เด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+

    บทที่ 76 – คำขอร้องที่จริงใจ

    *(๑•̌.•̑๑)ˀ̣ˀ̣ หืม!?...เป็นดั่งที่เราคาดการณ์ไว้สินะ...ค่าความมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นจริงจริงด้วย...*

     

    *แต่มันกับเพิ่มมาไม่ค่อยเยอะเท่าที่คาดหวังไว้เลย...ไม่เป็นไรถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีล่ะนะ*

     

           ฟู้วสสสสสส์...

     

    *ข้าอยากทดลองบางอย่างอยู่เหมือนกันนะ...เคียกเคียก (๑✧◡✧๑) พวกเจ้าทั้งหลายเอ้ยยยรอรับชมไว้ให้ดี...แต่พวกจ้าคงไม่รู้จักดีมานส์-ซัพพลายสินะฮ่าฮ่าฮ่า...*

     

    *ยิบปี้ (´「^????^)「เรากำลังจะรวยแล้ว...*

     

    “ข้าน้อยกันจิหนุ่มน้อยผู้หล่อเหลามีคุณธรรมล้ำฟ้า ในครั้งนี้จะให้ซาลาเปากับคนในแถวแรกฟรี...ตามจำนวนซาลาเปาที่ได้ตระเตรียมใส่ถุงไว้แล้วขอรับ”

     

           คนในแถวแรกเฮลั่นกันไปหมด ส่วนคนในแถวที่ 2 – 6มองคนในแถวแรกด้วยความอิจฉาริษยายิ่งแต่มิได้กล่าวอะไรมากนักเพียงแค่ใช้สายตามองเพียงเท่านั้น

     

    “หึหึ !!! (థฺˇ౪ˇథ)” กันจิที่เห็นปฏิกิริยาของคนในแถวแรกก็แสยะยิ้มออกมาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด ?!”

     

    “(๑•﹏•) บรึย...ความรู้สึกไม่ได้พวกนี้คืออะไรกันนะ”

     

    “…~( ´•︵•` )~ ข้าก็ไม่รู้ ?!”

     

    “ทำไมข้ารู้สึกหนาวจนขนลุก...

     

    “ไม่ใช่แค่เจ้าหรอกข้าก็รู้สึกเสียวสันหลังยิ่ง...

     

    “พวกเจ้าคิดมากหรือเปล่า? บริเวณนี้มันเป็นหุบเขา จนขุนลุกเสียวสันหลังมันก็มิแปลก...

     

    “อืมมม...คงงั้นมั้ง◝⁽′ㅂ`⁾و  มั่นใจมั้ง ⁰⁻²⁵ %”

     

           ผู้คนที่กำลังยืนเข้าแถวต่อแถวอยู่ในแถวที่1 คนที่ 16 รวบบอดยาวไปถึง แถวที่ 6 คนสุดท้าย มีความรู้สึกขนลุกขนชันเป็นพิเศษเหมือนมีลางร้ายบอกเหตุ ความรู้สึกอันตราย ความรู้สึกไม่ปลอดภัย ความรู้สึกเสี่ยงทั้ง 3 อย่างเป็นสิ่งที่ผู้คนกำลังสัมผัสได้แต่ที่ไม่มีคนโวกเวกโวยวายเพราะมันไม่ใช่ความรู้สึกที่เกี่ยวกับชีวิตของพวกเขามันเป็นความรู้สึกที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของมีค่าของพวกเขามากกว่ากระมั้ง....

     

    “คนที่ 1 – 15 ในแถวที่1 ค่อยค่อยทยอยเดินเข้ามานะขอรับ เข้ามารับซาลาเปาฟรีจากข้าน้อยได้เลยขอรับ”

           กันจิกล่าวเสียงแผ่วด้วยรอยยิ้มเขามิได้เป็นคนจิตใจดีขนาดที่จะเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้จริงจริงหรอกหรือ ?! ขนาดตัวของเขาเองยังจะเอาตัวไม่รอดเลยเสียด้วยซ้ำทุกวันนี้เขายังอดมื้อกินมื้ออยู่เลยไหนจะต้องเลี้ยงเจ้าตัวน้อยทั้งสองอาเหอเพื่อน(เมีย)รักของมันอีกยังมีเซี่ยงอี้(แม่)สาวรับใช้ของมันด้วย แต่ที่เขากำลังทำเยี่ยงนี้เพราะมันเป็นหนึ่งในกระบวนการหรือแผนการที่เขาวางไว้เอง

     

    “ขอบคุณขอรับพี่ขาย...

