“ช่วยด้วย! มีคนตกน้ำ!”
เสียงตะโกนดังมาจากทิศทางที่หลิ่วเยี่ยนปิงวิ่งหายไป เจียงเฉาเซียงคิดว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับลูกชาย นางรีบอุ้มลูกสาวแล้ววิ่งไปตามทิศทางของเสียงทันที
ส่วนกู้หยูม่านกับเฮ่อหลานจวินที่กำลังจะพาเวินถิงเซินไปดูวิธีการดำนา เมื่อได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ สองสามีภรรยารีบวิ่งไปที่บ่อปลาทันที เพราะเมื่อครู่นี้พวกเขาเพิ่งอนุญาตให้ลูกชายไปดูคนงานลงจับปลาในบ่อ เวินถิงเซินกับหลิ่วซานกั๋วที่เห็นสองสามีภรรยาวิ่งหน้าตื่นไปที่บ่อเลี้ยงปลา พวกเขาก็รีบตามไปทันทีเช่นกัน
“ท่านพ่อ! ท่านแม่! เจ้าสามถูกเขาผลักตกลงไปในบ่อน้ำขอรับ” เฮ่อเฟิงหมิงรีบบอก เมื่อเห็นบิดามารดา เขาก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง “ท่านน้ากับท่านน้าจื่อเหวินลงน้ำไปหาเจ้าสามแล้วขอรับ ท่านแม่...ข้าเป็นห่วงเจ้าสาม ข้ากลัวท่านน้าจะหาเจ้าสามไม่เจอ”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ เขาทำร้ายเจ้าสาม พวกท่านต้องลงโทษเขานะขอรับ” เฮ่อเฟิงอวี่จ้องหลิ่วเยี่ยนปิงอย่างโมโห
“พวกเจ้าใจเย็นก่อน รอให้เราหาเจ้าสามเจอก่อนดีหรือไม่” กู้หยูม่านปลอบใจลูกชาย แม้ในใจของนางจะเป็นห่วงลูกชายคนเล็กจนอยากจะกระโดดน้ำตามลงไป และอีกใจหนึ่งก็อยากเรียกใช้งานไฉไฉ แต่ติดที่ไฉไฉอยู่ในช่วงปิดตัวเองเพื่ออัปเกรดระบบอยู่
“คุณชายหลิ่ว! ลูกชายของเจ้าถึงกับทำร้ายลูกชายข้า หากลูกชายของข้าเป็นอะไรไป ข้าจะให้เขาชดใช้ด้วยชีวิต” เฮ่อหลานจวินตะโกนบอกหลิ่วซานกั๋วอย่างโมโห
หลิ่วซานกั๋วก็ตกใจไม่แพ้กัน แม้จะไม่ยอมรับเด็กชายฝาแฝดทั้งสามคนว่าเป็นลูกชาย แต่อย่างไรทั้งสามคนก็เป็นสายเลือดของเขา อีกทั้งคนที่ลงมือทำร้ายเฮ่อเฟิงเฉิงยังเป็นลูกชายแท้ๆ ของเขาอีกคนหนึ่ง แล้วจะให้เขาจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
หลิ่วซานกั๋วหันไปตะคอกใส่ภรรยา “เจียงเฉาเซียง! ข้าบอกให้เจ้าพาลูกๆ กลับบ้านไปก่อนแล้วไม่ใช่หรือ แล้วทำไมเจ้าถึงปล่อยให้เยี่ยนปิงมาสร้างปัญหาได้ หากลูกชายของแม่นางกู้เป็นอะไรไป เจ้าจะชดใช้ให้พวกเขาไหวหรือ”
เจียงเฉาเซียงเห็นท่าทางของสามีก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าสามียังเป็นห่วงครอบครัวเดิมอยู่ แต่เรื่องนี้ลูกชายก็ทำผิดจริง “ท่านพี่ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ บางทีเยี่ยนปิงอาจไม่ได้ตั้งใจ”
“ตั้งใจ! เขาตั้งใจวิ่งเข้ามาผลักน้องชายของข้า” เฮ่อเฟิงหมิงได้ยินก็พูดสวนขึ้นทันที
“เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าเยี่ยนปิงของข้าตั้งใจทำร้ายน้องชายของเจ้า” เจียงเฉาเซียงพูดเสียงแข็ง “เจ้าอย่าคิดว่าที่นี่คือบ้านของเจ้าแล้วเจ้าจะมาใส่ร้ายลูกชายของข้าได้”
“ข้าไม่ได้ใส่ร้าย เป็นเขาที่วิ่งมาผลักเฟิงเฉิง และเขายังบอกอีกว่าพวกเรากำลังจะแย่งบิดาของเขาไป” เฮ่อเฟิงหมิงเปลี่ยนไปจ้องหลิ่วซานกั๋ว “ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่บิดาของข้าแล้วข้าจะแย่งเขามาทำไม”
“เฟิงหมิง...” หลิ่วซานกั๋วถูกลูกชายพูดต่อหน้าว่าไม่ยอมรับตนเป็นบิดา เขารู้สึกแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่รู้สึกอะไร แต่ทำไมตอนนี้เขากลับรู้สึกยอมรับไม่ได้
“ท่านพ่อ ท่านอย่าไปฟังเขานะขอรับ ข้าแค่ปวดเบาจึงวิ่งมาหาที่ปลดทุกข์ เป็นพวกเขาที่เข้ามาขวาง ข้ากลั้นไม่ไหวจึงได้ผลักพวกเขาออกไปให้พ้นทาง แต่ไม่คิดว่าจะมีหนึ่งคนที่ตกลงไปในน้ำ” หลิ่วเยี่ยนปิงรีบแก้ตัว “ข้าไม่ได้ทำร้ายพวกเขาก่อนจริงๆ นะขอรับ”
“เจอแล้ว! เจอเฟิงเฉิงแล้ว” เสียงกู้เฉินซีตะโกนขึ้นพร้อมกับอุ้มหลานชายขึ้นมานอนที่ริมบ่อเลี้ยงปลา
จงจื่อเหวินเตรียมที่จะอุ้มเฮ่อเฟิงเฉิงพาดบ่าเพื่อเอาน้ำออก
“หยุด! ทำแบบนั้นเฟิงเฉิงอาจเกิดอันตราย เดี๋ยวข้าจัดการเอง” กู้หยูม่านจัดท่าให้ลูกชายคนเล็กนอนหงายแล้วใช้สองมือจับหัวไหล่ก่อนเขย่าและตะโกนเรียกลูกชาย “เฟิงเฉิง! เฟิงเฉิง! เจ้าได้ยินแม่หรือไม่”
เมื่อเห็นว่าลูกชายยังไม่รู้สึกตัว นางจึงเริ่มทำ CPR[1] ไม่นานเฮ่อเฟิงเฉิงก็กลับมาหายใจได้ กู้หยูม่านจึงจัดท่าใหม่ให้ลูกชายนอนตะแคงข้างเพื่อให้น้ำไหลออกจากปาก
“ท่านแม่...” เฮ่อเฟิงเฉิงเรียกมารดาเสียงเบา
“แม่อยู่นี่” กู้หยูม่านใช้หลังมือปาดน้ำตา
“ท่านแม่ขอรับ ข้าหนาวเหลือเกิน” เฮ่อเฟิงเฉิงบอก
เฮ่อหลานจวินรีบถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองออกแล้วเอามาห่อตัวลูกชาย “คนเก่งของพ่อ เดี๋ยวพ่อจะพาเจ้าไปโรงหมอ”
“ท่านพ่ออุ้มข้าทีนะขอรับ ข้าเดินไม่ไหว”
เฮ่อหลานจวินน้ำตาคลอเพราะสงสารลูกชาย เขาจึงอุ้มลูกชายขึ้น “ได้สิ พ่อจะอุ้มเจ้าเอง”
กู้หยูม่านกับเฮ่อหลานจวินอุ้มลูกชายคนเล็กไปขึ้นรถม้า โดยมีเฮ่อเฟิงอวี่กับเฮ่อเฟิงหมิงเดินตามไปด้วย
กู้เฉินซีเห็นว่าพี่สาวกับพี่เขยเดินไปไกลแล้ว เขาจึงหันมามองหลิ่วเยี่ยนปิง “เจ้าเด็กใจดำ หากหลานชายของข้าเป็นอะไรไป ข้าจะเอาเรื่องเจ้าให้ถึงที่สุด”
