บทที่ 21 ขอร้องล่ะ อย่าเอาชื่อข้าไปตั้งเลย
เมื่อได้ยินคำชมที่รัชทายาทไม่ได้ปิดบังเลยแม้แต่น้อย สยงอู่เหลียงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจเล็กน้อย
หมี่เหิงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถามด้วยความสงสัยว่า "น้องชาย ระหว่างทางที่พี่ชายเดินมา พบว่ารวงข้าวของฉู่หยางนั้นใหญ่และสมบูรณ์เป็พิเศษ ไม่ทราบว่าเ้าใช้เล่ห์กลใดกัน?"
สยงอู่เหลียงยิ้มบาง ๆ แล้วตอบสั้น ๆ ว่า "หลังจากใส่ปุ๋ยคอก พืชผลย่อมเติบโตได้ใหญ่ขึ้นเป็ธรรมดาพ่ะย่ะค่ะ"
"ปุ๋ยคอก? ปุ๋ยคอกคืออะไร?"
"คือสิ่งปฏิกูลบางอย่าง นำมาผสมกับฟางข้าว แล้วหมักไว้ในหลุม ก็จะเป็ปุ๋ยคอกพ่ะย่ะค่ะ" สยงอู่เหลียงตอบ
"สิ่งปฏิกูล..." หมี่เหิงอึ้งไปชั่วขณะ สีหน้าดูย่ำแย่ลงเล็กน้อย "หรือว่าจะเป็..."
สยงอู่เหลียงพยักหน้า "ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ แม้จะเป็ของโสโครก แต่กลับทำให้ผลผลิตธัญพืชเพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาล!"
ใบหน้าเล็ก ๆ ของหมี่เหิงซีดเผือดลงทันที! เขานับย้อนไปว่าเมื่อครู่ระหว่างทาง ตนเองยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด แต่กลับเด็ดรวงข้าวมากินสด ๆ ไปหนึ่งกำมือ มิน่าตอนนั้นพวกชาวนาที่อยู่ริมทาง ถึงได้มองตนด้วยสายตาแปลกประหลาดเช่นนั้น!
หมี่เหิงเบนสายตาไปมองหวงเซียและแม่ทัพจิ้นด้วยแววตาดุดันและเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน ความหมายนั้นชัดเจนอย่างยิ่งว่า ใครกล้าแพร่งพรายเื่นี้ออกไป มันต้องตาย! สยงอู่เหลียงไม่เข้าใจ จึงถามออกไปอย่างซื่อ ๆ ว่า
"เสด็จพี่ เหตุใดสีหน้าจึงดูย่ำแย่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ?"
หมี่เหิง : ...
หวงเซีย : ...
แม่ทัพจิ้น : ...
หมี่เหิงปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า "แม้ว่าวิธีการนี้จะดูไม่สง่างามนัก แต่สามารถทำให้พืชผลของอำเภอฉู่หยางมีผลผลิตได้ถึงเพียงนี้ นับว่าเป็เื่ดีอย่างยิ่ง น้องชาย ปุ๋ยคอกนี้ของเ้า เรียกได้ว่าสร้างประโยชน์แก่แคว้นและราษฎรโดยแท้! ตามความเห็นของพี่ชายผู้โง่เขลาคนนี้ มิสู้ปุ๋ยคอกนี้ตั้งชื่อว่า ‘ปุ๋ยอู่เหลียง’ น้องชายเห็นว่าเป็อย่างไร?"
สยงอู่เหลียงได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไป พร้อมรีบโบกไม้โบกมือพัลวัน ในใจคิดว่าชื่อของตนไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับปุ๋ยคอกเด็ดขาด!
หวงเซียที่อยู่ด้านข้างส่งเสียงหึในลำคอเบา ๆ พร้อมเอ่ยเตือนว่า "ไท่จื่อ อย่าลืมเื่ลูกธนูล่ะพ่ะย่ะค่ะ"
หมี่เหิงไม่ได้พบกับน้องชายร่วมตระกูลที่สนิทสนมกันคนนี้มานานแล้ว เมื่อได้พบกันตอนนี้จึงรู้สึกใกล้ชิดมาก จนลืมเอ่ยถึงเื่นั้นไปชั่วขณะ ดังนั้นเมื่อหวงเซียเอ่ยเตือน หมี่เหิงจึงนึกขึ้นมาได้ทันทีและขมวดคิ้วมุ่น
"น้องชาย ในดินแดนศักดินาของเ้ามีการลักลอบขนยุทโธปกรณ์จำนวนมากไปขายยังแคว้นอื่น เ้าทราบเื่นี้หรือไม่?"
"เื่นั้นเกิดขึ้นกลางวันแสก ๆ ในเมืองฉู่หยางเช่นนี้ เขาจะไม่ทราบได้อย่างไรกัน?" หวงเซียตำหนิด้วยน้ำเสียงเล็กแหลม
รัชทายาทไม่ได้ถามเพื่อเอาผิดโดยตรง แต่ถามว่า ‘ทราบหรือไม่’ ซึ่งแสดงออกอย่างชัดเจนว่า้าปกป้อง หากสยงอู่เหลียงตอบว่า ‘ไม่ทราบ’ ย่อมสามารถหลุดพ้นจากความผิดได้ภายใต้การคุ้มครองของรัชทายาท
หากเป็ปกติด้วยนิสัยของหวงเซีย เขายินดีที่จะช่วยให้ผู้นั้นสมหวัง แต่เขาได้รับความกระทบกระเทือนใจที่ฉู่หยางมากเกินไป จนเริ่มหน้ามืดตามัว มองสยงอู่เหลียงอย่างไรก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ ดังนั้นจึงตัดสินใจปิดทางถอยของสยงอู่เหลียงซะเลย! มาดูสิว่าเขาจะรับมืออย่างไร!
แต่นึกไม่ถึงว่าสยงอู่เหลียงจะยิ้มบาง ๆ และไม่มีท่าทีบ่ายเบี่ยงเลยแม้แต่น้อย "มิใช่เพียงทราบ จวนฉู่หยางจวินของกระหม่อมเป็ผู้ขายลูกธนูเหล่านี้ออกไปเองพ่ะย่ะค่ะ"
ไท่จื่อหมี่เหิงใมาก "น้องชาย ระวังคำพูดด้วย!"
ส่วนหวงเซียกลับมีสีหน้ายินดีเป็ล้นพ้น "ในฐานะเชื้อพระวงศ์แห่งแคว้นฉู่ กลับกระทำการค้าขายเช่นพ่อค้า นับว่าเป็เื่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง อีกทั้งเ้าถึงกับลงมือจัดการด้วยตนเอง ขายลูกธนูไปยังแคว้นอื่น! นี่ไม่ใช่การสนับสนุนศัตรูหรือ?"
"ไท่จื่อและข้าได้ตรวจสอบแล้วว่าลูกธนูเ่าั้มีราคาถูกมากจนแทบไม่คุ้มต้นทุน... ในเมื่อไม่มีกำไร แต่เ้ากลับยังคงขายยุทโธปกรณ์เหล่านี้ให้แคว้นอื่นอย่างตามใจชอบ แท้จริงแล้วเ้ามีเจตนาอะไรกันแน่?"
เมื่อพูดจนได้ที่ หวงเซียก็ตวาดเสียงดัง "เ้ารู้หรือไม่ว่าหากลูกธนูเหล่านี้หลุดไปถึงแคว้นฉิน ในอนาคตมันจะย้อนกลับมาปักลงบนร่างของทหารแคว้นฉู่ของพวกเรา! ฉู่หยางจวิน เ้าช่างโง่เขลานัก!"
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ดูไร้เดียงสาของหวงเซียเต็มไปด้วยความเ็ปรวดร้าว แม้แต่แม่ทัพจิ้น หัวหน้าทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านข้าง เมื่อได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยซ้ำ ๆ และส่งสายตาไม่เป็มิตรมาทางสยงอู่เหลียง
แม้ว่าหวงเซียคนนี้จะเห็นได้ชัดว่ามีเื่บาดหมางส่วนตัวกับสยงอู่เหลียง ทว่าคำพูดเมื่อครู่ก็นับว่ามีเหตุผลอย่างยิ่ง! แม้แต่รัชทายาทที่ตั้งใจจะปกป้องสยงอู่เหลียงก็ไม่สามารถโต้แย้งได้ ทำได้เพียงกระแอมไอ
"น้องชาย เ้าช่างโง่เขลาจริง ๆ ตอนที่เ้าพูดในตำหนักว่าราชการ เ้าพูดไว้อย่างชัดเจนว่าแคว้นฉินนั้นเป็แคว้นของพยัคฆ์และหมาป่า"
"แม้แต่เด็กน้อยยังทราบว่าไม่ควรวางแผนร่วมกับพยัคฆ์ ทว่าเ้ากลับไปติดต่อกับแคว้นฉิน อีกทั้งยังขายยุทโธปกรณ์ให้แคว้นฉินอีก? หากปีหน้าเกิดาใหญ่ระหว่างฉินและฉู่ แล้วลูกธนูของแคว้นฉินล้วนผลิตมาจากอำเภอฉู่หยางของเ้า เ้าจะรับผิดชอบไหวหรือไม่?"
ไท่จื่อหมี่เหิงร้อนใจจนถอนหายใจซ้ำ ๆ "น้องชาย เ้า... จงหยุดการค้าครั้งนี้เถิด และกักตัวพ่อค้าที่ขายลูกธนูไว้ให้หมด นอกจากนี้ให้รีบเขียนจดหมายสารภาพผิดอย่างจริงใจ เปิ่นไท่จื่อจะรีบกลับไปยังอิ่งโตวเพื่อช่วยเจรจากับเสด็จพ่อให้ เ้าอาจจะได้รับการลดหย่อนโทษ"
เมื่อเห็นรัชทายาทร้อนรนเพื่อตนเองจนวุ่นวายไปหมด สยงอู่เหลียงก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง ในโลกนี้ตนเองไม่มีทั้งพ่อและแม่ แม้รัชทายาทผู้นี้จะมีนิสัยมุทะลุไปบ้าง และหากนับตามสายเื ก็เป็เพียงพี่ชายร่วมตระกูล ทว่ากลับแสดงออกราวกับเป็พี่น้องแท้ ๆ อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ก็ดูแลตนเองเป็อย่างดี!
