หลงเฉินรู้สึกตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นเป็นผู้ที่เขารู้จัก เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
เพราะหนึ่งในนั้นคือหลิวหลานผู้ทรงเสน่ห์นั่นเอง
หลิวหลานเดินอยู่ข้างหลังชายผู้หนึ่งด้วยท่าทีนอบน้อม ความเฉื่อยชาและเย้ายวนของนางก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น ในที่แห่งนี้นางมีเพียงความเคร่งขรึมและจริงจังเท่านั้น
ท่าทีของหลิวหลานบ่งบอกให้หลงเฉินรู้ว่าผู้ที่เดินอยู่กับนางจะต้องมีความแข็งแกร่งและสถานะที่สูงส่งอย่างแน่นอน
หลงเฉินมองดูและพบว่าชายผู้นั้นอายุราวยี่สิบปี ลักษณะรูปร่างของเขาค่อนข้างธรรมดา แต่ถึงกระนั้นดวงตาของเขากลับดูราวกับหลุมดำที่ลึกลับ เฉกเช่นบ่อน้ำโบราณที่นิ่งสงบไร้แรงกระเพื่อมและแผ่คลื่นพลังที่ลึกล้ำออกมา
ในบรรดายอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่หลงเฉินเคยได้พานพบล้วนแล้วแต่ด้อยกว่าม่อเซียวหลาง ยังมีตงฟางเทียนหยูที่อยู่ในระดับแก่นสวรรค์อีกคน แต่ถึงกระนั้น ดูเหมือนว่าตงฟางเทียนหยูจะดูน่าประทับใจกว่าชายหนุ่มผู้นี้ และหลงเฉินก็บอกได้ว่าตนเองยังห่างไกลกับการเป็นคู่ต่อสู้ของเขา
“หลงเฉิน คนผู้นี้เป็นยอดฝีมือระดับแก่นสวรรค์ เขาด้อยกว่าม่อเซียวหลางเพียงขั้นเดียวเท่านั้น”
เสียงอ่อนแรงของหลิงซีดังขึ้นข้างหู
มีเพียงยอดฝีมือระดับนี้เท่านั้นถึงจะได้รับความเคารพจากหลิวหลาน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาอาจจะเป็นคนของเหล่าคนในแห่งตระกูลหลิงอู่ก็เป็นได้ หลงเฉินคาดเดาเช่นนั้น
ชายหนุ่มเข้ามาในเมืองใต้ดินพร้อมกับหลิวหลาน พวกเขาถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่ปรากฏตแก่สายตา
จากที่พวกเขาเห็น ไม่มีเด็กสาวที่ถูกลักพาตัวถูกฆ่าตายแม้แต่คนเดียว และสาวกนับพันคนของลัทธิเซียนโลหิตกลับกลายเป็นเพียงซากศพที่แห้งกรัง
ช่างเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คาดฝันว่าจะได้เห็น… และภาพฉากเบื้องหน้าก็ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
หลงเฉินพาหยางหลิงชิงมายืนเบื้องหน้าหลิวหลานที่หันมามองเขาด้วยสีหน้าตกใจ
“หลงเฉิน ฝีมือเจ้าหรือ?”
หลงเฉินสัมผัสได้ถึงสายตาลึกล้ำราวหลุมอันดำมืดกำลังจับจ้องมา เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพยักหน้า
หลิวหลานผงะไปทันที นางถอนหายใจหลังจากเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่าหลงเฉินได้จัดการปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว หลิวหลานมองไปยังชายผู้นั้นก่อนจะเอ่ยถามหลงเฉิน
“จ้าวลัทธิอยู่ที่ไหน?”
หลงเฉินชี้ไปที่กองเถ้าสีดำบนพื้นอย่างตรงไปตรงมา
“นั่นเขาเอง ก็ยังดูดีอยู่นะ ท่านว่าไหม?”
ขณะที่เอ่ยถาม หลิวหลานดูเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่นางก็ยังรู้สึกว่ายากจะยอมรับความจริงเมื่อเห็นว่าหยานชือเสวี่ยผู้บรรลุถึงระดับแก่นปฐพีกลับกลายเป็นเพียงเถ้าธุลี
ครั้งแรกที่นางพบหลงเฉิน เขาบรรลุเพียงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดเท่านั้น หลิวหลานจึงไม่ได้ใส่ใจเขามากนัก แต่แล้วหลงเฉินก็สังหารหวงเฟยหยาง เอาชนะเฟิงอู่เทียน และเขายังสังหารหยานชือเสวี่ยที่บรรลุระดับแก่นปฐพีได้อีก!
