เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 88 เมืองร้าง

    คฤหาสน์ตระกูลจวง 

    เสี่ยวเทียนอยู่ที่คฤาสน์ตระกูลจวงมา 10 วันแล้ว ท่านแม่ยังไม่ให้ท่านพ่อคุยด้วยเลยสักคำ มีแต่ น้าจื่อเอียน เข้ามายกน้ำชาให้กับท่านแม่เรียกพี่เรียกน้องกันแล้ว

    ส่วนอิ๋งอิ๋งกับหลิงน้อย ก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ท่านพ่อไม่สามารถเข้ามาในมิติฟ้าครามได้ เพราะว่า ท่านแม่สั่งเอาไว้ เสี่ยวเทียนให้ทุกคนเข้ามาได้ ยกเว้นพ่อเฉินคุน ทำให้เขารู้สึกร้อนใจ กระวนกระวายมาก ไม่ยอมกินอาหาร จนร่างกายซูบผอมไปมาก

    หลิงน้อยสังเกตุเห็น ก็เลยไปบอกกับท่านแม่  ซึ่งก็เริ่มใจอ่อนแล้ว

    สุดท้าย ท่านพ่อถึงกับไปคุกเข่าสำนึกผิด ในห้องบรรพบุรุษ สองวันสามคืน ท่านแม่ก็ยอมใจอ่อนยอมให้อภัย ในวันที่  12 เป็นไปอย่างที่อาจารย์ลู่เอินพูดทุกประการ

    ในตอนเช้าวันหนึ่งมีชายผมสีเทา ชุดขาวเสื้อผ้าคล้ายจ้าวอัศวินอ้าวเกิง มาหาเสี่ยวเทียน ถึงบ้าน พร้อมผู้ติดตามสองคน

    “ ข้าคือหลิวเวิน เจ้าสำนักหอนภาสันติ ข้าอยากขอทดสอบ ฝ่ามือสยบฟ้าพิชิตจักรวาลของเจ้า” 

    “ ท่านเจ้าหอ บุตรชายข้ายังเด็กไม่อาจต่อสู้กับ ท่านตำนานเจ้าอัศวินเช่นท่านได้หรอก” เฉินคุนเอ่ยออกมา

    “ นี่คือ บัวหิมะพันปี โบราณเล่าว่า สามารถนำไปหลอมยาเม็ดโฉมสคราญในตำนาน หากเจ้าสามารถชนะข้าได้  บัวหิมะพันปี นี้จะเป็นของเจ้า”

    “ ตกลง”  เสี่ยวเทียนไม่รีรอ ตอบตกลงทันที ในขณะที่เฉินคุนกำลังจะห้ามปรามบุตรชายแต่ไม่ทันเสียแล้ว ร่างของทั้งคู่ออกไปยืนบนลานกว้าง พื้นที่โล่งหน้าคฤหาสน์ตระกูลจวง คนในบ้านออกมาดูกันหมด ทั้งแม่สุ่ยเหวิน น้าจื่อเอียน และ หลิงน้อยกับอิ๋งอิ๋งที่ยังคงอุ้มไป๋น้อยไม่ยอมปล่อย

    “ ฝ่ามือบรรจบฟ้าของข้ามีแปดท่าฝ่ามือเท่านั้น แต่ละฝ่ามือล้วนแปรผันไม่มีจบสิ้น ไม่มีการอ่อนข้อ ปล่อยออกไปเมื่อใดก็แล้วแต่ชะตากรรม หวังว่าเจ้าคงจะเข้าใจ”

    “ ฝ่ามือสยบฟ้าพิชิตจักรวาล ของข้ามีท่าเดียว เท่านั้น แล้วแต่จะปล่อยพลังออกมาเท่าใด ครั้งที่แล้วข้าใช้พลังไปแค่ 20% เท่านั้น แต่ครั้งนี้ ข้าจะใช้ 30 %  ผลที่ได้รับก็แล้วแต่ชะตากรรมของท่านเช่นกัน”  บัดนี้เสี่ยวเทียนรวมร่างกับอาจารย์ลู่เอินเรียบร้อยแล้ว  บรรยากาศโดยรอบพลังฟ้าดิน ถูกดึงเข้ามาในร่างกาย พร้อมมีหลุมดำบนท้องฟ้า เป็นพลังในห้วงจักรวาลทั้งหมด ก็ค่อยๆ ไหลรวมเข้ามาในร่างของเสี่ยวเทียน 

