ถ้าจะไปโลกใหม่ขอลากพระเจ้าไปด้วย

    แนะนำตัวละคร ยูสึเกะ

    ประวัติเรื่องราวของคู่หูคนใหม่....นามยูสึเกะก่อนที่เขาจะมาพบผุ้กล้าริวจิ( พระเอกของเรื่อง ดวงนารีปกป้องทำไมต้องเป็นตรูด้วยฟระ )
    วิ้ว ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    ผม ซาโตะ ยูสึเกะ ผู้อยู่จุดสูงสุดของเวทย์มนต์ กำลังต่อสู้กับ มังกรพันปีอยู่ อย่างเมามันส์ เพราะต้องการสัมผัสการต่อสู้ด้วยเวทย์มนต์ที่ห่างหายไปนาน
    ผมมาทำอะไรแถวนี้นะเหรอ ตอนแรกผมออกตามหาท่านเทพเจ้าอิคารอส จนมาถึง หุบเขาทางตะวันออกและพบพวกก็อบลินสองตนกำลังฉุดคร่า หญิงสาวชาวบ้านเข้า ผมเลยลงไปให้ความช่วยเหลือ และฆ่าก็อบลินสองตัวตาย
    ผมได้รับคำขอบคุณจากหญิงสาวที่เสื้อผ้าขาดวิ่น ก่อนที่เธอจะเดินจากไป
    ' ไอยะ น่าเสียดายชะมัด สาวสมัยนี้น่าหม่ำจริงๆ ' ผมมองหน่มน๊ม ของเธอแล้วน้ำลายไหล ขณะที่นั่งลงกินเนื้อ กระต่ายเสือดาวที่พกมา อยู่ๆบอสก็อบลินก็ปรากฏตัว มาลากผมไปที่ซากโบราณสถานทางตะวันออก เพื่อจะสำเร็จโทษผม แต่ทว่าที่นั่น ผมกับพบมังกรพันปีเข้าโดยบังเอิญ มันโผล่มาก็ตะปบบอสก็อบลินทีเดียวตายเลย และรายต่อมาก็คือผม
    ผมอยากจะบอกทุกคนว่าผมเป็นโรคจิตชนิดอ่อนๆ ผมชอบสูด ดมเวทย์มนต์เวลาต่อสู้ แถมอยากจะหอมแก้มมันราวกับมันเป็นน้องสาวของผมเอง ผมไม่ได้โม้นะ ผมเป็นซิสค่อนตัวยงเลยด้วย55555+
    ที่มือขวาของผมสลักตราเวทย์แบบที่4 ไว้ มันเป็นตราเวทย์จอมปราชญ์ รูปดอกไม้สด มันสวยงามราวกับ ครีมที่หกเป็นรูปใบไม้ในถ้วยกาแฟ แต่ทว่า มันเป็นตราเวทย์ ที่ไม่สามารถพัฒนาได้อีกแล้ว พลังของมันถึงขีดกำจัดแค่ขั้น จอมปราชญ์ เท่านั้น ไม่อาจบรรลุขั้น มหาปราชญ์ได้
    ถึงแม้ว่ามันจะมีข้อดีคือ มันเป็นตราเวทย์ที่จะพัฒนาได้เร็วที่สุดก่อนตราเวทย์อื่นจนถึงอายุ 15ปี แต่หลังจากนั้นมันก็จะหยุดเติบโต และการที่มันหยุดเติบโต ทำให้ผมไม่เก่งขึ้นเลยในตลอดร้อยปีที่ผ่านมา
    ผมชอบย้อนนึกถึงวัยเด็กที่ผมเก่งเร็วกว่าคนอื่น แต่ตอนนี้ถ้าเทียบกับเพื่อนในวัยเดียวกันละก็บอกได้คำเดียวว่า ช้าไปแล้ว ผมไม่อาจพัฒนาเวทย์มนต์ของผมขึ้นไปได้
    ฟ้าว ฟ้าว ตูมมมมมมมมมม
    เสียงโจมตีของมังกรพันปีทำให้ผมดึงสติกลับมา