“ไม่เลวเลยสำหรับผู้ที่บรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์และสามารถสังหารผู้ที่บรรลุระดับแก่นปฐพีได้”
ชายหนุ่มพูดอย่างตรงไปตรงมา
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงหรือการเคลื่อนไหวของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนดูสงบเยือกเย็น ทว่าเป็นเพราะความสงบเยือกเย็นเดียวกันนั้นเองที่ทำให้หลงเฉินหวาดกลัว เขารู้สึกราวกับว่าความคิดทั้งหมดของเขาไม่สามารถรอดพ้นคนผู้นี้ไปได้
แม้แต่หลิวหลานก็เชื่อตามที่ชายผู้นี้กล่าว จากนั้นนางก็แนะนำ
“คุณชายม่อ เขาคือหลงเฉินจากสำนักสุริยันมรกตของข้า หยางหลิงชิงคือน้องสาวของเขา”
จากนั้นนางก็หันไปหาหลงเฉิน
“หลงเฉิน นี่คือคุณชายม่อจากเหล่าเต่าดำเหนือแห่งตระกูลหลิงอู่ รีบทำความเคารพเสียสิ”
(TL note: เต่าดำเหนือ เขียนในภาษาจีนว่า 北堂 เป่ยถัง ซึ่งเป็นแซ่ของเขาเช่นกัน)
“หลงเฉินขอคารวะคุณชายม่อ”
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเหตุใดคนผู้นี้ถึงมาที่นี่ ทว่าหลงเฉินตระหนักดีว่าตนเองอ่อนแอกว่า ดังนั้นเขาจึงต้องทำตัวดี ๆ เมื่อหลิวหลานให้ความสำคัญกับเป่ยถังม่อถึงเพียงนี้ เขาเองจึงต้องรีบโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว
เขาชำเลืองมองหลงเฉิน และหันไปมองหยางหลิงชิงที่เกาะหลงเฉินอยู่ เสียงเยือกเย็นของเขาดังขึ้น
“หยางหลิงชิง เจ้าอยากจะเข้าร่วมเหล่าเต่าดำเหนือแห่งตระกูลหลิงอู่หรือไม่?”
คำพูดกะทันหันเช่นนี้ทำให้ทั้งหลงเฉินและหยางหลิงชิงผงะไป หลีจิ้งและพี่น้องทั้งสองที่อยู่ด้านหลังก็รู้สึกสับสนไม่ต่างกัน
เมื่อเห็นว่าหลงเฉินและน้องสาวตกใจจนตาค้าง หลิวหลานรีบมองเขาอย่างเป็นนัยและเอ่ยขึ้น
“ตระกูลจอมยุทธ์เป่ยถัง ใช้พลังหยินและทักษะยุทธ์ที่ใช้พลังจากธาตุน้ำเป็นพื้นฐาน หลงเฉิน น้องสาวของเจ้ามี [กายาเงาพิศวง] ตราบใดที่นางเข้าตระกูลเป่ยถัง ทักษะเหล่านั้นจะช่วยให้นางพัฒนาฝีมือไปได้อย่างก้าวกระโดด เป็นเรื่องง่ายสำหรับนางทีเดียวที่จะมีพลังเหนือกว่าเจ้า”
ตั้งแต่ที่หลงเฉินเข้าตระกูลหลิงอู่ หยางหลิงชิงก็รู้ว่าการแบ่งเหล่าในตระกูลหลิงอู่เป็นเช่นไร นางยังรู้อีกด้วยว่าหลงเฉินอยู่ในเหล่าคนนอกในขณะที่เหล่าคนในนั้นมีแต่ผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
จู่ ๆ ก็มีคนมาชวนนางเข้าเหล่าคนในของตระกูลหลิงอู่ง่าย ๆ เช่นนี้เลยหรือ?
หยางหลิงชิงเพิ่งรอดพ้นจากความตาย และผู้ที่นางปรารถนาอยากพบมากที่สุดก็คือครอบครัวของนาง การปรากฏตัวของเป่ยถังม่อทำให้นางรู้สึกกังวล นางไม่กล้าพูดอะไรจึงได้แต่หลบอยู่ข้างหลังหลงเฉิน
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวยังคงเขินอาย หลิวหลานจึงรู้สึกโกรธจนแทบคลั่ง เพราะนี่เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่คนมากมายต่างปรารถนา
“หลงเฉิน เจ้าตัดสินใจมาเถอะ น้องสาวของเจ้าไม่ได้รับการฝึกฝนที่เหมาะสม นางถึงได้ยังอยู่แค่ระดับขอบเขตชีพจรมังกร หากนางเข้าเหล่าเต่าดำเหนือ พลังของนางจะต้องพุ่งทะยานเสียดฟ้าอย่างแน่นอน หากกานหลินไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเจ้า ข้าก็คงไม่รู้ว่าน้องสาวของเจ้ามีกายาเงาพิศวง บอกตามตรงนะ สาเหตุที่พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อช่วยเจ้าจัดการลัทธิเซียนโลหิต แต่ดูเหมือนว่าพวกเราจะมาช้าเกินไป”
ฟันเฟืองในหัวของหลงเฉินหมุนวนอย่างรวดเร็ว
“เมื่อมีกายาเงาพิศวง นางก็จำเป็นจะต้องได้รับการฝึกฝนที่เหมาะสม เช่นนั้นความพยายามของนางถึงจะผลิดอกออกผล ในหนึ่งหรือสองปี นางจะต้องบรรลุสู่ระดับแก่นสวรรค์อย่างแน่นอน หลงเฉิน ไม่ดีหรือที่น้องสาวของเจ้าจะได้เข้าเหล่าเต่าดำเหนือ”
หลิงซีมีความรู้มากมาย ความเห็นของนางทำให้ความสงสัยของหลงเฉินกระจ่างขึ้น
เป่ยถังม่อที่นิ่งเงียบมาตลอดพลันเอ่ยขึ้น
“ลองคิดดูก็แล้วกัน ชีวิตของเจ้าจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหากเลือกที่จะเข้าเหล่าเต่าดำเหนือ หากเจ้าไม่อยากเป็นคนไร้ค่าไปตลอดชีวิตก็ไปกับข้าเถอะ เจ้าไม่ต้องกังวลใด ๆ พี่ชายของเจ้าก็จะได้รับทรัพยากรมากมายจากตระกูลหลิงอู่ และครอบครัวของเจ้าก็จะได้รับการอารักขาอย่างลับ ๆ โดยยอดฝีมือระดับแก่นปฐพี ผู้คนรอบตัวเจ้าต่างได้ประโยชน์เพราะเจ้า”
แม้ว่าคำพูดของเป่ยถังม่อจะรวบรัด แต่ก็ตรงกับความวิตกกังวลของหยางหลิงชิง นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกายและเอ่ยด้วยเสียงดังฟังชัด
“ท่านหมายความว่าพี่ชายของข้าจะได้รับการดูแลมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ และจะไม่มีใครมาทำร้ายตระกูลของข้าได้ใช่หรือไม่?”
“ก็นอกเสียจากว่าศัตรูจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าตระกูลหลิงอู่”
เป่ยถังม่อยิ้มเล็กน้อย ทว่าแฝงไปด้วยความมั่นใจไร้ที่สิ้นสุด
ทุกคนต่างรู้ดีว่าในนครหยวนหลิง ไม่มีใครอีกแล้วที่ทรงพลังเหนือกว่าตระกูลหลิงอู่ พูดอีกอย่างก็คือ ตราบใดที่ตระกูลหลิงอู่ยังอยู่ในนครหยวนหลิงก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล
“ท่านพี่...”
