นางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม)

    ตอนที่ 64 ทดลองรักษาพ่อบุญธรรม

    ตอนที่64 ทดลองรักษาพ่อบุญธรรม


    เมื่อกัวจวินและพ่อบ้านหูมีความคิดไม่แตกต่างกันทั้งสองคนเดินกลับเข้าห้องคนป่วยอีกครั้ง


    คราวนี้ทั้งคู่เห็นการกระทำหนึ่งของซูเวยซึ่งทำให้กัวจวินร้องขึ้นมาด้วยความตกใจว่า“เวยเวย น้องทำอะไรกับพ่อ?”


    ซูเวยเงยหน้าขึ้นสบตากัวจวินเธอกำลังใช้นิ้วมือตนเองกดจุดชีพจรซึ่งเป็นเส้นเชื่อมโยงกับพลังปราณเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือดลมให้สะดวกซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นตัวและอาจรู้สึกตัวได้เร็วขึ้น เธอสบตากับพ่อบ้านหูพลางส่งสัญญาณบางอย่าง


    พ่อบ้านหูรับรู้และเข้าใจการกระทำของซูเวยทันทีทั้งที่เขาไม่แน่ใจแต่ทว่าเขาเลือกที่จะเชื่อสัญชาตญาณตนเอง โดยตรงเข้าไปจับตัวกัวจวินพลางตบไหล่และพูดปลอบใจว่า“อย่าเพิ่งโวยวายไปครับ ผมคิดว่าคุณหนูซูไม่มีเจตนาร้ายกับคุณผู้ชายแน่นอน ลองดูไปก่อนก็ยังไม่สายครับเธออาจสร้างปาฏิหาริย์ทำให้คุณผู้ชายฟื้นขึ้นมาก็ได้นะครับ”


    คำพูดโน้มน้าวที่มีเหตุผลของพ่อบ้านหูทำให้กัวจวินไม่ขัดขืนที่จะเดินตรงเข้าไปหยุดการกระทำของซูเวยแต่เขายืนจ้องมองท่าทางใช้นิ้วของซูเวยที่เกร็งให้ตรงแล้วจิ้มแรงๆในอวัยวะตามจุดต่างๆของร่างกายกัวเฟิงอย่างขะมักเขม้น


    ในตอนนี้มีเหงื่อซึมหน้าผากและไรผมของซูเวยเนื่องจากเธอฝืนใช้พลังซูเวยและพลังปราณมากเกินตัวเธอต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของตนเอง ซึ่งพบว่าตนเองประเมินความแข็งแกร่งไว้สูงเกินไปจนทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก


    แต่ทว่าเธอไม่ต้องการทิ้งงานกลางคันเนื่องจากเธอจับชีพจรของกัวเฟิงเพื่อตรวจสอบเป็นระยะแล้ว พบว่าการตอบสนองของร่างกายเขาดีขึ้นการรับรู้และการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้นจนแทบรู้สึกมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า


    “เอ๊ะ!นั่นพ่อเหมือนมีอาการดีขึ้นใช่ไหม?” กัวจวินอุทานด้วยความตื่นตกใจเมื่อเขาจ้องมองการกระทำของซูเวยอยู่อย่างไม่วางสายตาจนกระทั่งเขาเหลือบมองเห็นสีหน้าของพ่อตนเองที่มีเลือดฝาดและมีสีชมพูมากขึ้นซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้าที่มีใบหน้าซีดเผือดไร้สีสัน แต่ทว่าตอนนี้ใบหน้าเป็นสีชมพูและเข้มขึ้นเรื่อยๆจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า


    สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสภาวะของร่างกายที่เริ่มฟื้นฟูตัวเองและเขาอาจจะรู้สึกตัวอีกในไม่ช้า


    “จริงด้วยครับคุณผู้ชายใบหน้าสดใสมีเลือดมาหล่อเลี้ยงมากขึ้นแล้วครับ”พ่อบ้านหูยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีและมีความสุข


    ทันใดนั้นซูเวยหยุดการกระทำของตนเองเพราะจบกระบวนการกระตุ้นชีพจรและฟื้นฟูร่างกายของพ่อบุญธรรมแล้วแต่ทว่าเธอไม่สามารถฝืนใช้พลังกับแม่บุญธรรมต่อได้จึงหยุดทันทีพลางหันหน้าไปบอกพี่ชายก่อนเดินโซเซไปล้มตัวลงนอนบนเตียงเล็กอย่างอ่อนเพลียว่า“อย่ากวนหนูนะ ให้หนูนอนสักหน่อย ตื่นขึ้นมาจะตอบทุกคำถามที่สงสัยค่ะ”


    “อ๊ะ!เวยเวย น้องเป็นอะไร?”กัวจวินปราดเข้าไปหาซูเวยที่เตียงเล็กด้วยความตกใจ เขากำลังจะเขย่าตัวของซูเวยเพราะคิดว่าน้องสาวหมดสติเนื่องจากอาการป่วยกะทันหัน


    แต่พ่อบ้านหูเข้ามาจับตัวเขาไว้พลางบอกเขาตามข้อเท็จจริงที่ตนมองเห็นว่า“อย่าครับคุณชาย ผมว่าคุณหนูซูคงจะเหนื่อยมากกว่า เธอบอกแล้วว่าขอนอนสักพักก่อนถ้าตื่นขึ้นมาจะตอบคำถามที่คุณชายสงสัยเอง ผมว่าปล่อยให้เธอนอนหลับไปก่อนดีกว่านะครับ”


    คำพูดที่มีเหตุผลของพ่อบ้านหูทำให้กัวจวินชะงักการกระทำของตนเองเขาพยักหน้าตอบรับเข้าใจพร้อมกับลุกขึ้นยืน เขาเดินตรงไปตู้เสื้อผ้า เพื่อหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กที่เตรียมไว้เช็ดใบหน้าพ่อแม่ออกมา


    กัวจวินเดินไปเช็ดเหงื่อตามใบหน้าเล็กและไรผมของเธออย่างแผ่วเบาพลางลูบหัวเธอที่กำลังหลับสนิทด้วยความรู้สึกหลากหลายว่า“เวยเวย อย่านอนนานเกินไปนะพี่เป็นห่วงตื่นขึ้นมาแล้วพี่มีอะไรจะถามหลายอย่างเลยละ น้องคงเหนื่อยมากใช่ไหม?”


    พ่อบ้านหูยืนมองการกระทำอันอ่อนโยนของกัวจวินที่ปกติเขาไม่เคยสนใจเด็กหญิงหรือหญิงสาวคนใดมาก่อนเขารู้สึกดีที่กัวจวินมีความอ่อนโยนและเมตตาให้กับซูเวย ซึ่งช่วยให้กัวจวินกลายเป็นคนอ่อนโยนและไม่แข็งกระด้างเอาแต่ใจตัวเองเหมือนเดิม


    ……….


    ทันใดนั้นพ่อบ้านหูเหลือบมองเห็นกัวเฟิงที่นอนอยู่บนเตียงกัวเฟิงกำลังขยับเปลือกตาเหมือนพยายามเปิดเปลือกตาตนเองขึ้นมาพร้อมกับนิ้วมือสองข้างที่ขยับนิ้วมือไปมาจากหนึ่งนิ้วเป็นหลายนิ้ว เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากัวเฟิงรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาแล้ว


    “คุณชายครับคุณผู้ชายรู้สึกตัวแล้ว”พ่อบ้านหูส่งเสียงเรียกกัวจวินที่ยังเช็ดหน้าของซูเวยอยู่ที่เตียงเล็กด้วยความตื่นเต้นยินดี


    “อะไรนะครับ?”กัวจวินชะงักมือที่เช็ดหน้าซูเวยอยู่เขาลุกพรวดขึ้นยืนพร้อมกับวิ่งไปที่เตียงพ่อตนเอง เขาเห็นพ่อพยายามขยับเปิดเปลือกตาขึ้นมาพร้อมกับนิ้วมือสองข้างที่ขยับยกขึ้นอย่างช้าๆ


    “พ่อครับผมอยู่นี่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” กัวจวินยิ้มหัวเราะทั้งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติเขาไม่คิดว่าการกระทำแปลกตาของน้องสาวจะเป็นการช่วยให้พ่อตนเองฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ทำให้เขามีความสุขยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เขารีบจับมือพ่อกุมไว้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นยินดี


    ในตอนนี้มีหมอและพยาบาลรวมสามคนวิ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วโดยพ่อบ้านหูกดปุ่มแจ้งเหตุกับหมอเพื่อให้มาตรวจสอบอาการป่วยของกัวเฟิง


