เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 59: นักรบสองสหาย (The Two Comrade of Warrior)

    ทางด้านโยริโตโมะ เมื่อได้รู้ว่าโยชิสึเนะกับเบงเคย์ได้ให้การช่วยเหลือโยชินากะกับโทโมเอะในการหลบหนีก็ไม่พอใจมาก จึงสั่งการโนริโยริให้สังหารโยชิสึเนะกับเบงเคย์ แต่โนริโยริก็ตอบปฏิเสธ เพราะเขานั้นไม่ต้องการที่จะลงมือฆ่าสหายร่วมรบของตัวเอง เมื่อไม่มีทางเลือก โยริโตโมะจึงส่งนินจาสังหารที่มีนามว่าโทซาโนโบะ โชชุนออกไปตามล่าเพื่อปลิดชีวิตโยชิสึเนะกับเบงเคย์ทางด้านโยชิสึเนะกับเบงเคย์ต่างรู้ตัวกันดีว่า พวกเขานั้นได้กระทำในสิ่งที่ขัดใจโยริโตโมะเป็นอย่างมากเข้าแล้ว และเขาก็จะต้องไม่ปล่อยพวกเขาไว้เป็นแน่ พวกเขาทั้งสองจึงเลือกที่จะไม่กลับไปยังเฮย์อันเกียว และหลบหนีไปพำนักที่เมืองฮิราอิซุมิ ในระหว่างทาง โยชิสึเนะกับเบงเคย์ก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกล เหมือนกับว่ามีอะไรบางกำลังคลืบคลานเข้ามา“แกร๊ง!!” เหมือนมีใครบางคนกำลังวิ่งพุ่งเข้ามาทำร้ายจากเงามืด โยชิสึเนะนั้นรู้ทันจึงรีบชักดาบยาวโนดาจิออกมาป้องกันการโจมตีจากเงามืดไว้ก่อนที่เขาจะโจมตีสวนกลับ แต่มันก็หลบการโจมตีสวนกลับนั่นได้ทัน และกระโดดถอยหลังออกมา โยชิสึเนะจึงตั้งท่าดาบยาวไว้เพื่อเตรียมจะเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย“นึกไว้อยู่แล้วเชียว จะต้องมีคนลอบเข้ามาทำร้ายจริงๆ ด้วย”คนที่พุ่งเข้าทำร้ายจากเงามืดเมื่อกี้นี้ ก็คือโทซาโนโบะ โชชุน นินจาสังหารที่โยริโตโมะส่งมาเพื่อปลิดชีวิตพวกเขาทั้งสอง “ถ้าจำไม่ผิด เจ้าคือคนที่โยริโตโมะส่งมาจัดการกับพวกเราอย่างงั้นหล่ะสินะ”ทางด้านเบงเคย์ก็พลางหยิบหอกยาริขึ้นมา แล้วตั้งท่าหอกไว้เพื่อเตรียมจะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน“เรื่องนั้นมันไม่ใช่เรื่องของเจ้า และที่รู้ๆ พวกเจ้าจะต้องตายที่นี่”โชชุนเรียกภูติพิทักษ์ออกมาสองตน คือฟูวาชิ ภูติพิทักษ์อินทรีย์วายุ และคากุโระเบียว ภูติพิทักษ์เสือดำอัคนี เพื่อจัดการกับโยชิสึเนะกับเบงเคย์ โดยฟูวาชิจะกระพือปีกเรียกลมพายุออกมาโจมตีใส่อีกฝ่ายถูกสองลูก ส่วนคากุโระเบียวก็จะกู่ร้องคำรามออกมาอย่างสุดเสียงเป็นการเรียกอุกกาบาติไฟขนาดย่อมออกมาโจมตีใส่โยชิสึเนะกับเบงเคย์ แต่พวกเขาทั้งสองก็สามารถหลบหลีกการโจมตีจากสองภูติพิทักษ์ของอีกฝ่ายได้ทั้งหมด จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็วิ่งพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือดด้วยทักษะฝีมือการต่อสู้ของโยชิสึเนะกับเบงเคย์ที่เหนือกว่านั้น จึงทำให้โชชุนได้พ่ายแพ้ให้กับพวกเขาทั้งสองอย่างไม่เป็นท่า และก็ถูกฆ่าตายในเวลาต่อมาสองภูติพิทักษ์ของโชชุนได้กลายมาเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของพวกเขาทั้งสองโดยปริยาย