เพียงแค่มองตาของนาง หลงเฉินก็บอกได้ว่าหยางหลิงชิงตัดสินใจได้แล้ว
“มันเป็นชีวิตของเจ้า ดังนั้นก็ตัดสินใจด้วยตัวเองเถอะ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะอยู่ข้าง ๆ และปกป้องเจ้าเช่นเดิม”
หลงเฉินหัวเราะ เขารู้สึกดีใจกับหยางหลิงชิงอย่างจริงใจ เพราะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากในการเข้าเหล่าคนใน ต่อให้มาจากเหล่าคนนอกก็ตาม
“ไม่”
หยางหลิงชิงหัวเราะคิกคัก
“ถึงคราวที่ข้าจะปกป้องท่านบ้างแล้ว แล้วก็ตระกูลของเราด้วย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวหลานจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดหยางหลิงชิงก็ยอมตกลง
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวมิได้ตื่นเต้นดีใจจนออกนอกหน้าที่ได้รับเชิญให้เข้าตระกูลหลิงอู่ นางเพียงต้องการปกป้องครอบครัวของตนเอง เป่ยถังม่อจึงพยักหน้า
“ตกลง ข้าจะเข้าตระกูลหลิงอู่”
หยางหลิงชิงเอ่ยตอบอย่างเป็นทางการ
เป่ยถังม่อยิ้ม
“หลายปีต่อจากนี้ เจ้าจะต้องรู้สึกขอบคุณการตัดสินใจของตัวเจ้าเองในวันนี้อย่างแน่นอน เหล่าเต่าดำเหนือเป็นที่ที่เหมาะสมกับเจ้ามากที่สุดแล้ว”
หลงเฉินพอจะคาดเดาถึงความพิเศษของกายาเงาพิศวงได้ นอกจากนี้ เลือดที่เทียบเท่ากับเลือดของเด็กสาวหนึ่งพันคนจะเป็นเรื่องธรรมดาได้อย่างไร? ดังนั้น เหล่าเต่าดำเหนือจึงต้องการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ที่พิเศษเช่นนี้เพื่อวันใดวันหนึ่งอาจจะกลายเป็นอาวุธลับของพวกเขา
ในเมื่อหยางหลิงชิงตอบตกลง หลงเฉินก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก เขาพูดกับเป่ยถังม่อ
“คุณชายม่อ น้องสาวข้าเพิ่งรอดพ้นจากความตาย ท่านปู่และท่านพ่อของนางต่างรอนางอยู่ข้างนอกด้วยความวิตกกังวล ข้าคิดว่าพวกเราจะกลับบ้านสักระยะและจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก่อนจะกลับไปที่ตระกูลหลิงอู่ ท่านจะว่าอย่างไร?”
เป่ยถังม่อพยักหน้า
“ไม่มีปัญหา หลิงชิง ข้าจะรอเจ้าที่เหล่าเต่าดำเหนือ วันนี้ยอดฝีมือระดับแก่นปฐพีที่ข้าเอ่ยถึงจะไปส่งเจ้าที่เมืองพฤกษาหมอก สำหรับตอนนี้ก็มีเพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่”
เมื่อพูดจบ เป่ยถังม่อไม่รีรอและมุ่งหน้าออกไปด้านนอกทันที หลิวหลานหันมามองหลงเฉิน
“รีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ข้าจะช่วยส่งเด็กสาวพวกนี้กลับบ้านเอง”
หลิวหลานพาเป่ยถังม่อมาที่นี่ช้าไปเล็กน้อย แต่ก็แสดงถึงเจตนาของนางอย่างชัดเจน เวลานี้นางพูดกับเขาอย่างอ่อนหวาน และหลงเฉินก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำกับนางเหมือนเช่นเคย เขากล่าวขอบคุณนางพร้อมกับหยางหลิงชิง จากนั้นก็ออกจากเมืองใต้ดิน
“หลงเฉิน อย่าลืมกลับไปที่สำนักสุริยันมรกตล่ะ เจ้ายังมีโอกาสได้เข้าเหล่าคนใน”
หลิวหลานร้องบอกก่อนที่หลงเฉินจะจากไป เมื่อร่างของเขาหายไปจากเมืองใต้ดิน หลิวหลานจึงหันกลับมาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์
“หากเขาได้เข้าเหล่าคนใน เขาอาจจะช่วยข้าได้ แต่มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเอาเสียเลย...”
แน่นอนว่าหลงเฉินไม่รู้ถึงความคิดของหลิวหลาน เมื่อหลงเฉินพาหยางหลิงชิงกับไปพบท่านตาของเขาและหยางหยุนเทียน ดวงตาของพวกเขาก็รื้นไปด้วยน้ำตา
“เฉินเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์...”
เมื่อเห็นหยางหลิงชิงร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของหยางหยุนเทียน ผู้นำตระกูลหยางรู้สึกภาคภูมิใจ พร้อมทั้งแปลกใจระคนดีใจขณะที่มองหลงเฉิน เขาปาดน้ำตา
“เฉินเอ๋อร์ เจ้าคือผู้ที่ภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิต...”
หลงเฉินหัวเราะ
“ผิดแล้ว ท่านน่าจะภูมิใจในตัวหลานสาวสุดที่รักของท่านมากกว่า เพราะว่านางเพิ่งจะได้รับเชิญให้เข้าเหล่าคนในของตระกูลหลิงอู่”
***********************