“เขา...เขาก็ไม่เป็นอะไรแล้วนี่ ข้าเห็นเขาตื่นขึ้นมาพูดได้แล้ว” หลิ่วเยี่ยนปิงเห็นท่าทางโมโหของกู้เฉินซีก็เริ่มกลัว
“คุณชายหลิ่ว ลูกชายของเจ้าจงใจทำร้ายจนผู้อื่นเกือบถึงชีวิต อย่าคิดว่าเป็นเด็กแล้วจะพ้นโทษไปได้” เวินถิงเซินชี้ไปที่หลิ่วซานกั๋วและเจียงเฉาเซียง “พวกเจ้าทั้งสองคนที่ไม่มีปัญญาอบรมสั่งสอนลูกให้ดีก็อย่าคิดว่าจะพ้นความผิดนี้ไปได้”
หลิ่วซานกั๋วรีบคุกเข่า “ข้าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมด และเมื่อเฟิงเฉิงหายดี ข้าจะพาเยี่ยนปิงมาขอโทษเขาอย่างเป็นทางการอีกครั้งขอรับ”
กู้เฉินซียังไม่หายโมโหที่หลิ่วเยี่ยนปิงมาทำร้ายหลานชาย แล้วยิ่งได้ยินคำพูดของหลิ่วซานกั๋ว เขาก็โมโหเข้าไปใหญ่ “บ้านเราไม่ขาดเงินแล้วใครจะไปอยากได้เงินของเจ้ากัน อาจเป็นเพราะอยู่ใกล้เจ้า หลานชายของข้าถึงได้เกิดเรื่อง ต่อไปเจ้าอยู่ให้ห่างจากเราหรือไม่ก็อย่ามาให้เราเห็นหน้าจะดีที่สุด”
“เฟิงเฉิงเป็นลูกชายของข้า แล้วเจ้าเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรถึงห้ามไม่ให้ข้ามาพบเขา” หลิ่วซานกั๋วจ้องกู้เฉินซีเขม็ง
“ข้าเป็นน้าชายของพวกเขา เช่นนั้นข้าย่อมมีสิทธิ์ปกป้องพวกเขาได้อย่างเต็มที่ ไม่เหมือนเจ้าที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย” กู้เฉินซีจ้องหลิ่วซานกั๋วกลับ “เรื่องที่พี่หญิงของข้าท้องแล้วถูกเจ้าลักพาตัวไป ข้าไม่คิดที่จะเอาความเพราะพี่หญิงเคยขอไว้ แต่หากเจ้ายังกล้ามาสร้างเรื่องให้พี่หญิงกับหลานๆ ของข้าต้องเดือดร้อนอีก ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
“ลักพาตัว? นางบอกเจ้าอย่างนั้นหรือ”
“เรื่องเป็นมาอย่างไรไม่ใช่เจ้าหรอกหรือที่ควรจะรู้ดีที่สุด”
‘นางยังไม่ได้บอกคนอื่นว่าข้าเป็นคนล่อลวงแล้วข่มเหงจนนางท้อง แล้วนางยังบอกไม่ให้น้องชายมาเอาความกับข้า หมายความว่ากู้หยูม่านยังมีใจให้ข้าอยู่ใช่หรือไม่ เช่นนั้นหากข้าสัญญาว่าข้าจะกลับมาหานางและลูกๆ นางก็จะยอมให้อภัย ต่อจากนั้นสวนผักและสวนผลไม้ทั้งหมดของนางก็จะเป็นของข้า และการที่ข้าจะเข้าหาใต้เท้าเวินก็จะทำได้ง่ายขึ้นน่ะสิ’ คิดได้อย่างนั้นหลิ่วซานกั๋วก็ยิ้มอย่างดีใจ เขารีบบอกกับกู้เฉินซี “น้องชาย เมื่อก่อนเป็นข้าที่ทำผิดต่อพี่สาวเจ้า แต่ต่อไปนี้ข้ารับรองว่าข้าจะไม่ทำให้นางเสียใจอีกแล้ว”