สยงอู่เหลียงกระแอมไอ ขัดจังหวะคำพูดของรัชทายาท "ช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะ ในกฎหมายของแคว้นฉู่ มีข้อใดระบุห้ามขายยุทโธปกรณ์หรือไม่?"
"กฎหมายฉู่ห้ามขายเครื่องเหล็กให้แคว้นอื่นอย่างเด็ดขาด ซึ่งอำเภอฉู่หยางของกระหม่อมก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ลูกธนูที่ขายไปล้วนเป็ก้านลูกธนูไม้ที่ไม่มีหัวลูกศรพ่ะย่ะค่ะ"
"ที่ว่าราคาขายไม่คุ้มต้นทุนนั้นหมายถึงคนอื่น ทว่าในอำเภอฉู่หยางของกระหม่อมต้นทุนการผลิตก้านลูกธนูนั้นต่ำมาก ด้วยราคาขายในปัจจุบันสามารถทำกำไรได้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"
จะว่าไปแล้ว ก้านลูกธนูชั้นดีหนึ่งก้าน ปกติจะมีต้นทุนประมาณสามเหวิน แต่ในโรงงานที่มีกระบวนการผลิตแบบสายพาน โดยเฉพาะหลังจากที่มีกังหันน้ำ และนำเครื่องขัดหินพลังน้ำมาใช้ ต้นทุนก้านลูกธนูสามก้านยังไม่ถึงหนึ่งเหวินเลยด้วยซ้ำ
ส่วนราคาขายส่งให้คนภายนอกคือก้านละหนึ่งเหวิน พ่อค้าที่ติดต่อซื้อขายย่อมได้กำไร และอำเภอฉู่หยางยิ่งได้กำไรจนล้นปรี่
การที่อำเภอฉู่หยางตอนนี้มีกำลังทรัพย์ในการซ่อมแซมถนนครั้งใหญ่ สร้างกำแพงเมืองใหม่ และขยายการผลิต... ล้วนอาศัยการลักลอบค้าขายก้านลูกธนูและผ้าผืนที่ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้ช่องทางลับต่าง ๆ ลักลอบนำเข้าแร่เหล็กกลับมาด้วย! ขณะนี้สือเอ้อร์กำลังเร่งศึกษากระบวนการถลุงเหล็กอย่างขะมักเขม้น เพราะขอเพียงราคาสูง พ่อค้าที่ยินดีเสี่ยงอันตรายย่อมมีไม่น้อย
สยงอู่เหลียงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยเสริมอีกประโยคว่า "อีกอย่างชาวฉินมีแค้นฆ่าบิดากับสยงอู่เหลียงผู้นี้ ดังนั้นอำเภอฉู่หยางของกระหม่อมย่อมไม่มีทางทำการค้ากับคนฉินแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!"
รัชทายาทได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไป หวงเซียเองก็อ้าปากจะพูดแต่ก็หุบลง เขาอ่านตำรามามากมายย่อมทราบดีว่าสยงอู่เหลียงไม่ได้ละเมิดกฎหมายฉู่
สมองของหวงเซียหมุนวนอย่างรวดเร็วครู่หนึ่ง แล้วลุกพรวดขึ้นมา "แม้เ้าจะไม่ได้ค้าขายกับคนฉิน แต่ลูกธนูเหล่านี้ราคาถูก เมื่อผ่านการเปลี่ยนมือหลายครั้ง ไม่แน่ว่าอาจจะหลุดไปถึงมือกองทัพฉินก็ได้!"
"มีรายงานสายลับว่าชาวฉินกำลังเร่งระดมทุนทางทหาร ส่งเสบียงและยุทโธปกรณ์เข้าค่ายทหารจำนวนมาก! เห็นได้ชัดว่ากำลังวางแผนทำา! ก้านลูกธนูของเ้าขายถูกเช่นนี้ชาวฉินย่อมต้องกว้านซื้ออย่างแน่นอน ดังนั้นต่อให้เ้าไม่ค้าขายกับชาวฉิน แต่เ้าจะรับประกันได้อย่างไรว่าพ่อค้าฉีหรือพ่อค้าเว่ยที่ซื้อจากเ้าจะไม่นำไปขายต่อให้ชาวฉิน?"
สิ้นคำพูดนั้น แม่ทัพจิ้นที่นิ่งเงียบมาตลอดก็เปลี่ยนสีหน้าทันที! เขาถึงกับลุกขึ้นพรวดและตวาดใส่หวงเซียเสียงดัง…