มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 79 ถูกจับตามอง

            "มินึกว่าจุดจักกระจะสามารถดูดกลืนพลังจากสายฟ้าเบื้องนอกแปรมาเป็นพลังปราณของตัวเองได้ด้วย..อา..เช่นนั้นสายฟ้าก็มีประโยชน์ในการเพิ่มพลังปราณยุทธเช่นกัน ถ้าเช่นนั้น บ่อสายฟ้าในเทือกเขาเนตรอสูรชั้นสองก็นับเป็นอีกแหล่งฝึกปราณยุทธที่ดีเลิศสถานที่หนึ่งเช่นกัน. "


            กังหลงหวนคิดไปถึงถ้ำของมังกรภูผา ที่ด้านในเต็มไปด้วยสายฟ้ามากมาย และอดหวนนึกไปถึงใบหน้าอันงดงาม ร่างอรชรบอบบางสวยซึ้งจนยากจะบรรยาย นาม "หลานสวี่" ที่ประทับลึกในห้วงดวงใจไม่ได้ นับเป็นคราแรกที่ได้รับน้ำใจจากหญิงงาม  รำพึงเบา ๆ


            "อีกไม่นาน ข้าก็จะมีความสามารถพอที่จะได้พบเจ้าแล้ว หลานสวี่ จงรอข้าที่งานประลองระดับอาณาจักรนะ ข้าจะไปยืนหยัดเคียงข้างเจ้าให้จงได้ "


            "พ้ง"

     

            "พ้ง"

     

            "พ้ง"


            เสียงวิ่งชนผนังเตากลั่นเริ่มดังขึ้น กระชากสติกังหลงออกจากห้วงคำนึง ทราบว่าการปรุงโอสถใกล้จะสำเร็จแล้ว แรงดันฝาเตากลั่นยิ่งมีมากขึ้น แต่กังหลงหากระพริบตาไม่ ทราบว่าเวลาไกล้เสร็จของการหลอมมาถึงแล้ว จึงใช้พลังปราณและพลังวิญญาณควบคุมเตากลั่นไว้อย่างสม่ำเสมอ และแล้วเสียงวิ่งชนภายในเตากลั่นก็เงียบสงบลง


            พายุและสายฟ้าบนท้องฟ้าเริ่มเบาบางลงและจางหายไปในที่สุด ท้องฟ้ากลับมาปลอดโปร่งสดใสอีกครั้ง กังหลงบังคับดึงพลังปราณและพลังวิญญาณกลับ ไฟในเตากลั่นค่อย ๆ มอดดับลง ...ถอนหายใจอย่างโล่งอก    ใช้พลังปราณบังคับให้ฝาเตากลั่นเปิดออก ทันที่ทีฝาเปิดออก ได้เกิดเสียงขึ้น

     

            "ปัง"

     

            โอสถที่เคยสงบนื่งในเตากลั่นพลันพุ่งกระแทกฝ่าเตากลั่นออกไป ประกายสีฟ้าสองสายพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

     

            "คิดจะหนีรึ"

     

            กังหลงแผ่พลังปราณและพลังจิตวิญญาณควบคุมดึงดูดสิ่งที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า  พลังปราณและพลังจิตมัดกลุ่มพลังที่พุ่งขึ้นไปด้านบนจนอยู่หมัดและค่อยดึงกลับลงมา

     

            "เฮอะ !!" แรงต้านช่างรุนแรงแสียจริง มากกว่าครั้งก่อนที่ปรุงโอสถชนิดนี้ถึงสองเท่าตัว....  กลับมา !!"

     

            กังหลงพึมพำขึ้นและใช้พลังฉุดกระชากพลังต้านนั้นเข้ามาอยู่ในกำมือทั้งหมด กำมืออยู่ชั่วครู่จนแรงต้านหายไปสิ้น ...แบมือดูผลงานของตัวเอง เมื่อเห็นก็ต้องต้องตะลึง สีหน้าที่ยินดีได้แสดงออกมาจนเปี่ยมล้น  อุทานออกมา..

