ตอนที่เก้า Beyond the journey end 9
ท่าทางคนบนโลกนี้จะหวงของและมองของหายากประหลาดต่างๆเป็ของสะสม หากไม่ถึงที่ตายจริงๆพวกเขาคงไม่เอาออกมาใช้
เย่ชิวก็เช่นกัน เท่าที่ผมอ่านบัญชีมาโสมร้อยปีนั้นมาจากการเก็บหาจากท่านบรรพชนต่างๆ ที่เย่ชิวพยายามเอาออกมาเพื่อเป็สินบน เอ๊ย ของขวัญแก่ขุนนางในราชสำนัก
ซึ่งหากมองในโลกปัจจุบันคือติดสินบนเ้าพนักงานกันเห็นๆ
แต่ในโลกนี้คือเื่ธรรมดา
ไม่ใช่เรียกว่าธรรมดาแต่คือเื่ที่ควรทำและต้องทำด้วยซ้ำ
เพราะคนที่แนะนำเราเข้าราชสำนักจะเรียกว่าคืออาจารย์คนหนึ่งของเราก็ว่าได้
และแบกรับเกียรติยศ อัปยศร่วมกัน
เป็ผู้แนะนำแนวทางการเขียนข้อสอบของเราหรือบอกใบ้แนวทางข้อสอบทางอ้อม
ในต้าฉินโบราณเราเรียกว่า
ระบบอุปถัมภ์
มีแิว่า
ผู้ให้การอุปถัมภ์ต้องปกป้องผู้อุปถัมภ์ใต้การปกครองของตนเอง
ผู้ถูกอุปถัมภ์ต้องให้ความจงรักภักดีและรับมอบศัตรูของผู้ให้การอุถัมภ์เราเป็ศัตรูของตนเอง
เวลาผ่านมาพันปีแิคร่าวๆก็ยังเป็เหมือนเดิมแม้พยายามจะแก้ไขคำพูดให้ดีขึ้นก็ตาม
และอธิบายผู้มีอิทธิพลและลูกน้องนักเลงหัวไม้ได้อย่างดีในเหตุผลว่า
ทำไมปราบนักเลงแก๊งอาชญากรรมที่รังแกประชาชนไม่เคยได้?
ทำไมผู้มีอิทธิพลถึงมีนักเลงหัวไม้ที่กดขี่ข่มเหงชาวบ้านไว้ข้างกาย?
การศึกษาทางด้านอาชญากรรมวิทยาพบว่าแก๊งผู้มีอิทธิพลสาวไปถึงที่สุดจะพบพวกคนมีสีมีตำแหน่งทางราชการ
แหงล่ะ คิดแบบสามัญสำนึก
หากนักเลงหัวไม้ไม่มีคนคอยคุ้มครอง
อย่าว่าแต่โดนตำรวจจับคงโดนชาวบ้านที่เคียดแค้นคนพวกนี้เล่นงานไปนานแล้ว
แต่ตำรวจและผู้มีอิทธิพลนั้นปกป้องคนพวกนี้อยู่และจะลงมือกับชาวบ้านที่พยายามจะตอบโต้ต่อคนพวกนี้อย่างรุนแรง
ทำให้นักเลงหัวไม้ก่อกรรมทำชั่วแก่ประชาชนเสมอ
นี่คือสภาพความเป็จริงของสังคมและยิ่งในสมัยศักดินาเช่นนี้ยิ่งรุนแรง
สารภาพตามตรงที่ผมหลอกอาหู่ว่าคือการนอนเตียงฟืนเลียดีชมคือโกหกครึ่งหนึ่งให้อาหู่พอมีเป้าหมายในชีวิต
เพราะสถานการณ์ตอนนี้มันร้ายแรงขนาดที่ว่าผมอาจจะรอดไปจากเมืองหลวงยังต้องภาวนาต่อฟ้าดินด้วยซ้ำ...ซึ่งผมเป็คนที่ไม่ชอบภาวนาต่อฟ้า
ผมไม่ชอบการพนันไม่เคยมีดวงด้านการพนันเลย
ดังนั้นผมต้องทำทุกอย่างด้วยมือตนเองเสมอ
“เอ่อนายท่านข้าจัดเตรียมตามที่ท่านว่าไว้แล้ว”
อาหู่กล่าวอย่างใเมื่อเห็นสภาพของห้องที่เตียงและเก้าอี้วางซ้อนกันเป็ชั้นๆ
“ดีมากช่างฝีมือและนักพรตที่ถนัดปรุงยาพร้อมหรือไม่ บอกพวกเขาไปว่าข้าจ่ายไม่อั้นต่อให้ต้องขายจวนหรือทุกอย่างในนครหลวงข้าก็จะจ่ายเงินให้พวกเขาหากเร่งงานให้สำเร็จก่อนเวลาเดินทาง”
คำกล่าวของผมทำเอาอาหู่ถึงกับปากอ้าตาค้าง
แต่สำหรับผมทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดคือชีวิต
คนเราตายไปทรัพย์สินก็เอาไปใช้ไม่ได้อยู่ดี