ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    ระเบิดเพลิงวินาศ!!!!!

    ฟางเฉินเป็นคนแรกที่ลงมือ ภายในจิตใจของฟางเฉินในตอนนี้กำลังตื่นเต้นอย่างมาก อุณภูมิในร่างกายของฟางเฉินเองก็กำลังสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ซึ่งอาการทั้งหมดฟางเฉินนั้นไม่รู้ตัวเลย มีเพียงความโลภเท่านั้นที่รู้ถึงเรื่องนี้ ในฐานะจิตวิญญาณของฟางเฉินแน่นอนว่าความโลภต้องสนใจทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้านายของตัวเองอยู่แล้ว“มันเริ่มแล้วสินะ” ความโลภกล่าวพริบตาที่ตายข่าวพุ่งออกไป ชายหน้ากากจิ้งจอกก็ตะวัดกงเล็บออกไปตัดเส้นด้ายของฟางเฉินออกเป็นชิ้นๆ“ฮ่า ฮ่ เส้นด้ายกระจอกๆแบบนี้คิดว่าจะหยุดข้าได้งั้นเหรอ” ชายหน้ากากจิ้งจอกคำรามออกมา“ถ้าเป็นแบบนี้ละ” ฟางเฉินเก็บเส้นด้ายลงไปและชักดาบออกมา“ช้าไปแล้ว ด้วยราบใหญ่แบบนี้คิดจะตามความเร็วของข้าทันงั้นเหรอ” ชายหน้ากากจิ้งจอกทางด้านเย่เซียนเองก็ต้องปะทะกับชายหน้ากากแมงป่องอย่างยากลำบากเช่นกัน ดังนั้นฟางเฉินจึงจะแพ้ไม่ได้ ฟางเฉินใช้จิตวิญญาณดวงตาอย่างเต็มกำลังเพื่อมองการเคลื่อนใหวของอีกฝ่าย“อะไรกันจิตวิญญาณประเภทดวงตางั้นเหรอแย่แล้ว” ชายหน้ากากจิ้งจอกตื่นตระหนกและไปปรากฎด้านหลังของฟางเฉินหมายจะสังหารฟางเฉินในพริบตาแต่ตอนนั้นเองเปลวเพลิงก็ลุกไหม้และระเบิดออกมาจากร่างของฟางเฉิน ฟางเฉินหันกลับมาด้านหลังพร้อมกับดาบที่บีบอักเปลวเพลิงฟาดฟันออกไป“ตูม!!!!!!!!!!!!” กงเล็บและดาบเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง“อั๊ก!!!!!!!!” ฟางเฉินกระเด็นออกไปพร้อมกับกระอักเลือดด้วยความเจ็บปวด“อ๊ากกก ร้อน!!!!!! บัดซบเจ้าเด็กเวรกล้าทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บเจ้าต้องตาย” ชายหน้ากากจิ้งจอกนำมีดกระดูกออกมาและพุ่งเข้าหาฟางเฉิน คราวนี้ความเร็วของชายสวมหน้ากากรวดเร็วกว่าเดิมอีก 1 เท่า“แย่แน่ครามนี้” ฟางเฉินแม้จะมองเห็นการเคลื่อนใหวของอีกฝ่ายแต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองได้ทัน เพราะระดับพลังแตกต่างกันเกินไปทำให้ช่องว่างระหว่างทั้งสองแตกต่างกันมาก“ตายซะเจ้าเด็กบัดซบ!!!!!!!!” ชายหน้ากากจิ้งจอกแทงมีดตรงจุดหน้าอกหมายจะแทงทะลุหัวใจของฟางเฉิน“ฟางเฉิน!!!!!!!!!!” เย่เซียนกรีดร้องออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่ต้องห่วงเจ้าก็ต้องตายไปกับมันด้วย” ชายหน้ากากแมงป่องกล่าว“บัดซบเอ้ย” อู่เล่ยและทั้งสามคนที่ต่อสู้กับชายสวมหน้ากากกิ้งก่ายังไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ทำให้ไม่มีเวลาไปช่วยพวกฟางเฉิน“คิดจะฆ่าข้างั้นเหรอมันยังเร็วไปสำหรับเจ้า” ฟางเฉินยิ้มออกมาในพริบตานั้นเองดวงตาของฟางเฉินและอีกฝ่ายก็ผสานกัน พลังดวงตาที่อัดแน่นระเบิดออกมาทำให้ร่างของชายหน้ากากจิ้งจอกหยุดชะงักลงและในเสี้ยวพริบตานั้นฟางเฉินก็ปาระเบิดเพลิงวินาศออกไปทั้ง 10 ลูก“ลาก่อน ระเบิด!!!!!!!!” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม“อะไรกัน!!!!!!!!!” ชายหน้ากากที่พึ่งได้สติหลังจากถูกพลังดวงตาของฟางเฉินทำให้หมดสติไปชั่วครู่“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!”เสียงระเบิดขนาดใหญ่ทำให้การต่อสู้ทั้งหมดต้องหยุดชะงักลง แรงระเบิดทำให้ร่างของฟางเฉินปลิวไปใกลหลายร้อยเมตรและนอนแน่นิ่งทันที ฟางเฉินหมดสติลงด้วยอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิดทันที“เป็นไปไม่ได้เจ้าจิ้งจอกตายแล้วงั้นเหรอ” ชายสวมหน้ากากแมงป่องกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“บัดซบกล้าสังหารสหายของข้าเจ้านั่นต้องตาย” ชายหน้ากากวานรคำรามออกมาก่อนจะระเบิดพลังใส่ร่างของชายชราที่เป็นผู้นำของทวีปแห่งนี้ทันที“แย่แล้ว!!!!!!!!!!” อู่เย่หลานกล่าวด้วยสีหน้าแตกตื่นแต่ในตอนนั้นเองที่ร่างที่แน่นิ่งของฟางเฉินก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเส้นผมกลายเป็นสีแดงฉาน“พวกเจ้าขยะที่ทรยศเผ่าพันธุ์ของตัวเอง ข้าราชันแห่งเพลิงทั้งปวกจะแผดเผาเจ้าเอง” เสียงของฟางเฉินดังขึ้นในพริบตาที่ชายสวมหน้ากากวานรเข้าใกล้ฟางเฉิน รอบ ๆตัวของฟางเฉินก็ปรากฏลูกเหล็กจำนวน 20 ลูก ฟางเฉินเคลื่อนใหวไปข้างหลังทันทีและควบคุมลูกเหล็กพุ่งเข้าหาชายหน้ากากวานร“นี่มันอะไร” ชายหน้ากากวานรมองลูกเหล็กด้วยสีหน้าไม่เข้าใจแต่พริบตานั้นชายหน้ากากวานรก็เข้าใจถึงสาเหตุของระเบิด ชายหน้ากากวานรเตรียมจะหลบหนีแต่ว่าก็ช้าเกินไป“ระเบิด” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ตูม!!!!!!!!!!!”คราวนี้การระเบิดใหญ่กว่าเดิมถึง 1 เท่าด้วยการระเบิดพร้อมกันทั้ง 20 ของระเบิดเพลิงวินาศทำให้แม้แต่ระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดก็ต้องพบจุดจบที่ไม่สวยเช่นกัน“ลูกระเบิดนั่นมันคืออะไร แย่แล้ว แบบนี้พวกเราไม่สามารถเอาชนะพวกมันได้แน่ ถอย เร็วๆๆๆ” หญิงหน้ากากอสรพิษที่กำลังต่อสู้กับอู่เย่หลานคำรามออกมา“ช้าไปแล้ว” เย่เซียนนำระเบิดเพลิงวินาศออกมาและปาออกไปเช่นกันระเบิดเพลิงวินาศทั้ง 10 ลูกที่ฟางเฉินให้นางเอาไว้ลอยออกไปและระเบิดออกมาทันที“ม่ายยยยยยยยยยย” ชายหน้ากากแมงป่องกรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง“ถอยเร็วเข้า!!!!!!!!!” หญิงหน้ากากอสรพิษถอยหนีออกไปเป็นคนแรก จากนั้นชายหน้ากากกิ้งก่าเองก็ถอยออกไปเช่นกัน“ไม่ต้องตามไปรีบไปดูอาการของน้องชายฟางเฉินเร็วเข้า” อู่เย่หลานกล่าวจากนั้นพวกเย่เซียนก็รีบไปทางฟางเฉิน ฟางเฉินในสภาพที่ถูกความโลภควบคุมอยู่มองไปที่แหวนมิติของทั้งสองศพด้วยสายตาไม่ยอมแพ้“บัดซบไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว แหวนมิติของข้า!!!!!” ความโลภกล่าวพร้อมกับหมดสติไปครั้งนี้ฟางเฉินหมดสติไปจริง ๆ ไม่นานอสูรก็ถูกสังหารไปจนเกือบหมดและข่ายอาคมโลหิตอสูรของพวกลัทธิเทพอสูรหมดลงพวกอสูรที่ได้สติจึงเกิดความกลัวและรีบหลบหนีอย่างบ้าคลั่ง ไม่นานสถานการณ์ก็เปลี่ยนไปกองกำลังของพวกอู่เย่หลานก็ทำการสังหารและขับไล่พวกอสูรออกไปได้จนหมดและภารกิจระดับสูงก็เสร็จสิ้นทันที ฟางเฉินนั้นยังไม่ได้สติและถูกพาตัวกลับนิกายทั้ง ๆแบบนั้นเลย“เรื่องในคราวนี้นับว่าสาหัสเลยจริง ๆใครจะคิดว่าพวกเราจะมาเจอกับพวกลัทธิเทพอสูร” อู่เล่ยกล่าว“ตกลงพวกมันมีที่มาอย่างไรกันแน่” ฉินเย่กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ข้าเองก็ไม่รู้อะไรมากนักข้ารู้แค่ว่าลัทธิเทพอสูรมีมานานมากแล้ว และพลังที่แท้จริงของพวกมันจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรับทราบเลยและไม่ต้องพูดถึงฐานที่มั่นของพวกมัน พวกเราแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันเลย” อู่เย่หลานกล่าวด้วยสีหน้ากังวลเพราะการที่พวกนางมาพบกับพวกลัทธิเทพอสูรที่นี่เป็นการบ่งบอกว่าพวกลัทธิเทพอสูรกำลังวางแผนการใหญ่เอาไว้อย่างแน่นอนดังนั้นนางจำเป็นต้องรายงานเรื่องนี้ให้นิกายรู้โดยเร็วที่สุดและเพราะแบบนั้นนางถึงได้พาฟางเฉินที่ยังหมดสติกลับนิกายโดยเร็ว