     

            "โอ๊ะ !! โอสถปราณเมฆินทร์ที่มีประกายสายฟ้าหนึ่งเส้นทั้งสองเม็ด เป็นระดับสูงทั้งหมด และเป็นโอสถบริสุทธิ์ชั้นหนึ่ง มิน่าถึงได้เกิดสายฟ้าหนึ่งสายผ่าฟาดออกมาขณะหลอมใกล้เสร็จ ทั้งยังมีแรงต้านที่จะพุ่งหนีมากมายปานนั้น ไม่นึกว่าเตากลั่นใบที่เพิ่งซื้อมานี้จะมีผลดีเช่นนี้ ทำให้มีโอกาสได้โอสถถึงสองเม็ดในคราเดียว นับว่าไม่ใช่เตากลั่นธรรมดาแน่ คงต้องหาเวลาค้นคว้าถึงที่มาของเตากลั่นใบนี้แล้ว นี่คงมิใช่เตากลั่นธรรมดาอย่างแน่นอน จะต้องมีคุณสมบัติพิเศษอื่นอีกมากมายเป็นแน่"

     

            ฝูงชนเองต่างก็ตื่นตาตื่นใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน เพราะตั้งแต่ชั่วอายุคนที่ผ่านมา มิเคยมีใครเคยพบเจอเหตุการณ์สายฟ้าหลากสีกับตาเช่นนี้ ยากนักที่จะมีโอกาสได้ชมการปรุงโอสถที่เกิดสายฟ้าโอสถหลากสีบังเกิดขึ้น

     

            แม้แต่ผู้อาวุโสของสมาคมโอสถเอง ต่างก็เกิดความละอายใจขึ้น พวกตนต่างร่ำเรียนฝึกฝนมาจวบจนอายุปูนนี้แต่มิเคยมีใครสักคนที่มีความสามารถปรุงโอสถจนบังเกิดสายฟ้าโอสถหลากสีเช่นนี้ขึ้นมาได้ นั่นแสดงว่า ความสามารถของบุรุษหนุ่มผู้นี้นับว่าเป็นอัจฉริยะที่ยากจะพบพานในรอบหนึ่งร้อยปีนี้ทั้งยังมีความสามารถในการรับการทดสอบจากสายฟ้าหลากสีได้จนโอสถสวรรค์สามารถปรุงสำเร็จออกมาได้ ดูจากรูปร่างหน้าตาของบุรุษหนุ่มผู้นี้ คาดว่าอายุยังมิถึงยี่สิบปี หากให้เวลาฝึกฝนแก่เจ้าหนุ่มนี้ไปอีกสักหลายปี ภายภาคหน้าในอาณาจักรเนตรอสูรมิทราบความสามารถด้านโอสถของเจ้าหนุ่มผู้นี้ยังจะมีใครสามารถทัดเทียมได้อีก 

     

            ยิ่งได้เห็นการปรุงโอสถระดับสวรรค์ที่เกิดขึ้น ผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถได้ให้ความสนใจต่อกังหลงเป็นอย่างยิ่ง สั่งให้ผู้อาวุโสท่านอื่นคอยจับตาดูและสืบประวัติความเป็นมาของเจ้าหนุ่มอัจฉริยะผู้นี้  และหาทางชักจูงให้เข้ามาสู่สมาคมโอสถให้จงได้


            หากสมาคมโอสถสามารถส่งเสริมบุรุษหนุ่มเช่นกังหลงอนาคตของเจ้าหนุ่มผู้นี้ก็จะก้าวไกลจนมิอาจคาดคำนวนได้และอาจจะส่งผลให้สมาคมโอสถถือกำเนิดนักปรุงโอสถระดับสูงที่มิเคยมีมาก่อนก็เป็นได้ถึงผลการทดสอบของบุรุษหนุ่มที่ได้ยังมิทราบจะเป็นโอสถชนิดใดแม้จะเป็นโอสถระดับหนึ่งหรือระดับสองแต่หากแม้นเป็นโอสถระดับสวรรค์คุณค่าที่ได้ก็ยากยิ่งจะประมาณได้แล้ว

     

           นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์สตรีคลุมหน้าชุดขาวร่างบอบบางเปี่ยมเสน่ห์ก็เช่นกัน เมื่อทั้งสองได้เห็นการกำเนิดของสายฟ้าโอสถที่เป็นเพียงตำนานอันมีอยู่เฉพาะในตำราโอสถเท่านั้นทั้งเหตุการณ์เช่นนี้ได้บังเกิดขึ้นจริงให้เห็นกับตาต่อหน้า ทั้งสองต่างต้องประเมินบุรุษหนุ่มร่างบอบบางคล้ายนักศึกษาผู้นี้ใหม่อีกครั้งทั้งสองทราบว่าความสามารถทางด้านโอสถของเจ้าหนุ่มผู้นี้ในรุ่นเยาว์ด้วยกันภายในอาณาจักรเนตรอสูรคงยากจะมีใครสามารถเปรียบได้กับบุรษหนุ่มผู้นี้อีกแล้ว

     