    ฝ่ายฝ่ามือบรรจบฟ้า นั้นกลับแปลกประหลาด นอกจากระบวนท่าที่ร่ายรำออกมาคล้าย เป็นการบูชาเทพเจ้า  แต่แล้วขบวนท่าที่ร่างรำนั้นก็เกิดสิ่งประหลาดขึ้น ร่างของหลิวเวินขยายร่างออกเป็นแปดคน แต่ละคนก็วาดฝ่ามือออกมาคนละขบวนท่าร่างที่แตกต่างกัน ฝ่ามือของทุกคน กลายเป็นแสงสีฟ้าส่องอำไพ แล้วทั้งหมดก็เข้าจู่โจมเข้าใส่เสี่ยวเทียน แล้วตะโกนออกมาเสียงดังว่า

     “ แปดฝ่ามือ บรรจบฟ้า   ย้ากกกกกกกก !!!!!”

    อาจารย์ลู่เอินเปิดดวงเนตรที่สาม มองออกไปหาตัวตนที่แท้จริง ในที่สุดก็พบอย่างง่ายดาย

    “ ฝ่ามือสยบฟ้า พิชิตจักรวาล  ย้ากกกกกกก !!!!!”

    ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!!!!!   พลังฝ่ามือที่ปล่อยออกมา จากฝ่ามือบรรจบฟ้าล้วนมาจากทิศทางทั้งแปดทิศ แต่พลังหมัดของเสี่ยวเทียน ปล่อยไปที่ทิศทางที่ไม่ได้โดนร่างทั้งแปดคนเลย แต่ว่าพลังที่หมัดสยบฟ้าพิชิตจักรวาล กลับกระแทกร่างจริง ที่ยืนอยู่มุมที่แตกต่างออกไป   ร่างของหลิวเวินแม้จะใช้พลังทั้งหมดที่เข้าต่อต้านเอาไว้ แต่ก็ทนพลังที่พุ่งออกมาไม่ไหว ถูกอัดลอย กระเด็นเหมือนว่าวสายขาด ร่างเงาทั้งแปดหายไปในทันที

    ร่างของจ้าวอัศวินหลิวเวิน เสื้อผ้าขาดวิ่น มีลูกศิษย์รีบไปประคองกลับมาอย่างทุลักทุเล เสี่ยวเทียนมองไปก็รู้ว่า บาดเจ็บไม่น้อย

    “  ฝ่ามือที่ยอมเยี่ยม!  ท่านสามารถล่วงรู้ความลับของฝ่ามือแปดบรรจบฟ้า ได้อย่างไร”  จ้าวอัศวินหลิวเวิน อยากรู้ยิ่งนัก

    “ สายตาคนธรรมดาเวลามองผู้อื่นก็เห็นแต่รูปกายภายนอกเป็นรูปร่างคน แต่สายตาของข้ามองเห็นผู้อื่นได้ถึงภายในร่างกาย และสัมผัสได้ถึงจิตใจ 

    ดังนั้นทั้งแปดร่างข้ามองปราดเดียวก็รู้ ว่าไม่ใช่ตัวจริง ถึงแม้จะมีพลังอานุภาพที่ปล่อยออกมาจะลึกล้ำ แต่สำหรับข้า ก็แค่รู้สึกคันๆ เท่านั้น” อาจารย์ลู่เอินอธิบายให้ฟัง

    หลิวเวินก็มอบบัวหิมะพันปีให้เสี่ยวเทียน  แล้วขณะจะหมุนตัวจากไป เสี่ยวเทียนเดินมาขวางไว้

    “ นี่คือนำทิพย์แก้อาการบาดเจ็บ กินไป 1 หยด อาการบาดเจ็บก็จะหายไปในทันที”

    เสี่ยวเทียนมอบน้ำทิพย์ให้ไป สองหยด หลิวเวินให้ลูกศิษย์ไปรับมา แล้วประสานมือคารวะ แล้ว ลูกศิษย์ทั้งสองก็พาหลิวเวินจากไปทันที 

    “ เย้ เย้ พี่ใหญ่เก่งที่สุดเลย” หลิงน้อยพูดทันที

    “ เย้ เย้ พี่ใหญ่เก่งที่สุดเลย” อิ๋งอิ๋งก็พูดตามหลิงน้อยทุกคำ

    ทุกคนเห็นแล้วก็ได้แต่หัวเราะกับเด็กๆ ทั้งคู่ เสี่ยวเทียน บอกกับแม่ว่า

    “บัวหิมะ นี้ หากนำไปผสมกับตัวยาอีกสองตัว  จะได้เม็ดยาคงโฉม

    กินเข้าไปแล้ว ใบหน้า จะคงความเยาว์วัยไปตลอด ยี่สิบปีเลยทีเดียว รอให้ลูกปรุงยาเสร็จ แล้วจะนำมาให้ ท่านแม่ กับน้า จื่อเอียนคนละเม็ด”

    ทันใดนั้นเอง ก็มีคนจากทวีปใต้มาแจ้งข่าว ว่าโรงหลอมเหรียญทองของสกุลจวง ถูกทหารสหพันธรัฐทวีปใต้ ร่วมกับ หน่วยรบหมาป่าโลกันต์ ยึดไปแล้วจนหมดแล้วยังจับคนงานสำคัญ ไปอีกหลายคน  มูลค่าความเสียหาย ไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นล้านเหรียญทอง  และทำให้ผู้คนตกงานทันที กว่าห้าร้อยคน

    “ พวกมัน อ้างสาเหตุว่า คุณชายน้อย นำทองของพวกมันมาจากแดนเก้าพิภพ และยังใสส่ร้ายว่าจะนำมาแปรเปลี่ยนเป็นเหรียญทอง ที่ทวีปใต้ จึงทำการยึดเอาไว้ทั้งหมด แล้วจับตัวหัวหน้ากับคนงานมีฝีมือไปเกือบร้อยคน  รอให้ทางเราหาหลักฐานที่มาที่ไป แล้วนำมายื่นให้พวกมัน แล้วหากมันตรวจสอบว่าไม่เป็น ดังที่ หน่วยรบหมาป่าโลกันต์ ได้ร้องเรียน  มันจะค่อยๆ คืนให้”  ชายที่มาส่งข่าวรายงานด้วยความแค้นใจ

    “ พวกเราส่งเอกสารรับรองจาก การเสียภาษีจากทวีปกลาง และ ทวีปเหนือ พวกมันกลับบอกว่า เป็นเอกสารปลอมขึ้นมา จึงไม่สามารถยืนยันได้” ชายชราอีกคนเอ่ยรายงานด้วยความคับข้องใจ

    ทั้งสองคน เป็นคนเก่าแก่ของตระกูลจวง ไม่ได้ถูกจับกุมไปด้วย พวกมันคงอยากให้มาแจ้งข่าว   ให้เฉินคุนกับเสี่ยวเทียนได้รับรู้เรื่องทั้งหมด  เสี่ยวเทียนได้ฟัง ก็รู้ว่า เป็นฝีมือของ หน่วยรบหมาป่าโลกันต์อีกแล้ว ราวีไม่เลิกราเสียที สงสัยครั้งนี้ ต้องกวาดล้างพวกมันให้หมดไปจากโลกใบนี้  แต่ไม่คิดว่า สหพันธรัฐทวีปใต้ จะร่วมมือกับพวกมันไปด้วย !

    “ ช่างมันเถอะ ทองคำที่เหมืองของเรามีอยู่มากมาก มันอยากได้ก็ให้มันไป เรายังมีที่ทางทำมาหากินอีกมากมาย” น้าจื่อเอียนเอ่ยออกมาให้ทุกคนได้ยิน

    “ ไม่ได้หรอก เรื่องนี้มันเป็นความแค้นระหว่าง หน่วยรบหมาป่า โลกันต์กับข้ากลับทำให้พวกท่านเดือดร้อน ยังมีคนงานที่ถูกจับไปอีก  เรื่องนี้ข้าจะไปทวีปใต้ สะสางกับพวกมัน จะได้ไม่ต้องมาสร้างปัญหาให้พวกเราอีก” 

    “ แต่ว่า มันอันตรายนะ !”  น้าจื่อเอียนไม่อยากให้เสี่ยวเทียนไปเสี่ยง

    “ ปล่อยให้เสี่ยวเทียนไปจัดการ เพราะเรื่องนี้สาเหตุเกิดจากเขา ไปเถอะพ่อมั่นใจว่าลูกต้องทำได้”  เฉินคุนมั่นใจในตัวลูกชายเต็มที หลังจากเห็น การทำลายล้างทวีปเหนือที่ผ่านมา

    “ ขอรับท่านพ่อ ข้าขอลาไปเตรียมตัวเดินทางเลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็เดินจากไป

    “ ท่านพี่ ให้เสี่ยวเทียนไปเช่นนี้ พี่ไม่ห่วงเขาบ้างเลยเหรอ?”  จื่อเอียนเอ่ยด้วยความกังวล

    “ พี่ได้แต่ห่วง เมืองศูนย์กลางทวีปแดนใต้มากกว่า  หวังว่าเสี่ยวเทียนกับอาจารย์เซียนของเขา จะปราณีพวกทวีปแดนใต้ อย่าถึงกับต้องทำให้เป็นเมืองร้างเลย !”

    “ ท่านพี่..?”  จื่อเอียนได้แต่ป้องปากไม่กล้าพูดอะรอีกเลย

    เสี่ยวเทียนศึกษา ถึงรายละเอียดทั้งหมด ว่า สถานที่จับตัวว่าอยู่ตรงไหน มีใครอยู่ทิศใดบ้าง แล้วจับคนของเราไปแล้วกี่คน เสี่ยวเทียนได้ข้อมูลจนหมด ก็ไปกล่าวลาท่านแม่สุ่ยเหวิน แล้วขึ้นเรือเหาะไป ในทันที

    ณ ศูนย์กลางสหพันธรัฐเขตทวีปแดนใต้

    ห้องประชุมสภาสูงสหพันธรัฐทวีปแดนใต้ มีการประชุมการอย่างเคร่งเครียด

    “ ขณะที่ทางสภาสูงเราได้มีข่าวว่า คนของฝ่ายความมั่นคง ส่งตุลาการมือปราบไปทำการยึดทรัพย์สินของ ตระกูลจวง แล้วจับคนงานมามากมาย  ซึ่งเป็นผู้ที่ผลิตเหรียญทองให้กับ กระทรวงการคลังของเรา ด้วยเหตุผลที่น่าอับอายเป็นอย่างมาก คือ บุตรชายของประมุขตระกูล ไปทำการปล้นทรัพย์ของ หน่วยรบ หมาป่าโลกันต์ที่พิภพเก้าชั้น อ้างว่าทองแท่งที่นำมาหลอมนั้นเป็นของ พวกเขา แล้วทำการยึดทรัพย์ของตระกูลจวงมาไม่ต่ำกว่า ห้าหมื่นล้านเหรียญทอง และให้พวกเขา ไปหาหลักฐานมายืนยันว่าทองคำเหล่านี้ ได้มาโดยที่ไม่ใช่นำมาจาก โลกเก้าพิภพ ทำให้ชาวบ้านหลายร้อยคนตกงานทันที และพอเขาเอาหลักฐานที่เป็นการเสียภาษี จากสหพันธรัฐของทั้งทวีปกลางและทวีปเหนือมาแสดง  ก็บอกว่า เป็นเอกสารปลอม ไม่ทราบว่า ท่านจ้าวสหพันธ์ทราบเรื่องนี้ หรือไม่” สภาสูงผู้หนึ่งตั้งกระทู้ถามทันที เมื่อมีการเปิดประชุมขึ้น

    ยังไม่ทันที่ จ้าวสหพันธ์จะตอบ ก็มีสภาสูงคนสนิทของ จ้าวสหพันธรัฐลุกขึ้นตอบแทนว่า

    “ เรื่องนี้ ทางฝ่ายความมั่นคงมีหลักฐานแน่ชัด จากหน่วยหมาป่าโลกันต์ จึงส่งตุลาการมือปราบไปจัดการ เป็นการทำตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ได้มีเรื่องผิดปกติใดๆ เลย และทรัพย์สินที่ยึดมาได้ ก็อยู่ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานไม่มีนอกมีใน ใดใดทั้งสิ้น ทุกอย่างที่ทำไปทุกท่านสามารถตรวจสอบได้”

    “ แล้วกฏหมายข้อใดที่บอกให้ว่า ผู้ที่ทำความผิดดินแดนเก้าพิภพ ต้องรับโทษในดินแดนทวีปใต้ของเรา” วุฒิสภาสูงโยนคำถามอีกครั้ง

    “ กฏหมายที่เราใช้นั้นเป็นกฏหมายจารีตประเพณี เป็นกฏหมายที่เราสามารถเลือกเอามาใช้ได้ นอกเหนือจากกฏหมายปัจจุบัน ที่ไม่มีเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ของคนในทวีปใต้ จะได้ไม่มีใครมาข่มแหงรังแกได้” วุฒิสภาคนเดิมอธิบายอีกครั้ง

    “ แล้วท่านจ้าวสหพันธ์รู้หรือไม่ เมื่อเดือนที่แล้ว ทางศาลทวีปใต้ ได้ทำการตัดสินประหาร เฉินเสี่ยวเทียน ด้วยกฏหมายที่ไม่มีเขียนไว้ จึงได้ทำการย้อนหลัง สุดท้าย ถูกเฉินเสี่ยวเทียน ทำลายล้างเมืองหลวงไปกว่าครึ่งเมือง จับตัวจ้าวสหพันธรัฐ แม้กระทั่ง จ้าวอัศวินผู้พิทักษ์ ยังถูกอัดจนบอบช้ำ สภาสูงต้องยอมจ่ายค่าชดเชยให้กับเขาไปเป็นหมื่นล้านเหรียญเรื่อง ถึงจบลงได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยหัว ของผู้พิพากษา และ ผู้ตรวจการ และคนของหน่วยหมาป่าโลกันต์ไปอีกหลายคน แถม กองกำลังฝ่ายความมั่นคง ของ ทวีปกลาง ก็ถูกทำลายพังไปจนหมด คนของ หมาป่าโลกันต์ถูกฆ่าตายไปเกือบร้อยคน ท่านเจ้าสหพันธรัฐไม่ทราบว่าท่านเตรียมรับมือกับเพลิงพิโรธของเฉินเสี่ยวเทียนแล้วหรือยัง?”

    “ นี่ท่านเกรงกลัว เด็กน้อยขนาดนี้เชียวหรือ ท่านวุฒิสภา มู่เซวียน” วุฒิสภาหวางมู่เฉิน ถึงกับย้อนเสียงแข็ง

    “ มิได้ แต่นี่คือเรื่องของผลประโยชน์ ของชาวเมืองทวีปใต้ ท่านรู้ไหม ว่าศูนย์กลางทวีปเหนือ ต้องใช้งบก่อสร้าง อีกเป็นแสนล้าน ในการสร้างเมืองที่ถูกทำลายขึ้นมาใหม่  แล้วหากพวกท่านไม่มั่นใจ พวกเราต้องนำเงิน ภาษีประชาชนมาใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น กับเรื่องที่มีเพียงหน่วยรบหมาป่าโลกันต์ได้ผลประโยชน์ เพียงผู้เดียวอย่างนี้มันคุ้มกันแล้วหรือ?”

    วุฒิสภามู่เซียนตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนไม่เห็นด้วยกับการทำในครั้งนี้อย่างยิ่ง

    “ พอแล้ว ไม่ต้องเถียงกัน หากมันมาจริง ข้าจะจัดการเอง พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ก็แค่เด็กน้อยเท่านั้น ไม่มีทางมาก่อความวุ่นวายให้กับเมืองของเราได้เหมือนดั่งทวีปเหนืออย่างแน่นอน  และอีกอย่าง ท่านจ้าวอัศวินแดนใต้ซ่งจือเต้า ก็รับปากจะจัดการกับเฉินเสี่ยวเทียนแล้วด้วย เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงอีก”

    จ้าวสหพันธ์ทวีปใต้ ได้รับเงินสินบนจาก หน่วยหมาป่าโลกันต์ สองหมื่นล้านเหรียญทอง จึงเข้าข้างกันเต็มที่ หาได้รู้ถึงความน่ากลัวของ เฉินเสี่ยวเทียนไม่ !

    ส่วนวุฒิสภาสูงหลายคนที่มีความคิดเดียวกับ ท่านวุฒิสภามู่เซียน ก็ต้องเดินออกจากที่ประชุม ไปอย่างไม่พอใจ แต่ละคนก็กลัวว่า หากเฉินเสี่ยวเทียนมาแล้ว จ้าวอัศวินซ่งจือเต้า ไม่สามารถหยุดได้ละก็   เมืองศูนย์กลางทวีปใต้พังยับเยินแน่ๆ

    หลังจากข่าวที่ตุลาการมือปราบได้จับ คนตระกูลจวงขังคุกหลวง แล้วยึดทรัพย์ไปอย่างหน้าด้านๆ ชาวเมือง พวกนักธุรกิจ หอการค้า ต่างก็สอบถามรายละเอียดกันอย่างวุ่นวาย

    ทุกคนพอทราบว่าเป็นเรื่องจริง ก็ตกใจผวาหนัก ก็เริ่มทยอยอพยพ หนีออกจากเมืองหลวงเขตที่1ศูนย์กลางทวีปใต้ไปในทันที เพราะข่าวที่ได้ยินมาจากทวีปเหนือ บอกมาว่า เฉินเสี่ยวเทียนจะมาถึงที่ เมืองหลวงศูนย์กลางทวีปใต้อีกไม่เกินสองวัน ทุกคนปิดบ้าน ปิดร้าน หนีภัยกันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพียงวันเดียว คนหายไปกว่าครึ่ง เมือง 

    เพราะข่าวที่ได้รับทราบมาเดือนก่อน เมืองหลวงทวีปเหนือพังไปกว่าครึ่งนั้นได้แพร่กระจายมาก่อนแล้ว ทุกคนได้แต่หวังว่า สหพันธรรัฐจะไม่ทำเช่นเดียวกับ สหพันธรัฐทวีปเหนือ แต่ท้ายที่สุดพอทุกคนได้ยิน และรับทราบว่า ฝ่ายสหพันธรัฐทำยิ่งกว่านั้น คือยึดทรัพย์ และจับคนตระกูลจวง โดยไม่มีเหตุผล ทำเพื่อเอาใจ หน่วยหมาป่าโลกันต์ที่เป็นศัตรู กับเฉินเสี่ยวเทียน จึงอพยพหนีกันอย่างไม่ห่วงทรัพย์สินที่บ้านของตนเองเลย วันที่สองเมืองหลวงเขตที่ 1 ทวีปใต้ คนก็หายไปเกือบหมด เหลือไม่ถึง20 %

    ณ รัฐสภาสูงของสหพันธรัฐทวีปแดนใต้

    “ นี่มันเรื่องบ้า อะไรกันเนี่ย ประชาชนถึงกับอพยพหนีภัย เฉินเสี่ยวเทียนขนาดนี้เชียวรึ?”  จ้าวสหพันธรัฐเอ่ยเสียงเครียด

    “ เรียนท่านจ้าวสหพันธรัฐ เรื่องนี้คงมีข่าวลือมาจากทวีปเหนือ ที่เฉินเสี่ยวเทียนมันเคยเรียก พายุสายฟ้า มาทำลายเมืองทวีปเหนือราบคาบ บางคนบอกว่าคนที่หนีไปนอกเมืองแล้ว ยังถูกพายุสายฟ้าดูดเข้าไปกลายเป็นซากธุลีดินเลยขอรับ”

    วุฒิสภาหวางมู่เฉินรายงาน ตามความเป็นจริง

    “ บ้าข่าวลือ บ้าๆ เช่นนี้ก็เชื่อถือกันได้ แล้วนี่คนในเมืองหลวงเขต1 ของเราเหลือเท่าไร ในตอนนี้”

    “ เหลือเพียงแค่ 20 % เท่านั้นขอรับ”

    “ ชาวเมือง 1 ล้านคน เหลือเพียงสองแสน  ช่างสุดยอดจริงๆ ยังดีนะที่ยังมีคนอีกเป็นแสนที่ไม่หนีตามพวกขี้ขาดตาขาวพวกนั้นไป” 

    สีหน้าของวุฒิสภาหวางมู่เฉินยิ่งหน้าซีดลงไปอีก  แต่ก็ต้องเอ่ยออกมาว่า

    “ ชาวเมืองที่เหลือ สองแสนคนนั้น เป็นตุลาการมือปราบ ข้าราชการ ทหารรักษาเมืองกับครอบครัว แล้วคนป่วยที่โรงพยาบาล นักโทษที่เรือนจำ แล้วก็คนของหน่วยหมาป่าโลกันต์เท่านั้น ส่วนชาวบ้านทั่วไปหนีหายกันไปหมดแล้วขอรับ หากเป็นเช่นนี้อีกเจ็ดวัน คนที่เหลือสองแสนคนในเมืองคงได้อดตายแน่  เพราะไม่มีคนขายอาหาร ห้างร้านปิดหมดเมือง บัดนี้ทั้งเมืองแทบจะกลายเป็นเมืองร้างไปหมดแล้ว”

    “ อะไรนะ ! นี่ไม่มีชาวบ้านเหลืออยู่เลยหรือนี่?”...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน