หลังจากเดินทางออกจากหมู่บ้านลิงภูเขา พวกหลิวอี้ก็ใช้เวลา 3 ชั่วยาม จึงมาถึงเมืองสายน้ำ ในครั้งนี้พวกเขาหาได้เดินชมนกชมไม้เช่นครั้งก่อน หากแต่พวกเขาให้ไฮฟงขี่เสี่ยวไป๋พาทุกคนเร่งเดินทาง ทันทีที่พวกเขามาถึงเขตเมืองสายน้ำ ภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏทะเลสาบสีครามสวยงาม มันกว้างใหญ่อย่างมาก มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจายตัวอยู่มากมายในทะเลสาบ ในระยะสายตานั้นสามารถมองเห็นเมืองริมทะเลสาบได้ไม่ยาก ทั้ง 6 คนจึงกลับมาเดินเท้าเช่นเดิมเพื่อไม่ให้ผู้คนตื่นตกใจจากรูปลักษณ์อันใหญ่โตของเสี่ยวไป๋
เพียงแค่รอดผ่านซุ้มประตูเมืองเข้ามา ก็ได้ยินเสียงผู้คนมากมายทำให้รับรู้ได้ทันทีว่าเมืองสายน้ำแห่งนี้เป็นเมืองใหญ่โตที่เต็มไปด้วยผู้คน ผิดไปจากหมู่บ้านก่อนหน้าที่เงียบสงบจนเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ไฮฟงนำพากลุ่มไปยังสมาคมนักผจญภัยเป็นที่แรก เพื่อลงทะเบียนการมาถึงและยืนยันตัวบุคคล ก่อนจะไปสำรวจเมืองและพื้นที่รอบ ๆ โดยมีเพียงหลิวอี้ที่ขอตัวออกจากกลุ่มเข้าไปยังห้องพัก
ทันทีที่หลิวอี้ปิดตายประตูแล้วเสร็จ เขาก็ดำดิ่งเข้าสู้มิติจิตใจซึ่งเป็นโลกใบเล็กของเขาทันที หลายวันมานี้หลิวอี้ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับสัตว์อสูรมากมาย แต่มีอีกเรื่องที่เขาได้ศึกษามาตั้งแต่เข้ามายังดินแดนแห่งนี้ นั่นก็คือการพัฒนาพืชลมปราณที่สามารถนำไปเพาะปลูกในทวีปธาตุทั้งหกได้ และในครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บทสรุปของการศึกษาวิจัยมาตลอดหลายร้อยปีในโลกแห่งนี้
หลังจากหลิวอี้ลืมตาตื่นอีกครั้ง แววตาของเขานั้นบอกถึงความเหนื่อยล้าอยู่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนจะกลับมาสดใสแจ่มชัดเช่นดังเดิม พร้อมปรากฏรอยยิ้มบางเบาออกมา เพราะในเวลานี้เขาทำสำเร็จแล้ว หลิวอี้ไม่รอช้าเปิดมิติสัตว์เลี้ยงเข้าไปทันที ถึงในยามนี้ระบบการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศจะยังไม่สามารถใช้ได้ แต่หลิวอี้ก็ตกแต่งพื้นที่แห่งนี้ด้วยพืชพรรณไม้ต่าง ๆ ทั้งจากดินแดนแห่งนี้และจากทวีปธาตุทั้งหก ทำให้หลิวอี้รับรู้ได้ทันทีว่า พืชจากแผ่นดินบ้านเกิดของเขานั้นสามารถเพาะปลูกในดินแดนวงกตและพื้นที่มิติสัตว์เลี้ยงได้ ถึงเขาจะไม่สามารถนำต้นไม้ปราณจากฝั่งนี้ไปฝั่งนั้นได้ แต่มันไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