ท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปของหลิ่วซานกั๋วทำให้กู้เฉินซีและคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างแปลกใจ เพราะไม่รู้ว่าหลิ่วซานกั๋วกำลังดีใจเรื่องอะไรอยู่ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่เดาความคิดของสามีออก
เจียงเฉาเซียงมองสามีอย่างผิดหวัง ‘ท่านพี่ ท่านคงไม่คิดที่จะทิ้งข้ากับลูกแล้วกลับไปอยู่กับครอบครัวเดิมของท่านหรอกนะ หากเป็นอย่างนั้น ข้าจะทำให้ท่านเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด’
ณ โรงหมอในอำเภอ
“อาการของเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว” ท่านหมอซุนบอก “ดีที่เจ้ารักษาอาการเบื้องต้นของเขาได้ดี ไม่เช่นนั้นกว่าจะถึงมือข้า เด็กคนนี้ก็คงไม่รอดแล้ว”
“อย่างไรก็ต้องขอบคุณท่านหมอ หากท่านหมอไม่ฝังเข็มและให้ยาได้ทัน ลูกชายของข้าอาจมีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่นไปแล้วเจ้าค่ะ” กู้หยูม่านย่อตัวทำความเคารพ
ท่านหมอซุนจับชีพจรเฮ่อเฟิงเฉิงอีกครั้ง “ตอนนี้เขาหลับไปเพราะฤทธิ์ยา ไม่น่าเกินหนึ่งชั่วยามเขาก็จะตื่นแล้ว ถึงตอนนั้นข้าจะตรวจดูอาการให้เขาอีกรอบ หากไม่มีอะไรแล้วเจ้าก็พาเขากลับบ้านได้”
ท่านหมอซุนพูดจบก็เดินออกจากห้องพักไป ซึ่งหลิ่วซานกั๋วก็เดินสวนเข้ามาทันที
“ม่านเอ๋อ อาการของเฟิงเฉิงเป็นอย่างไร พ้นขีดอันตรายแล้วหรือยัง” หลิ่วซานกั๋วถามเสียงนุ่ม
“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาเรียกชื่อลูกชายข้า” กู้หยูม่านขมวดคิ้ว “หลิ่วซานกั๋ว ก่อนหน้านั้นข้ายังพูดไม่ชัดเจนอีกหรือว่าไม่ให้เจ้าเข้ามาใกล้พวกเรา”
“โธ่...ม่านเอ๋อ เจ้าอย่าได้พูดตัดรอนข้าเช่นนั้น เมื่อก่อนเป็นเพราะข้าอยากมั่นคงในหน้าที่การงาน ข้าจึงแสร้งขับไล่พวกเจ้าออกจากหมู่บ้านและบอกว่าลูกชายทั้งสามคนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของข้า เพราะหากข้าไม่บอกคนอื่นไปอย่างนั้น เจียงเฉาเซียงกับบิดาของนางก็จะไม่สนับสนุนข้า” หลิ่วซานกั๋วแสร้งทำหน้าเศร้า “ตอนนั้นข้าคิดว่าเมื่อข้าประสบความสำเร็จ ข้าก็จะกลับไปรับเจ้ากับลูกมาอยู่ด้วยกัน แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะแต่งงานกับคนอื่นแล้วยังให้ลูกของเราเรียกคนอื่นว่าพ่อ ม่านเอ๋อ...หากเจ้ายอมพาลูกกลับมาอยู่กับข้า ข้าจะไม่ถือสากับเรื่องในอดีต ต่อไปเจ้าก็จะมาเป็นอนุ แล้วข้าก็จะให้ลูกชายเปลี่ยนมาใช้แซ่หลิ่ว ต่อไปพวกเราก็จะอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า เจ้าว่าดีหรือไม่”
“เมื่อก่อนเจ้าประกาศต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านว่าข้าเป็นสตรีที่ถูกอันธพาลข่มเหงจนตั้งท้อง ชาวบ้านพากันประณามและขับไล่พวกเราสี่คนออกจากหมู่บ้าน” กู้หยูม่านยิ้มเยาะ “หลิ่วซานกั๋ว ข้าจะบอกความจริงให้เจ้ารู้ว่าความจริงแล้วข้าท้องก่อนที่จะได้มาเจอกับเจ้าจริงๆ แต่ข้าไม่ได้ท้องกับอันธพาล ข้าท้องกับสามีของข้า และเด็กทั้งสามคนก็คือลูกชายของข้ากับสามี ส่วนเจ้า...เจ้าไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ กับลูกชายของข้าเลย เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องมาอ้างถึงความเป็นบิดาหรือมาอ้างถึงความเป็นสามีกับข้าอีก”
“เมื่อก่อนที่ข้าไม่เอาเรื่องเพราะเห็นว่าหากไม่ได้เจ้าพาภรรยาของข้าไปอยู่ที่หมู่บ้านหลิ่วเจีย ภรรยากับลูกในท้องของนางคงจากโลกนี้ไปแล้ว” เฮ่อหลานจวินเดินมาโอบเอวภรรยา “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะปล่อยให้เจ้ามาประกาศความสัมพันธ์กับพวกเขา เพราะเจ้ากับพวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ต้น”
เฮ่อหลานจวินพูดด้วยท่าทางมั่นใจ อย่างไรเวลานี้ลูกชายทั้งสามคนมีสายเลือดเดียวกับเขาแล้ว แม้มันจะเป็นผลมาจากยาเปลี่ยนรูปลักษณ์ที่กินเข้าไปก็ตาม
“เหอะ...เจ้าบอกว่าพวกเขาทั้งสามคนเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้าหรือ” หลิ่วซานกั๋วมองเฮ่อหลานจวิน “ในเมื่อเจ้าบังคับ เช่นนั้นข้าจะไปพบใต้เท้าเวินเพื่อขอให้เขาเปิดศาล จากนั้นข้าจะทำการหยดเลือดพิสูจน์ความสัมพันธ์ หากเด็กทั้งสามคนเป็นลูกชายของข้า เจ้าต้องคืนภรรยาและลูกชายมาให้ข้า เจ้าจะยอมหรือไม่”
“พวกเรายอม!” เฮ่อเฟิงอวี่พูดขึ้น “ข้ากับน้องๆ ยอมหยดเลือดพิสูจน์ หากเรามีสายเลือดเดียวกับเจ้า เราจะกลับไปให้ครอบครัวของเจ้ากดขี่ข่มเหงเราเหมือนเดิม แต่หากเราสามคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้า เจ้าต้องคุกเข่าขอโทษพวกเราต่อหน้าคนทั้งอำเภอ”
____________________
[1] CPR หรือการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการกดหน้าอกและหายใจ เป็นเทคนิคปฐมพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตผู้ที่หัวใจหยุดเต้นหรือหมดสติ โดย CPR จะช่วยให้เลือดที่มีออกซิเจนไหลเวียนไปยังสมองและอวัยวะสำคัญอื่นๆ เพื่อยืดเวลาการช่วยชีวิตจนกว่าทีมแพทย์จะมาถึง