     

    “ขอบคุณขอรับพี่สุดเท่...

     

    “O///O ข...ขอบคุณเจ้าค่ะพี่ชายสุดหล่อ...

     

    “ขอบคุณมานะพ่อหนุ่ม...

     

    “ขอบใจเจ้ามากพ่อหนุ่ม...

     

    “….

     

           เด็กตัวน้อยที่อยู่ในแถวที่ 1 ทั้งหมดมีหน้าตามอมแมม เสื้อผ้าขาดวินอายุอยู่ระหว่างรุ่นราว 4-10 ขวบปีรวมไปถึงผู้เฒ่าผู้แก่คนชราและคนพิการที่มองด้วยตาก็สภาพเดาถึงสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาออกแล้วต่างรับซาลาเปาของเขาไปด้วยอารมณ์เปี่ยมดีใจ ขอบคุณ บางคนน้ำตาไหลหยดบางคนน้ำมูกไหลหยอย แม้พวกเขาทั้งหลายจะชื่นชมในตัวเขา มองตัวเขาด้วยความนับถือสายตาแสดงความขอบคุณเลื่อมใสในตัวของเขา แต่เขามิได้ดีใจเลยแม้เพียงนิด

            ถ้ามีคนที่ยืนอยู่ใกล้ตัวเขาจะสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยบนใบหน้าของเขาได้ชัดเต็มสองตาอย่างเช่น ถงทงน้อย แม่นางที่แต่งกายเยี่ยงบุรุษ และ เถ้าแก่แห่งโรงเตี๊ยมทรายขาวที่มองเห็นอาการของเขาชัดเจน ตัวอย่างเช่น บนใบหน้าของเขามีอาการเกร็งกระตุก เส้นเลือดปวดโปนที่ขมับเหงื่อผุดเต็มหลังและหน้าผาก มือกำหมัดแน่น มีอาการกัดฟันเบียดเสียดจนเกิดเสียง กรอดกรอดกึดกึด ให้ได้ยิน

     

    *พี่ชายน้อยของเรา...เอ่อ...ㄟ(≧◇≦)ㄏ...เรานิคิดสิ่งใดอยู่กันแน่นะ...แต่เขาเป็นอะไรไปกันนะ...*

            ถงน้อยคิดภายใจเงียบเงียบด้วยความเป็นห่วง

     

    *พ่อหนุ่มน้อยคนนี้ทำไมเหมือนมีอาการบาดเจ็บภายในรึ ?! ไม่น่าจะใช่...แต่มันเหมือนเว่าขากำลังพยายามเก็บ-ข่ม-กดความรู้สึกไม่พอใจแฝงเร้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดโมโห...เพียงแต่เขาโมโหอะไรกันล่ะ?!*

            แม่นางที่แต่งกายเยี่ยงบุรุษคิดภายใจเงียบเงียบด้วยความสงสัย

     

    *หนุ่มน้อยผู้นี้จากสภาพการณ์ต่างต่างของเขา...บวกกลับข่าวที่เรารู้อืม!! ทุกวันนี้เขายังคงอดมื้อกินมื้ออยู่เลยสินะที่มีอาการแบบนี้คือการฝืนเฉือนเนื้อบริจาคทานสินะ คงจะกำลังเสียใจที่มีความจำเป็นต้องแจกจ่ายอาหารฟรีโดยมิได้คิดเงิน...แต่(¬‿¬) มันจะมีเพียงเท่านี้จริงเหรอ ?!*

            เถ้าแก่แห่งโรงเตี๊ยมทรายขาวเหมือนจะรู้ความคิดของกันจิบ้างเล็กน้อยแต่มิได้กล่าวสอนอะไรเพิ่มเติมแก่ถงน้อยอีกทำได้เพียงนึกคิดอยู่ภายใจเงียบเงียบด้วยการแสยะยิ้ม

     

    *พวกเจ้าทั้งสามคนเหมือนจะมองข้าออกนะแต่มันคงมิใช่อย่างที่พวกเจ้าคิดหรอกที่ข้ารู้สึกเครียดก็เพราะว่า...