หลิวอี้นำเมล็ดท้อเม็ดหนึ่งออกมาจากช่องเก็บ จริง ๆ มันก็เป็นเพียงเมล็ดของลูกท้อที่บ้านเขาปลูกไว้ใช้ทำสุราท้อฟื้นฟูที่ขายจนชื่อเสียงตระกูลโดงดัง แต่นับจากนี้ไปเมล็ดท้อเม็ดนี้จะหาใช่ท้อธรรมดาสามัญ หลิวอี้โคจรพลังปราณถึงขั้นสุดด้วยพลังเทียบเท่าปราณระดับโลกาขั้นกลาง ทำให้รอบตัวหลิวอี้ปรากฏออร่าสีแสดส้มออกมาชัดเจน พร้อมกันนั้นเขาได้ขับดันพลังลงไปที่ปลายนิ้วชี้ จนปรากฏหยดเลือดสีแดงเข้มออกมา ก่อนจะวาดเขียนอักขระมากมายลงบนแผ่นกระดาษ หากมองผ่าน ๆ มันก็คล้ายยันต์จากกระดาษที่พวกเขารู้จัก เพียงแต่อักขระเหล่านี้กลับส่งพลังที่แปลกแตกต่างออกมาอย่างที่ไม่เคยพบเจอ หลิวอี้ไม่รอช้านำแผ่นยันต์ทาบลงบนเมล็ดท้อก่อนจะลงถ่ายพลังเพิ่มเติมชักนำอักขระมากมายไหลผ่านจากแผ่นกระดาษไปยังเมล็ดท้อนั้น จากเมล็ดท้อสีน้ำตาลเข้มแปรเปลี่ยนเป็นเมล็ดท้อสีแดงเลือดจนหาได้เจอช่องว่างจากสีเดิม หลิวอี้ถอนหายใจครั้งหนึ่งเพราะขั้นตอนยังไม่จบดี เขาสูดหายใจเข้าลึกแล้วส่งถ่ายพลังปราณไปยังเมล็ดท้อสีแดง พร้อมกับพูดออกมาว่า “ปลดปล่อย” ทันใดนั้นเมล็ดท้อสีแดงก็สั่นไหวบนมือของหลิวอี้ ก่อนจะส่องแสงสีแสดส้มอมทองออกมาในพริบตา ยามเมือแสงสว่างจางไปเมล็ดท้อนั้นก็กลายเป็นเมล็ดท้อสีทองสวยงาม
หลิวอี้อดที่จะอมยิ้มและภูมิใจในตัวเองไม่ได้เพราะในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการพัฒนาพืชสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถเติบโตมาเป็นต้นท้อที่สามารถปลดปล่อยพลังปราณเช่นเดียวกับต้นไม้ในดินแดนแห่งนี้ มันจะเป็นต้นไม้ชนิดแรกที่จะถูกนำไปปลูกในทวีปธาตุทั้งหก แต่ก่อนหน้านั้นหลิงอี้จำต้องปลูกมันลงบนที่ดินในมิติสัตว์เลี้ยงของเขาเสียก่อน เพราะการทำกิ่งชำขยายพันธุ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ
หลิวอี้ปลูกมันลงบนพื้นดินเช่นเดียวกับเมล็ดพรรณไม้อื่น ๆ เพียงหลิวอี้ถ่ายพลังออร่าเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์เข้าไปยังเมล็ดท้อพันธุุ์ใหม่นี้ มันก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จากไม่กี่ชุ่นไปเป็นเชียะก่อนจะสูงเป็นจั่ง พอได้ความสูงที่หลิวอี้ต้องการเขาก็หยุดพลังทันที เวลานี้ไม้ท้อพันธุ์ใหม่ยืนต้นสูงราว ๆ 5 จั่งได้ อีกทั้งใบดอกผลยังปรากฏออกมาเต็มต้น แปลกตาไปจากต้นท้อปกติ ภาพเช่นนี้คงจะเห็นเพียงครั้งแรกของการเจริญเติบโตอันผิดวิสัยเช่นนี้เท่านั้น เพราะการจะออกดอกท้อนั้นแท้จริงควรผลัดใบบางสวนเพื่อให้ดอกได้เจริญงอกงามจนกลายเป็นผลที่สมบูรณ์ หลิวอี้ยืนชื่นชมต้นท้อสายพันธุ์ใหม่ที่แผ่กลิ่นอายปราณเข้มข้นออกมาอยู่ไม่นาน ก็บังเกิดเสียงหนึ่งดังขึ้นในเขตพื้นที่สัตว์เลี้ยงของเขา
[ตรวจพบพืชสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่สามารถระบุที่มา กำลังทำการตรวจสอบ…]
[ทำการตรวจสอบเสร็จสิ้น…]
[ไม่พบการเป็นพืชสายพันธุ์เอเลี่ยน ตรวจพบว่าเป็นการพัฒนาสายพันธุ์จากพืชดั้งเดิม…]
[ผู้พัฒนาสายพันธุ์คือ ID : HM0000000152112Y5421 กำลังทำการติดต่อผู้พัฒนาสายพันธุ์…]
[ทำการติดต่อสำเร็จ…]
จากนั้นเสียงที่ดังทั่วพื้นที่ก็เปลี่ยนไปเป็นเสียงในหัวของหลิวอี้แทน
[ระบบได้ตรวจพบพืชสายพันธุ์ใหม่ จากการพัฒนาของคุณ ต้องการลงทะเบียนพืชสายพันธุ์ใหม่หรือไม่?…]
“ถ้าไม่ลงทะเบียนจะเกิดอะไรขึ้น” หลิวอี้ถามออกไป ก่อนหน้านี้เขาเคยผสมสมุนไพรสายพันธุ์ใหม่มากมายแต่ไม่พบเจอการที่ระบบถามเช่นนี้ จึงทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นมา เพราะพืชสมุนไพรก่อนหน้ามากมายพวกนั้นเขาก็ไม่ได้ทำการลงทะเบียนใด ๆ
[ระบบจะลบตัวตนของพืชชนิดนี้ออกจากโลกจอมยุทธ…]
“เช่นนั้น ข้าต้องการลงทะเบียนพืชชนิดนี้” แน่นอนว่าหลิวอี้ไม่ยอม เขาเพราะเสียเวลาไปหลายร้อยปีกับการทำวิจัยจนสำเร็จไหนเลยจะยอม
[กรุณาตั้งชื่อพืชสายพันธุ์ใหม่…]
“ต้นท้อแก้วมณีแดนสวรรค์” หลิวอี้เอ่ยชื่อนี้ออกมาจากลักษณะเด่นของผลท้อสายพันธุ์ใหม่นี้ มันคือผลท้อที่ใหญ่โตขนาด 1 คนโอบ ยามเมื่อแสงแดดส่องผ่านก็สามารถมองเห็นถึงเมล็ดภายใน เปลือกและเนื้อของผลท้อใสอมเหลืองทองเหมือนแก้วมณี
[ทำการยืนยัน “ท้อแก้วมณีแดนสวรรค์” เป็นพืชสายพันธุ์ใหม่ สิทธิ์ผู้ครอบครองร่วมคือ ID : HM0000000152112Y5421]
“อ่อ ท่านระบบ อะไรคือสิทธิ์ครอบครองร่วม แล้วไอดีอะไรนั้นคืออะไร” หลิวอี้อดสงสัยถามกลับไม่ได้ ระบบเงียบไปนานจนหลิวอี้คิดว่า เขาถูกระบบเมินไปเสียแล้ว แต่ก่อนที่จะถอดใจระบบก็ดังในหัวของเขาอีกครั้ง
[สิทธิ์ครอบครองร่วมคือ อภิสิทธิ์ในการควบคุม สิ่งอื่นใดที่ถูกระบุชัดเจนร่วมกับการควบคุมครอบครองของระบบ ในกรณีนี้กล่าวคือ ต้นท้อแก้วมณีแดนสวรรค์ นอกจากระบบของโลกแล้ว คุณก็เป็นอีกตัวตนหนึ่งในการควบคุมพืชชนิดนี้ได้ สามารถเข้าไปตรวจสอบระบบเสริมของผู้ดูแลเอกสิทธิ์ จากผู้ช่วยของคุณได้ในภายหลัง…]
[ส่วน ID คือ เอกลักษณ์ตัวตน ที่สร้างเป็นรหัสเผื่อไว้ใช้ระบุตัวตน ในที่นี้ คือ HM0000000152112Y5421 หรือก็คือรหัสตัวตนของคุณ…]