    ใช่แล้ว มังกรพันปีแสยะยิ้ม ก่อนที่มันจะถูกลูกแก้วเวทย์มนต์สายฟ้าของผมเข้าทำการโจมตีอย่างรุนแรงจนมันหล่นตกลงไปกระแทกซากโบราณสถาน ที่มีเทพอิคารอส สถิตย์อยู่
    เอ๊ะ แล้วผมเล่าถึงตอนไหนแล้วนะ เอ่อ จำได้ล่ะ เนื่องจากตราเวทย์ของผมไม่อาจจะไปถึงขั้นมหาปราชญ์ได้ ผมจึงต้องทำการเปลี่ยนมัน โดยการตามหา เทพเจ้าอิคารอส เทพเจ้าหนึ่งเดียวที่ จะมอบ ตราอันใหม่ให้แก่ผมได้ แต่ตลอดร้อยปีที่ผ่านมาผมก็หาท่านไม่เจอ เพิ่งจะเจอเมื่อมาถึงซากโบราณสถานนี้เอง ร้อยปีเชียวนะสำหรับการตามหา แต่ก่อนที่ผมจะขอให้ท่านเปลี่ยนตราให้ผม ดันมีมังกรพันปีเจ้ากรรม โผล่มาเล่นงานผมซะได้นี่ เซ็งจริงๆ
    เปรี๊ยงๆๆๆๆๆๆๆ
    ระเบิดสายฟ้าลูกเล็กๆของผม ทำการสลายร่างของมังกรพันปีซะไม่เหลือซากภายใน 30 นาที ผมก้มลงมองความสำเร็จของตน ก่อนจะก้าวเข้าไปในโบราณสถาน เพื่อขอพรจากเทพเจ้าอิคารอส ให้ผมได้ตรา มหาปราชญ์ โดยทิ้งจดหมายเวทย์เล็กๆ ไว้ให้น้องสาวสุดที่รักของผม เธอมีชื่อว่า มาเรีย สุดที่รัก
    [พี่จะออกตามหาเทพเจ้าอิคารอสนะ ไม่ต้องออกตามหานะ มาเรียน้องรัก รักนะ จุ๊บๆ ถ้าเจอกรรไกรด้ามเก่าของพี่ก็ดีนะสิมาเรีย เราจะได้ไม่ห่างกันไกล]
    หลังจากทิ้งข้อความไว้ในจดหมายเวทย์ ผมก็เดินเข้าไปในซากปรักหักพังนั้นทันที
    วูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    จู่ๆ ก็มีเวทย์มนต์ดาบ ปรากฏ มันเป็นดาบแสงที่พุ่งออกมาจากมือของเทพเจ้าอิคารอส พุ่งมาเสียบทะลุพุงของผม ผมเสียเลือดอย่างมาก มากจนผมแทบจะสลบ
    แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงพูดจากชายลึกลับที่ยืนอยู่ข้างๆเทพเจ้าอิคารอสว่า
    " ถ้าหากเจ้าตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเจ้าจะได้สมความปราถนา "
    8 ชั่วโมงผ่านไป........
    กา ก๊า กา ก๊า 
    เสียงอีกา มารุมจิกผมที่นอนอยู่ บนพื้นแข็งๆ ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด และอยากใช้เวทย์มนต์ไล่มันไป แต่แล้ว มือของผมกลับไร้เวทย์มนต์และเรี่ยวแรง
    "ตื่นแล้วเหรอ เด็กน้อย " ชายลึกลับใช้ผ้าคลุมไล่อีกาออกไป พร้อมกับพลิวปากและร่ายเวทย์ให้กระจกเวทย์มนต์ปรากฏ
    ผมมองภาพของผมในกระจกเวทย์ที่ชายลึกลับยื่นให้
    " เด็ก " ผมอุทาน ใช่แล้วผมกลับเป็นเด็กอายุ 6ขวบ ไม่นะเอาร่างกายที่หล่อเหลาของผมคืนมา เอาคืนมานะ
    ในขณะที่ผมกำลังโวยวายอยู่นั้น ชายลึกลับก็ใช้มือ จิบกาแฟ และชี้ไปที่มือขวาของผม ซึ่งบัดนี้มันได้เปลี่ยนเป็น ตรา มหาเวทย์๋แบบที่ 1แล้ว ไม่ใช่ตราจอมปราชญ์ เหมือนก่อน
    ผมรู้สึกดีใจระคนเสียใจ ไปพลางๆ ก่อนที่ชายลึกลับจะเอื้อนเอ่ยวาจา
    " เอาล่ะ แกก็ได้ดั่งหวังแล้ว ดังนั้นไปเข้าคุกซะนะ เพราะแกฆ่ามังกรพันปีที่เฝ้าสุสานเทพเลาห์คอน ที่นี่ตาย ยังไงล่ะเจ้าหนู "
    ว่าแล้วชายลึกลับ ก็ตรงเข้ามาจับผม
    ผมพยายามจะวิ่งหนี แต่เสื้อผ้าบางๆของผู้ใหญ่มันหลวมซะจนหลุดลุ่ยออกไปหมด เผยให้เห็นส่วนสัดอันอวบอัดของเด็กน้อย กล้ามเป็นมัดๆ ดูแล้วอย่างกับผ่านการฝึกฝนมานานนับร้อยปี โดยเฉพาะบริเวณทวนมังกรของผม ออกจะใหญ่เป็นพิเศษ
    เปรี๊ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    เสียงสายฟ้าฟาดที่ท้ายทอยผม ก่อนที่ผมจะสลบไป และมาตื่นในคุก โดยการจับโยนเข้ากรงขัง ของ ชายลึกลับและเหล่าทหาร
    " เฝ้าเจ้าเด็กนี่ให้ดี ข้ายังมีเรื่องจะถามมันอีก "
    ข้างในคุก มีสาวน้อยคนหนึ่งเธอจัดว่าเป็นสาวสวยของที่นี่กำลังบรรเลงเพลงจากอุปกรณ์ดนตรีที่แพร่หลายในอาณาจักรโปปุรอน ถ้าผมจำไม่ผิด มันคือ โอฮาโอ้ นั่นเอง
    เธอเริ่มเอื้อนเอ่ย บทเพลงแห่งรัก koi no yume
    หากแม้นว่ามันเป็นฝันขอชั้นมีเธอได้ไหมหากว่ามันเป็นความจริงขอชั้น กอด จูบ เธอได้ไหมโอ้มายเวิร์ล โอ้มายเวิร์ล......
    สาวน้อยวัย 18ปี นาม มิวาน่า กำลังบรรเลงเพลงชวนฝัน อันไพเราะ ให้ บรรดาเหล่านักโทษได้ฟัง
    ทำไมผมถึงรู้ชื่อเธอได้นะเหรอ ก็เพราะเธอ มีป้ายชื่ออยู่ที่หน้าอกไง สิ่งแรกที่ผุ้ชายมอง คือ หน้าอกของผู้หญิงจริงมั๊ยพวกเรา เหล่าอัศวินสายหื่น
    ผมถูกโยนเข้ามาแทบเท้าของสาวน้อย แต่ตอนนี้ผมอยู่ในร่างของเด็กน้อยอายุ 6ขวบหน้าตาใสซื่อ บริสุทธิ์ และไม่ได้ใส่อะไรเลย
    " ว้าวใหญ่จัง เป็นเด็กอยู่แท้ๆ " พี่มิวาน่า กล่าวขำๆเบาๆ แต่ได้ยินไปทั่วคุก จนเหล่าบรรดานักโทษ พากันหัวเราะเยาะผม บ้างก็อิจฉาที่ทวนมังกรของผมใหญ่ ไม่เหมือนของผู้ใหญ่บางคนที่อันเล็กนิดเดียว
    " นะนิ " ผมอุทานอย่างเอียงอาย และเริ่มพูดคุยกับพี่มิวาน่า
    เช้าวันต่อมา....
    อ้ามมมมมมมมม
    พี่มิวาน่า ป้อนข้าวให้ผม ทำให้ผมคิดถึง มาเรีย น้องสาวสุดที่รักขึ้นมา ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรมั่ง ไม่ใช่ว่าตอนนี้เหล่าอัศวินคุณหมี กำลังรุมตอมอยู่หรอกนะ
    ผมหวนคิดถึงค่ำคืนก่อนจากลา กับมาเรียมา เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผมสีฟ้า ดวงตาสีชมพูอ่อนๆ ความสูงประมาณ 149เซนติเมตร แบบที่โลลิค่อนชอบกัน เข้ามาจุ๊บที่ข้างแก้มซ้ายของผม และกระซิบกระซาบคำพูดก่อนจากลากันว่า "หนูก็อยากทำกับพี่แบบผู้ใหญ่เขาทำกันนะ " แล้วผมก็เดินจากเธอมา โดยให้สัญญาว่าซักวันจะกลับไปที่หมู่บ้าน พร้อมกับตราอันใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม
    " มิวาน่า โอเน่จัง(พี่สาว มิวาน่า) " ผมเรียกชื่อพี่สาวมิวาน่า ด้วยภาษาญี่ปุ่นเท่าที่ผมจำได้ และเริ่มพูดคุยกับเธอ
    " น้องชาย ชื่ออะไรจ๊ะ ยังไม่แนะนำตัวเลย" พี่มิวาน่ากล่าว ก่อนจะป้อน จูโย่วเฉ่าฟั่น(ข้าวผัดหมู) ให้ผมกิน
    " ชื่อ ยูสึเกะ ฮะ พี่มิวาน่า ปีนี้อายุ 6ขวบ " *-*จริงๆแล้วผมอายุเป็นร้อยปีแล้ว แต่ตอนนี้สภาพร่างกาย กลายเป็นเด็ก พี่มิวาน่าคงไม่รู้ว่ากำลังคุยอยู่กับตาแก่อายุร้อยปีอยู่หรอกนะ
    ในขณะที่ผมกำลังคุยกับพี่มิวาน่าอยู่นั้น ก็เห็นเธอมีท่าทีแปลกๆ เหมือนกับเก็บกดอะไรไว้ สุดกำลัง ผมถามด้วยความสงสัย
    " พี่ฮะ เป็นอะไรไปหรือเปล่าฮะ เหมือนกับพยายามอั้นอะไรไว้ มันจะไม่ดีต่อร่างกายนะฮะ ปล่อยมันออกมาเถอะฮะ เชื่อผม ผมจะยืนหลับตาอยู่ตรงนี้" ผมกล่าวกับพี่มิวาน่าที่ข้างหูเธอเบาๆ แต่ร่างของเธอสั่นสะท้านไปทั้งร่าง และสิ่งที่เธออั้นเอาไว้อยู่ตั้งนานสองนานก็ไหลออกมาอย่างกับ ทำนบแตก
    น้ำที่ไหลออกมาจากยอดภูเขาไฟของพี่มิวาน่า มันไหลเจิ่งนองออกมาเต็มขาของผม ทำเอาผมรุ้สึกดีเอามากๆ อุ่นๆร้อนๆ เพราะผมเป็นโรคจิตชนิดอ่อนๆ มันทำให้ผมไม่อยากล้างเท้าไปตลอดสัปดาห์เลย
    เนื่องจากพี่มิวาน่า ถูกเชือกผูกขาไว้ ทำให้เปลี่ยนท่านั่งไม่ได้ เธอเลยทำได้แต่มองดูสภาพเลอะเทอะของเธอ อย่างเอียงอายและจำใจ หลังจากเธอฉี่ราด เธอก็ไม่คุยกับผมอีกเลยเป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่ง การมาถึงของผู้หญิงอีกคน
    ผมใช้เวลาช่วงนั้น ลวนลามพี่โรเซ่ ทางสายตาอย่างพึงพอใจ โดยเฉพาะการจ้องมองขาอ่อนของเธอ ถ้าชาตินี้ได้สัมผัสมันถึงตายก็ยอม
    3วันต่อมา......
    ปั้ง
    เสียงโยนนักโทษสาวเข้ามาในคุกเดียวกับผม ดังขึ้น ทำให้พี่มิวาน่าลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้า เธอมองไปยังสาวน้อยอีกคนที่นอนกองอยู่บนพื้น เธอคือมาเรีย น้องสาวผมนั่นเอง
    " ยูสึเกะ โอนิจัง(พี่ ยูสึเกะ ) " มาเรียกล่าว ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นและเข้ามากอดผมก่อนจะกล่าวถ้อยคำแสนเพ้อฝันกับผม
    "ในที่สุดก็เจอพี่ ทำไมพี่ถึงกลับเป็นเด็กล่ะ แต่ไม่เป็นไรน้องคนนี้จะเลี้ยงพี่เอง" ผมใช้นิ้วชี้ที่ปากของมาเรีย เพื่อให้เธอหยุดพูด
    " น้องรัก มันมีเรื่องหลายๆอย่างที่พี่เล่าไม่ถูกนะ ไว้จะค่อยๆเล่าแล้วกัน " ผมกล่าวกระซิบกระซาบกับเธอ จนพี่มิวาน่า สงสัย และเดินเข้ามาจะร่วมวงสนทนาด้วย แต่ผมกับมาเรีย รีบแยกกันไปนั่งตรงอื่นในห้องขัง
    ระหว่างที่ถูกจับขังนั้น มาเรียก็รู้สึกเบื่อ เธอเริ่มมองหาเหยื่อของเธอในคุก ใช่แล้วมันคือเหล่านักโทษ ยังไงล่ะ เธอเริ่มร่ายเวทย์ ฮีล ให้กับนักโทษทุกคนที่มองเห็น
    คนแรกเป็นแม่มดสาวที่ถูกควักลูกตาออกมา อยู่ๆตาของเธอก็กลับมา พร้อมกับบาดแผลที่หน้าก็สมานตัวอย่างรวดเร็ว และก็คนต่อไป ของคนต่อไป ก็ได้รับเวทย์ฮีลในทำนองเดียวกัน มันเป็นความพิเศษของตราแบบที่2 ที่มาเรียมีติดตัว ตราเวทย์สายนักฮีลยังไงล่ะ
    ผมรีบเข้าไปหยุดมาเรียก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้ แต่ไม่ทันแล้ว นักโทษทั้งคุกนี้ ต่างถูกรักษาจนกลับมามีสภาพปกติทั้งหมด รวมทั้งพี่มิวาน่าก็ด้วย บาดแผลเล็กๆที่ขาของเธอก็ได้ถูกรักษาเหมือนกัน
    ตูมมมมมมมมมมมมมมมม
    นักโทษคนหนึ่งยิงพลังเพลิงออกมา และเริ่มพังคุก ในขณะที่แม่มดอีกคนก็ใช้เวทย์มนต์จากตาที่ถูกควักออกไปแต่ตอนนี้หายดีแล้ว ระเบิดผนังคุกซะกระเจิง จนสภาพคุกไม่ต่างจากกรงเหล็กขังนกพังๆ นักโทษทุกคนพังคุกออกมา กลายเป็นจลาจลย่อมๆ
    ตุ้ง ปิ๊ง
    จู่ๆห้องขังของผม ก็ถูกเปิดออกโดย จอมโจร คิโตะ เขาเป็นจอมโจรสายสะเดาะกลอน ผมจึงถูกมาเรียลากออกมาจากคุก และพวกเรากำลังจะเริ่มหนี โดยมีมาเรียวิ่งนำหน้าออกไปจากคุก แต่ตอนนี้คุกกำลังไฟไหม้ ผมเป็นห่วงพี่มิวาน่า จึงวกกลับมาหาเธอ แล้วใช้เวทย์กระแสลมบาดตัดเชือกให้เธอ ก่อนที่ไม้ที่เต็มไปด้วยไฟจะหล่นลงมาเกือบทับเธอ
    " พี่มิวาน่า ไปกันเถอะ " ผมพูดพร้อมกับอุ้มเธอในท่าอุ้มเจ้าหญิง และวิ่งออกไปจากคุก
    ข้างนอกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหล่านักโทษกำลังสุ้กับผู้คุมเกือบร้อยนาย โดยมีมาเรียกำลังฉีกกระชาก นักรบสวมเกราะหนักคนหนึ่งอยู่
    ผมพยักหน้าให้ มาเรีย ก่อนที่ความชุลมุน จะทำให้ผมหลงกับน้องสาวอีกครา ตอนนี้ผมวิ่งตรงออกมาที่สวนโดยอุ้มพี่มิวาน่าไว้ ผมแอบลูบขาอ่อนของเธอไปด้วยในขณะหลบหนี ช่างมีความสุขจริงๆ
    " เราจะไปไหนกันดีพี่มิวาน่า " ผมถามพี่มิวาน่าที่กำลังหน้าตาตื่น
    " ไปบ้านของพี่มะ" พี่มิวาน่ากล่าวออกความเห็น
    และแล้วพวกเราสองคนก็หลบหนีไปทางบ้านของพี่มิวาน่า โดยไม่หันหลังกลับมามองความวุ่นวายที่อยู่ด้านหลัง

    *******
    หลายวันต่อมา.......
    ณ หมู่บ้านของพี่มิวาน่า มันเป็นหมู่บ้านในบ้านนอก ที่เลี้ยง วัว เลี้ยงควาย และหมู ช่างเป็นบรรยากาศบ้านนอกที่แสนวิเศษ มีผุ้คนที่แสนใจดีอยู่รอบๆ ตลอดสามวันมานี้ ผมมีความสุขมากๆ และ ตอนนี้ผมกำลังทำสวนช่วยงานพี่มิวาน่าอยู่อย่างมีความสุข ทว่า.....ความสุขนั้นก็อยู่ไม่นาน
    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    เสียงของ จอมปีศาจ อามากัน แวนเดล ระดับ 7ดาวมาบุกหมู่บ้าน มันเริ่มฆ่าชาวเมืองอย่างเหี้ยมโหด ตอนนี้ผมเริ่ม เสียใจแล้วที่เปลี่ยนตราเวทย์ ถ้าผมยังคงมีตราเวทย์แบบที่ 4 อยู่ละก็ เจ้าปีศาจกระจอกอย่าง จอมปีศาจอามากัน ต้องพ่ายแพ้ผมภายใน 30 นาทีแน่นอน แต่นี่มันกลายเป็นตราเวทย์แบบที่ 1 ที่เติบโตช้ามาก เพียงแต่ข้อดีของมันคือเมื่อผ่านอายุร้อยปีไปแล้ว มันจะไปได้ถึงขั้นมหาปราชญ์ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นตรากากๆที่ใช้ไม่ทันเหตุการณ์ซะแล้ว เหมือนสุภาษิตว่า น้ำไกลดับไฟใกล้ไม่ได้
    พี่มิวาน่า กำลังช่วยเด็กๆให้หนีไป ด้วยการถ่วงเวลาจอมปีศาจ อามากันไว้ เธอเข้าต่อสู้กับ จอมปีศาจอามากัน แต่ก็สู้ไม่ได้ เธอถ่วงเวลามันได้แค่ 15 นาทีเท่านั้น และถูกจอมปีศาจอามากัน ฆ่าตายในที่สุด
    " พี่ มิวาน่า " ผมตะโกนออกไป ด้วยความโกรธแค้นของผม ผมจึงออกไปสู้กับจอมปีศาจ อามากัน ในร่างเด็ก อายุ 6ขวบ
    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    ด้วยพลังเวทย์อันน้อยนิดของผม ผมจึงถูกจอมปีศาจอามากัน ซัดหมอบภายในไม่กี่วินาที และสลบไป
    ผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รุ้จนกระทั่ง ผู้กล้าริวจิ กับ พี่ ทีน่า อัมเบล เดินทางผ่านมา และพบผมเข้า เขาถามผมว่า
    " นี่เจ้าหนู รู้จัก ท่านหญิง ฟาลเนเซ่ ที่ผ่านมาทางนี้ไหม " ดูเหมือนผุ้กล้า ริวจิเขาจะรีบมากจนไม่ได้มองว่า หมู่บ้านที่นี่ ถูกจอมปีศาจ อามากัน โจมตี ผมจึงตอบไปว่า
    " ไม่เห็นครับพี่ พี่ช่วยพาผมไปด้วยนะ " และแล้วผมก็ตามผุ้กล้าริวจิ ไปในฐานะ เด็กรับใช้ ผมอยากเรียกเขาว่า ไอนิกิ (ลูกพี่ ) ด้วยซ้ำ แต่เกรงว่าเขาจะไม่พอใจ
    และนี่ก็เป็นโชคดีของผมที่ได้สนิทกับพี่ ทีน่า อัมเบล ที่ติดตามผู้กล้าริวจิมาด้วย หลังจากพวกเราออกเดินทางและผ่านพ้นอุปสรรคมาด้วยกัน แม้ว่า ผมจะเคยเห็นพี่ ทีน่า โป๊อยู่หลายครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้มีอาการหื่นออกมาให้เห็นเลย จนในที่สุดพี่ทีน่า ก็ตัดสินใจพาผมมาปักหลักที่เมืองร็อคน่า เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลังจากผู้กล้าริวจิ ชุบชีวิต พี่อาสึกะ และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
    ================================================โปรดติดตามตอนต่อไป