ตอนที่สามสิบเก้า ท่านดยุกก็เป็นสายฮีล
วางรากฐานที่หนักแน่นไว้ต่อให้เกิดอะไรขึ้นก็ยังสามารถคงสภาพที่จะต่อสู้ต่อไปได้
สิ่งก่อสร้างพื้นฐานจึงสำคัญที่สุดแนวคิดของผมจึงเรียกว่าสร้างแฟมิเลียเพนดราก้อนแห่งแรกตรงนี้ไว้เป็นโมเดลที่จะมีสถานที่อื่นๆไว้เป็นฐานบัญชาการและฝึกซ้อมตามมานั่นเอง
สร้างโอกาสที่ดีที่สุดก่อนและค่อยๆหาวิธีการปรับปรุงคุณภาพเรื่อยๆมันไม่มีทางสิ้นสุดในเรื่องของการคิดค้นเทคโนโลยีอาวุธและการต่อสู้
มันคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆที่จะเติบโตขึ้นในอนาคตสัญชาตญาณที่เราคิดไว้อาจจะกลายเป็นคนละอย่างเลยก็ได้หากนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงดังนั้นเราต้องวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลที่ได้มาให้ได้
พอมาต่อสู้ด้วยกันหลายๆอย่าง
ผมชักเข้าใจแล้วว่าทำไมในโลกนี้ถึงคิดบางอย่างแตกต่างกับผู้เล่นเนื่องจากเกมส์ผิดพลาดเราจะเล่นใหม่ได้หลายครั้ง ความเสียหายไม่มากนักหากดูแต่ข้อมูล จะเล่นสายอื่นที่ไม่ใช่สายพี่กล้ามก็ได้
แต่โลกแห่งความจริงหากตายแล้วคือตายหากเพื่อนช่วยออกมาชุบชีวิตไม่ทัน
การเล่นสายพี่กล้ามที่มีพลังชีวิตและพลังป้องกันสุงจึงจะปลอดภัยมากกว่าหากเกิดความผิดพลาดได้ในการคำนวณตามสถิติ
นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่พี่กล้ามแรงก์ซีผมทองมีจำนวนมากในกิลด์นักผจญภัยนั่นเอง
เพราโดนยาพิษ โดนแทงอะไรพี่กล้ามเตรียมใจและมีพลังชีวิตมากพอที่จะผ่านไปได้ ส่วนสายอื่นโอกาสรอดชีวิตจะต่ำมาก เพราพลังชีวิตน้อยกว่าในการต่อสู้กันจริงๆ
หากพลาดครั้งเดียวก็ได้กลายเป็นอาหารกับแม่พันธ์ให้ก็อบลิน
ดังนั้นตามที่ผมสังเกตพี่กล้ามเลยเป็นที่นับถือว่าแข็งแกร่ง ทำให้ทาสพี่กล้ามราคาสูงทะลุติดเพดานคนชื่นชมความแข็งแกร่งนั้นอาจจะเป็นเรื่องธรรมดา
“นอกจากนั้นข้าจะสนับสนุนคนที่สกิลสายฮีลรักษาหน้าที่ของพวกเจ้าคือการรักษาพี่กล้ามเอาไว้เพราหากพี่กล้ามตายทั้งทีมก็อาจจะตายตามไปด้วย”
ในภาวะคับขันฮีลคือตัวช่วยชีวิตพี่กล้ามในการแลกชีวิตกับฝ่ายตรงข้ามล่ะนะแต่ไม่ว่าทางไหนก็ตาม การมีหน่วยช่วยรักษาที่ดีมากขึ้นก็จะทำให้เราสามารถลดความเสียหายของเราได้มากขึ้นเท่านั้น
พอผมพุดไปเท่านั้น หนูอโคสายฮีลหลายคนก็หน้าแดงหันมาทางผม
“อะแฮ่ม ไม่ต้องคิดมากตอนนี้ข้ายุ่งอยู่ ยังไม่มีเวลาหาทาสอุ่นเตียงมาขึ้นเสียเท่าไรข้ามองว่ายิ่งสายสนับสนุนแข็งแกร่งมากเท่าไรพี่กล้ามก็จะยิ่งวางใจบุกได้มากขึ้นเท่านั้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องกองหลัง”
ผมกระแอมแก้เขินที่ท่าทางพวกแม่หนูอโค acolyte จะคิดเป็นอื่น
การป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น คือการสร้างความมั่นใจให้กับการบุกได้มากขึ้นนั่นเอง
“ข้ารู้ดีเพราะข้าก็เป็นอโค acolyte นักบวชฝึกหัดมาก่อนเช่นกันเผื่อพวกเจ้าไม่รู้”
“เอ๋”
“ท่านดยุกเป็นสายฮีล?”