“ข้าพอเข้าใจแล้ว ท่านระบบข้ายังมีข้อสงสัยอยู่อีก ก่อนหน้านี้ข้าเคยพัฒนาพืชสมุนไพรมากมาย และเพาะปลูกพวกมันไว้ในทวีปธาตุทั้งหก เหตุใดไม่พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้” หลิวอี้ถามออกไปและเป็นอีกครั้งที่ระบบเงียบจนหลิวอี้เกือบถอดใจ
[จากคำถามและการตรวจสอบ ระบบขอตอบคำถามก่อนจะดำเนินการถัดไป…]
[ระบบภายในของดินแดนวงกตฯ นั้นทำงานคนละภาคส่วนของระบบในทวีปธาตุทั้งหก จุดประสงค์ในการดูแลจึงต่างกัน กล่าวได้ว่าขอบเขตความสามารถของระบบในทวีปธาตุทั้งหกนั้น ในบางเหตุการณ์จึงไม่อยู่ในการควบคุมของระบบ ดังนั้นเหตุการณ์พัฒนาสายพันธุ์พืชชนิดใหม่ในทวีปธาตุทั้งหกจึงถูกเพิกเฉย เพราะไม่ได้อยู่ในการควบคุม และจากการผสานงานการตรวจสอบได้พบพืชสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากบุคคลเดียวกันถึง 150 สายพันธุ์ ทางระบบจึงเห็นว่าระบบของทวีปธาตุทั้งหกควรเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด…]
[ระบบได้ตรวจพบพืชสายพันธุ์ใหม่ จากการพัฒนาของคุณ ต้องการลงทะเบียนพืชสายพันธุ์ใหม่หรือไม่?…]
แน่นอนว่าหลิวอี้ก็ต้องยอมรับการมีอยู่ของสมุนไพรอีก 150 ชนิด ทำให้หลิวอี้ต้องนั่งยืนยันสายพันธุ์ของพืชสมุนไพรเหล่านั้นไปอย่างจำยอม กว่าจะแล้วเสร็จจำต้องใช้เวลาไปเกือบ 2 ชั่วยาม หากหลิวอี้รู้ว่าสิ่งที่เขาทำลงในวันนี้ทำให้ใครหลายคนต้องจับขมับมองจอภาพก่อนจะอนุญาตให้หลิวอี้รู้ถึงข้อมูลสำคัญ เขาคงอาจจะรู้สึกเกรงใจตัวตนเหล่านั้นบ้างก็ได้ แต่นั่นเพราะเขายังไม่รู้
หลังจากหลิวอี้ออกมาจากมิติสัตว์เลี้ยงมันก็เป็นวันที่ 2 ในเมืองสายน้ำ ก่อนหน้านี้คนอื่น ๆ ในกลุ่มได้ไปสำรวจเดินเที่ยวรอบเมืองมาบ้างแล้ว จะมีเพียงเขาที่ยังไม่เคย วันนี้เขาจึงคิดออกไปเดินเล่นสำรวจบ้าง มันทำให้ทั้งวันของหลิวอี้พบเจออะไรมากมาย แน่นอนว่าหลิวอี้มีเรื่องที่เขาอยากรู้ ทั้งเรื่องกล่องไม้ที่รอการประเมิน ไข่ที่ได้อัญเชิญมา ตลอดจนเรื่องการประมูลใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันสิ้นเดือนหลังจากนี้
“ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ ท่านผู้มีเกียรติมีอะไรให้รับใช้” เสียงหญิงสาวสดใสดังขึ้นทันทีที่หลิวอี้เปิดประตูเข้ามา แน่นอนว่าที่แห่งนี้คือสมาคมการค้าของเมืองสายน้ำและยังเป็นที่จะจัดการประมูลใหญ่ในสิ้นเดือนนี้ เบื้องหน้าคือหญิงสาวที่งดงามแสดงออกถึงความยินดีต้อนรับอย่างสุดหัวใจ ทันทีที่หลิวอี้เห็นก็เข้าใจได้ทันทีว่านางคือพนักงงานของที่แห่งนี้
“ข้าต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินสิ่งของสัก 2 - 3 ชิ้น ไม่ทราบว่าข้าต้องทำเช่นใด” หลิวอี้ตอบไปอย่างสุภาพ
“เชิญท่านผู้มีเกียรติตามข้ามาเจ้าค่ะ นอกจากนี้การประเมินจำต้องมีค่าใช้จ่ายตามระดับของสิ่งของ เพื่อความสบายใจท่านผู้มีเกียรติสามารถพูดคุยค่าใช้จ่ายกับผู้ประเมินได้โดยตรงเจ้าค่ะ” หญิงสามกล่าวพร้อมเดินนำหลิวอี้ไปยังห้องหนึ่งในด้านข้างของโถงรับแขก พอหลิวอี้เดินเข้าไปเสียงชายชราก็ดังขึ้น
“ต้องการให้ข้าประเมินสิ่งใด”
“เรียนท่านผู้อาวุโสข้ามีของ 3 สิ่งต้องการให้ท่านช่วยประเมิน”
“รบกวนท่านผู้มีเกียรตินำสิ่งของเหล่านั้นวางลงบนแท่นศิลาด้านข้าง การประเมินแต่ละระดับย่อมมีค่าใช้จ่าย เพื่อการนั้น แท่นศิลาเหล่านี้จะบอกถึงระดับสิ่งของเหล่านี้ว่าอยู่ระดับใดในเบื้องต้น เพื่อกำหนดราคาประเมิน” ชายชรากล่าวอย่างเคยชิน หลิวอี้หันไปมองก็เข้าใจได้ทันทีเพราะ แท่นศิลาที่ชายชรากล่าวถึงคือ แท่นผลึกศิลาสร้างโลก นั่นหมายความว่า การจำแนกระดับของสิ่งของประเมินจะอยู่ในหมวด 6 ระดับสามัญ พิภพ ภูผา เมฆา นภา โลกาและสวรรค์
หลังจากหลิวอี้วางไข่ 2 ฟอง กับกล่องไม้ 1 กล่องลงบนแท่นศิลา ก็ปรากฏแสง สีม่วง 2 ชิ้น ซึ่งคือไข่ทั้ง 2 ฟอง กับ แสงสีเหลืองทอง 1 ชิ้นจากกล่องไม้
“ราคาประเมินระดับพิภพอยู่ที่ 300 เหรียญทองแดงต่อชิ้น ระดับนภาอยู่ที่ 3 เหรียญเงิน ท่านต้องการรับการประเมินหรือไม่” ชายชรากล่าวเสียงเรียบ
“เช่นนั้นรบกวนผู้อาวุโสด้วย”
หลิวอี้กล่าวพร้อมส่งสายสร้อยเหรียญทองแดง 3 เส้นออกไป พร้อมกับเหรียญเงินจำนวน 3 เหรียญ เป็นค่าใช้จ่ายในการประเมิน ชายชราโน้มตัวไปหยิบของบางอย่างจากด้านข้างขึ้นมา มันคือแว่นขยายขนาดใหญ่ที่มีกรอบทำจากทองคำ รอบกรอบทองนั้นมีอักขระขีดเขียนมากมายจนยากจะดูออกว่าเป็นอักขระประสงค์สิ่งใด หลังจากที่ชายชราพิจารณาไข่ทั้ง 2 ฟอง สลับไปมาอยู่ครู่ใหญ่ ก็กล่าวออกมาว่า
“ไข่ทั้งสองเป็นไข่สัตว์อสูรรับใช้ชนชั้นสามัญ ฟองแรกคือไข่ของหมาป่าประกายสายฟ้า ฟองที่สองคือไข่ของเต่ามรกต หากต้องการฟักไข่ทั้งสอง จำต้องใช้แก่นอสูรระดับเมฆา 3 แก่นต่อฟองให้พวกมันดูดกลืนเพื่อฟักพวกมัน นอกจากนี้ยามเมื่อฟักจากไข่แล้ว หมาป่าประกายสายฟ้าต้องการน้ำนมสัตว์อสูรพันธุ์เดียวกับมันในการเร่งการเจริญเติบโต ส่วนเต่ามรกตต้องการสาหร่ายมรกต สาหร่ายนั้นทางสมาคมน่าจะมีขายอยู่ ส่วนน้ำนมคงไม่มี แต่สามารถใช้นำนมแพะจตุธาตุแทนได้” ชายชรากล่าวจบก็ยกชาขึ้นมาดื่มดับกระหาย ก่อนจะใช้แว่นขยายส่องดูกล่องไม้ระดับนภาต่อ ไม่ถึงอึดใจชายชราก็เงยหน้ามามองหลิวอี้ก่อนจะก้มไปประเมินต่อ ผ่านไป 10 ลมหายใจ ก็เงยหน้าขึ้นมา
“กล่องไม้ระดับนภานี้ มีชื่อว่า กล่องสมบัติแห่งวงกตฯ การจะเปิดได้นั้นจำต้องการกุญแจ กุญแจของกล่องสามารถหาได้จากสัตว์อสูรชนชั้นราชาในพื้นที่พิเศษระดับนภาใดก็ได้ แต่มีโอกาสได้รับกุญแจที่ต่ำมาก อีกทั้งกุญแจจะปรากฏก็ต่อเมื่อนำกล่องไม้นี้เข้าไปในพื้นที่พิเศษด้วยเท่านั้น กุญแจก็คือแก่นอสูรระดับนภาที่กลายสภาพไปจากปกตินั่นเอง ยามเมื่อเปิดกล่องสำเร็จ มีโอกาสได้รับสิ่งของหายากในระดับนภาไปจนถึงทักษะระดับนภา ถ้าโชคดีก็จะได้รับของที่ระดับสูงกว่าระดับกล่องไม้ได้” ชายชรากล่าวจบก็ดื่มชาอีกอึกก่อนจะพูดกับหลิวอี้ว่า
“หากท่านไม่ประสงค์เปิดกล่องและต้องการขาย ทางสมาคมของเราสามารถรับซื้อกล่องไม้นี้ในราคา 1 เหรียญทองคำขาว” หลิวอี้ที่ได้ยินราคาเขาถึงกลับตกใจ เพราะ 1 เหรียญทองคำขาวมันมีค่ามาก เห็นได้ชัดว่าถึงระดับกล่องไม้จะกลาง ๆ แต่มูลค่าของมันสูงมาก เป็นไปได้ว่าสิ่งของที่เปิดจากกล่องจะมีค่ามากกว่ามูลค่าที่ชายชรานำเสนอ
“ขอบคุณผู้อาวุโสข้าจำต้องกลับไปปรึกษาเพื่อน ๆ พี่น้องก่อนถึงจะตัดสินใจได้” หลิวอี้กล่าวไปตามตรง
“ไม่เป็นไร หากท่านเปลี่ยนใจทางสมาคมยินดีรับซื้อในราคาที่กล่าวไป”
หลิวอี้ไม่รอช้าเขารีบออกจากสมาคมการค้าตรงกลับสมาคมนักผจญภัยทันที เพราะเรื่องกล่องไม้ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่เขาคนเดียวตัดสินใจได้ อีกทั้งจำต้องปรึกษาไฮฟงเรื่องอาหารของไข่เหล่านั้นหลังฟัก จะอะไรได้ยามนี้พวกเขาทั้ง 6 คน นับว่าเป็นคนยากจนในดินแดนแห่งนี้ แค่ค่าอาหารของสัตว์อสูรรับใช้ของเขา จากที่สอบถามมาราคาก็สูงเสียจนหลิวอี้หมดปัญญาซื้อ ทุกวันนี้มีกินมีใช้เพราะพี่รองของเขาแบกภาระของกลุ่มอยู่ เห็นที่คงได้เวลาหาเงินของดินแดนแห่งนี้อย่างเร่งด่วน
โปรดติดตามตอนต่อไป…
ระดับพลังของกลุ่มหลิวอี้ในเวลานี้
ไฮฟง มีระดับเทียบเท่าสวรรค์ขั้นสูงสุด (ขั้น 10) ระดับบ่มเพาะจริง ระดับเมฆาขั้นกลาง (ขั้น 6)หลิวอี้ เทียบเท่าระดับโลกาขั้นกลาง (ขั้น 5) ระดับบ่มเพาะจริง ระดับพิภพขั้นปลาย (ขั้น 9)หลี่เทียนชื่อ เทียบเท่าระดับโลกาขั้นต้น (ขั้น 2) ระดับบ่มเพาะจริง ระดับภูผาขั้นกลาง (ขั้น 7)ชื่อหวันเฉิง เทียบเท่าระดับเมฆาขั้นสูงสุด (ขั้น 10) ระดับบ่มเพาะจริง ระดับภูผาขั้นต้น (ขั้น 2)เตียวเซียง ระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ เมฆาขั้นต้น (ขั้น 2)หลินชิงจ้าว ระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ เมฆาขั้นต้น (ขั้น 2)