     

    ภายในห่วงความคิดของกันจิ

     

    [ ติ๊ด....ติ๊ด...“ระบบใส่ใจความรู้สึก ฝึกเป็นนักนึกคิด เพื่อพิชิตทั่วหล้า” ]

             

    [ ...ตรวจพบค่าความรู้สึกในทางที่ดีและไม่ดีกับตัวตนของโฮสต์ ]

             

    [ ...ระบบแปลงค่าความรู้สึกเป็นพลังลมปราณ...Auto Start… ]

     

            วิธีที่ 2 : เปลี่ยนค่าความรู้สึกเป็นพลังลมปราณ (10:1)โดยจะเก็บค่าความรู้สึกที่ผู้อื่นมีให้กับโฮสต์ 

             

            โดยมีเงื่อนไขดังนี้

               

            -  ค่าความรู้สึกในเชิงบวกที่คนอื่นมีกับโฮสต์จะทำการลดพลังลมปราณที่เก็บสะสมไว้ เช่น ค่าความชอบ ความรัก เขินอายหลง ปลื้ม นับถือ เคารพ สรรเสริญ เอาเป็นแบบอย่าง ชื่นชม เป็นต้น

              

            -  ค่าความรู้สึกในเชิงลบที่คนอื่นมีกับโฮสต์จะทำการเพิ่มพลังลมปราณที่เก็บสะสมไว้ เช่น ความแค้น ชิงชัง ริษยาอิจฉา เกลียด โมโนว่าได้กระทืบโฮสต์ หรือ มีความรู้สึกแย่ๆกับโฮสต์ เป็นต้น

     

    [ ติ๊ด...ระบบทำการแจ้งผลที่ประมวลให้กับโฮสต์ ]

     

                    ...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกปลื้มปิติโฮสต์-15 ....

     

            ...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกปลื้มปิติโฮสต์ -15 ....

     

                    ...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกชื่นชมความหล่อที่โฮสต์มี-5 -10 -10 -3 -5 ....

     

            ...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกขอบคุณโฮสต์อย่างใจจริง -5 -15-1....

             

            ...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกหลงใหลในหน้าตาจริงจังของโฮสต์-100 -55 -50 -20....

             

    *ไอ้ระบ...อุ๊บ...เชี้ยเอ้ย !! เกือบลืมว่าระบบมันจ้องอยู่...เกือบเกือบไปแล้ว...เฮ้อ!!!

    ...เพื่อแผนการท่องเอาไว้ เพื่อแผนการ...อันยิ่งใหญ่ของเรา*

     

           หลังจากผ่านไปประมาณ 10 นาทีการแจกจ่ายซาลาเปาให้กับคน 15 คนในแถวที่หนึ่งก็เสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เดินห่างออกไป กันจิกับกล่าวเรียกเพื่อรั้งตัวพวกเขาไว้ และมีคำเรียกร้องเล็กน้อยให้กับ ทั้ง 15 คนที่ได้ซาลาเปาไปว่า

     

    “ช้าก่อนขอรับ...น้องชาย น้องสาวท่านผู้เฒ่า ท่านผู้ที่บาดรับบาดเจ็บภายใน และ ผู้ที่พิการข้าน้อยผู้นี้มีข้อเรียกร้องสักเล็กน้อยหวังว่าพวกท่านจะรับปากและอยากให้พวกท่านกระทำขอรับ”

     

    “พวกท่านทั้งหลายรู้จักคนทั้ง 15คนนี้ใช่ไหมขอรับ ?”

     

    “รู้จัก สิ

     

    “รู้จักดีเลย...

     

    “ต้องรู้จักอยู่แล้ว...

     

    “แน่นอนสิใครจะไม่รู้จักบ้างล่ะ...

     

           หลายคนก็หลายคำตอบเป็นคำตอบที่บอกว่ารู้จักแทบทั้งสิ้นแต่มีคำกล่าวของคนหนึ่งคนที่บรรยายาได้ละเอียดยิ่งคนผู้นั้นคือชาวยุทธชายที่แต่งตัวเป็นบัณฑิตบรรยายภูมิลำเนาการอยู่อาศัยนิสัยใจคอของพวกเขาทั้ง 15 คนได้ทั้งหมดกำลังกล่าวถึงพวกเขาทั้ง 15 ว่า “เด็กน้อยทั้ง 5 มีพื้นเพเป็นคนของหมู่บ้านทรายขาวตั้งแต่เกิดมีอายุอยู่ระหว่าง 5-10 ขวบปี เป็นบุตร ธิดา ของพวกทหารผ่านศึกที่ยอมพลีชีพเสียสละชีวิตตนเองไปในสงคราม...

