองกอดก่ายกันไปมาแล้วจะไม่เกิดอารมณ์วาบหวามได้อย่างไรกัน ทั้งสองเกินกว่าคนรักมานานแล้ว
การหาความสุขของทั้งสองคนจึงเกิดขึ้นอยู่เกือบทุกคนที่อยู่ในที่ลับตาคน หลังจากพูดจบ เฉียวจิ้นหวง ก็กดริมฝีปากปิดปากของคนรักเพื่อนให้พิสูจน์ทันที ส่วน หนิงฮวาหลานไม่ได้ห้ามอะไรเพราะเธอเองก็เริ่มรู้สึก้าแล้วเหมือนกัน
ความ้าของชายหญิงที่ตรงกัน ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก แต่มันแสดงออกจากกระทำ ผ่านไปนานเสียงแห่งความสุขก็ดังอยู่ภายในห้อง ใครที่ผ่านไปผ่านมาก็ได้ยินเสียงแห่งความสุขนี้ และนี่เป็เื่ปกติของหอพักที่ห้องติดกัน ไม่สามารถเก็บเสียงเอาไว้ได้ ทุกคนจึงถือว่าเป็เื่ปกติ ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็แค่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแค่นั้นเอง
( ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ )