King of world ราชันแห่งพิภพ

    พบเจอเหล่าผู้นำมหาอำนาจ

    ​

    การเดินทางยามค่ำคืนเป็นไปอย่างราบรื่น ความมืดรอบตัวที่ห่อคลุมพวกเขาไม่ค่อยสร้างปัญหาสักเท่าไหร่ เนื่องจากในกลุ่มของสตรีเมืองกรีนวู้ดมีผู้คุ้มกันฝีมือดี 2 คนเดินประกบหน้าหลังอยู่

    หลังจากเห็นวาสลงมือกับซากทัพตัวเองอย่างหน้าด้าน หลินหานก็ไม่ได้เอ่ยซักถามอะไรอีก มีเพียงเหลือบสายตามองสำรวจวาสเป็นพักๆ

    วาสและไป๋ฟางไม่พูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว พวกเขาทั้งคู่เดินตัวเกร็งมาตลอดทาง โดยมีไป๋หลินค่อยเอ่ยถามพูดคุยกระเซ้าทำลายความเงียบ

    ระหว่างเดินทางเหล่าสตรีเมืองกรีนวู้ดต่างพากันมองมอนเตอร์ที่เดินตามวาสต้อยๆด้วยความสนใจ พวกเธอรู้ว่าการที่เขาสามารถควบคุมมอนเตอร์เหล่านี้ได้นั้นก็เพราะความสามารถสกิล

    แม้จะอยากรู้จักสกิลที่วาสใช้แต่พวกเธอก็ไม่กล้าเอ่ยถาม เพราะการเอ่ยถามถึงเรื่องสกิลส่วนตัวถือเป็นการเสียมารยาทร้ายแรงในโลกแห่งนี้

    แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้รู้เรื่องพวกนั้น...

    "พี่ชายค่ะ! ทำไมพี่ชายถึงมีมอนเตอร์เยอะแยะเลยละคะ?"เด็กสาวตัวน้อยอายุประมาณ7ขวบเอ่ยถามขึ้น มารดาของเธอที่จูงมืออยู่สะดุ้ง รีบดุเด็กสาวไปคำหนึ่งและก้มหัวขอโทษวาส

    วาสชะงักไปเล็กน้อย อันที่จริงเขายังไม่อยากจะเปิดเผยความสามารถของซากทัพของเขาแต่ดูท่าคงจะไม่ได้แล้ว

    'หาเรื่องกลบเกลื่อนไปดีกว่า'วาสหันมองรอบๆก่อนจะสะดุดตาอยู่ที่ดวงจันทร์เต็มดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า

    "มันเป็นสกิลของพี่ชายนะ ทุกคืนวันจันทร์เต็มดวงพี่ชายจะสามารถควบคุมมอนเตอร์ได้จำนวนหนึ่ง"เด็กสาวพยักหน้าเข้าใจ ดวงตากลมโตของเธอเงยมองท้องฟ้าแล้วกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า

    "สักวันหนูจะต้องมีสกิลแบบพี่ชายให้ได้เลย!"

    เหล่าสตรีรอบๆยิ้มขำและแอบชำเลืองมองวาส พวกเธอไม่คิดว่าวาสจะบอกข้อมูลสกิลของตนง่ายๆอย่างนี้

    "แต่ว่าถ้าเป็นไปได้ผมอยากขอให้ทุกคนอย่าบอกถึงความสามารถของผมกับใครอีกนะครับ ผมไม่อยากให้มีปัญหาตามมา"วาสเอ่ยเสียงดังพอที่จะได้ยินทั่วๆ ราวกับรู้ความคิดของทุกคน

    เหล่าสตรีเมืองกรีนวู้ดพยักหน้าเงียบๆ ยังไงวาสก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของพวกเธอ ความลับแค่นี้พวกเธอสามารถช่วยเขาปกปิดได้อยู่แล้ว

    อันที่จริงวาสก็แค่พูดไปงั้นๆแหละ เขาเชื่อว่าต้องมีสักวันที่ความลับนี้หลุดไปแน่นอนขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

    "บอกความลับนายไปอย่างนั้นจะดีหรอ"ไป๋ฟางเอ่ยถามเบาๆ

    "ถ้าปิดไปก็มีคนมาตามสืบสร้างความวุ่นวายให้ฉันอีก บอกๆไปนะดีแล้ว"วาสเอ่ยตอบกลับไปเรียบๆ

    ก่อนที่เขาจะเห็นว่ามีเงาร่างบางกำลังเดินตรงมาหาเขา

    เจ้าของเงานั้นคือฟลาวด์หัวหน้ากิลด์ไม้หอม

    "เราใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว แน่ใจนะค่ะว่าถ้าเดินไปโต้งๆแบบนี้จะไม่เป็นไร"วาสเงียบ อันที่จริงเขารู้สึกถึงสายตาที่เฝ้ามองมาที่พวกเขาพักใหญ่แล้ว

    "ไม่เป็นไรหรอกครับ ป่านนี้พวกเขาคงจะรู้ตัวแล้ว"

    เป็นอย่างที่วาสว่าจริงๆ เมื่อเดินทางมาถึงเป้าหมายก็มีคนกลุ่มหนึ่งรอคอยพวกเขาอยู่ ที่ยืนอยู่ด้านหน้าคือเหล่าผู้นำของมหาอำนาจแห่งมวลมนุษย์

    "คุณฟลาวด์! ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะหนีรอดมาได้"ทังค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี ฟลาวด์ก็ตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า

    "พวกเราโชคดีมีคนไปช่วยไว้ได้ทันนะค่ะ"

    "มีคนไปช่วย? ใครงั้นหรอครับ"เจคอบเอ่ยถามอย่างสงสัย อันที่จริงพวกเขาก็ต่างรู้ข่าวขบวนลำเลียงของพวกก็อบลินเดินทางออกจากเมืองกรีนวู้ดเช่นกัน พวกเขาจึงพากันส่งคนไปตามซุ่มดูเพื่อสืบว่าค่ายของพวกก็อบลินอยู่ที่ไหน แต่จู่ๆคนของพวกเขาก็กลับมารายงานว่าขบวนลำเลียงถูกฝูงมอนเตอร์บุก!

    ฟลาวด์มองใบหน้าคนอื่นด้วยแววตาหมางเมิน ตลอดระยะเวลาสงครามที่ผ่านมา มีเพียงหลงและกิลด์ของเขาเท่านั้นที่บุกไปช่วยเธอ

    ผู้นำกิลด์ต่างไม่ยี่หระกับสายตาของเธอ ทำท่าทางเหมือนไม่เห็นสายตานั้น

    ฟลาวด์แค่นเสียงแล้วหันไปด้านหลังแล้วเอ่ยว่า

    "ขอเชิญคุณ..."ฟลาวด์พึ่งรู้ตัวว่าป่านนี้เธอยังไม่รู้จักชื่อของชายสวมหน้ากากคนนั้นเลย

    วาสรู้ว่าฟลาวด์กำลังเรียกหาเขาจึงเดินไปข้างหน้า ส่วนซากทัพของเขาทั้งหลาย วาสได้สั่งให้แยกตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว

    "สวัสดีฉันชื่อ ไนท์ "วาสพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง แนะนำชื่อปลอมของตัวเองไป

    "อ๊ะ! นายทหารอาสาคนนั้นนี่!"ทังค์จำวาสได้จึงอุทานขึ้น วาสผงกหัวทักทายเบาๆ

    เหล่าผู้นำมหาอำนาจมองชายสวมหน้ากากเหล็กจัทร์เสี้ยวสีดำสนิทและเกราะที่เต็มไปด้วยสีดำคล้ำของคราบเลือดแห้งกรังด้วยความสนใจ ในหัวพวกเขาต่างพากันนึกถึงผู้มีชื่อเสียงในหมู่มนุษย์ต่างๆนาๆ

    "สวัสดีครับคุณไนท์ ผมขอขอบคุณที่คุณไปช่วยเหลือพวกเธอมานะครับ"อาเธอร์ยิ้มสุภาพและกล่าวทักทาย วาสเพียงผงกหัวเบาๆ ท่าทางของวาสทำให้คนของอาเธอร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังชักสีหน้าไม่พอใจ