           ส่วนผู้แข่งขันคนอื่น ๆต่างก็ยอมจำนนท์มิอาจนำตนไปเปรียบกับบุรุษหนุ่มบอบบางคล้ายนักศึกษาผู้นี้ทุกคนเพียงต้องการแสดงฝีมือให้สุดความสามารถเพื่อจะได้ติดอันดับหนึ่งในห้าเท่านั้น อย่างน้อยหากมีโอกาสได้เป็นตัวแทนของอาณาจักรเพื่อเข้าแข่งขันด้านโอสถระดับอาณาจักร เพียงแค่นี้ก็ย่อมจะนำพาชื่อเสียง อำนาจและทรัพย์สินเงินทองมาสู่วงตระกูลได้อย่างมากมายแล้ว

     

           กังหลงนำโอสถที่ปรุงได้สำเร็จใส่ขวดหยกที่เตรียมไว้และนำไปมอบให้ผู้อาวุโสชุดเขียวเพื่อรอการตรวจสอบและตัดสินต่อไปเมื่อส่งมอบโอสถเสร็จสิ้นก็กลับไปนั่งพักผ่อนผนึกลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปยังสถานที่ทดสอบของตนเก็บเตากลั่นโบราณกลับเข้าถุงมิติทองคำเรียบร้อยแล้วหลับตาลงนั่งสมาธิเดินลมปราณมิสนใจผู้ใดอีก


           นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ ได้ปรุงโอสถหยาดพิรุณมังกรเมฆาจริงดังที่กังหลงได้คาดคำนวนไว้โอสถที่ได้นับเป็นโอสถระดับสองระดับสูง อย่างที่กังหลงคาดเดาไว้มิมีผิดส่วนหยางเสี่ยวเอ๋อร์สตรีคลุมหน้าชุดขาวร่างบอบบางเปี่ยมเสน่ห์ผู้นี้ ก็ได้ปรุงโอสถระดับสองระดับสูงสำเร็จแล้วเช่นกัน และเป็นโอสถปราณอัคคีพิสุทธิ์ตามที่กังหลงได้คาดคิดไว้อีกเช่นกัน


            ส่วนอีกคนที่เป็นสตรีเยาว์วัยว่านเยี่ยหลานและมู่หยง ก็สามารถปรุงโอสถสำเร็จในลำดับถัดมา  ผู่แข่งขันอีกห้าคนที่เหลือก็เริ่มทยอยปรุงโอสถสำเร็จและนำมาส่งให้แก่ผู้อาวุโสชุดเขียวผู้เป็นกรรมการควบคุมการทดสอบ 


           เมื่อทั้งสิบคนได้นำโอสถส่งให้กรรมการเพื่อตรวจสอบระดับโอสถและคุณภาพของโอสถเรียบร้อยทุกคนแล้วผู้อาวุโสซุนนำโอสถของคนทั้งสิบไปวางเรียงกันบนโต๊ะตรวจสอบกลางลานประลองเพื่อให้กรรมการเป็นผู้ตรวจสอบและให้คะแนนตัดสิน ในรอบสุดท้ายนี้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบคือผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถ

     

           ผู้อาวุโสซุนกล่าวเชิญผู้อาวุโสสูงสุดมาตรวจสอบเพื่อตัดสินให้คะแนนแก้ผู้เข้าทดสอบทั้งสิบ


           "ขอเชิญท่านผู้อาวุโสสูงสุดทำการตรวจสอบโอสถเพื่อให้คะแนนแก่ผู้เข้าทดสอบ เชิญขอรับ !!"


           ผู้อาวุโสสูงสุดลุกขึ้นจากที่นั่งเดินลงไปกลางลานประลองที่วางเรียงรายด้วยขวดโอสถทั้งสิบขวดเรียงลำดับจากผู้ที่ปรุงสำเร็จก่อนไปยังผู้ที่ปรุงสำเร็จหลัง ขวดใบที่หนึ่งเป็นของกังหลงใบที่สองเป็นของนงคราญสุรางค์สวรรค์ ใบที่สามเป็นของหยางเสี่ยวเอ๋อร์  ว่านเยี่ยหลาน ซางกวนป๋อ มู่หยง ลู่หนายเฟิน......

     

           ทันทีที่ผู้อาวุโสสูงสุดเปิดฝาขวดโอสถของกังหลงออกกลิ่นโอสถอันบริสุทธิ์หอมเย็นแผ่กระจายซาบซ่านไปทั่วจนผู้ที่สัมผัสได้รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสดชื่นยิ่งเสียงดังระงมจึงบังเกิดขึ้นอีก

     

           "อา..โอสถอะไรเพียงสัมผัสแค่กลิ่นก็ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งสดชื่นได้เช่นนี้ !!"

     

    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน