กบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ

    EP-127 อาวุธแห่งกฎ

    พลังใหม่ แม้ว่าคำนี้จะฟังดูหอมหวานเพียงใด แต่ต้วนต้วนและอี้จุนต่างรู้ว่า ย่อมมีความอันตราย และอาจฆ่าชีวิตของใครคนหนึ่งได้

    “หัวหน้าคะ เรื่องแบบนี้ฟังดูน่ากลัว นอกจากนั้นเรายังไม่สามารถทำได้คนเดียว จะดีกว่าไหมคะที่จะรอหัวหน้าคัง เผื่อว่าจะมีทางออกอื่น” ต้วนต้วนถาม

    “แล้วอี้จุนรอได้หรือเปล่า จากการคำนวณของฉันหากไม่ได้แขนของปีศาจร้ายตนหนึ่งมาล่ะก็ เขาอาจจะตายในเวลาหนึ่งชั่วโมง” หวางชิงตอบแบบไม่รักษาน้ำใจ ซึ่งนั่นทำให้ใบหน้าของอี้จุนยิ่งซีดเผือดหลังจากรับรู้ความจริง ว่าตนเองอาจต้องเสียชีวิตที่นี่

    “งั้นฉันจะช่วยอี้จุนเอง” ต้วนต้วนกล่าวด้วยร่างกายที่สั่นเทา แต่ถูกตบหน้าโดยหวางชิง

    “หัวหน้า ตบฉันทำไมคะ”

    “เพราะเธอมันน่ารำคาญน่ะสิ”

    “อะไรนะคะ!”

    “หรือไม่จริง เธอไม่ได้มีความสามารถที่จะต่อกรกับปีศาจร้ายได้ ขืนออกไปมีหวังตายอีกคน ตอนนี้เราทำได้เพียงค้นหามือปีศาจ หากโชคดีอาจจะได้พบกับสามีของฉันระหว่างทาง แต่หากโชคร้าย...ดังนั้นอี้จุนฉันอยากจะให้นายเตรียมใจไว้สักหน่อย”

    “หัวหน้า...” ไม่แปลกที่อี้จุนจะร้องไห้ อายุของเขาเพียง 20 ปีต้นๆ เพิ่งเรียนจบยังไม่ได้แต่งงานมีลูกมีเมีย ชีวิตค่อนข้างสั้น เรียกได้ว่าใช้ไม่คุ้ม

    “เอาล่ะฉันจะออกไปค้นหาแขนข้างนอก รออยู่ที่นี่ละ และเธอต้วนต้วน ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนกว่าฉันจะกลับมา ตอนนี้เธอเพียงแค่ต้องอยู่กับอี้จุน” โดยไม่รอคำตอบ หวางชิงรีบย้ายของที่ขวางกั้นประตูออก

    ต้วนต้วนแม้จะเจ็บใจ แต่ยังเลือกที่จะเข้าไปช่วย เพราะเธอเองก็รู้ว่าตอนนี้ทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ ทางที่ดีรีบปล่อยให้หวางชิงออกไปจะดีกว่า

    ......

    เนี่ยฝานมองดูเวลา ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าแล้วตั้งแต่เข้ามาในตำหนัก ฝนข้างนอกยังคงตกอยู่ แต่ไม่นานก็คงหยุด

    “ที่รักคะ เราจะยืนอยู่ตรงนี้เฉยๆ เหรอ ฉันว่ามันไม่ปกติแล้วนะ” ตงเหรินไม่เคยเข้าร่วมการผจญภัยขุดสุสานมาก่อน ได้ฟังแต่เรื่องเล่า ตอนนั้นคิดว่ามันค่อนข้างสนุกดี เหมาะสำหรับนำไปแต่งนิยายหรือเขียนบทซีรีย์ แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ หล่อนรู้สึกว่ามันไม่สนุกเอาซะเลย

    “ใจเย็นๆ สถานที่แห่งนี้ไม่ธรรมดา ในเมื่อมืออาชีพยังไม่สามารถออกมาได้ เราที่เพิ่งเคยผจญภัยจะช่วยอะไรได้ เข้าไปก็มีแต่เป็นตัวถ่วงเปล่าๆ” เนี่ยฝานปลอบใจ ถึงเขาจะรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นข้างใน แต่ด้วยรัศมีของสองตัวเอกคู่สามีภรรยา ยังไงซะก็ต้องรอด เพราะต่อให้พวกเขาสู้กับฟาโรห์โบราณ ในเนื้อเรื่องต้นฉบับก็ยังรอดออกมาเลี้ยงลูกอยู่เลย

    ........

    คังฉีสูญเสียคนกระดาษไปถึงสาม และนั่นทำให้เขารู้สึกเหนื่อย อย่าได้เห็นว่าความสามารถในการสร้างคนกระดาษไม่ใช่ความเหนื่อยล้าเชียว เพราะยิ่งสร้างให้เหมือนกับตัวต้นแบบมากเท่าไหร่ คังฉีจะยิ่งเสื่อมโทรมมากขึ้นเท่านั้น

    ในระหว่างที่คังฉีกำลังนั่งวิเคราะห์อยู่ หวางชิงบังเอิญเดินมาถึงฝั่งนี้พอดี ทั้งสองที่ได้พบหน้ากัน ไม่มีคำทักทายใดๆ แต่รีบเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง ก่อนจะผละออกจากกัน แล้วผู้เป็นสามีก็พาภรรยามาแอบอยู่ตรงมุมทางเดิน

    “ไอ้นั่นมันตัวอะไร มันกำลังทำอะไรอยู่” หวางชิงถาม

    คังฉีตอบผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล

    “หลังจากผ่านไปสามครั้ง คนกระดาษที่ถูกฆ่าตายเหมือนว่าจะไม่เสียเปล่าในการเก็บข้อมูล ปีศาจตนนั้นถูกกระตุ้นด้วยสิ่งรอบตัว แต่มันจะไม่เดินเข้ามาหาเราในทันที ครั้งแรกจะเดินแบบสุ่มก่อน แต่หากเข้าไปใกล้เกินจะขยับเข้ามาประชิดตัว แต่เพราะมันเดินช้ามากยังไงซะก็เดินไม่ทัน ที่อันตรายที่สุดคือขวานเล่มนั้น!”

    ดวงตาของคังฉีเป็นประกาย หวางชิงไม่เข้าไปขวางการอธิบาย เพียงนั่งฟังเงียบๆ

    “ถ้าหากเดาไม่ผิด นั่นคืออาวุธที่เกี่ยวข้องกับกฎเหมือนกับที่อาจารย์เคยสอน ตามคำกล่าวของอาจารย์ อาวุธกฎระดับสูงสามารถเขียนเกี่ยวกับสภาพดินฟ้าอากาศในวันนั้น หรือความโชคดี เปลี่ยนแปลงความเป็นจริง สร้างทองคำจากก้อนหิน ดังนั้นขวานเล่มนี้ที่จามลงมาจะกระตุ้นกฎ ผ่านการคำนวณหลังจากคนกระดาษตายถึงสามครั้ง ในที่สุดผมก็พบความจริง!”

    “ความจริงคืออะไร” หวางชิงกระตุ้น

    “มันไม่ได้เกี่ยวกับระยะทางเลย ต่อให้อยู่ไกลกว่านี้ หรือคุณอยู่ต่างประเทศ ปีศาจก็สามารถฆ่าคุณได้จากที่นี่ เพียงแค่คุณเคยเข้ามาในตำหนักแล้วทิ้งร่องรอยไว้ นั่นคือรอยเท้านั่นเอง!”

    “รอยเท้า...แค่นั้นเหรอ” หวางชิงตกตะลึง

    “อืม เพราะคนกระดาษทิ้งรอยเท้าบนทางเดินไว้ เมื่อขวานถูกกระตุ้นกฎจะทำงานผ่านรอยในอดีต กล่าวโดยย่อ ขวานจะฆ่าคุณในทันที เป็นการฆ่าจากอดีตมาถึงยุคปัจจุบัน โดยไม่สนกฎเวลาแห่งความเป็นจริง นี่คืออาวุธที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากเราสามารถได้มันมาล่ะก็ การขุดสุสานหลังจากนี้จะเป็นเรื่องง่าย”

    “ถ้าหากมันเป็นอย่างที่คุณวิเคราะห์จริงๆ อาวุธชิ้นนี้ก็ไม่สามารถปล่อยให้อยู่ในมือของปีศาจได้ อย่างไรก็ตาม กฎในการฆ่าต้องแลกมากับสิ่งที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน คุณคงไม่ลืมที่อาจารย์เคยบอกใช่ไหม ยิ่งอาวุธกฎทรงพลัง ผู้ใช้จะต้องจ่ายสิ่งที่เท่าเทียมกัน” หวางชิงรีบเตือนสติสามี

    “ผมเองก็รู้ถึงความเสี่ยง แต่หากมันไม่สามารถใช้งานได้จริงๆ เรายังสามารถขายให้กับนายน้อยเนี่ยได้ไม่ใช่เหรอ สำหรับคนรวยอย่างพวกเขา คงไม่รังเกียจที่จะซื้อเครื่องมือประเภทนี้ที่มีมนตร์ขลัง” คังฉีให้เหตุผล

    “เอาล่ะฉันจะฟังคุณ แต่ร่างจริงของพวกเราไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง ทุกอย่างต้องผ่านคนกระดาษ อีกอย่างหนึ่งเราไม่จำเป็นต้องรั้งมันไว้นาน ขอแค่ตัดแขนข้างที่ถือขวานอยู่ แล้วหลังจากนั้นเราจะถอยทันที”

    “ตัดแขนหรอ...”

    “คืออย่างนี้ มันเกิดเรื่องขึ้นกับอี้จุน...” หวางชิงอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อคังฉีได้ยินว่าต้วนต้วนปลอดภัย เขาเองก็รู้สึกเบาใจไปด้วย

    “เข้าใจแล้ว ดาบไม้ของผมน่าจะตัดแขนของปีศาจตนนี้ได้ แต่ว่าร่างคนกระดาษคงไม่มีพลังเหมือนกับร่างต้น ผมจะใช้ร่างต้นเข้าไปโจมตีพร้อมกับคนกระดาษ” คังฉีเริ่มอธิบายแผน

    “แต่มันจะไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ”

    “ไม่ต้องห่วง คุณแค่ใช้ลูกประคำของคุณช่วยยื้ออีกแรง ผมจะใช้คนกระดาษตนหนึ่งเบี่ยงเบนความสนใจของมัน แล้วจากนั้นฟันแขนข้างที่ถือขวานจากด้านหลัง คุณคิดว่าแผนนี้เป็นยังไง”

    “น่าจะได้ผล เอาล่ะถ้าอย่างนั้นฉันจะเริ่มเล่นนะ”

    หวางชิงเริ่มบทสวดที่ฟังเข้าใจได้ยาก ส่วนคังฉีนำคนกระดาษอีกหนึ่งออกมา หลังจากใช้งานคนกระดาษครั้งที่ 4 ใบหน้าของเขาพลันยิ่งซีด แต่ถึงอย่างนั้นยังเลือกที่จะดำเนินการต่อ

    เมื่อคนกระดาษเข้าไปใกล้กับปีศาจถือขวาน ร่างที่เดินไร้จุดหมายพลันหันหน้ามา มุ่งเป้าไปที่เป้าหมายใหม่ทันที

    คนกระดาษวิ่งหนีไปตรงจุดที่ลูกประคำลอยอยู่ติดกับเพดาน เมื่อปีศาจเดินมาถึงจุดที่วางกับดักไว้กฎในการฆ่าผ่านร่องรอยเหมือนว่าจะทำงานพอดี ขวานกำลังจะถูกจาม แต่ลูกประคำได้มารั้งแขนไว้ทันเวลา ทำให้คนกระดาษร่างถูกฉีกขาดไปครึ่งหนึ่งเพราะรอยตัดของรอยในอดีต แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่สลายหายไปเป็นควัน

    คังฉีตัวจริงรู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียว หากพลาดโอกาสนี้ไปเกรงว่าคงเป็นเรื่องยากหากจะเริ่มแผนเดิมอีกครั้ง แต่ว่าในตอนนั้นเองแสงไฟได้สว่างวาบจากทางเดินอีกฝั่ง

    “แย่แล้ว! นั่นคือเทวทูตกาน้ำที่เราเห็นในรูปก่อนจะเข้ามาในตำหนัก ความสามารถของมันคือการละลายทุกสิ่งทุกอย่าง ผ่านสมบัติที่อยู่ในมือของมัน!” หวางชิงผู้รับรู้ถึงความสยดสยองเพราะลูกทีมเสียชีวิต รีบร้องบอกสามีทันที

    “ไม่มีทาง เราไม่สามารถถอยหลังกลับได้ ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็นโอกาสเดียว สงสัยคงต้องปล่อยสิ่งนั้นออกมาแล้วสิ” คังฉีไม่ใช่ว่าไม่มีไพ่ลับ แต่เพราะมันอันตรายเกินไป สิ่งนั้นไม่สามารถควบคุมได้ เขาจึงไม่อยากปล่อยมันออกมา

    “จะบ้าหรือเปล่า ปีศาจตนนั้นอันตรายมากเลยนะ อาจารย์ให้คุณมาก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะควบคุมมันได้ ตอนนี้คุณแค่รีบๆ ฟันแขนของเจ้ายักษ์นั่นก็พอ ส่วนเทวทูตกาน้ำฉันจะรั้งไว้ด้วยยันต์ลวงตาเอง!”

    โดยไม่รอสามีบ่น หวางชิงหยิบของชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นยันต์สีดำสนิทออกมาจากกระเป๋า ตัวยันต์ถูกเขียนด้วยเลือดเน่าเหม็น คล้ายกับผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน แต่เจ้าสิ่งนี้กลับเต็มไปด้วยมนต์ขลัง

    คังฉีเลิกต่อต้านภรรยาและฟันฉับเข้าที่แขนของปีศาจถือขวาน แต่แขนของมันหนียวและแข็งมาก นอกจากนั้นเขายังเหนื่อยเพราะการสร้างคนกระดาษ เรี่ยวแรงที่ฟาดฟันจึงมีน้อย ยิ่งเวลาผ่านไปเหมือนว่าลูกประคำจะยิ่งรั้งปีศาจไว้ไม่อยู่ ในขณะเดียวกันด้านของหวางชิงเองก็เริ่มแล้ว

    ยันต์สีดำถูกเปลี่ยนกลายเป็นกระจกสีดำบานหนึ่งตั้งอยู่ตรงทางเดิน โดยกระจกจะสะท้อนกับภาพของเทวทูตกาน้ำ แล้วสิ่งน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เทวทูตอีกตนหนึ่งออกมาจากกระจกสีดำ ลักษณะเหมือนกับเทวทูตกาน้ำเป๊ะๆ

    หวาชิงมีเลือดออกจากจมูกเมื่อการคัดลอกเสร็จสมบูรณ์ นี่คือราคาที่หล่อนต้องจ่ายเมื่อใช้ยันต์ลวงตา

    “รีบตัดแขนของมันเร็วๆ ฉันจะรั้งไว้ไม่ไหวแล้วนะ!”

    คล้ายกับเรื่องกบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ ที่คุณอ่าน