จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 56 ครู๊ส ปะทะ มาสแตง

                   เอลซ่าครั้งนี้ลูกทำได้ดีมากถึงจะแพ้ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยเจ้าก็แสดงให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าพรสวรรค์ของเจ้านั่นสูงล้ำเพียงไรวันนี้คนทุกคนล้วนได้เห็นด้วยตาของตัวเองแล้ว หลังจากที่การประลองคู่ของเอลซ่าและเซย์รินสิ้นสุดลงตัวของราชาริวมะนั้นไม่รอช้าที่จะรีบรุกออกจากที่นั่งเพื่อไปปลอบบุตรสาวของตนโดนทันที


    เพราะกลัวว่าเธอนั้นจะคิดมากจากการแพ้ให้กับเซย์รินโดยที่เธอเองก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยถึงขนาดที่ตัวเขานั้นลงทุนถึงขั้นเอาดาบประจำตระกูลของตนที่ขึ้นชื่อว่ามีความลี้ลับที่สุดและยังมีความแข็งแกร่งที่สุดแต่มันก็ไม่สามารถที่จะสร้างลอยขีดขวนให้กับคนตรงหน้าได้แต่อาจจะเป็นเพราะพลังของผู้ที่ถือดาบนั้นมีพลังน้อยจนเกินไป


                   ทำให้มันไม่อาจสำแดงเดชได้อย่างเต็มที่ได้เพราะชายยตรงหน้าเป็นถึงระดับตำนาน ขั้น ที่ 7 ระดับของพลังนั้นมันต่างกันราวฟ้ากับเหวหากเป็นเซย์รินถ้าเป็นผู้ถือครองดาบเล่มนี้ระก็พลังทำลายล้างของมันคงยากที่จะจินตนาการถึงดีไม่ดีอาจจะล้มพวกระดับเทวะ ขั้นต้นได้ง่ายๆ เลยก็เป็นได้เพราะดาบประจำตระกูลเล่มนี้นั้นมันสามารถช่วยให้ผู้ที่ถือครองมีพลังเพิ่มขึ้นอีกถึง2-3 ระดับ


    ว่ากันว่าเจ้าดาบเล่มนี้นั้นได้มีวิญญาณสิ่งสถิตอยู่ซึ่งในหนึ่งซื้อได้บันทึกเรื่องราวของเจ้าดาบเล่มนี้ไว้หากเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเขาจะมอบดาบเล่มนี้ให้กับชายหนุ่มเพื่อส่งเสริมให้ตัวเซย์รินนั้นมีความแข็งแกร่งที่มากขึ้นยิ่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้นมันก็ยิ่งเป็นผลดีต่อริวมะ รวมทั้งอาณาจักรคราวด้วย


    "ข้าไม่เป็นอะไรหรอกท่านพ่อวันนี้นั้นข้าได้เหมือนหลุดมาอีกโลกหนึ่งที่ซึ่งทำให้ตัวข้านั้นรู้ว่าตอนนี้ข้านั้นช่างอ่อนแอเสียเหลือเกินเพียงแค่สร้างรอยขีดขวนให้กับชายตรงหน้าข้าก็ยังทำไม่ได้หลังจากนี้ข้าจะพยายามฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นเมื่อถึงวันนั้นข้าจะมาขอท่านท้าประลองอีกหวังว่าท่านคงจะไม่ปฏิเสธนะท่านเซย์ริน


    "ดีมากลูกพ่อเจ้าดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะ แพ้ก็รู้จักยอมแพ้ลูกสาวของข้าโตแล้วจริงๆอีกหน่อยเจ้าจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าภายในตอนนี้แน่

    "แต่ข้าขอปฏิเสธเจ้า ข้าคงจะไม่สู้กับเจ้าอีกต่อไปแล้วเด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เข็มขรึม

    "เอลซ่าหันมาหน้าเปลี่ยนสีทำไมล่ะท่านรังเกียจที่ตัวข้านั้นอ่อนแอร์ยิ่งกว่าท่านอย่างงั้นรึเลยที่จะไม่อยากปะมือกับข้าเพราะข้าแพ้ท่านตลอดสองครั้งโดยที่จะทำอะไรไม่ได้


    "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเจ้าเป็นถึงคู่หมั่นของข้าตัวข้านั้นเพียงแค่ไม่อยากที่จะทำร้ายเจ้าจนตัวเจ้านั้นต้องบาดเจ็บและความเป็นจริงนั้นข้าก็ไม่อยากให้เจ้าไปฆ่าฟันกับใครด้วยเมื่อมีใครที่กล้ามารังแกเจ้าถึงวันนั้นข้าจะเป็นคนจัดการให้แกเจ้าเองโดยที่ตัวเจ้าไม่ต้องทำอะไร


                        เมื่อเอลซ่าได้ยินดังนั้นแล้วท่าทางของเธอนั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูกเพราะกำลังรู้สึกเขิลอายต่อบุคคลตรงหน้าตอนนี้หน้าตาของเธอนั้นแดงกล่ำจนไปถึงใบหู

    "ได้ข้าจะเชื่อท่านหลังจากนั้นเธอก็หันไปทางผู้เป็นพ่อของเธอท่านพ่อในการต่อสู้จัดอันดับภายในรอบที่เหลือตัวข้านั้นไม่สนใจมันอีกแล้วเพราะข้าได้บรรลุเป้าหมายสิ่งที่ตัวเองต้องการทำแล้วหากข้าจะสละสิทธิ์ท่านคงจะไม่ต่อว่าข้าใช่รึไม่

    "เด็กโง่ข้าจะไปว่าเจ้าได้อย่างไรเจ้าคงจะเหนื่อยมามากแล้วและสิ่งที่เจ้าตั้งใจจะทำนั้นข้าว่าผลที่มันออกมาเกินสิ่งที่เจ้าคาดหมายไว้เสียอีกนอกจากเจ้าจะได้ประลองกับท่านเซย์รินในครั้งนี้เจ้าก็ยังได้รู้สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งว่าคู่หมั่นของเจ้ารักและก็เป็นห่วงเจ้ามากด้วย…


    "ท่านพ่อ อ่า….ชอบล้อข้าเล่นยิ่งนักข้าเกียจท่านแล้ว และเอลซ่าก็รีบวิ่งหนีไปตอนนี้เธอนั้นเต็มไปด้วยความเขินอายเพราะถูกผู้เป็นพ่อพูดเรื่องหน้าอายต่อหน้าทุกคน


                    ริวมะ ถึงกับหลุดหัวเราะออกมากับท่าทางบุตรสาวของตนนี่ก็เป็นเวลาที่นานมากแล้วที่ตัวเขานั้นไม่ได้เห็นเธอที่มีท่าทางที่ร่าเริงแล้วก็สดใสแบบนี้หลังจากที่เธอได้พบกับหนุ่มน้อยเซย์รินถึงแม้ว่าบุตรสาวของตนนั้นจะมีพรสวรรค์ในด้านพลังเวท ที่สูงที่สุดภายในรอบ 100 ปี แต่ตัวเขานั้นก็ไม่ปราศถนาให้บุตรของตน ที่จะต้องไปรบลาข้าฟันกับใครเพราะในสายตาของริวมะนั้นเขาก็ยังมองเธอเป็นเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง


    ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่เดือนกี่ปีหรือแม้แต่ระดับพลังของเธอจะสูงส่งซักเพียงใดในอนาคต หลังจากที่ริวมะนั้นได้ยินวาจาของเซย์รินนั้นทำให้ตนเองรู้สึกประทับใจในชายหนุ่มเป็นอย่างมากเพราะมีความคิดที่เหมือนกันต่างก็ไม่ต้องการให้เอลซ่าอยู่บนสังเวียนมากนักเพียงแค่เด็กหนุ่มพูดจาไม่กี่คำเดียวนี้บุตรสาวของตนกับกลายเป็นว่านอนสอนง่ายและมีน้ํามีนวลยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตอนนี้จึงทำให้เธอทั้งดูสง่าแล้วก็ดูสูงศักดิ์

     

    ณ สนามประลอง

               หลังจากที่การประลองคู่แรกจับไปแล้วทางเราจะขอเริ่มคู่ถัดไปโดยทันทีจอภาพขนาดยักษ์ปรากฏรูปภาพผู้เข้าแข่งขันอีกครั้ง…มันค่อยค่อยซุ่มภาพของผู้เข้าแข่งขันถูกเลื่อนไปอย่างช้าสุดท้ายจึงไปหยุดอยู่ที่ครู๊ส เมื่อได้ผู้ประลองคนแรกแล้วจึงสุ่มผู้ประลองอีกคนหนึ่งโดยทันทีแล้วก็ไปหยุดอยู่ตรง มัสแตง


    คู่ประลองต่อไป ครู๊ส vs มัสแตง

    "เจ้าคิดว่าคู่นี้ใครจะเป็นผู้ชนะกันเหล่าผู้ชมเริ่มพูดคุยถึงศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าเพราะคู่ก่อนหน้านี้มันเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากพวกเขาเหล่านั้นต่างก็คาดหวังกันว่าในคู่ถัดๆไปนั้นจะไม่ต่างจากคู่แรกมากนักไม่งั้นมันจะดูหน้าเบื่อจนเกินไป

    "ตัวเจ้าเองอาจจะยังไม่ทราบคู่นี้เรารู้ผลกันตั้งแต่ต้นแล้วเมื่อปีที่แล้วนั้นเจ้าครู๊สอยู่ลำดับ3 ส่วนเจ้ามาสแตงอยู่ลำดับที่ 10 แล้วงานนี้เจ้าจะคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะล่ะลำดับ3 กับผู้มีความแข็งแกร่งลำดับ 10 มาเจอกัน

    "เออ…ก็ต้องเจ้าครูสสิ ใช่หรือไม่


    "หืม ก็เป็นตามนั้น ผลแพ้ชนะที่เรารู้มาตั้งแต่ต้นมันไม่น่าสนุกเลยซักนิด

    "เข้ามาเลยมัสแตง เจ้าครู๊สประกาศเสียงดังก้อง

    "อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจละนะต่อให้เจ้าแข็งแกร่งกว่าข้าก็ตามหากเจ้าประมาทเมื่อไหร่เจ้าก็จะแพ้ให้แก่ข้าเมื่อนั้น


    มาสแต่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดของมันพร้อมทั้งปล่อยมัดสายฟ้าออกมา

     ตู๊มมมม ตู๊มมม ตู๊มมมม

    หมัดของเจ้ามันช่างทำให้ข้านั้นรู้สึกจั๊กกะจี้ ยิ่งนักทำให้ข้าหายคันยังไม่ได้เลย เจ้าลองรับพลังหมัดที่แท้จริงไปบ้างละกัน ตู๊มมมมมมมมมมมมม

    เพียงแค่หมัดเดียวของเจ้าครู๊สเท่านั้นทำให้คู่ต่อสู้ตรงหน้าถึงกับกระเด็นตรงเวทีการประลอง


    ผู้ชนะการประลองในครั้งนี้ได้แก่ ครู๊ส……….

    หืม แล้วที่เป็นอันดับ 3 ของปีที่แล้ว ที่สามารถจัดการมาสแตงลำดับ 10 ได้อย่างรวดเร็ว..