แม่สามีรู้สึกผิดที่เมื่อวานนี้ได้ต่อว่าลูกสะใภ้รุนแรงเกินไปทั้งๆ ที่เหวยเหนียงไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นวันนี้ท่านจึงปิดร้านขายผ้าเพื่อให้ลูกสะใภ้พักผ่อนก่อนเริ่มทำงานที่ร้านขายผ้าต่อไป
“แม่จะทำอาหารให้ทานเองพวกเ้ามีอะไรไปทำก็ไปทำเถิด” แม่สามีกล่าว
“ให้ข้าช่วยมั้ยเ้าคะ” เหวยเหนียงอยากช่วย
“ไม่เป็ไรข้าอยากแสดงฝีมือทำอาหารให้เ้าทาน เมื่อวานนี้ข้าขอโทษนะเหวยเหนียงที่ข้าหูเบาหลงเชื่อคำพูดของเพื่อนบ้านที่ว่าเ้าแอบนอกใจสามี ข้าควรฟังคำอธิบายจากเ้าเสียก่อนไม่ควรด่าว่าเ้าไปเช่นนั้น” แม่สามียอมลดทิฐิยอมเป็ฝ่ายขอโทษก่อน
“ข้าเองก็ต้องขออภัยท่านแม่จริงๆเ้าค่ะ ต่อให้ท่านเปิดโอกาสให้ข้าอธิบาย ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดีเพราะการคิดรวบรวมผู้มีฝีมือเพื่อล้มอำนาจฝ่าาองค์ปัจจุบันมันเป็เื่ลับมากไม่อาจแพร่งพรายได้เ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ต่อไปข้าจะพยายามเข้าใจเ้าก็แล้วกันเ้าไปเล่นกับสามีของเ้าเถิด” แม่สามีกล่าว
“เ้าค่ะ”
เหวยเหนียงเดินออกมาจากครัวสักพักอยู่ดีๆ ซูเยี่ยนก็เดินมาดักหน้านาง
“มีอะไรงั้นหรือ” เหวยเหนียงใ
“ครบสามวันแล้ววันนี้ตาข้าท้าเ้าเล่นเกมบ้าง” ซูเยี่ยนกล่าว
“จะเล่นเกมอะไรล่ะ” เหวยเหนียงรอฟัง
“เล่นหมากรุกกัน” ซูเยี่ยนชวน
“กติกาล่ะ” เหวยเหนียงอยากรู้เงื่อนไข
“ถ้าข้าชนะเ้าต้องเชื่อฟังข้าบ้าง และหากเ้าชนะ ข้าก็จะเชื่อฟังเ้าและไม่แกล้งเ้าอีก”ซูเยี่ยนกล่าวกติกาเดิม
“ก็ได้ งั้นไปเล่นสิ” เหวยเหนียงคิดว่ายังไงซูเยี่ยนก็เป็แค่เด็ก ยังไงนางก็ชนะอยู่ดี
แต่ทว่าผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง
“รุกฆาต 555 ข้าเป็ฝ่ายชนะแล้ว” ซูเยี่ยนหัวเราะอย่างสะใจ
เหวยเหนียงหน้าซีดเลยหันไปกระซิบถามซูหลินว่า“ทำไมพี่เ้าเล่นหมากรุกเก่งจัง”
“เอ่อ พี่เหวยเหนียงเ้าคะแม่เล่าให้ข้าฟังว่าพี่ข้าฝึกเล่นหมากรุกมาั้แ่ห้าขวบแล้วท่านก็ไม่น่ารับปากเล่นเกมนี้กับเขาเลยนะ” ซูหลินกล่าว
“แล้วทำไมเ้าถึงไม่บอกข้าล่ะ”เหวยเหนียงใที่ตนประมาทเด็ก
“ข้ามัวแต่ไปซักผ้าเ้าค่ะพอเดินกลับมาอีกที พวกท่านก็ตั้งกระดานเรียบร้อยแล้วข้าก็ไม่รู้ว่าจะแอบบอกท่านตอนไหน” ซูหลินกล่าว
“ข้าน่าจะปรึกษาเ้าก่อนจริงๆ”เหวยเหนียงต้องยอมทำตามคำพูด
“เอาล่ะ ข้าเป็ฝ่ายชนะเ้ามานวดไหล่ให้ข้าบ้าง” ซูเยี่ยนได้ทีรีบใช้ทันที
เหวยเหนียงเดินไปนวดไหล่อย่าว่าง่าย
“เบาๆ หน่อยสิ ข้าเจ็บนะ”ซูเยี่ยนบ่น
เหวยเหนียงก็เลยผ่อนลงสักพักก็กล่าวว่า “ผมของเ้ายุ่งข้าหวีผมให้เ้าก่อนดีกว่า” เหวยเหนียงทัก
“ข้าไม่ได้สั่งให้ทำเสียหน่อย”ซูเยี่ยนกล่าว
“พักยกบ้างเถอะยังมีเวลาสั่งข้าตั้งสามวันแหนะ” เหวยเหนียงกล่าว
ซูเยี่ยนจึงยอมให้เหวยเหนียงหวีและมัดรวบผมให้ดูดีขึ้น
ในระหว่างที่ซูเยี่ยนนั่งบนเก้าอี้และให้ฮูหยินหวีผมให้อยู่ดีๆ เขาก็ร้อง “โอ๊ย อย่าดึงผมสิ เจ็บนะ”
“ทนหน่อยน่าอีกนิดเดียวก็จะมัดเสร็จแล้วนะ” เหวยเหนียงกล่าว
พอเสร็จเหวยเหนียงก็นั่งคุกเข่าเผชิญหน้ากับฝ่ายชาย นางจัดปอยผมให้ดูดีขึ้นและกล่าวชมว่า “สามีข้าหล่อจริงๆ”
ซูเยี่ยนรู้สึกใจเต้นแรงเขาเริ่มหวั่นไหวกับผู้หญิงตรงหน้า ก็เลยพยายามมองไปทางอื่น
“เ้าหน้าแดงจังไม่สบายหรือเปล่า” เหวยเหนียงทัก
“เปล่าเสียหน่อย” ซูเยี่ยนกล่าวโดยไม่สบตา
“ไหน ขอแตะหน้าผากหน่อยตัวก็ไม่ร้อนนี่” เหวยเหนียงแตะหน้าผากฝ่ายชายเบาๆ
“ข้าไม่ได้เป็อะไรเสร็จแล้วใช่มั้ย ข้าจะไปเล่นกันเพื่อน” ซูเยี่ยนรีบพูดเพราะกลัวเผลอแสดงอาการเขินไปมากกว่านี้อีก
“อย่าเพิ่งไปเล่นเลยนะข้าอยากลองวิชาหน่อย ข้าจะตัดเสื้อผ้าให้เ้าสวม ดีมั้ย” เหวยเหนียงกล่าวยิ้มๆ
“ไปเอาผ้ามาจากไหนล่ะ” ซูเยี่ยนสงสัย
“เมื่อวานตอนเย็นข้าแอบไปซื้อผ้ามา ขอข้าวัดตัวเ้าหน่อยนะ” เหวยเหนียงกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“เ้าต้องเป็ฝ่ายเชื่อฟังข้าสิ”ซูเยี่ยนเตือน
“น่านะ ถือเป็การขอร้องข้าไม่ได้สั่งเ้าเสียหน่อย” เหวยเหนียงตะล่อม
“นานมั้ย ข้าอยากไปเล่น” ซูเยี่ยนเริ่มใจอ่อน
“ข้าวัดตัวไม่นานหรอก” เหวยเหนียงรีบพูด กลัวฝ่ายชายเปลี่ยนใจ
เหวยเหนียงนำสายวัดมาวัดไหล่แขน รอบอก รอบเอว และวัดความสูงจากไหล่ถึงน่อง
ท่านแม่ยกสำรับอาหารไปวางที่โต๊ะพอเห็นลูกสะใภ้วัดตัวลูกชายก็เลยว่า “เ้าจะตัดเสื้อผ้าให้ลูกชายข้าอย่างนั้นหรือ”
“เ้าค่ะท่านแม่ ข้าอยากให้ท่านดูฝีมือการตัดเย็บของข้าก่อนจะได้ประเมินถูกว่าจะเปิดรับตัดเสื้อผ้าให้ลูกค้าด้วยดีมั้ยร้านของท่านแม่จะได้ไม่เสียชื่อเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“จากที่ดูชุดเ้าสาวที่เ้าซ่อมก็นับว่าฝีมือของเ้าดีมากเลยนะ” แม่สามีชื่นชม
“ชุดเ้าสาวอาจดูไม่ชัด เพราะมันเป็เพียงการเย็บซ่อมรอยที่ขาดแต่นี่คือการตัดเสื้อผ้าใหม่ทั้งชุดเ้าค่ะ” เหวยเหนียงคิดว่ามันไม่เหมือนกัน
“ให้ข้าช่วยหรือไม่” แม่สามีเสนอ
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ” เหวยเหนียงเกรงใจ
“มาทานอาหารก่อนเถิดนะค่อยไปตัดเย็บเสื้อผ้าต่อก็แล้วกัน” แม่สามีกล่าว
“เ้าค่ะท่านแม่”
ทั้งสี่คนนั่งทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างเอร็ดอร่อย
“อร่อยเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าวชม
“ข้าทำเพื่อเ้าเลยนะเหวยเหนียง”แม่สามีทำสุดฝีมือ
“ขอบคุณมากเลยเ้าค่ะ” เหวยเหนียงคีบตะเกียบเข้าปากไม่หยุดเพราะอร่อยจริงๆ
ซูเยี่ยนทานอาหารอย่างรวดเร็วแล้วเขาก็วางตะเกียบ
“เอาอีกมั้ยลูก” ท่านแม่กล่าว
“ข้าจะไปเล่นกับเพื่อนขอรับ”ซูเยี่ยนกำลังจะลุกจากเก้าอี้แต่โดนยั้งไว้
“ลูกควรรอล้างจานก่อนนะ” ท่านแม่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เดี๋ยวเหวยเหนียงก็ล้างให้”ซูเยี่ยนกล่าว
“ต่อไปแม่จะฝึกให้เ้าช่วยทำงานบ้านบ้าง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็เอาแต่ไปเล่นกับเพื่อน”ท่านแม่กล่าวอย่างเด็ดขาด
“เหวยเหนียงเป็ฮูหยินของลูกนางต้องทำทุกอย่างให้สามีไม่ใช่หรือขอรับ” ซูเยี่ยนกล่าว
“เ้ายังจำได้มั้ยตอนก่อนที่พ่อของเ้าจะได้เป็แม่ทัพพวกเราอยู่กันสี่คนพ่อแม่ลูกโดยไร้ซึ่งเด็กรับใช้ ท่านพ่อของเ้านั้นชอบมาช่วยข้าทำงานบ้านเขาไม่ใช่ผู้ชายโยนงานบ้านทุกอย่างให้ฝ่ายหญิงทำแม้เขาจะต้องฝึกทหารเหน็ดเหนื่อยทุกวันก็ตามเ้าไม่อยากเป็เหมือนท่านพ่อของเ้าบ้างเลยงั้นหรือ” ท่านแม่กล่าวถึงอดีต
“ก็ได้ขอรับ” ซูเยี่ยนเข้าใจ
พอทุกคนทานอาหารเสร็จซูเยี่ยนจำต้องล้างจานตามคำสั่งของท่านแม่โดยท่านแม่ก็นั้นอาสาไปช่วยเหวยเหนียงตัดผ้าส่วนซูหลินก็รับหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน
ซูเยี่ยนแอบมองไปที่ฮูหยินของเขาและกล่าวในใจว่า “ขอบคุณมากนะเหวยเหนียงที่ช่วยทำให้ท่านแม่เข้มแข็งขึ้นและช่วยทำให้พวกเรากลับมาเป็ครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้ ข้าเองก็อยากเปิดเผยตัวเองและรับโทษแต่เพียงผู้เดียวให้มันจบๆไป แต่ฝ่าาพระองค์นี้ทรงไม่ยอมไว้ชีวิตเครือญาติของข้าเป็แน่ข้าจำเป็ต้องแสดงเป็เด็กต่อไปเพื่อรอให้ท่านหยางสือรวบรวมผู้มีฝีมือได้สำเร็จเสียก่อนข้าค่อยเผยตัวและช่วยเป็กำลังสำคัญให้เขาอีกแรง” จากนั้นซูเยี่ยนก็ไปเล่นกับเพื่อนๆข้างบ้าน
******************************
ตกเย็นเหวยเหนียงตัดเย็บเสื้อผ้าเสร็จก็เดินไปตามซูเยี่ยนให้ไปลองชุด
“ข้าอยากเล่นต่อนี่” ซูเยี่ยนกล่าว
“น่านะ ค่อยเล่นกันวันพรุ่งนี้นะ”เหวยเหนียงเกลี้ยกล่อม
“ค่อยเจอกันใหม่นะซูเยี่ยน”เพื่อนๆ ก็เลยยอมเลิกเล่น
“เ้าไม่เห็นเชื่อฟังข้าเลย”ซูเยี่ยนบ่น
“เว้นให้ข้าแค่ตอนนี้ก็ได้ข้าอยากเห็นเ้าสวมเสื้อผ้าที่ข้าตัดเองกับมือ” เหวยเหนียงกล่าวยิ้มๆ
“ไปก็ได้” ซูเยี่ยนยอมใจอ่อน
ซูเยี่ยนหยิบเสื้อผ้าที่โต๊ะแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนแต่ทว่า พอเขาหันหลังกลับไปก็เห็นว่าเหวยเหนียงนั้นเดินตามมาด้วย ก็เลยว่า “เ้าเดินตามข้ามาทำไม”
“ข้าไม่ไว้ใจเ้าเ้าอาจแกล้งข้าด้วยการฉีกเสื้อผ้าอีกน่ะสิ” เหวยเหนียงระแวง
“ข้าไม่ทำอย่างนั้นหรอกเ้าออกไปเถอะ ข้าอาย” ซูเยี่ยนพยายามผลักไม่ให้เหวยเหนียงเข้าห้อง
“อายทำไมกัน เ้าเป็แค่เด็กน้อยเองให้ข้าช่วยเ้าสวมเสื้อผ้าเถอะนะ” เหวยเหนียงกล่าว
ซูเยี่ยนห้ามฮูหยินไม่ได้ก็เลยปล่อยให้นางเดินเข้ามาในห้องนอน แล้วเขาก็เลยประชดแกล้งจะถอดเสื้อผ้าออกจนหมด
เหวยเหนียงเห็นเข้าก็เลยรีบปิดตาแล้วหันหลังให้ “นั่นเ้าจะทำอะไรน่ะ”
“ก็ข้าเป็แค่เด็กเ้าจะกลัวอะไรล่ะ มาสวมเสื้อผ้าให้ข้าสิ” ซูเยี่ยนยักคิ้วท้าทาย
เหวยเหนียงหน้าแดงเพราะไม่คิดว่าฝ่ายชายจะกล้าถอดเสื้อผ้าหมดต่อหน้าผู้หญิงแบบนี้ก็เลยว่า “เ้าสวมเองเถอะเ้าควรฝึกสวมด้วยตัวเอง ข้าออกไปนะ”
ซูเยี่ยนแกล้งะโตามหลังเมื่อมองเห็นว่าเหวยเหนียงได้วิ่งออกไปจากห้องนอนอย่างรวดเร็ว “แล้วจะไม่ช่วยข้าสวมงั้นหรือ” สักพักเขาก็พึมพำว่า “555 นึกว่าจะแน่”
ผ่านไปไม่นานซูเยี่ยนก็เดินไปหาผู้หญิงทั้งสามเพื่อให้พวกนางดูตนสวมเสื้อผ้าที่เหวยเหนียงตัดเย็บให้กับมือ
“โห พอดีตัวเลยนะฝีมือการตัดเย็บเสื้อผ้าของเ้าช่างดีจริงๆ” แม่สามีกล่าวชม
“จริงด้วยเ้าค่ะท่านแม่ซูเยี่ยนดูหล่อทันตาเห็นเลย” ซูหลินเห็นด้วย
“ข้าหล่ออยู่แล้วต่างหาก”ซูเยี่ยนแย้ง
“ลูกแม่ดูหล่อจริงๆแต่ไม่น่าป่วยเลย” ท่านแม่กล่าวเสียงเศร้า
เหวยเหนียงมองออกว่าท่านแม่กำลังจะร้องไห้นางก็เลยเดินเข้าไปกอดท่านแม่และกล่าวว่า “พวกเราจะต้องตามหาหมอเทวดาเจออย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
ซูหลินก็เลยเดินเข้าไปกอดทั้งคู่บ้างและกล่าวว่า “ต่อไปชีวิตของพวกเราจะต้องดีขึ้นจริงมั้ยเ้าคะพี่เหวยเหนียง”
“ชีวิตคนเราหมุนเวียนตามกงล้อแห่งดวงชะตาดวงมีขึ้นมีลงเป็ธรรมดาเ้าค่ะ แต่ดวงชะตาจะเป็เช่นไรก็ตามหากคนเราคิดสู้ไม่ย่อท้อ ยังไงก็ต้องพบกับความสำเร็จเข้าสักวัน” เหวยเหนียงกล่าวตามสัจธรรม
“ขอบใจมาก” แม่สามีปาดน้ำตา
“ข้าหิวข้าวแล้ว” ซูเยี่ยนกล่าว
“ไปทานอาหารกันเถอะแม่เก็บอาหารเย็นไว้ในตู้เก็บอาหาร พวกเราไปช่วยกันยกมาตั้งโต๊ะกันเถอะ” แม่สามีกล่าว
“เ้าค่ะ” เหวยเหนียงและซูหลินเดินไปที่ครัวเพื่อช่วยกันยกสำรับอาหาร
ตกกลางคืนทั้งสี่คนก็หลับสบายโดยไม่รู้เลยว่ามีสายลับแอบลอบมองดูอยู่ชายชุดดำได้นำความไปทูลองค์ฮองเฮาถึงเื่ที่เหวยเหนียงจะหันมาทำอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าขาย
******************************
กิจการร้านขายผ้าของท่านแม่ซูเยี่ยนดีขึ้นอย่างเห็นๆเพราะร้านนี้มีบริการตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยปากต่อปากที่เล่าลือกันว่าฝีมือการตัดเย็บของร้านนี้ดีมากทำให้ลูกค้าจำนวนมากต่างพากันเข้าร้านเพื่อมาสั่งตัดชุดนั่นจึงทำให้เหวยเหนียงต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำแทบทุกวัน
“พักบ้างเถิดเหวยเหนียงเ้าโหมงานหนักแบบนี้ทุกวัน เ้าอาจไม่สบายได้นะ” แม่สามีเป็ห่วง
“อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วเ้าค่ะท่านแม่”เหวยเหนียงกล่าว
“ต่อไปข้าจะขอลูกค้ายืดเวลามารับเสื้อผ้าก็แล้วกันเ้าจะได้ไม่ต้องโหมงานหนักเช่นนี้” แม่สามีกล่าว
“แบบนี้เราก็จะแพ้ร้านคู่แข่งน่ะสิเ้าคะ”เหวยเหนียงกังวล
“เื่สุขภาพของเ้าสำคัญกว่าอัฐนะหากเ้าป่วยหนักขึ้นมา อัฐที่ได้มาก็ไม่อาจซื้อสุขภาพของเ้าให้กลับคืนมาได้”แม่สามีกล่าว
“ก็ได้เ้าค่ะข้าจะไม่ทำงานหามรุ่งหามค่ำอีก แต่วันนี้ขอเย็บอีกหน่อยนะเ้าคะ หากทำงานค้างข้าคงนอนไม่หลับเ้าค่ะ” เหวยเหนียงไม่อยากกังวล
“เสร็จแล้วก็รีบไปนอนก็แล้วกัน”แม่สามีก็เลยเดินไปที่ห้องนอนของตน
“เ้าค่ะท่านแม่”
******************************
ซูเยี่ยนนอนไม่หลับเพราะไม่เห็นฮูหยินเดินกลับเข้ามาในห้องเสียทีเขาทนไม่ไหวก็เลยเดินไปดูเหวยเหนียงก็พบว่านางฟุบหลับไปที่โต๊ะหลังจากตัดเย็บเสื้อผ้าเสร็จแล้วในเวลานี้ทุกคนได้นอนหลับหมดแล้ว เขาก็เลยแอบลูบหัวเหวยเหนียงเบาๆสักพักเขาก็อุ้มฮูหยินไปที่ห้องนอนและวางนางให้นอนบนเตียงดีๆพอห่มผ้าให้นางเสร็จแล้ว เขาก็เลยไปนอนบนพื้นแทน
เช้าวันรุ่งขึ้นเหวยเหนียงสะดุ้งตื่นก็พบว่าตนนอนอยู่บนเตียงพอมองไปที่พื้นก็เห็นสามีนอนหันหลังให้
เหวยเหนียงคิดในใจว่า“ข้าจำได้ว่าข้าฟุบหลับที่โต๊ะนี่ทำไมข้าถึงนอนบนเตียงแบบนี้ได้ หรือว่าซูเยี่ยนเป็คนอุ้มข้ามาที่นี่แต่จะเป็ไปได้อย่างไรล่ะ ตอนนี้เขาเป็แค่เด็กนะ”
เหวยเหนียงไม่อยากปลุกสามีนางรีบไปทำธุระส่วนตัวทันที
หลังจากที่ทั้งสี่ทานอาหารเสร็จซูเยี่ยนได้รับหน้าที่ล้างจานให้ทุกคน เหวยเหนียงนั้นอยากรู้เื่เมื่อคืนนางก็เลยไปช่วยสามีล้างจาน
“ข้าทำเองได้” ซูเยี่ยนกล่าว
“เมื่อคืนทำไมพวกเราถึงสลับที่นอนกันล่ะ”เหวยเหนียงเริ่มเื่
“เ้าไม่รู้ตัวเลยใช่มั้ย”ซูเยี่ยนกล่าว
“รู้ตัวเื่อะไรล่ะ” เหวยเหนียงไม่เข้าใจ
“เ้าละเมอเดินกลับมาในห้องนอนเองแล้วเ้าก็มานอนบนเตียงเดียวกับข้า ไม่เพียงเท่านั้นเ้ายังถีบข้าตกเตียงอีกเมื่อคืนข้าง่วงนอนมากก็เลยี้เีไปทวงเตียงคืน ข้าก็เลยนอนที่พื้นแทนเ้า”ซูเยี่ยนจำต้องแต่งเื่
“แต่ข้าไม่เคยนอนละเมอนะ”เหวยเหนียงเถียง
“คนนอนหลับจะรู้ตัวเองได้อย่างไรว่าตนไม่ละเมอน่ะ”ซูเยี่ยนแย้ง
“เ้าไม่ได้อุ้มข้ามานอนบนเตียงแน่นะ”เหวยเหนียงถามย้ำ
“แล้วเื่อะไรข้าต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะ”ซูเยี่ยนกล่าว
“ก็จริง ข้าไปร้านขายผ้าก่อนนะเ้าอยากได้อะไรเป็พิเศษมั้ย ข้าจะซื้อมาให้” เหวยเหนียงกล่าว
“เ้าแวะซื้อหมั่นโถวมาให้ข้าและเพื่อนๆหน่อยสิ” ซูเยี่ยนถือโอกาส
“ได้สิ ข้าไปนะ” เหวยเหนียงเดินเข้าไปกอดฝ่ายชายทันที
ซูเยี่ยนใที่โดนกอดอย่างไม่ทันตั้งตัวเลยกล่าวว่า “เ้าจะทำอะไรน่ะ”
“ขอกำลังใจหน่อยเ้ารู้ตัวมั้ยว่าอ้อมกอดของเ้าอบอุ่นเพียงใดข้าอยากให้เ้าลองฝึกกอดท่านแม่ดูบ้าง ท่านจะได้มีกำลังใจมากขึ้นต่อไปข้าจะกอดเ้าทุกวัน จนกว่าเ้าจะหายเขินและกล้าเดินเข้าไปกอดท่านแม่เอง”เหวยเหนียงกล่าวในขณะที่กอดฝ่ายชายอยู่
ซูเยี่ยนรู้สึกเคอะเขินเขาอยากจะกอดหญิงสาวตอบแต่ก็ไม่กล้า
“นี่พวกท่านทำอะไรกันน่ะเ้าคะ”ซูหลินใเมื่อมองเห็นเหวยเหนียงยืนกอดกับซูเยี่ยนโดยซูเยี่ยนยืนแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น
เหวยเหนียงคลายอ้อมกอดแล้วหันไปบอกซูหลินว่า “เ้าลองมากอดซูเยี่ยนสิกอดแล้วรู้สึกอุ่นมากเลยนะ”
“แต่ว่า….” ซูหลินไม่กล้า
“น่า ซูเยี่ยนเป็แค่เด็กคนหนึ่งเขาไม่ได้เป็คนดุร้ายเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว” เหวยเหนียงกล่าว
ซูเยี่ยนกำลังจะเถียงแต่ยั้งไว้ได้ทัน
ซูหลินก็เลยเดินเข้าไปกอดซูเยี่ยนบ้างและกล่าวว่า “จริงด้วย อุ่นจริงด้วย”
“ข้าไม่ใช่ตุ๊กตานะ” ซูเยี่ยนกล่าว
“เ้าจะต้องฝึกกอดพวกเราให้ชินด้วยนะซูเยี่ยนเ้ารู้ตัวมั้ยว่าอ้อมกอดของเ้าสามารถเพิ่มพลังใจให้พวกเราได้มากแค่ไหนน่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
ซูเยี่ยนค่อยๆโอบกอดน้องสาวอย่างเก้งๆ กังๆ
ซูหลินก็เลยบ่นว่า“ดีเหมือนกันที่ซูเยี่ยนป่วยเป็เด็กแบบนี้ข้าจะได้ใกล้ชิดเ้าได้ง่ายขึ้น หากเป็สมัยก่อนข้าคงไม่กล้ากอดเ้าแบบนี้หรอก”
“ข้าเป็ยังไงงั้นหรือ” ซูเยี่ยนอยากรู้
“เ้าก็คงดุว่าข้าและไล่ข้าหนีไปน่ะสิ” ซูหลินกล่าวตรงๆ
“ข้าไปก่อนนะซูหลินท่านแม่คงรอข้าอยู่” เหวยเหนียงยิ้มที่เห็นพี่น้องปรองดองกันก่อนเดินจากไป
“เ้าค่ะ” ซูหลินกล่าว
เป็ครั้งแรกที่ซูเยี่ยนได้กอดน้องสาวเขาเริ่มรู้สึกผิดที่เขาพยายามมีระยะห่างไม่กล้าแสดงความรักที่มีต่อน้องสาวเนื่องด้วยเขานั้นเป็ถึงแม่ทัพ จำเป็ต้องมีมาดให้ทุกคนยำเกรงจะมาอ่อนโยนให้ใครเห็นไม่ได้
******************************
วันนี้ท่านแม่และเหวยเหนียงขายผ้าให้หญิงสาวชาวบ้านอยู่ดีๆสักพักกงกงก็เดินเข้ามา
“ท่านกงกงมีอะไรหรือเ้าคะ”ท่านแม่แปลกใจ
“มีพระราชโองการพวกเ้าจงคุกเข่า” กงกงสั่ง
แม่สามีและลูกสะใภ้จึงคุกเข่ารอฟังพระราชโองการ
“เนื่องด้วยวันมะรื่นจะเป็วันที่ฝ่าาทรงเลือกพระสนมพระองค์จึงทรงมีรับสั่งให้ร้านของซูหลางรับหน้าที่ตัดเย็บเสื้อผ้าให้สาวงามทั้งหมดสามสิบคนโดยให้เป็แบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งเสื้อผ้านั้นจะต้องนำไปส่งให้ทันเย็นวันพรุ่งนี้มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็การขัดรับสั่งมีโทษปะาทั้งครอบครัว จบราชโองการ” กงกงอ่าน
“รับด้วยเกล้าเพคะ” ซูหลางรับคำอย่างไม่เต็มปากเพราะคิดว่าเหวยเหนียงไม่น่าจะทำได้
“เอาล่ะ พวกเรารีบเข้าวังกันเถอะพวกเ้าจะต้องไปวัดขนาดตัวของสาวงามทั้งสามสิบคนและต้องไปรับผ้าจากแผนกตัดเย็บเสื้อผ้า” กงกงกล่าว
“ช้าก่อนท่านกงกงร้านข้าไม่ได้เป็ร้านใหญ่ ช่างตัดเย็บก็มีเพียงแค่คนเดียวแล้วร้านข้าจะทำเสร็จทันได้อย่างไรเ้าคะ” ซูหลางกล่าวเพื่อขอความเห็นใจ
“พวกเ้าจะขัดราชโองการงั้นหรือ”กงกงดุใส่
“ข้าเปล่านะเ้าคะ” ซูหลางกล่าว
“อย่าพูดมาก รีบเข้าวังกันเถอะ”กงกงไม่รับฟังใดๆ ทั้งสิ้นเพราะนี่คือรับสั่งของฝ่าา
“เ้าค่ะ” ซูหลางจำเป็ต้องรับงานตามพระราชโองการ
และแล้วซูหลางจำต้องปิดร้านนางกับเหวยเหนียงเดินตามกงกงและทหารองครักษ์เข้าวังเพื่อวัดขนาดตัวของสาวงามทั้งสามสิบคน
ระหว่างที่เดินไปด้วยกันซูหลางก็ถามอีก “ในวังมีแผนกตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่แล้วนี่เ้าคะ”
“ฮองเฮาทรงถูกพระทัยการตัดเย็บเสื้อผ้าของร้านเ้า”กงกงกล่าว
“ทรงเห็นผลงานของร้านข้าตอนไหนหรือเ้าคะ”ซูหลางสงสัย
“อย่าพูดมาก รีบเดินเร็วเข้าฮองเฮาทรงรออยู่ที่อุทยาน” กงกงไม่อยากพูดมาก
เหวยเหนียงคิดในใจว่า“ศิษย์พี่้าแกล้งข้าชัดๆ”
******************************
เมื่อถึงที่อุทยานประจำตำหนักของฮองเฮาแม่สามีและลูกสะใภ้ก็รีบดำเนินการวัดขนาดตัวของสาวงามทันที แม่สามีเป็ผู้วัดส่วนเหวยเหนียงเป็ผู้จดบันทึก พอวัดไปได้สักสิบห้าคน ก็ถึงคิวของปิงปิง
แม่สามีเห็นปิงปิงเข้านางก็เลยสับเปลี่ยนงานกับเหวยเหนียง เพราะไม่อยากถูกเนื้อต้องตัวคนสองหน้า
“เ้าเป็คนวัดบ้างข้าเมื่อยแล้ว เดี๋ยวข้าจดบันทึกให้เอง” แม่สามีกล่าวต่อหน้าปิงปิง
“เ้าค่ะท่านแม่” เหวยเหนียงยื่นพู่กันและกระดาษบันทึกให้
“นี่คือลูกสะใภ้ของท่านหรือเ้าคะ”ปิงปิงมองเหวยเหนียงั้แ่หัวจรดเท้า
“ใช่” แม่สามีของเหวยเหนียงกล่าวสั้นๆ
“เ้าสติดีหรือเปล่าที่กล้าแต่งงานกับคนปัญญาอ่อนน่ะ”ปิงปิงหันไปหาเหวยเหนียง
“นางสติดีกว่าเ้าก็แล้วกัน”แม่สามีตอบให้เอง
“นี่ท่านกล้าว่าข้าอย่างนั้นหรือเ้าคะ”ปิงปิงไม่พอใจ
“มีอะไรกันน่ะ ถกเถียงอะไรกัน”กงกงรีบเดินไปหา
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะ” ซูหลางรีบตอบกงกง
“รีบๆ วัดซะพวกสาวงามยังต้องไปฝึกฟ้อนรำอีก” กงกงไม่อยากเสียเวลา
“เ้าค่ะ” ซูหลางรับคำ
และแล้วแม่สามีและลูกสะใภ้ก็ช่วยกันวัดตัวสาวงามจนเสร็จและทั้งสองก็ไปคุกเข่าเข้าเฝ้าองค์ฮองเฮา
“สบายดีงั้นหรือ เหวยเหนียง”ฮองเฮาทรงทักศิษย์น้อง
“หม่อมฉันสบายดีเพคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“คิดยังไงถึงไปแต่งงานกับอดีตท่านแม่ทัพหรือเป็วิธีการแก้เคล็ดเสริมดวงชะตาของเ้าล่ะ เหวยเหนียง” ฮองเฮาทรงไม่เข้าพระทัย
“หม่อมฉันเป็คนบังคับนางเองเพคะ”ซูหลางตอบให้เอง
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะเ้าคะ”เหวยเหนียงแย้งเพราะนางสมัครใจยอมแต่งเองต่างหาก
“เ้าจะบอกว่าเ้าเต็มใจอย่างนั้นหรือ”ฮองเฮาทรงสงสัย
“เพคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ช่างเถอะยังไงมันก็เป็เื่ส่วนตัวของพวกเ้าอย่าลืมนะว่าเย็นวันพรุ่งนี้พวกเ้าจะต้องขนชุดสาวงามมาที่วังหลวง” ฮองเฮาทรงเตือน
“หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ” ซูหลางกล่าว
“พวกเ้ารีบกลับไปเถอะเดี๋ยวจะไม่มีเวลาตัดชุด” ฮองเฮาทรงแอบยิ้มมุมพระโอษฐ์
“งั้น หม่อมฉันทูลลา” ซูหลางและเหวยเหนียงทำท่าคารวะก่อนเดินจากไป
******************************
ณบ้านของซูเยี่ยน
“จะทำอย่างไรดีพวกเราจะตัดเย็บเสื้อผ้าให้ทันเย็นวันพรุ่งนี้ได้อย่างไรกัน นี่มันเป็แผนการกำจัดครอบครัวพวกเราชัดๆ”ซูหลางบ่นต่อหน้าลูกๆ