ทุกคนพูดอย่างตกใจ
เออสิฟะ เอ็งคิดว่าตูข้าไปรู้จักกับท่านคาร์ดินัลและวิธีการติดต่อกับหน่วยปราบมารได้อย่างไรมิทราบ?
“อะแฮ่มแต่ข้าก็ร้างลาเรื่องการฮีลไปนานพอสมควร เนื่องจากงานของดยุกยุ่งมาก”ในการจับพวกแม่ค้า แม่ชี ขุนนางระดับต่ำที่ดูดีมีอนาคตมาเป็นทาสอุ่นเตียงนั่นเอง
“ข้าก็เลยอยากจะทบทวนความรู้ที่ข้ามีว่ายังพอใช้ได้อยู่หรือเปล่าและข้าจะให้ความสำคัญกับสายฮีลแน่นอนไม่ต้องห่วง พวกเจ้าทุกคนคือของมีค่าของข้า”
ผมพยายามยิ้มให้กับพวกแม่หนูอโคแต่พวกเธอท่าทางจะตกใจกับการยิ้มของผมถอยห่างออกไป
ลืมไป ดยุกหมูอ้วนมันสายเนิร์ดเลยค่าเสน่ห์ไม่ค่อยสูงเท่าไร
อืม เราควรจะเปลี่ยนสายไปเป็นสายนักพูดOrator หรือแนว Bard ดีหรอืเปล่านะแนวพวกคารมดีและรุปหล่อ ค่าเสน่ห์เยอะจนคนถูกใจ
ก็อาจจะโอเคแต่คงต้องมีเวลาว่างไปเปลี่ยนอาชีพล่ะนะ
ตอนนี้ใช้ทักษะเดิมที่เรามีไปพลางๆก่อน
ดยุกก็ไม่ใช่คลาสที่แย่สักเท่าไรทุกอย่างกลางๆ ไม่มีจุดเด่น ไม่มีจุดอ่อน
“บุฮิ บุฮิ บุฮิ โมโหแล้วเดี๋ยวข้าจับพวกเจ้ามาเป็นทาสอุ่นเตียงกันหมดเสียเลยนี่”
“แง้ ฮือ”ทันใดนั้นพวกแม่หนูอโคก็ร้องไห้กันหมด
เวรกรรมก็ว่าอยู่สายฮาร์ดคอก็ไปหน่วยปราบมาร templar มังก์ monk คนที่ออกมานอนกลางดินกินกลางทรายทั้งที่ยังไม่เป็นนักบวชpriest แบบสมบูรณ์นี่
ทำให้เป็นคนประเภทที่ไม่ชอบการต่อสู้นั่นเองแต่ก็ดันมาเลือกอาชีพนอนกลางดินกินกลางทราบนี่น่ะแย่จริง(คำพูดจากคนที่ให้พวกคนรับใช้แบกกระโจมและของหรูหรามานอนข้างนอกคฤหาสน์)
น่าจะเพราะแม่หนูอโคพวกนี้ คนที่อยู่ภายนอกเลยมองพวกสายอีลเป็นพวกตุ๊ดตู๋ขี้แยไม่สู้คน
แน่นอนอาจจะเพราะอย่างนั้นอโคหลายคนเลยกลายร่างเป็นมังก์ได้สกิลโจมตีที่รุนแรงเพื่อพิสูจน์ตนเองในภายภาคหน้าต่อไป