    เมื่อหมอชายวัยกลางคนหมอตงสืออวิ้น เป็นศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลประชาชนเมืองหงและเป็นนหมอรับผิดชอบคนป่วยทั้งสองคนของตระกูลกัวซึ่งเป็นตระกูลทรงอิทธิพลของเมืองหง เขารีบเข้ามาในห้องคนป่วยเพื่อตรวจสอบอาการที่มีญาติกดปุ่มฉุกเฉิน


    แต่ทว่าภาพที่เขามองเห็นคือคนป่วยเปิดตาขึ้นมาพร้อมกับขยับมือสองข้างไปมา สร้างความแปลกประหลาดให้กับเขาเป็นอย่างมากเพราะไม่คิดว่าคนป่วยจะสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เกือบสิบเท่า


    เนื่องจากเขาคาดคะเนจากสภาพร่างกายหลังรับการผ่าตัดและการฟื้นตัวน่าจะไม่ต่ำกว่า 4-5 วัน แต่ทว่าในตอนนี้คนป่วยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว ที่สำคัญคือใบหน้าของคนป่วยที่มีสีสันแตกต่างจากตอนเช้าเป็นอย่างมากทำให้เขาถามญาติคนป่วยด้วยความสงสัยว่า “เอ๊ะ! คนป่วยได้รับยาหรือการรักษาอะไรเป็นพิเศษไหมครับ? ทำไมฟื้นตัวเร็วแบบนี้?”


    กัวจวินเงยหน้าสบตาพ่อบ้านหูอย่างเข้าใจความคิดของกันและกันจากนั้นเขาตอบหมออย่างหนักแน่นว่า “ไม่มีการรักษาอะไรพิเศษครับ คงเป็นเพราะฝีมือการรักษาของคุณหมอที่ทำให้พ่อผมฟื้นตัวเร็วแบบนี้”


    “เอ้อเฮอ!น่าประหลาดใจเสียจริง ผมขอตรวจสอบร่างกายคนป่วยก่อนนะครับ หากฟื้นตัวดีแล้วจริงๆจะได้ถอดสายที่ไม่จำเป็นออก” หมอตงอุทานด้วยความประหลาดใจเขาไม่คิดว่าเป็นฝีมือของตนเองเพราะมีประสบการณ์ผ่าตัดมานานจนสามารถคาดเดาเหตุการณ์และระยะเวลาฟื้นตัวคนป่วยได้อย่างแม่นยำ


    แต่ทว่าเขาต้องการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของการฟื้นตัวเร็วของคนป่วยให้พบก่อนตัดสินใจพูดอะไรออกไป


    กัวจวินเดินถอยห่างจากเตียงพ่อตนเองเพื่อปล่อยให้หมอตรวจสอบร่างกายพ่ออย่างใกล้ชิดส่วนเขาเดินไปเอาผ้าห่มสำรองจากตู้เสื้อผ้ามาห่มให้กับน้องสาวตัวน้อยท่าทางเอาใจใส่ของเขาที่แสดงต่อซูเวย ทำให้พ่อบ้านหูยิ้มอย่างเบิกบานใจ


    พ่อบ้านหูรู้สึกว่าตั้งแต่รับซูเวยเป็นลูกหลานบุญธรรมของตระกูลกัวเธอทำให้ใครหลายคนมีอารมณ์และความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นกัวจวินที่อ่อนโยนและใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้นคุณหนูและคุณผู้ชายรองที่ไม่มีบุตรด้วยกันแต่ทว่าตอนนี้ทั้งสองคนมีซูเวยเป็นลูกบุญธรรมแล้ว โดยทั้งสองสามีภรรยาพูดคุยกันเรื่องจัดงานเลี้ยงเปิดตัวซูเวยอย่างคึกคักมีชีวิตชีวา


    ..........


    ในตอนนี้หมอตงสืออวิ้นตรวจสอบร่างกายของกัวเฟิงเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาแจ้งให้พยาบาลสองคนที่ติดตามมาด้วยทำการถอดสายยางที่ห้อยระโยงระยางออกยกเว้นสายน้ำเกลือที่คงไว้เพื่อให้ยาปฏิชีวนะให้ครบคอร์สฆ่าเชื้อก่อนถอดออก