     

    *เอ๊ะ!!! ทำไมพอพูดถึงสงครามพวกเขามีอาการแปลกแปลกไปล่ะ มันคือสงครามอะไรกัน ?!*

     

            ...ผู้เฒ่าคนแก่ คนชราและผู้คนที่พิการเหล่านี้เป็นผู้มีพระคุณล้นฟ้าแห่งหมู่บ้านทรายขาวแห่งนี้ นิสัยนับเป็นที่หนึ่งจริงใจ มิหลอกลวง ชื่อสัตย์ สมเป็นชายชาติบุรุษ...เฮ้อ!!! การบ่มเพาะถูกกลบฝังปณิธานพังทลายเพียงแค่เพราะสงครามในครั้งนั้น...กลับเกิดสิ่งที่เลวร้ายที่สุดขึ้น นั่นก็คือทำให้เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาพวกนี้ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าไปเสียแล้ว...พูดแล้วอนิจจาน่าสังเวชยิ่งนัก”

     

    *อารมณ์ พลุกพล่านบางคนโกรธ บางคนเศร้า บางคนหดหู่ ตกลงมันคือสงครามอะไรกันวะ ?! ทำไมมันไม่มีเหตุการณ์พวกนี้อยู่ในความทรงจำของเราเลย!*

     

    “พี่ชายเจ้าค่ะ !!!”

     

    “พี่ชายขอรับ !!!”

     

    “พ่อหนุ่มมมมมมม...!!!”

     

    “หนุ่มน้อยยยยยย...!!!”

     

           กันจิที่กำลังคิดเป็นกังวลกลัวว่าตนเองได้ไปกระตุ้นความทรงจำที่ไม่ดี ไม่น่าจดจำให้กับพวกเขาเหล่านี้ถึงกับสะดุ้งคิ้วกระตุกขึ้นเมื่อมีคนหลายต่อหลายคนกล่าวเรียกเขาด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังจนเอ่ยกล่าวความในใจที่กำลังคิดอยู่ออกมาเสียทั้งหมดมิได้

     

    “เอ่อ...ข้าน้อยขออภัยน้องชาย น้องสาวและพวกท่านด้วยขอรับข้าน้อยมิได้ต้องการให้พวกท่านหวนคำนึงถึงความทรงจำที่ย่ำแย่เหล่านั้น”

     

    “ข้าน้อยเพียงแต่อยากให้ทุกคนในที่แห่งนี้ได้รับรู้ว่าข้าน้อยมิได้จงจ้างพวกท่านมาเป็นหน้าม้าเพื่อการโปรโมตร้านซาลาเปาของข้าขอรับ...”

     

    “ข้าน้อยมีความต้องการเล็กน้อยเพียงแค่อยากให้พวกท่านกัดไปที่ซาลาเปาเพียง 1 คำ เท่านั้นขอรับ...”

     

    “หะ !!! …เพียงเท่านี้จริงจริงหรือขอรับ?”

     

    “หะ !!! …เพียงเท่านี้จริงจริงหรือเจ้าค่ะ?”

     

    “…………ได้สิ !!!”

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

           *…..

     

           เด็กน้อยทั้ง 5 คน กำลังทำตาโตสงสัย ส่วนพวกผู้เฒ่ามิได้สงสัยสิ่งใดมากนักพวกเขารู้ว่าหนุ่มน้อยผู้นี้มิได้มีเจตนาร้ายเพียงแค่อยากพิสูจน์ตนโดยใช้พวกเขาเป็นหนูทดลอง พวกเขาก็มิได้กังวลเลยแม้แต่น้อยในเมื่อบุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ

            พวกเขามิรอช้าเอื้อมมือไปเปิดถุงซาลาเปาด้วยความรวดเร็วมิบิดพริ้วเบี่ยงเอนและทำการเปิดออกพร้อมพร้อมกันทันที ทันทีที่ถุงหอซาลาเปาถูกเปิดออก เสียงการสูดดมลมหายใจทั่วบริเวณก็ดังด้วยความพร้อมเพรียง

     

    “ซู้ดดดดดดดดดดดดด !!!...”

            ไม่ถึงอึดใจภายในหัวของทุกคนกับปรากฏเสียงนึงดังขึ้น

             

            *ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!! * เสียงภายในสมองของทุกคนที่ได้สูดดมกลิ่นหอมเข้าไป

            *ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!! \⟅♥□♥⟆/ Love เลย*

             

    “นี่...นี่...นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน...”

            คนทั้ง 15ที่ได้กินซาลาเปาไปหนึ่งคำ โดยเฉพาะผู้เฒ่าทั้งหลายและคนพิการหลุดอุทานออกมาเป็นเวลาเดียวกันมิได้เมื่อพวกเขาตรวจพบว่าจุดตันเถียนของพวกเขากำลังเกิดปฏิกิริยาตอบสนองกับพลังลมปราณขึ้นเล็กน้อย

            มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่บางเบายิ่งนักมันเกิดขึ้นบริเวณรอบท้องน้อยหรือแถวจุดตันเถียนสภาพการณ์จุดตันเถียนของพวกเขา พวกเขารู้ดียิ่งกว่าผู้ใด ไม่สามารถเรียกว่าถูกทำลายจุดตันเถียนแต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเพราะจุดตันเถียนบนร่างกายพวกเขามันเหมือนกับโดนผนึกไว้หรือ บางคนก็เคยได้รับความเสียหายที่จุดตันเถียนมาก่อน บางคนถูกผนึกหรือบาดเจ็บจุดต่อลมปราณบริเวณขาบ้างก็เป็นแขน ความเสียหายที่เกิดจากสงครามในครั้งนั้นทำให้พวกเขามีสภาพเป็นเช่นนี้พวกผู้เฒ่าก็รับรู้ได้เช่นเดียวกันและรับรู้มาตลอดว่าคนจนอย่างพวกเขามิมีทางหาเงินหาทองเพื่อมารักษาผลพ่วงที่เกิดจะสงครามในครั้งนั้นได้จึงต้องอยู่ในสภาพนี้มาตลอด

            แต่ครั้งนี้มันมิใช่มันไม่เหมือนเดิม จุดตันเถียนของพวกเขาเหมือนกับเกิดการฟื้นฟูเอง หรือกล่าวให้ถูกหลังจากกัดซาลาเปาเพียงครั้งเดียวพวกเขาสัมผัสได้ถึงแสงแห่งความหวังที่หนุ่มน้อยขายซาลาเปากำลังมอบให้ในดวงตาปรากฏแววตาที่ดีใจซาบซึ้ง ระคนยินดี พวกเขารีบกินซาลาเปาส่วนที่เหลือทั้งหมดทันที

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

            *งับ....ครืด...ครืด...ครืด…

     

    ผลปรากฏว่า...

     

    “(⊙ヮ⊙) ! ม...ม...มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่...มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง…”

     

    “( ̄■ ̄;) อ้าคคคคคค!!...เจ้าทำอะไรกับพวกเรากันแน่...อ..อ..ไอ้หนุ่ม ?!!!”

           พวกผู้เฒ่าผู้แก่และคนพิการรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างเป็นบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาไม่สามารถอธิบายได้

     

    “(╥ᆺ╥;)  ฮือ ฮือ!...พี่ชายทำอะไรกับพวกเราหรือขอรับ/เจ้าค่ะ?!!!”

           เด็กน้อยทั้ง 5 คนมีความรู้สึกแปลกทั่วร่างกายเล็กน้อยแต่มิได้สนใจมากถึงจะรับรู้ว่ามันมีความผิดปกติบางอย่างแต่เพราะไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดกันจึงมิได้สนใจจนกระทั้งเมื่อพวกเขาเห็นสีหน้าของพวกผู้ใหญ่ พวกเขาบางคน บ้างก็เริ่มมีอาการวิตกกังวลบ้างก็เริ่มส่งเสียงร้องไห้ออกมา ให้เห็น เพราะพวกเขาได้ยินเสียงพึมพำที่กล่าวด้วยเสียงสั่นตื่นตะหนกดังออกมาจากปากของพวกคุณตาคุณยาย หรือ คุณลุงพิการ ใบหน้าก็มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมดแววตาแฝงด้วยความตกใจสุดขีด

            แม้ว่าพวกเขาจะจะสามารถสัมผัสหรือรับรู้การปรับเปลี่ยนภายในร่างกายของตนเองได้เหมือนกับพวกผู้ใหญ่ทั้ง10 ก็ตามแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

     

            ฟรึม ฟรึม ฟรึม

             

            ฟรึม ฟรึม ฟรึม

             

            ฟรึม ฟรึม ฟรึม

             

            ….

             

    #กันจิมันทำอะไรกันแน่ ?

    #มันทดลองอะไรกับคนทั้ง15

    #โปรดติดตามตอนต่อไป

    คล้ายกับเรื่องเด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+ ที่คุณอ่าน