    "แล้วคนของนายไปไหนซะล่ะ?"เร็นเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าในกลุ่มคนที่เดินมามีเพียงแต่พวกอดีตเชลยเท่านั้น

    "ฉันไม่มีพรรคพวก"วาสกล่าวเสียงเรียบ แต่มหาอำนาจต่างพากันมองวาสด้วยสายตาที่เหมือนมองคนบ้า

    "งั้นนายจะบอกว่านายไปช่วยพวกเธอด้วยตัวคนเดียวงั้นหรอ"เจคอบแค่นเสียง

    "ใช่! เขามาช่วยพวกเราด้วยตัวคนเดียว!"ฟลาวด์กล่าวเสียงเรียบ

    "!!!!"ผู้นำมหาอำนาจต่างพากันตะลึงกับคำพูดของฟลาวด์

    "คุณพูดเล่นใช่ไหม?"ผู้เฒ่าดำเอ่ยถาม แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของฟลาวด์พวกเขาก็ต้องนิ่ง

    "นะ..นายคนเดียวสามารถจัดการก็อบลินได้เป็นพันเลยงั้นหรอ"ทังค์ถามเสียงสั่น ภาพวาสในห้วงความคิดของเขาใหญ่โตขึ้นราวกับยักษ์

    "ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะ"วาสเอ่ยเสียงเรียบไม่ไว้หน้าใครเตรียมหันกายจากไป

    "นายจะไปไหนนะพ่อหนุ่ม"ผู้เฒ่าขาวเอ่ยขึ้น

    "ที่ที่ฉันอยากไป"แม้แต่ผู้อาวุโสอย่างผู้เฒ่าขาววาสก็เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเดิม

    เหล่าผู้นำมหาอำนาจเริ่มรู้สึกถึงอารมณ์ขุ่นมัว วาสทำอะไรไม่ได้ให้เกียรติพวกเขาสักนิด มีเพียงแต่อาเธอร์ที่ยังคงใบหน้ายิ้มแย้มได้ตามเดิม

    "ถ้าอย่างนั้นผมอยากจะรบกวนคุณไนท์มาเข้าร่วมการประชุมกับพวกเราเพื่อหารือเรื่องพวกก็อบลินสักครู่จะได้ไหมครับ"

    "ไม่จำเป็น! ฉันจะทำสิ่งที่ฉันอยากทำเท่านั้น นายเอาเวลาไปจัดเตรียมสถานที่พักผ่อนให้พวกเธอเถอะ"สิ้นคำวาสก็หันกายจากไปท่ามกลางสายตาตะลึงของเหล่าผู้นำมหาอำนาจ

    ฟลาวด์เบือนหน้าไปทางอื่นแอบขำกับท่าทางของพวกเขา ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะมีท่าทีแบบนี้

    "น่าสนใจ"เร็นกล่าวเบาๆแล้วเดินกลับเข้าไปในค่าย

    "อวดดีซะมากกว่า"เจคอบแค่นเสียงแล้วเดินตามไป

    "มันเป็นยุคของคนหนุ่มแล้วสินะ"ผู้เฒ่าเทาเอ่ยขึ้น ก่อน 3 ผู่เฒ่าจะเดินเข้าไปในค่ายอีกพวก

    "ฮะๆๆ เขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดีนะครับ เอาเป็นว่าตอนนี้พวกเรามาช่วยจัดสถานที่ให้พวกเธอตามที่เขาบอกดีกว่านะครับคุณทังค์"อาเธอร์เอ่ยยิ้มแย้มแต่ดวงตากลับทอประกายลึกลับ

    "นายจะทำอะไรต่อหรอ"ไป๋ฟางเอ่ยถามขึ้น ไป๋หลินและหลินหานก็จ้องมองคำตอบ

    ชายหนุ่มสวมหน้ากากยืนนิ่งครุ่นคิดบางอย่างและเอ่ยกับหลินหานว่า

    "ให้ผมไปส่งคุณป้ากับลูกสาวที่เมืองเดสซ่านะครับ"หลินหานชะงัก เธอหยุดคิดจึงเข้าใจความคิดของวาส

    ค่ายที่อยู่ตรงหน้านี้ถึงอย่างไรก็เป็นค่ายทหาร มันไม่เหมาะที่จะให้อดีตเชลยอย่างพวกเธอพักอาศัยอยู่ ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็ต้องส่งพวกเธอไปอยู่ที่อื่น

    "ถ้าอย่างนั้นป้าก็ขอรบกวนด้วยนะ"หลินหานยิ้มบาง ไป๋หลินและไป๋ฟางยังไงก็ต้องเชื่อฟังการตัดสินใจของมารดาพวกเธออยู่แล้วจึงไม่ขัดอะไร

    วาสเดินนำสตรีทั้ง3คนหายเข้าไปในป่าท่ามกลางสายตารอบข้าง

    หลังจากเดินทางมาระยะหนึ่ง เมื่อไม่เห็นใครอยู่แล้ววาสก็เรียกซากทัพรูปร่างเหมือนกวาง 4 ตัวออกมาเป็นพาหนะของพวกเขา

    การเดินทางเป็นไปอย่างเรียบง่าย วาสพยายามเลือกใช้เส้นทางที่ไม่ค่อยมีมอนเตอร์อาศัยอยู่ แม้จะเจอบ้างเป็นครั้งคราวระหว่างทางแต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาตราบใดที่ยังไม่เจอพวกมอนเตอร์กลายพันธุ์

    ระหว่างทางวาสสังเกตเห็นว่าสตีทั้งสามคนต่างเหลือบมองไปยังทิศของเมืองกรีนวู้ดเป็นพักๆด้วยสายตาหม่นหมอง ชายหนุ่มสวมหน้ากากจึงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบว่า

    "ยังมีคนในครอบครัวถูกจับอยู่ในเมืองงั้นหรอครับ?"ทั้งสามคนตัวสั่นสะท้าน พวกเธอพยายามข่มไม่ให้น้ำตาไหลแต่ก็ห้ามไม่อยู่

    "สามีกับลูกชายของป้ายังถูกจับอยู่ในเมืองนะ"หลินหานเอ่ยเสียงสั่น ความจริงเธอรู้สึกยังไม่อยากจะเดินทางไปเมืองเดสซ่าตอนนี้เพราะยังห่วงไป๋เทียนและไป๋หยางที่ถูกจับอยู่ แต่อีกใจหนึ่งเธอก็ห่วงสภาพความเป็นอยู่ของลูกสาวทั้งสองคนที่อยู่ข้างตัวและลูกสาวตัวเล็กที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในเมืองไกล

    วาสเงียบไป ดวงตาเย็นชาทอดมองไปบนท้องฟ้า จากนั้นจึงถอนหายใจยาวออกมา เห็นท่าว่าเขาคงจะต้องพัวพันกับสงครามไปอีกพักหนึ่ง

    "ไม่ต้องห่วงครับ...ผมจะหาทางช่วยพวกเขาเอง"จบคำกล่าวของวาส ภายในใจของสตรีตระกูลไป๋ทั้งสามเริ่มมีความหวังขึ้น แต่จากนั้นไม่นานพวกเธอก็ต้องลังเลเมื่อคิดถึงความเสี่ยงที่วาสจะต้องเผชิญ

    วาสมองสีหน้าของพวกเธอก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่จึงพูดว่า

    "ไม่ต้องกังวลหรอกครับ..ผมเอาตัวรอดได้"สตรีทั้งสาวลังเลพักหนึ่ง ก่อนหลินหานจะถอนหายใจออกมาแล้วกล่าวว่า

    "พวกเราเป็นหนี้บุญคุณเธอมากมายจริงๆ"วาสยิ้มบางแล้วถามต่อว่า

    "ไม่ทราบว่ามีรูปเหมือนของทั้งสองคนไหมครับ?"

    "พี่วาดได้! ขอเวลาครู่หนึ่งนะ!"ไป๋หลินเอ่ยขึ้นทำท่าจะหาถุงมิติข้างกายเพื่อนำกระดาษและอุปกรณ์เครื่องเขียนออกมา แต่เธอพึ่งนึกขึ้นได้ว่าของทั้งหมดถูกพวกก็อบลินยึดไปหมดแล้ว

    "นี้ครับ"วาสยื่นของใช้จำเป็นทั้งหมดให้ ไป๋หลินหน้าแดงวูบรับไว้ด้วยความเขิน

    ไป๋ฟางเห็นท่าทางของพี่สาวจึงรู้สึกหงุดหงิดในใจแปลกๆ แกล้งแกว่งเท้าไปเตะที่ขาวาสดังปึก!

    ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวด้วยความมึนงง นี้เขาทำอะไรผิดกัน?

    หลินหานและไป๋หลินแอบหัวเราะท่าทางของไป๋ฟางเบาๆ แต่นั่นกลับทำให้เธอหงุดหงิดขึ้นไปอีกเอาแต่เตะขาวาสรัวๆ!




    "ว่ายังไงนะ! ขบวนลำเลียงถูกโจมตีด้วยมนุษย์เพียงคนเดียวแต่พวกเจ้ากลับสู้ไม่ได้หนีกลับมาแล้วปล่อยให้มันนำสมบัติและเชลยหนีไปอีก!!"เบรกตวาดดังลั่น สีหน้ามืดหมองคล้ำ

    "เจ้าบอกว่ามันควบคุมมอนเตอร์ได้งั้นหรอ"การ์ซถามเสียงเครียด

    "ชะ..ใช่ขอรับ มันควบคุมมอนเตอร์ฝูงใหญ่เข้าโจมตีพวกเราทีเผลอ และปลดปล่อยเชลยทั้งหมดออกมาสู้กับพวกเราขอรับ"หนึ่งในก็อบลินก็อบลินที่เดินทางไปกับขบวนลำเลียงเอ่ยเสียงสั่น

    "เจ้าพวกไม่ได้เรื่อง!!"เบรกคำรามชักดาบเรียวออกมาแทงเข้าที่กลางอกของก็อบลินตัวนั้นด้วยความเลือดเย็น!

    ก็อบลินรอบๆตัวสั่นเทาด้วยความกลัว หากเบรกคลั่งขึ้นมาและฆ่าพวกมันทั้งหมดก็คงไม่มีใครหยุดได้

    "ใจเย็นไว้ก่อนเบรก! ขอข้าถามพวกมันให้เสร็จก่อน"การ์ซเอ่ยปรามเสียงเรียบ

    ก็อบลินตาเดียวจ้องมองไปยังก็อบลินตัวหนึ่งแล้วเอ่ยถามว่า

    "ตกลงเจ้าแกะรอยไปดูรึยังว่าพวกมันนำเชลยไปไว้ที่ไหน"

    "ข้านำกำลังแกะรอยไปได้ระยะหนึ่งก็พบว่าร่องรอยหายไป คาดว่าคงมีพวกมันแอบไปลบร่องรอยทิ้งและมีก็อบลินบางตัวไม่ได้กลับมา สงสัยคงจะถูกฆ่าไปแล้วขอรับ"กอบลินตัวนั้นเอ่ยเสียงเรียบ

    "พวกมันจะต้องมีค่ายพักอยู่ใกล้ๆนี้แน่ เรายกทัพไปบุกพวกมันกันเถอะ!"เบรกเอ่ยด้วยความฉุนเฉียว

    "ไม่! พรุ่งนี้เช้าเราจะขนเชลยที่เหลือทั้งหมดไปที่ค่ายของพวกเรา ข้าไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก ลำพังแค่ถูกปล้นขบวนลำเลียงท่านแม่ทัพก็คงไม่พอใจมากแล้ว"การ์ซเอ่ยด้วยความสุขุม เบรกแค่นเสียงแต่ก็ไม่กล้าขัด เพราะมันถูกสั่งให้เชื่อฟังคำพูดของการ์ซที่ถนัดด้านการวางแผน

    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน