ถึงจะมีการรณรงค์ไม่ใช้ความรุนแรงภายในโรงเรียนเพื่อให้การรังแกของนักเรียนนั้นหมดไปมันก็ไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรกับโรงเรียนที่เจนเคยอยู่เลยสักนิด ั้แ่สมัยประถมการกลั่นแกล้งมักเกิดขึ้นกับคนรอบๆ ตัวของเธออยู่เสมอ และเธอก็มักจะเลือกทำเป็ไม่สนใจเพราะไม่อยากจะหาปัญหาใส่ตัว
จนกระทั่งวันหนึ่งที่เพิ่งย้ายโรงเรียนมาซีเป็คนแรกที่เข้าหาเธอ พอเจนมีปัญหาอะไรกลุ้มใจซีก็มักจะมาช่วยคลายความกังวลให้กับเธออยู่เสมอซึ่งทุกครั้งที่มาช่วยคลายความกังวล ซีก็มักจะให้เหตุผลอยู่เพียงเหตุผลเดียว
ซีไม่อยากเห็นใบหน้าร้องไห้หรือเคร่งเครียดของเจนก็เท่านั้นเอง
สมัยประถม ภายในห้องเรียนหลังเลิกเรียนนักเรียนต่างพากันเก็บสัมภาระของตัวเองลงกระเป๋าก่อนจะทยอยกันออกจากห้องไปส่วนเจนกำลังขมวดคิ้วให้กับหนังสือตรงหน้าก็ได้ยินเสียงของใครบางคน
“ทำหน้าแบบนั้น เป็อะไรรึเปล่าเจน”
“อะ...”เจนอุทานออกมาด้วยความใเพราะเธอถูกคำพูดนั้นดึงออกจากภวังค์ “ซีนี่เอง... ฉันไม่เป็อะไร ก็แค่หาทางแก้โจทย์ข้อนี้ไม่ได้สักที”
“ฮ่ะ ๆ” พอซีได้ฟังถึงเหตุผลก็หัวเราะออกมา“ยังไม่ต้องรีบทำก็ได้นี่กว่าจะส่งก็อีกสองสามวันเลยไม่ใช่หรอ”
“ไม่ได้ ๆ” เจนส่ายศีรษะเบา ๆ“ถ้าไม่ทำให้มันเสร็จตอนนี้ ฉันจะนอนไม่หลับ”
“งั้นเดี๋ยวฉันกลับบ้านก่อนแล้วกันไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้นะ บ๊ายบาย” เธอโบกมือให้น้อย ๆ
“จ้า บ๊ายบาย”เจนโบกมือตอบกลับไปแบบส่ง ๆ ก่อนจะกลับมาจดจ่อกับโจทย์ปัญหาตรงหน้าของเธอต่อไป
ซึ่งที่เธอมีเวลาหลังเลิกเรียนในการนั่งทำแบบนี้ก็เป็เพราะกว่าคุณแม่ของเธอจะกลับบ้านก็ค่อนข้างดึกถึงจะรีบกลับบ้านไปตอนนี้หรือหลังจากนี้มันก็มีค่าเท่ากัน
ในตอนนั้นเจนคิดแบบนี้จนกระทั่งระหว่างทางกลับบ้านบังเอิญสวนกับกลุ่มนักเรียนหญิงรุ่นราวคราวเดียวกันและได้ยินบทสนทนาของพวกเธอ
“ใหญ่ขนาดนั้นเป็ของแท้เหรอเนี่ย ฉันละเหลือเชื่อ”
“อายุก็เท่า ๆกันทำไมหน้าอกถึงได้ใหญ่เกือบเท่าแม่ของฉันเลยเนี่ย”
“แกก็ว่าไป ฮ่ะ ๆ”
ตอนแรกเจนที่เจนได้ยินบทสนาเธอก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรนอกจากรีบเดินให้พ้นคนกลุ่มนั้นเพราะไม่อยากจะเอาตัวเองไปพัวพันกับเื่น่ารำคาญอย่างการรังแกกันแบบนี้
เมื่อเจนเดินต่อมาได้ไม่กี่ก้าวก็หันไปเห็นนักเรียนหญิงที่ควรจะเดินทางกลับบ้านไปตั้งนานแล้วเธอรู้สึกสงสัยว่าทำไมเ้าหล่อนถึงยังอยู่ตรงนี้กันแน่พอมองดูให้ดีก็เห็นว่าเธอคนนั้นกำลังนั่งพิงผนังในชุดผนักเรียนที่ถูกกระชากกระดุมจนหลุด
เจนรีบสาวเท้าและหันหน้าหนีแสร้งทำเป็มองไม่เห็นแต่ภาพดังกล่าวดันติดตาเธอไปเสียแล้ว อีกอย่างเจนก็สบตากับเธอคนนั้นไปครั้งหนึ่งเจนกระชับกำปั้นหลวม ๆ พร้อมกัดฟันราวกับตัดสินใจบางอย่างได้
“ซี!? เจ็บตรงไหนไหม”
ซึ่งั้แ่นั้นมาทั้งสองคนก็เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น
ย้อนกลับมาในตอนปัจจุบัน ที่เจนได้รับระบบมาเป็ตัวช่วยเธอจะไม่ยอมปล่อยให้เื่แบบเดิมเกิดขึ้นซ้ำสองอย่างแน่นอน
“ไอวี่...”เจนพูดออกมาเสียงค่อย
“หืม?...เมื่อกี้เธอพูดอะไรรึเปล่านะ เจน”
“อ้อเปล่า แค่คิดว่าเธอเพิ่งเล่นวอลเลย์จบแมตช์มาเมื่อกี้คงจะเหนื่อยไปนั่งพักตรงนั้นก่อนดีกว่าไหม”เจนเหลือบมองไปยังผนังโรงยิมที่ใคร ๆ ต่างก็พากันมานั่งพักบริเวณนั้น
“ฉันก็กำลังคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกันต่อไปก็เป็ตาเธอเล่นวอลเลย์บอลแล้วไม่ใช่เหรอ รีบไปรวมตัวกับเพื่อนร่วมทีมตรงนั้นสิ” ซีที่ดื่มน้ำจนเสร็จก็ยื่นขวดน้ำกลับมาให้เจน
“งั้นฉันฝากขวดน้ำไว้กับเธอก่อนก็แล้วกัน” ในจังหวะที่เจนเดินผ่านซีเพื่อจะไปรวมกลุ่มกับคนอื่น เธอก็กระซิบออกมาเบาๆ ให้ซีได้ยิน
“เธอรู้ไหมว่าแบบนั้นถือเป็การจูบทางอ้อมน่ะ”
เมื่อว่าจบก็ก้าวเท้าเดินผ่านซีมาระหว่างที่ก้าวเท้าก็เหลือบหันไปมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเ้าหล่อนบีบขวดในมือแน่นจนขวดเสียรูปทรงไปเล็กน้อยใบหน้าเองก็มีสีแดงระเรื่อขึ้นมาให้เห็น
ถึงซีจะบอกว่าให้มารวมตัวกับเพื่อนร่วมทีมแต่ตอนนี้มันก็ยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้างเธอใช้โอกาสนี้ในการสำรวจเป้าหมายเพื่อคลายความสงสัยของตัวเองว่า ไอวี่จะใช่ตัวการที่ทำให้เพื่อนสาวของเธอฟอร์มตกแบบนี้หรือไม่
ไอวี่เป็ผู้หญิงที่นับว่าสูงหากเทียบกับมาตรฐานของผู้หญิงทั่วไปเธอย้อมผมสีน้ำตาลแดง มัดผมไว้ด้านหลังเป็โพนี่เทลตามแบบฉบับนักกีฬาในระยะที่เจนยืนอยู่ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่ากล้ามเนื้อส่วนที่เธอออกกำลังกายนั้นกระชับไร้ไขมันส่วนเกินไม่ว่าจะส่วนแขนหรือส่วนต้นขาก็ตามที
“สมแล้วจริง ๆ ที่เป็ไอวี่ยังตบได้คมเหมือนเดิมเลยนะคะ”เสียงของหนึ่งในนักเรียนหญิงที่ยืนล้อมไอวี่อยู่พูดขึ้นมา
“แหม ๆ ไม่ขนาดนั้นหรอก”ไอวี่ยกมุมปากทั้งสองข้างขึ้นเพื่อสร้างรอยยิ้มที่งดงามอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะของเธอ
“ถึงซีจะเป็นักเรียนที่ได้ทุนนักกีฬาแต่ก็สู้คุณไอวี่ไม่ได้สินะคะ”
“ฮ่ะ ๆ”เธอยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างพอเหมาะ “ไม่หรอกฉันสิต้องขอบคุณซีที่มาเป็คู่แข่งอย่างสูสีให้ในวันนี้น่ะ ไม่งั้นพวกเธอก็คงไม่ได้เห็นแมตช์ที่สนุกแบบนี้หรอกจริงไหม”
“ฝีมือก็ดีแถมยังถ่อมตัวอีกสมกับเป็คุณไอวี่ที่พวกเราคอยเชียร์เลยนะคะ” หลังสิ้นประโยคเหล่านักเรียนหญิงที่ชื่นชอบไอวี่ก็วี้ดว้ายกันออกมาพอเป็พิธีจนกระทั่งเจนพูดบางอย่างแทรกขึ้นมา
“แสดงว่าสามแต้มสุดท้ายที่คุณไอวี่เป็คนปิดเกมก็อยู่ในการคำนวณของคุณแล้วเหรอคะ”
“อ้อ...”ไอวี่เว้น่เล็กน้อยเพื่อมองหาต้นเสียง จากนั้นสบตากับเจน “ถ้าเป็เื่นั้นมันก็แน่นอนอยู่แล้วสิ เจน”
“มันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่หรอว่าสิ่งตอบแทนของคนที่ฝึกซ้อมอย่างหนักแบบฉันจะได้สิ่งที่เรียกว่าชัยชนะน่ะฮ่ะ ๆ”ไอวี่ว่าจบก็หัวเราะพร้อมกับเสียงปรบมือของเหล่านักเรียนหญิงที่ชื่นชมในคำพูดของเธอ
“อืม ฉันเองก็คิดว่าชัยชนะก็เหมาะสมกับเธอแล้ว” เจนเลือกตามน้ำไป ก่อนจะรีบเดินหนีออกมาด้วยข้ออ้างอย่างการรวมตัวกับเพื่อนในห้องเพื่อเล่นในรอบถัดไปตามที่อาจารย์บอก
ถึงคำถามจะดูทั่วไปแต่เพียงเท่านี้เจนก็พอจะยืนยันบางสิ่งที่ตัวเองสงสัยได้แล้วส่วนเหตุผลที่เธอเพ็งเล็งไอวี่เป็อันดับแรกก็คงหนีไม่พ้นสิทธิประโยชน์ของทีมที่ชนะการแข่งวอลเลย์บอลในคาบเรียนนอกจากนี้ฝีมือของไอวี่ยังค่อนข้างเก่งจนสามารถเทียบได้กับเจนที่เป็เด็กนักเรียนทุนกีฬา
ถ้าหากคิดด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วมันก็น่าจะพอเอามายืนยันชัยชนะของไอวี่ได้ เพียงแต่ความรู้สึกแปลกประหลาดในจิตใจของเจนก็ไม่หายไปสักที