    “แปลกประหลาดมากครับที่จู่ๆร่างกายของคุณกัวเฟิงฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มันน่าเหลือเชื่อเกินไปผมคงต้องตรวจสอบปัสสาวะและเลือดสักหน่อยนะครับอยากรู้จริงๆว่าเป็นเพราะอะไรถึงได้ฟื้นตัวเร็วขนาดนี้?”หมอตงแจ้งกับกัวเฟิงและกัวจวินที่ยืนข้างเตียงรอฟังคำอธิบายจากหมอตงอยู่


    กัวเฟิงพยักหน้าตอบรับคำขอของหมอที่ต้องการขอเลือดและปัสสาวะของตนเองไปตรวจสอบซึ่งเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกันที่รู้สึกสบายตัวเหมือนมีลมอุ่นๆกระจายทั่วร่างกายเขารู้สึกเหมือนกับมีเข็มทิ่มตำร่างกายอย่างแรงแต่ไม่เจ็บปวด จากนั้นเขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับสบายตัวมากขึ้นเหมือนกับไม่มีบาดแผลใดๆเกิดขึ้นในร่างกายตนเอง


    รวมทั้งขณะที่หมอตรวจสอบบาดแผลผ่าตัดที่เริ่มสมานตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็วสร้างความประหลาดให้กับหมอตง จนเขาอุทานซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่เชื่อสายตา พลางคิดว่ากัวเฟิงได้ทานยาวิเศษตัวใดเข้าไปจึงทำให้ร่างกายแข็งแรงรวดเร็วเช่นนี้


    หลังจากที่หมอตงและพยาบาลออกไปจากห้องคนป่วยแล้วกัวเฟิงส่งสายตาถามลูกชายพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “เกิดอะไรขึ้นกับพ่อหรือ?”เขาเหลือบมองเห็นการส่งสัญญาณระหว่างลูกชายตนเองกับพ่อบ้านหูที่ดูไม่แปลกใจกับการฟื้นตัวเร็วของตนเองซึ่งเขามั่นใจว่าลูกชายจะต้องรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีดังนั้นเมื่อหมอออกจากห้องไปแล้ว เขาจึงต้องการรู้คำถามจึงถามลูกชายโดยตรง


    “เป็นฝีมือของเวยเวยครับผมไม่รู้เหมือนกันว่าเธอทำอะไรกับพ่อ แต่เธอทำแบบนี้ จากนั้นพ่อก็มีสีหน้าดีขึ้นเรื่อยๆจนมีเลือดฝาดเหมือนคนปกติ แต่เวยเวยเหนื่อยมาก เธอนอนหลับอยู่ทางนั้นครับ”กัวจวินอธิบายให้พ่อตนเองฟังพร้อมสาธิตการใช้นิ้วมือน้อยๆของน้องสาวจิ้มส่วนต่างๆของร่างกายกัวเฟิง


    “เวยเวยนะหรือ?”กัวเฟิงอุทานอย่างไม่เชื่อสายตา ครั้นพอเห็นการยืนยันจากพ่อบ้านหูที่พยักหน้ายอมรับอย่างหนักแน่นทำให้เขาอึ้งตะลึงด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าลูกสาวบุญธรรมตัวน้อยจะมีทักษะทางการแพทย์ที่สูงจนน่าทึ่งเช่นนี้


    “แต่ผมตัดสินใจไม่บอกหมอเองไม่งั้นเวยเวยอาจลำบากได้ครับ” กัวจวินบอกเหตุผลกับพ่อเรื่องที่เขาไม่เปิดเผยการกระทำของน้องสาวเพราะกังวลว่าอาจสร้างปัญหาให้กับเธอมากขึ้น


    “ลูกทำดีแล้วฉีฉีเป็นยังไงบ้าง?” กัวเฟิงพยักหน้าเข้าใจ เขาถามถึงอาการป่วยของภรรยา เนื่องจากยังเห็นภรรยานอนหลับอยู่โดยไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นเหมือนตนเองแต่อย่างใด


    “เวยเวยคงหมดแรงก่อนเลยช่วยพ่อได้แค่คนเดียวครับ ตอนนี้แม่ยังไม่ฟื้นขึ้นมา แต่สัญญาณชีพยังทรงตัวดีอยู่ครับ”กัวจวินอธิบายตามสถานการณ์ที่เขาวิเคราะห์ถึงทักษะของน้องสาวตัวน้อยออกมาเนื่องจากเขาเห็นท่าทางอ่อนเพลียของเธอรวมทั้งเหงื่อที่ซึมเต็มใบหน้าไปหมดคงเกิดจากการใช้พละกำลังช่วยรักษาพ่อตนเองมากเกินไป


    หลังจากนั้นกัวจวินปล่อยให้พ่อนอนพักผ่อนไปก่อนเขาเดินไปนั่งข้างเตียงเล็กของซูเวยพลางใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดใบหน้าที่มีเหงื่อซึมออกมาอีกเล็กน้อยเขาจ้องมองใบหน้าน้อยๆที่มีเค้าความสวยงาม คิ้วโก่งรับกับดวงตาโตที่ปิดสนิท จมูกโด่งรั้นเชิดนิดๆริมฝีปากบางสวย ผิวนุ่มละเอียดดุจหิมะขาวกระจ่าง


    “น้องสาวฉันสวยจริงๆต่อไปคงต้องวางมาตรการเข้มงวดแล้ว เดี๋ยวมีพวกหนุ่มๆนิสัยไม่ดีมาวอแวเอาได้”กัวจวินคิดวางแผนอย่างพี่ชายที่หวงน้องสาวและไม่ต้องการให้มีชายหนุ่มคนอื่นมาเกาะแกะเขาอยากให้เธออยู่กับครอบครัวกัวนานๆ เป็นเจ้าหญิงตัวน้อยที่ทุกคนพร้อมจะดูแลและเอาใจใส่เธอ


    ..........


    ตอนเย็นเวลา16.00 น. ชายชรากัวเป่ามาโรงพยาบาลพร้อมกับกัวลี่จิน ส่วนเหอเฟยเถาติดประชุมพนักงานบริษัทเพื่อเตรียมตัววางแผนเปิดตัวแพลตฟอร์มเดสตินีซึ่งเป็นแนวความคิดจากซูเวย


    เมื่อคนทั้งสองมาถึงห้องพิเศษ21 แล้ว ทั้งคู่ประหลาดใจที่เห็นกัวเฟิงฟื้นขึ้นมาแล้ว พร้อมกับมีร่างของซูเวยที่นอนหลับอยู่บนเตียงเล็กด้านหนึ่ง


    “อาเฟิง ลูกฟื้นแล้วหรือ?ดี! ดี! ดี!”กัวเป่าปราดเข้าไปยืนข้างเตียงของลูกชายคนโตพลางถามด้วยความประหลาดใจและพูดดีถึงสามครั้งเป็นการแสดงออกว่าดีใจอย่างยิ่ง


    “ครับพ่อผมดีขึ้นมากแล้ว เป็นห่วงแต่ฉีฉีเท่านั้นแหละครับ” กัวเฟิงพยักหน้ายิ้มตอบรับคำทักทายจากพ่อตนเองด้วยความรู้สึกยินดีเขารู้สึกดีมากยิ่งขึ้นกับลูกสาวบุญธรรมที่เธอสร้างปาฏิหาริย์ให้กับเขาบ่อยครั้ง ตั้งแต่ที่ไปซื้อหินหยกด้วยกันที่เมืองสโตน


    “ได้ยินว่าพวกหมอเขาคุยกันแซ่ดเลยว่าพี่ฟื้นเร็วเพราะกินยาวิเศษเข้าไปหรือคะ?”กัวลี่จินถามพี่ชายตนเองด้วยความแปลกใจ เนื่องจากเธอเดินออกมาจากลิฟต์ พร้อมกับได้ยินเสียงพยาบาลเดินสวนกับตนเองและพ่อพยาบาลทั้งหลายพูดเรื่องประหลาดของกัวเฟิงที่ฟื้นตัวเร็วจนทำให้หมอตงต้องจัดประชุมแพทย์ทั้งหลายในโรงพยาบาล เพื่อคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน


    “ไม่ใช่ยาวิเศษหรอกครับอาลี่จินเป็นฝีมือของเวยเวยล้วนๆเลยครับ” กัวจวินบอกปู่และอาตนเองตามจริง


    “จริงหรือ?เวยเวยน้อยนี่นะ” กัวลี่จินถามย้ำอย่างไม่เชื่อคำพูดของหลานชาย


    กัวเป่าขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจพลางเหลือบตามองร่างของซูเวยที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงเล็กด้วยความรู้สึกหลากหลายเขาเริ่มรู้สึกว่าหลานสาวตัวน้อยมีความลับในตัวมากมาย แต่นับว่าเป็นโชคดีของตระกูลกัวที่รับเธอเป็นลูกบุญธรรม


    คล้ายกับเรื่องนางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม) ที่คุณอ่าน