ตอนที่ 3 กลับมารับโทษ (2)
ในใจของผู้คนอดที่จะถอนหายใจไม่ได้...สมกับที่เป็แม่ลูกกัน ความสามารถที่ทำให้คนอ้าปากตาค้าง อีกคนแกร่งกว่าอีกคนเสียอีก
ถึงแม้ว่าจะกระอักกระอ่วนอย่างมาก แต่กู้เชียนเสวี่ยกลับรู้สึกวางใจได้ขึ้นมาเล็กน้อย
ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้พูดทุกอย่างออกมาเหมือนกับจ้าวซื่อ แต่นางก็ใช้สายตายั่วยุมองไปที่ลี่อ๋อง นางไม่เชื่อว่าลี่อ๋องจะกล้าหาเื่เ้ากรมกู้ แล้วยังจะไม่เห็นแก่หน้าผู้บัญชาการทหารสูงสุดเจิ้นหย่วนอีก
ในความทรงจำของนาง จ้าวหย่วนเจิงนั้นรักและเอ็นดูบุตรสาวจ้าวซื่อเป็อย่างมาก ถึงขั้นเกินไปเสียด้วยซ้ำ
เ้ากรมกู้โมโหแทบเสียสติ เขาแอบส่งสายตาดุร้ายจ้องมองมาที่จ้าวซื่อ พอจ้าวซื่อเห็นว่าสามีสุดที่รักโมโหเช่นนั้นแล้ว ก็รู้สึกผิดขึ้นมา แต่พอนึกถึงบุตรสาวของตัวเองแล้ว ก็กลับมั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง จะงัดกับลี่อ๋องผู้มีตำแหน่งสูงส่งและเรืองอำนาจให้ถึงที่สุด
คิดได้แบบนั้น หลังของร่างอ้วนท้วนก็ตรงแน่วขึ้น
ใจของกู้เชียนเสวี่ยพลันอุ่นวาบขึ้นมา หากบอกว่าตอนแรกรู้สึกรังเกียจจ้าวซื่อแล้วละก็ ตอนนี้ความรังเยจเ่าั้ก็ได้อันตรธานจนไม่เหลือแล้ว
แม้ว่าจ้าวซื่อจะดูเหมือนคนที่ไม่ได้ความ แต่สำหรับนางแล้ว มันคือความดีที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ
“ท่านแม่ เื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่าน ท่านอย่างได้เข้ามาพัวพันเลย” กู้เชียนเสวี่ยเอ่ยเบาๆ กับจ้าวซื่อ
จ้าวซื่อชะงัก ยื่นมือไปลูบใบหน้าของกู้เชียนเสวี่ย “ลูกหญิงแสนน่ารักเ้าพูดอะไรกัน ให้แม่ดูหน่อยสิ มิใช่ว่าตกน้ำเมื่อครู่นี้แล้วเกิดมีไข้ไม่สบายหรอกหรือ ไยจึงพูดจาเหลวไหลเช่นนี้”
กู้เชียนเสวี่ยเผลอยิ้มออกมา จากนั้นก็เลื่อนสายตามองไปยังลี่อ๋องแล้วเอ่ย “ผู้เดียวก่อเื่ผู้เดียวรับผิด แม้จะไม่เข้าใจว่าลี่อ๋องตกน้ำแล้วกลายเป็ความผิดของข้าได้อย่างไร แต่ทั้งหมดนี้มิเกี่ยวข้องกับผู้อื่น หากจะฆ่าจะแกงกันก็ต้องสืบถามเื่ราวทั้งหมดจากอีกฝ่ายก่อน”
รอยยิ้มมุมปากของลี่อ๋องที่เหมือนมีแต่ก็ไม่มีค่อยๆ หายไป ก่อนจะเลิกปลายคิ้วขึ้น “เ้าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเ้าอย่างนั้นหรือ”
กู้เชียนเสวี่ยเองก็ไม่ยอมเช่นกัน “จะฆ่าข้าก็ย่อมได้ แต่ต้องมีเหตุผล”
“ข้าตกน้ำ นี่คือหลักฐาน” ลี่อ๋องปิดตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำไพเราะน่าฟังกลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
เอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้บนเกี้ยวอย่างช้าๆ บริเวณคอเสื้อคลุมมีขนสัตว์แบบหนา พออยู่ท่ามกลางขนสัตว์ที่เลอค่าสง่างาม ลี่อ๋องก็ยิ่งดูผอมบางอ่อนแอเข้าไปใหญ่
กู้เชียนเสวี่ยอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็รีบปิดปากลง
ทุกคนก็คงมองว่ากู้เชียนเสวี่ยเป็ฝ่ายผิด
แต่ในความเป็จริง นางนั้นมีความคิดบางอย่าง...นางคงจะข้ามมิติมายังแคว้นหนานเย่ว์ ฮ่องเต้แห่งแคว้นหนานเย่ว์ให้ความสำคัญกับลี่อ๋องที่มีร่างกายอ่อนแอแบบนี้ พูดได้ว่าใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น วิธีที่โง่ที่สุดคือการใช้ไม้แข็งโต้ตอบกับเขา วิธีที่ดีที่สุดก็คือเจรจากับเขาว่าให้เื่สงบลงก่อนพลางหาวิธีแก้ไขไปด้วย
คิดได้ดังนั้น กู้เชียนเสวี่ยก็ลุกขึ้นแล้วทำความเคารพตามธรรมเนียมสตรี ก้มหน้าหลุบตาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล “ชีวิตของฝ่าา หม่อมฉันไม่กล้าไม่เชื่อฟัง แต่เื่ในวันนี้เป็การเข้าใจผิดจริงๆ มิว่าจะเห็นแก่ตระกูลของท่านพ่อหรือท่านตา ขอฝ่าาให้เวลาหม่อมฉันสองวัน สองวันให้หลัง หม่อมฉันจะยอมรับผิดเอง ถึงตอนนั้นแล้วมิว่าฝ่าาจะใช้วิธีไหนมาลงโทษหม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะยินดีรับทั้งหมด”
กลุ่มคนพากันฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง
ใบหน้าซีดขาวของลี่อ๋องฝังอยู่ในเสื้อคลุมขนสัตว์รวมถึงเส้นผมสีดำที่เปียกชุ่มนั่นด้วย เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ั์ตาดำดุจแทงฝนหมึกล้ำลึกประกายความรู้สึกน่าสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
“เ้ากำลังเจรจาเงื่อนไขกับข้าหรือ”
กู้เชียนเสวี่ยไม่ปฏิเสธ “ฝ่าาเป็ผู้จิตใจกว้างขวางมีเมตตา ปกป้องคุ้มครองราษฎรดั่งลูกหลาน หม่อมฉันเพียงแค่วิงวอนต่อท่านเท่านั้น”
ลี่อ๋องหัวเราะออกมาทันที เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่ก็ฟังดูเบิกบาน เหมือนกำลังสนุกอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ตามมาด้วยเสียงไอติดๆ กันหลายครั้ง “พูดจาใหญ่โตเกินไปแล้ว นิสัยของข้าเป็อย่างไร ทุกคนต่างก็รู้ดี ได้ เห็นแก่จ้าวหย่วนเจิง หลังจากนี้สองวัน อย่างไรเ้าก็ต้องกลับมารับโทษกับข้าอยู่ดี”
เอ่ยจบ ลี่อ๋องก็หลับตาลงอีกครั้ง ไม่พูดอะไรอีก เอนตัวพิงพนักเก้าอี้บนเกี้ยวด้วยความอ่อนแรง
เซ่ากงกงมองกู้เชียนเสวี่ยอย่างล้ำลึกครู่หนึ่ง จากนั้นออกคำสั่งดังลั่น คนของวังอ๋องก็ติดตามลี่อ๋องออกจากจวนตระกูลกู้