โดยฟูวาชิ ภูติพิทักษ์อินทรีย์วายุได้กลายมาเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของโยชิสึเนะ ส่วนคากุโระเบียว ภูติพิทักษ์เสือดำอัคนีได้กลายมาเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของเบงเคย์ และในที่สุด ทั้งสองก็ได้มาถึงที่เมืองฮิราอิซุมิในแคว้นโอชู และได้เข้ามาพำนักอาศัยอยู่ที่ใจกลางเมืองฮิราอิซุมิภายใต้การคุ้มกันของเจ้าปกครองแคว้นโอชูที่มีนามว่าฟูจิวาระ โนะ ฮิเดฮิระ แห่งหัวหน้าตระกูลฟูจิวาระในขณะที่พำนักอยู่ที่เมืองฮิราอิซุมิ โยชิสึเนะก็ได้ทราบข่าวมาว่า นางซาโต้ โกเซ็น ภรรยาเอกของโยชิสึเนะได้ถูกโยริโตโมะตัดสินโทษประหารชีวิตพร้อมกับบุตรสาวของเขา ในข้อหาร่วมสมคบคิดกับผู้เป็นสามีในการช่วยพาโทโมเอะกับโยชินากะหลบหนีออกไปจากเฮย์อันเกียว ทั้งๆ ที่นางซาโต้นั้นไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยส่วนทางด้านมุเนโมริ พร้อมกับบุตรชายของเขา และเหล่านักโทษเชลยศึกคนอื่นๆ ในตระกูลไทระ ต่างก็ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตในช่วงเวลาเดียวกันด้วยทางด้านโยชิสึเนะ เมื่อได้ทราบข่าวเช่นนั้นก็รู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ตัวเขานั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ภรรยาเอกและบุตรสาวของเขาต้องตาย แต่ก็ไม่ถึงกับเสียใจมากจนต้องร้องไห้ฟูมฟายออกมา เพราะตัวเขาเองนั้นเคยถูกโยริโตโมะบังคับให้แต่งงาน โดยที่ตัวเขานั้นไม่ได้มีใจรักให้กับนางซาโต้เลยแม้แต่น้อยโยชิสึเนะได้หลงรักกับหญิงสาวผู้งดงามคนหนึ่งที่มีนามว่าชิซุกะ โกเซ็น ซึ่งเป็นนางรำในศาลเจ้าแห่งหนึ่งในเมืองฮิราอิซุมิ และทั้งสองก็ได้เสียกันในคืนวันเดียวกัน จนวันเวลาผ่านไป ความทะเยอทะยานในอำนาจของผู้เป็นบุตรชายของฮิเดฮิระที่มีนามว่าฟูจิวาระ โนะ ยาซุฮิระนั้นก็ได้ทวีถึงขึ้นสุด เขาได้เริ่มแผนการลอบสังหารผู้เป็นบิดาของตนเอง และขึ้นปกครองแคว้นโอชูแทนที่ผู้เป็นบิดาที่ได้สิ้นใจลงเมื่อไม่นานมานี้เดิมทีนั้น ยาซุฮิระมีความชิงชังต่อโยชิสึเนะกับเบงเคย์เป็นอย่างมาก จากความไม่เท่าเทียมที่ฮิเดฮิระนั้นกลับให้ความสนใจกับพวกเขาทั้งสองมากกว่าผู้เป็นบุตรชายในสายเลือดอย่างเขา ดังนั้น ยาซุฮิระ จึงมิวายที่จะส่งกำลังพลออกไล่ล่าโยชิสึเนะกับเบงเคย์เพื่อกำจัดไปให้พ้นทาง ส่งผลทำให้พวกเขาทั้งสองต้องหลบหนีการไล่ล่าของกองกำลังฝ่ายตระกูลฟูจิวาระที่นำโดยยาสุฮิระออกจากเมืองฮิราอิซุมิไปพร้อมกับชิซุกะที่กำลังตั้งครรภ์“คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ”เมื่อมาถึงที่แม่น้ำโคโรโมะ โยชิสึเนะ เบงเคย์ และชิซุกะ ก็ได้ถูกกองทหารของยาสุฮิระล้อมไว้“ฟูวาชิ”“คากุโระเบียว”โยชิสึเนะกับเบงเคย์ต่างก็เอ่ยเรียกภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนออกมา ซึ่งมีทั้งภูติพิทักษ์อินทรีย์วายุ และภูติพิทักษ์เสือดำอัคนี จากนั้น พวกเขาทั้งสองต่างก็รีบนำอาวุธประจำกายออกมาเพื่อตีฝ่าวงล้อมออกมาจากบริเวณตรงนั้น สักพัก ทั้งสองต่างก็เข้าประจันหน้ากับอีกฝ่ายอย่างดุเดือดฟูวาชิ ภูติพิทักษ์อินทรีย์วายุได้กระพือปีกทั้งสองข้างปล่อยลูกพายุทอร์นาโดที่มีขนาดใหญ่ออกมา 2 ลูก จนทำให้กลุ่มทหารหลายนายต่างก็ถูกลูกพายุพัดลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนที่ร่างของพวกทหารเหล่านั้นจะดิ่งลงมายังเบื้องล่าง ทางด้านโยชิสึเนะก็พุ่งเข้าไปฟันใส่พวกทหารด้วยดาบยาวโนดาจิอย่างต่อเนื่องคากุโระเบียว ภูติพิทักษ์เสือดำอัคนีได้พ่นเปลวไฟขนาดใหญ่ที่ร้อนระอุราวกับไฟนรกโลกันตร์ออกมา จนทำให้กลุ่มทหารหลายนายต่างก็สิ้นใจลงจากการถูกย่างสด ทางด้านเบงเคย์ก็พุ่งเข้าไปโจมตีใส่พวกทหารด้วยหอกยาริอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะจัดการไปสักเท่าไหร่ กองทหารของฟูจิวาระก็มีแต่จะเพิ่มขึ้น ทั้งสองต่างก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาในทันที กองทหารของฟูจิวาระได้เข้ามาล้อมตัวพวกเขาไว้ ทางด้านชิซุกะก็ได้คลอดบุตรออกมาเป็นบุตรชายสักพัก ก็ได้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้น ท้องฟ้าค่อยๆ มืดครึ้มลงทีละนิด มีกลุ่มกระแสไฟฟ้าไหลเวียนไปทั่วบริเวณล้อมรอบพวกเขา ทางด้านกองทหารอีกฝ่ายนั้นไม่รอช้า รีบพากันพุ่งเข้าโจมตีใส่ทันที แต่ทันใดนั้น ก็ได้มีแสงวาบสีขาวเรือนออกมาในวงกว้าง แสงสีขาวนั้นสว่างจ้ามากจนต้องรีบยกแขนขึ้นมาปิดหน้าปิดตาในทันทีหลังจากที่แสงสีขาวนั้นได้จางหายลง ร่างของโยชิสึเนะ เบงเคย์ และชิซุกะ ก็ได้หายไปจากบริเวณตรงนั้น ทางด้านยาซุฮิระ แม้จะยังไม่รู้รายละเอียดมากนัก แต่การหายไปของโยชิสึเนะกับเบงเคย์นั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ปลื้มปิติมากสำหรับเขาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ความปลื้มปิตินั้นอยู่ได้เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น เมื่อโยริโตโมะได้นำกองทัพเข้าไปถล่มตระกูลฟูจิวาระในแคว้นโอชูจนราบคาบเป็นหน้ากอง ส่วนทางด้านยาซุฮิระก็ได้สิ้นใจลงในเวลาต่อมาหลังจากนั้นไม่นาน ทางด้านโยริโตโมะก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลมินาโมโตะคนใหม่ พร้อมกับได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นผู้นำโชกุนอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลโชกุนคามากุระก็ได้ถูกสถาปนาขึ้นโดยมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองคามากุระ โยริโตโมะได้กลายเป็นโชกุนผู้เป็นประมุขสูงสุดในเวลาต่อมา

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน