หนิงหลง : เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นกู้จักรวาล (กำลัง Rewrite)

    ตอนที่ 42 สิ้นสุดสงคราม

    หนึ่งกระบี่ที่ปราศจากผู้ต่อกรไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับขั้นพลังสูงหรือต่ำ และไม่ได้อยู่ที่ความลึกซึ้งยอดเยี่ยมของสัจธรรม ยิ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังอภินิหารจากของวิเศษ หนึ่งกระบี่ที่ปราศจากผู้ต่อกร เป็นเพียงความเร็วเท่านั้นเอง



    เมื่อความเร็วล้ำหน้าถึงขีดสูงสุดเท่ากับหลุดพ้นจากทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องมีกระบวนท่า ไม่ต้องมีเคล็ดวิชา เพียงแค่หนึ่งกระบี่เท่านั้นเองก็สามารถสยบศัตรูได้



    กระบี่ที่มีความเร็วเช่นนี้สร้างความหวาดกลัวจนขนลุกซู่แก่ผู้พบเห็น มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนไม่น้อยที่เป็นระดับครึ่งก้าวปรมาจารย์ยุทธ์ ในใจของพวกเขาก็อดที่จะหวาดกลัวจนขนลุกซู่ไม่ได้เมื่อได้เห็นกระบี่นี้



    เนื่องจากหนึ่งกระบี่นี้ช่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน รวดเร็วจนเกินกว่าขอบเขตของพวกเขาไปแล้ว หากปะทะกันซึ่งหน้าอย่าว่าแต่ระดับครึ่งก้าวปรมาจารย์ยุทธ์ ต่อให้เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ก็ไม่กล้าบอกว่าตนเองนั้นสามารถรับมือกับกระบี่นี้ได้ ผู้พิทักษ์คิมที่อยู่ตรงนั้นก็เป็นตัวอย่างที่มีให้เห็น



    ยามที่ความเร็วก้าวล้ำขีดความเร็วสูงสุดไปแล้ว เท่ากับเป็นการทำลายพันธนาการทุกสิ่งทุกอย่างไป แซงล้ำหน้าทุกๆ การเปลี่ยนแปลง ประดุจทุกๆ การเปลี่ยนแปลงภายใต้ความเร็วสูงสุดนี้ล้วนแล้วแต่กลับกลายเป็นไม่มีค่าคู่ควรจะกล่าวถึง



    "วรยุทธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่กระบวนท่า แต่กระบี่ขึ้นอยู่ที่ความไว" หนิงหลงที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ตรงนั้น กล่าวด้วยท่าทีเหนื่อยหน่ายว่า "รู้อย่างเดียวไม่พอหรอก มันต้องชำนาญด้วย"



    ในเวลานี้ผู้คนทั่วใต้หล้ามีสีหน้าที่เปลี่ยนไปมากทีเดียว ม่านตาหดลง แม้แต่ผู้พิทักษ์คิมที่เป็นถึงระดับปรมาจารย์ยุทธ์ก็มีท่าทีดูหนักแน่นจริงจังอย่างยิ่ง เหมือนพบศึกหนัก เผยให้เห็นท่าทีที่รู้สึกลนลานไม่น้อยทีเดียว



    เวลานี้ ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ไม่มีความมั่นใจอีกต่อไป เขาไม่กล้าบอกว่าตัวเองสามารถรับมือกับกระบี่นั้นได้ ด้วยความรวดเร็วของกระบี่เช่นนี้ ถ้าหากรับไม่อยู่ละก็หมายถึงต้องเสียชีวิตไปในกระบี่เดียว



    "เป็นเมตตาของข้าแล้วที่เจ้ายังมีชีวิต" หนิงหลงพูดเอ้อระเหยเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่คู่ควรจะกล่าวถึงว่า "หากข้าลงมืออีกครั้งคร่าชีวิตแน่นอน"



    ในเวลานี้ ทุกคนล้วนแล้วแต่มองไปที่ผู้พิทักษ์คิม เขาเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย ทั่วทั้งสิบแดนระดับปรมาจารย์ยุทธ์ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้อยู่บนสุดของพีระมิดทั้งสิ้น เกรงว่าในขณะนี้เขาจะต้องตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง ไม่ก็ยอมอ่อนข้อ ไม่ก็เอาชีวิตของตนมาทิ้งไว้ที่นี่



    เวลานี้ ด้านทางฝั่งของห้าแคว้นมองตากันและกัน พวกเขาไม่เต็มใจจริงๆ พวกเขาไม่เพียงไม่เต็มใจที่ปล่อยชาวทูเจวี๋ยและอวี้รั่วหยุนไปในลักษณะเช่นนี้ จะอย่างไรเสียกล่าวสำหรับพวกเขาแล้ว อวี้รั่วหยุนในเวลานี้เปรียบเสมือนดั่งเนื้อบนเขียงสุดแล้วแต่พวกเขาจะเชือดเฉือน หากพลาดโอกาสอันดีในครั้งนี้ไป คราวหน้าไม่เห็นว่าจะมีโอกาสดีขนาดนี้อีกแล้ว



    ที่ไม่เต็มใจยิ่งกว่าก็คือ ชั่วดีอย่างไรพวกเขาก็มีกันมากกว่าสิบหมื่น บุคคลเพียงคนเดียวจะสามารถหยุดทั้งกองทัพได้อย่างนั้นรึ?



    แต่ว่าในเวลานี้ผู้พิทักษ์คิมถูกหนิงหลงสยบเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนทั่วหล้า หากเขายอมถอยและอ่อนข้อให้ ทางห้าแคว้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ถึงอย่างไรตัวตนระดับปรมาจารย์ยุทธ์ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปยั่วยุเป็นมิตรดีกว่าเป็นศัตรูเสียดีกว่า แล้วไหนจะยังมีราชวงศ์โชซ็อนที่อยู่เบื้องหลังของเขาอีก



    จะอย่างไรเสียพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นขุมกำลังระดับสองระดับสาม การร่วมมือกันทั้งห้าแคว้นสามารถเทียบเคียงขุมกำลังระดับหนึ่งได้พอถูไถเท่านั้น กระทั่งยอดฝีมือระดับสูงสุดที่พวกเขามีก็เพียงครึ่งก้าวปรมาจารย์ยุทธ์ และยังมีน้อยจนแทบจะนับนิ้วได้



    ผู้พิทักษ์คิมส่งกระแสเสียงไปให้กับผู้บัญชาการของห้าแคว้นว่า "หากขุนเขายังคงอยู่ ไม่ต้องเกรงว่าจะไม่มีฟืนเผา"



    นาทีนี้ ภายในใจของผู้พิทักษ์คิมบังเกิดแนวความคิดอ่อนข้อ จะอย่างไรเสียเขาไม่มีความมั่นใจว่าสามารถรับกระบี่นี้ของหนิงหลงเอาไว้ได้ ภายใต้หนึ่งกระบี่ที่รวดเร็วเช่นนี้เขาไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อยนิด หากรับไม่ได้ก็ต้องเสียชีวิตภายใต้กระบี่เดียว ในฐานะเป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับสูงสุดของสิบแดน เขาไม่ต้องการเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่



    ต่อให้ไม่สามารถสังหารอวี้รั่วหยุนได้ในวันนี้ วันหน้าก็ยังมีโอกาส ขอเพียงเขายังคงมีชีวิตอยู่ก็มีโอกาส



    แม้ว่าทางฝั่งห้าแคว้นจะไม่เต็มใจแต่ก็จนด้วยเกล้า ได้แต่ล่าถอยกลับไปอยู่ข้างๆ ด้วยความแค้นเคืองยิ่งนัก



    ผู้พิทักษ์คิมเก็บดาบกลับเข้าฝัก จ้องมองหนิงหลงด้วยท่าทีน่าเกรงขาม ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ จากนั้นกระโดดเหินหายเข้าไปในป่าพริบตา



    ผู้พิทักษ์คิมหนีไปแล้ว กองทัพของห้าแคว้นทยอยกันถอยกลับค่าย เป็นการบ่งบอกว่าวิกฤตของอวี้รั่วหยุนได้รับการปลดปล่อย นางได้ชีวิตกลับมาแล้ว



    ครั้นเห็นผู้พิทักษ์คิมและห้าแคว้นเลือกที่จะอ่อนข้อ ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายของผู้คนจำนวนไม่น้อย จะอย่างไรเสียหนึ่งกระบี่ของหนิงหลงน่ากลัวเหลือเกิน อย่าว่าแต่ผู้พิทักษ์คิมเลย ต่อให้เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ครึ่งก้าวสู่เซียนก็ต้องประเมินตัวเองให้ดี ชายหนุ่มผู้นี้ช่างยอดเยี่ยมอหังการเหลือเกิน



    แต่ก็เหนือความคาดคิดสำหรับบางคน จะอย่างไรเสียกล่าวสำหรับพวกเขาแล้ว อย่างไรเสียผู้พิทักษ์คิมก็คือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ ผู้ที่เป็นระดับปรมาจารย์ยุทธ์นั้นเกรียงไกรไปทั่วหล้ายากจะหาผู้ต่อกร ยิ่งไปกว่านั้น เบื้องหลังของเขายังมีห้าแคว้นและราชวงศ์โชซ็อนให้การสนับสนุน แต่ว่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้แล้ว เขายังคงเลือกที่จะอ่อนข้อให้



    "แม้แต่ปรมาจารย์ยุทธ์ยังหนีตาย ทวีปนิรันดร์มีบุคคลเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เป็นยอดฝีมือจากขุมกำลังใด?" ยอดฝีมือรุ่นอาวุโสมองหนิงหลงด้วยความสงสัย



    "ดูจากรูปลักษณ์ของเขาแล้วยังดูหนุ่มแน่น หรือจะเป็นรุ่นเยาว์อัจฉริยะระดับปีศาจอีกคน?" ผู้คนที่เห็นว่าหนิงหลงยังดูเยาว์วัยต่างพากันวิเคราะห์



    "เหอะๆ ต่อหน้าเขาแล้ว พวกอัจฉริยะระดับปีศาจล้วนแล้วแต่เป็นเพียงเมฆที่ล่องลอยไปเท่านั้นเอง" ยอดฝีมือคนหนึ่งรู้สึกเย็นวาบในใจ รู้สึกหวั่นเกรง เทียบกับอัจฉริยะระดับปีศาจแล้ว หนิงหลงแลดูจะยอดเยี่ยมมากกว่าร้อยส่วน



    "อัจฉริยะระดับปีศาจมากมาย สู้ศึกระดับขั้นพลังสูงกว่าไม่เพลี่ยงพล้ำ พรสวรรค์ที่เป็นหนึ่งไม่มีสอง ปราดเปรื่องตลอดกาล ทว่าคนผู้นี้มองไม่เห็นระดับขั้นพลังเสมือนว่าเป็นปุถุชนเดินดิน กลับมีกำลังที่สามารถสังหารปรมาจารย์ยุทธ์ได้ในกระบี่เดียว" ระดับบรรพบุรุษของขุมกำลังต่างๆ หนึ่งเพ่งสายตาไปทางหนิงหลง และรู้สึกหวั่นเกรงยิ่งนัก



    กล่าวสำหรับหนิงหลงนั้น ยามนี้ผู้ที่หวั่นเกรงต่อเขามีมากมายเหลือเกิน แม้แต่ขุมกำลังชั้นหนึ่งที่แข็งแกร่งมากก็ยังหวั่นเกรงเขายิ่งนัก หนิงหลงที่นั่งเอ้อระเหยอยู่บนยอดเขาตรงนั้นนับว่าไม่มีใครกล้าสอบถามที่มาหรือเข้าไปหาเรื่องอย่างแท้จริง



    เวลานี้อวี้รั่วหยุนนับว่าได้มีโอกาสผ่อนลมหายใจได้บ้าง อาการบาดเจ็บทุเลาไปไม่น้อย นางคำนับไปทางหนิงหลงอย่างสุดซึ้งและกล่าวว่า "ยามวิกฤตได้คุณชายยื่นมือเข้าช่วยเหลือ รั่วหยุนติดค้างหนี้บุญคุณท่านครั้งหนึ่ง วันหน้าจะต้องชดใช้คืน"



    หนิงหลงเพียงโบกมือเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา เหมือนว่านี่เป็นเพียงเรื่องที่เล็กน้อยมากไม่คู่ควรจะกล่าวถึงอย่างนั้น



    หลังจากที่ห้าแคว้นยกทัพกลับไป ทั่วทั้งบริเวณกลับคืนสู่ปกติ ทุกคนล้วนแล้วแต่ได้สติคืนกลับมา ถึงแม้ว่ากองทัพของชาวทูเจวี๋ยจะอยู่ในสถานการณ์วิกฤตง่ายต่อการบุกพิชิต ทว่าก็ไม่มีใครที่มีความคิดนั้นในหัวแม้แต่น้อย หนิงหลงที่นั่งคุมเชิงอยู่บนเขาลูกนั้น ใครกล้าลอบโจมตีชาวทูเจวี๋ยยามนี้ คนผู้นั้นก็ต้องประเมินตัวเอง มิฉะนั้นล่ะก็ คือการรนหาที่ตาย!



    ผู้คนต่างพากันทยอยแยกย้ายกลับไปยังค่ายของตน เนื่องจากทุกคนมาที่นี่ด้วยเรื่องของกิเลน เมื่อเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาเมื่อครู่ ทำให้ทุกคนเกือบจะลืมวัตถุประสงค์ของการมาที่นี่ไปแล้ว

    คล้ายกับเรื่องหนิงหลง : เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นกู้จักรวาล (กำลัง Rewrite) ที่คุณอ่าน