บทที่ 15
นั่งสนทนากับกัวฟู่
คุณชายแซ่กัวผู้ที่เปรียบเสมือนกับพี่ชายต่างสายเืมาพบซูฉีที่ทำงาน โต๊ะด้านหลังโรงสุราถูกจัดเตรียมให้ทั้งสามที่ไม่ได้พบกันนานนั่งสนทนากัน
ซูฉีถานะในตอนนี้เป็คนดูแลและจัดการบัญชีภายในโรงสุรา นางไม่ใช่คนที่ต้องแบกหามของหนักๆและต้องทำงานตลอดเวลาอีกต่อไป
เพราะแบบนั้นยามนี้จึงมีเวลามานั่งสนทนากับพี่ชายต่างสายเืผู้นี้ที่ไม่ได้พบเจอกันมานาน
ที่นั่งด้านหลังเป็ส่วนตัวส่วนใหญ่แล้วบริเวณนี้มอบให้เหล่าคนงานภายในร้านมานั่งพักเพื่อสนทนากัน
กัวฟู่คุณชายวัยยี่สิบสี่ถึงยี่สิบห้าปียกสุราขึ้นมาดื่ม “ สุราดี!!! ”
กัวฟู่พลันพูดออกมาทันควันรสชาติสุราดีไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน มันคือสุราที่ซูฉีหมักขึ้นมาด้วยพลังิญญาของตน
“ ท่านพี่กัวเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่เ้าคะ? ” ซูฉีเริ่มเปิดประเด็นสนทนา
เพราะนางในฐานะผู้อ่านนิยายเื่นี้ก็อยากจะรู้เหมือนกัน ในตอนแรกของนิยายตัวละครกัวฟู่ที่เป็คุณชายจากตระกูลกัวมีบทบาทเป็อย่างมาก
แต่หลังจากนั้นเมื่อมาถึงตระกูลเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นักเขียนบรรยายเอาไว้แค่นั้นแหละก็ไม่มีคุณชายผู้นี้ปรากฏออกมาภายในเื่อีกเลย
ในฐานะผู้ที่เป็นักอ่านนางก็อยากจะรู้ว่าตัวละครและความเป็มาของเข้าไปอยู่ที่ไหนมา
ซูฉีในตอนแรกที่อ่านนิยายเื่นี้รู้สึกปลื้มตัวละครนี้อยู่ไม่น้อย เป็เพราะว่าตัวละครนี้เป็คุณชายที่มีนิสัยใจคอดีแต่ต่างจากตัวละครอื่นๆภายในนิยายบุปผาซ่อนเร้น
นิยายเื่บุปผาซ่อนเล้น ความพิเศษของนิยายเื่นี้คือตัวละครทุกตัวภายในเมืองหลวงและที่เกี่ยวข้องภายในเส้นเื่ ส่วนใหญ่แล้วเป็ตัวละครที่มีเล่ห์กลอุบายแถมยังมีจุดประสงค์ที่แฝงเร้นเอาไว้ทั้งนั้น
ได้พบกับตัวละครกัวฟู่ มองเห็นเขาเป็ตัวละครที่ซื่อตรงจึงรู้สึกปลื้มตัวละครนี้อยู่ไม่น้อย ตอนแรกที่เห็นว่าตัวละครนี้หายไปนางรู้สึกสงสัยอยู่ภายในใจ
มาอยู่ภายในนิยายเื่นี้ย่อมต้องทำการถามให้ได้ความว่าเขานั้นหายไปไหนมา
กัวฟู่อยู่เบื้องหน้ายิ้ม “ หลังจากที่ตระกูลของข้าโดนโทษทัณฑ์ หลังจากนั้นข้าก็เลยเหเร่ร่อนโดนตามล่าจากราชสำนัก”
“ ในตอนที่หนีออกมาจากเมืองพบเจอกับท่านเเม่ทัพโดยบังเอิญ ”
“ ท่านแม่ทัพยื่นมือช่วยข้าเอาไว้แล้วก็นำพาข้ามาอยู่ภายในกองทัพเกราะดำ ”
“ กองทัพเกราะดำแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแถบชายแดน กองทัพและอาณาเขตแถบนี้พวกเมืองหลวงและราชสำนักไม่ค่อยเข้ามายุ่งเกี่ยว ”
“ เลยทำให้ตัวของข้าสามารถใช้ชีวิตภายในชายแดนแห่งนี้ได้อย่างสงบอยู่ภายใต้กองทัพเกราะดำ ” กัวฟู่ใบหน้าดูโศกเศร้าไม่น้อย
เมื่อยามพูดถึงอดีตกัวฟู่ที่เป็ผู้ที่โดนใส่ความและทำให้ตนเองนั้นต้องโทษของตระกูล ย่อมรู้สึกเ็ปเป็ธรรมดา
ในตอนนั้นมีหลายคนภายในตระกูลของกัวฟู่ดวงสังหารตายโดนปะาในฐานะฏ สำหรับผู้อื่นแล้วหรือสำหรับตัวละครภายในนิยายเื่นี้ ล้วนแล้วปักใจเชื่อว่าคนพวกนี้ทำจริง
แต่ว่าสำหรับนักอ่านแล้วจะรู้ดีว่ากัวฟู่ไม่ได้ทำแบบนั้น กัวฟู่เป็ตัวละครที่น่าสงสารเป็อย่างมาก
“ เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ”
“ แล้วเ้าล่ะเสี่ยวมี่เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ ข้าได้ยินจากเมืองหลวงแล้วว่าเ้าต้องโทษทัณฑ์รวมไปถึงท่านลุงและท่านป้า… ”
“ เ้าค่ะเื่นั้นข้าเป็คนทำผิดเอง ” นางแสดงรอยยิ้มอย่างปฏิเสธไม่ได้
จะให้ตอบปฏิเสธว่าไม่ได้เป็คนทำอย่างนั้นเหรอ.. เป็ไปไม่ได้หรอกเพราะว่าตัวละครนี้ทำเื่พวกนั้นไปจริงๆ สำหรับตัวของนางแล้วที่มาอยู่ภายในร่างกายนี้อาจจะรู้สึกแปลกๆที่ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้กระทำ
แต่เ้าของร่างนี้ลงมือกระทำเื่พวกนั้นไป นางจึงยอมรับมันโดยที่ไม่ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย
‘ หลังจากที่ซูมี่ได้รับโทษทัณฑ์และโดนเนรเทศ บิดาและมารดาโดนสังหารตายในฐานะผู้ที่กระทำความผิด ’
‘ ในตอนนี้ตระกูลซูยิ่งใหญ่ในเมืองหลวง แต่ว่าผู้ที่เป็น้องชายคนร้องขึ้นมาเป็ผู้นำตระกูลแทน นั่นคือบทนิยายที่รู้หลังจากที่ได้อ่านนิยายมา ’
‘ เรารู้เพียงแค่นั้นเพราะว่าความรู้ทั้งหมดที่รู้อยู่ก็ไม่ใช่จุดจบของนิยาย ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่านิยายเื่นี้จะจบอย่างไร ’
นี่คือความรู้ทั้งหมดที่นางพอจะมี เพราะว่าก่อนที่จะโดนเคลื่อนย้ายมาที่สถานที่แห่งนี้ นางอ่านบทนิยายพวกนั้นไม่จบ รู้เพียงแค่ข้อมูลบางส่วนเท่านั้น
ตระกูลซูยังคงยิ่งใหญ่ภายในเมืองหลวงและมีอำนาจ แต่เป็เพียงแค่เปลี่ยนคนที่ขึ้นมาบริหารเท่านั้น
และพวกที่ขึ้นมาดูแลตระกูลแทนก็ละทิ้งคุณหนูของตระกูลผู้นี้โดยไร้เยื่อใย แต่จะทำอย่างไรได้เพราะมันคือผลของการกระทำของนาง
“ แล้วเป็อย่างไรบ้างอาศัยอยู่ที่เมืองแห่งนี้ลำบากอะไรหรือไม่ ”
“ มีเงินทองหรือไม่ ข้ารับราชการภายในกองทัพนี้มาเป็เวลานาน มีเงินอยู่มากมายก็ควรสามารถให้เ้าได้ ” กัวฟู่อยากยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
กองทัพเกราะดำ เป็กองทัพที่แข็งแกร่งและก็ต้องสู้รบอยู่ตลอดเวลา หมายความว่าทหารภายในกองทัพพวกเขามีโอกาสที่จะตายจากการต่อสู้มากมายกว่าทหารที่สังกัดอยู่ภายในเมืองหลวง
จึงทำให้เงินเดือนหรือว่าเบี้ยเลี้ยงของทหารในแต่ละเดือนมากกว่าทหารธรรมดาทั่วไปถึงสองเท่า
มันเองก็บ่งบอกถึงอำนาจที่มากมายของผู้ที่เป็แม่ทัพควบคุมกองทัพอยู่ด้วย ที่ทำให้ทองพระคลังยอมปล่อยเงินจำนวนมากออกมาให้กับพวกเขา
ซูฉียกมือขึ้นนางแสดงท่าทางเกรงใจ “ ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าพอจะมีเงินแถมตอนนี้ก็เริ่มปรับตัวเข้ากับเมืองแห่งนี้ได้แล้ว”
“ ท่านไม่จำเป็จะต้องกังวลนะเ้าคะ ”
“ จริงเ้าค่ะคุณชายกัว หลังจากที่มาที่เมืองนี้คุณหนูเปลี่ยนไปมากหาเงินเองได้แล้วก็ดูแลตัวเองได้เป็อย่างดี ” ลี่ถังเป็อีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันขึ้นมา
“ โอ้ว!!! ดูเหมือนว่าเสียวมี่จะโตแล้วสินะ ข้าดีใจแทนท่านลุงท่านป้าจริงๆ ” กัวฟู่แสดงร้อยยิ้มพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจ
ซูฉียกยิ้มขึ้นที่มุมปาก การที่นางปฏิเสธการช่วยเหลือจากคุณชายกัว เพราะว่าเกี่ยวกับเื่บุญคุณความแค้นนางไม่อยากจะผูกมัด
ถึงแม้ว่าคนผู้นี้จะนับถือตนเองเหมือนน้องสาวจริงๆ แต่ถ้ามองถึงหลักความเป็จริงแล้วทั้งสองไม่ได้สายเืเดียวกัน นางจึงไม่อยากจะรับของจากคุณชายผู้นี้แม้ว่าเขาอยากจะยื่นมือเข้าช่วย
“ ว่าแต่เหตุใดท่านถึงมาหาข้าที่ได้เ้าค่ะ ท่านไม่ทำงานอย่างนั้นหรือ? ”
“ ทำสิ!!! ในตอนนี้ก็เป็การทำงานนะค่าเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เพราะว่าท่านแม่ทัพจะเดินทางมาพอดี ”
“ แม่ทัพ!!! แม่ทัพของกองทัพเกราะดำใช่ท่านแม่ทัพหวงเจียวลู่ใช่หรือไม่เ้าคะ? ” นางแสดงท่าทางตื่นตัวดูสนอกสนใจเป็พิเศษ
ทว่าตัวละครนี้ก็เป็อีกหนึ่งตัวละครที่น่าสนใจ ภายในเื่แทบจะไม่มีบทของเขาปรากฏออกมาเลยแต่มีการพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง
นี่เป็สิทธิพิเศษของนางเพียงคนเดียวตัวละครที่นักอ่านทุกคนไม่เคยเห็น นางก็เคยคาดการณ์ไว้การที่ตัวละครนี้ถูกกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้งแสดงว่าในอนาคตคงจะมีบทบาทสำคัญอย่างแน่นอน
“ ใช่แล้วท่านแม่ทัพท่านแม่ทัพกำลังจะเดินทางมา ”
“ ดูเหมือนว่าจะมาแล้ว ” กัวฟู่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วรีบเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ซูฉีเดินตามไปเมื่อเดินออกไปด้านหน้าร้าน พบเห็นกองกำลังเกราะดำจำนวนมาก คนพวกนี้ยืนอยู่ตามสวนต่างๆของร้านแห่งนี้จนเหล่าแขกในร้านตื่นตระหนก
ยามประตูแง้มเปิดแสงไฟสาดส่องจากคบเพลิง ด้านนอกอากาศหนาวเย็นเล็กน้อยผู้ที่เดินเข้ามาคือชายร่างกายใหญ่โตผู้หนึ่ง
“ นี่อย่างงั้นหรอท่านแม่ทัพหวง!!! ” นางมองไปอย่างไม่กระพริบตาหรือว่าชายน่ากลัวที่อยู่ด้านหน้าจะเป็แม่ทัพหวง
จบบท
วันก่อนวันไม่ได้ขออภัยด้วยน๊า ยังมีอีกตอนน๊า