ตอนที่ 20 มนต์จำแลงของาาสมิงดำ 3
แกลบแกลบ แกลบ
“เกินอะไรขึ้นขอรับท่านพ่อ!?” และในเวลาเดียวกันนั้นหลังจากที่พันผาตื่นขึ้นมาคุยกับผู้ใหญ่บ้านและไอ้ยอดได้ไม่นาน กล้วยก็ได้ตื่นและเดินตามมาก่อนจะถามพันผาด้วยความสงสัยเพราเห็นทั้งสามดูเคร่งเครียดในขณะที่พูดกัน.........
“ไม่มีอะไรหรอกลูกก็แค่มีพระธุดงค์รูปหนึ่งหลงทางมาขอความช่วยเหลือก็เท่านั้น กลับไปนอนต่อเถอะลูก!”พันผาตอบกลับกล้วยไปด้วยสีหน้าที่เป็ปกติว่าไม่ได้มีเหตุร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นเพราะเขา้าให้กล้วยสบายใจและกลับไปเข้านอนตามปกติ..........
พระธุดงค์?!
“โยม!”
“โยมน้ำของอาตมาได้หรือยัง ถ้ายังไม่ได้ก็มิเป็ไร อาตมาไปเอาข้างหน้าก็ได้!” ซึ่งในขณะนั้นเองเสียงของพระธุดงค์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้งและดูเหมือนว่าน้ำเสียงของพระรูปนี้จะดูสั่นๆราวกับว่ากำลังร้อนรนหรือรู้สึกไม่สบายใจบางอย่าง..........
หืม!
เฮ้ย!
“นั่นไม่ใช่พระขอรับท่านพ่อ!!”
ซึ่งในตอนที่กล้วยหันไปเห็นพระธุดงค์ที่มาขอความช่วยเหลือกล้วยก็ได้เห็นคลื่นพลังจิติญญาสีแดงที่แผ่ออกมารอบๆตัวของพระธุดงค์ รวมถึงได้กลิ่นสาบเสือที่รุนแรงมาจากตัวของพระธุดงค์อีกด้วยดังนั้นกล้วยจึงได้พูดบอกบิดาของตน ผู้ใหญ่สุขและไอ้ยอดให้ได้รู้ว่าพระธุดงค์รูปนี้ไม่ใช่พระจริงๆ...........
หา!
“ไม่ใช่พระแล้วจะให้เป็แม่ชีกันหรือไงละเ้ากล้วย!?ห่มผ้าสีเหลืองขนาดนั้น ดูยังไงก็เป็พระแน่นอนอยู่แล้ว” ไอ้ยอดหันหน้ากลับไปพูดจาหยอกล้อกล้วยหลังจากที่เขาได้ยินกล้วยบอกว่าพระที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่พระ..........
“ไม่ใช่พี่ยอดข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ข้าหมายถึง พระรูปนั่นคือาาสมิงดำที่ปลอมตัวมาเป็พระขอรับ!”กล้วยรีบอธิบายความหมายของคำพูดที่ตนเองได้พูดออกไปก่อนหน้านี้ว่าพระรูปนี้คือาาสมิงดำที่ปลอมตัวมา..........
“จักเป็าาสมิงดำไปได้เยี่ยงใดเล่ากล้วยถ้าเป็าาเสือจริงๆ มันจักกล้าดีถึงกับขนานเข้ามาใกล้พวกเราโดยที่มีฝูงของท่านพญาคชสารพงไพรเชียวรึ!”ไอ้ยอดยื่นมือไปจับที่ไหล่ของกล้วย พร้อมกับตอบกลับกล้วยไปอย่างไม่อยากเชื่อ ว่าพระธุดงค์ที่มาขอความช่วยเหลือจะเป็าาสมิงดำไปได้อย่างไร.........
“จริงๆนะพี่ยอดท่านพ่อ ผู้ใหญ่ พระนั่นคือาาสมิงดำจริงๆ! ข้าััได้” กล้วยพยายามที่จะพูดบอกทุกคนให้เชื่อตัวเขาว่าพระธุดงค์ที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือาาสมิงดำอย่างแน่นอน เพราะเขาััเพราะเขาััได้ถึงคลื่นพลังที่ชั่วร้ายและกลิ่นสาบเสือจากพระรูปนี้........
“พี่ว่าเรากลับไปนอนเสียดีกว่าเป็เพราะว่าเรานอนดึกตาถึงได้ลายมองอะไรไม่ชัดเช่นนี้ ถ้าหากท่านเป็าาสมิงดำปลอมตัวมาจริงๆมีหรือที่พี่ซึ่งเป็นักรบระดับหัวหมู่ชั้นสูงจังไม่รู้ถึงความแตกต่างขนาดนั้นเชียวรึ!”ไอ้ยอดยังคงเชื่อมั่นว่าพระธุดงค์รูปนี้ไม่ใช่าาสมิงดำและหากว่าใช่ตนที่เป็ถึงนักรบระดับหัวหมู่ชั้นสูงจะไม่รู้ได้อย่างไร..........
“ช้าก่อนไอ้ยอด!มึงควรเชื่อคำที่เ้าหนูกล้วยมันบอกนะ!เพราะข้าเองก็รู้สึกว่าพระธุดงค์รูปนี้ดูแปลกๆชอบกลเหมือนกัน”ผู้ใหญ่บ้านบอกให้ไอ้ยอดใจเย็นๆและคิดให้ดีเกี่ยวกับคำที่กล้วยบอก เพราะตัวของผู้ใหญ่บ้านเองก็เชื่อคำพูดของกล้วยอยู่พอสมควรเนื่องจากเขาคิดทบทวนถึงคำเตือนของพญาคชสารพงไพร.........
ฮึ่ม!
“แต่ว่า………..”
“โยม!น้ำได้หรือยัง อาตมากระหายเหลือเกิน!” แต่ก่อนที่ไอ้ยอดจะได้พูดเถียงอะไรออกมา เสียงของพระธุดงค์ที่ยืนอยู่ในมุมมืดสลัวๆที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักก็ได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง........
“พระท่านขอน้ำกินพวกเราอีกแล้ว!แล้วจักเอาเยี่ยงใดดี?”
…………………?
ห้านาทีผ่านไป.........
“ตกลงตามนั้นนะทุกคน!”
ขอรับ!
หลังจากที่ผู้ใหญ่สุขพันผา นายยอดและกล้วยได้ยืนปรึกษากันอยู่สักพักพวกเขาทั้งสี่คนก็ได้ตัดสินใจที่จะไม่เอาน้ำออกไปถวายพระธุดงค์ เพราะมันมีสิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจซ้อนอยู่ในตัวของพระธุดงค์รูปนี้หลายสิ่งหลายอย่างไม่ว่าจะเป็่เวลาที่พบเจอ บทความสนทนา หรือแม้แต่ไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้ๆพวกตนให้เห็นอย่างชัดเจน..........
“พวกโยมช่างแล้งน้ำใจยิ่งนักหากมิให้ก็บอกกันตรงๆ อาตมาจักได้ไปหาเอาข้างหน้า มิใช่ให้อาตมายืนรออยู่เช่นนี้!”พระธุดงค์ได้พูดขึ้นอย่างดัง ด้วยน้ำเสียงที่ดูโกรธและเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่เขาจะหันหลังกลับและเดินหายเข้าไปในป่าทึบราวกับภูตผีที่ไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกนี้..........
“เฮ้ย!พระท่านหายตัวไปแล้ว! หรือว่า…….” ไอ้ยอดอุทานดังขึ้นด้วยสีหน้าใพร้อมกันกับขนแขนของมันที่ลุกตั้งชันขึ้น หลังจากที่มันเห็นพระธุดงค์เดินหายวับเขาไปในป่าอันมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย...........
เฮ้อ!
“อย่างที่เ้าหนูกล้วยพูดไม่มีผิดพระนั่นมิใช่คนจริงๆด้วย! มันจักต้องาาสมิงดำปลอมตัวมาเป็พระธุดงค์อย่างแน่นอน”ผู้ใหญ่สุขถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งใจ ที่ตนตัดสินใจเชื่อในคำพูดของกล้วยที่ว่าพระรูปนี้ไม่ใช่พระจริงๆ..........
“ดีแล้วละขอรับที่มิเกิดเื่อันใดขึ้นแต่หลังจากนี้พวกเราคงต้องกำชับคนอื่นๆเอาไว้ให้มั่นว่าให้ระวังคนแปลกหน้าที่จะมาขอความช่วยเหลืออีก”พันผาให้พูดเสริมขึ้นและบอกต่อผู้ใหญ่บ้านกับไอ้ยอดให้ระวังเกี่ยวกับเื่นี้เอาไว้รวมถึงให้บอกต่อคนอื่นๆที่จะมาเข้าเวรต่อจากนี้ด้วย ว่าให้ระวังคนแปลกหน้าให้ดี..........
“ข้าเข้าใจแล้วพี่ผาข้าจักไม่เชื่อคนแปลกหน้าอีกแล้ว ถ้าหากมีใครมาอีก ข้าจักรีบเคาะกะลอแจ้งเตือนให้ทุกคนรู้ทันที!” ส่วนไอ้ยอดก็ได้พยักหน้าตอบรับอย่างแข็งขันและจะไม่ปล่อยให้เกิดเื่ผิดพลาดอย่างนี้ขึ้นอีก............
ดีดี ดี!
“ถ้าเช่นนั้นก็แยกกันไปนอนเถอะ!”
ขอรับ!
หาววววว!
ตุบตุบ ตุบ
สามชั่วโมงผ่านไปเวรคนที่แปด เวลาตีสี่ตรง.........
ป๊อกป๊อก ป๊อก
“พี่บุญพี่บุญตาพี่แล้ว!”
เออ! เออ!
“กูรู้แล้ว!”
หาวววว!
ตุบตุบ ตุบ
“ขอบใจเอ็งวะไอ้กล่ำที่ปลุกข้า!แต่ทีหลังไม่ต้องนะ เพราะอีกนิดเดียวข้าก็จะได้อีนางเป็เมียแล้วเอ็งนี้ทำให้ข้าอดได้เมียเลย” หลังจากที่ไอ้บุญถูกปลุกโดยไอ้กล่ำเขาก็ตื่นขึ้นและเดินมาเปลี่ยนเวรกับไอ้กล่ำทันทีซึ่งก่อนที่ไอ้กล่ำจะจากไปเขาได้พูดหยอกล้อไอ้กล่ำด้วยใบหน้าที่ดูซื่อๆของเขา ซึ่งมันออกจะไปทางบื่อๆเสียด้วยซ้ำ..........
“โถ่พี่บุญ! มันก็แค่ฝันเองว่าแต่ตอนที่อยู่หมู่บ้าน พี่ไม่เห็นมีท่าทีอะไรกับอีนางเลยยังไงก็ฝากพี่ดูเวรยามต่อด้วยนะ แล้วก็พ่อผู้ใหญ่ฝากมาว่าให้ระวังคนแปลกหน้าเอาไว้ให้ดีถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพกลก็เคาะกะลอได้เลยนะพี่ ข้าขอตัวไปนอนก่อนนะ ง่วงมากเลย!” ไอ้กล่ำได้พูดบอกไอ้บุญเกี่ยวกับเื่ที่ผู้ใหญ่บ้านเตือนเอาไว้ก่อนที่เขาจะไปนอน.........
“ข้าเข้าใจแล้ว! ข้าจักระวังเอาไว้ให้ดีเอ็งไปนอนเถอะ”
“ได้พี่!”
หาวววว!
ยี่สิบนาทีผ่านไปหลังจากที่ไอ้บุญเข้าเวรยามได้ประมาณยี่สิบนาทีจู่ๆมันก็รู้สึกมึนหัวและง่วงนอนจนอยากจะเอาหัวแนบลงกับพื้นแต่ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นเอง..........
ตุบตุบ ตุบ
ไอ้บุญ!! ไอ้บุญ!! ไอ้บุญโว้ย!!” จู่ๆก็มีชายชราวิ่งมายืนอยู่ที่มุมสลัวๆซึ่งเป็มุมเดียวกับที่พระธุดงค์เคยมาก่อนหน้านี้ก่อนที่ชายชราคนนี้จะเรียกชื่อไอ้บุญขึ้นมาด้วยท่าทางร้อนใจ...........
หือ?
“เอ้าท่านพ่อ!ท่านมาที่นี่ได้เยี่ยงใดกัน? แล้วทำไมถึงไปยืนอยู่ที่มืดๆตรงนั้น?” เมื่อไอ้บุญได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาอาการมึนงงและง่วงนอนก็หายไป เขาจึงได้หันไปมองตามเสียงเรียกที่ดังขึ้น เขาก็เห็นชายชราผู้หนึ่งซึ่งชายชราผู้นี้ก็คือบิดาของเขาเอง เขาจึงได้ะโถามกลับไปอย่างสงสัยว่าทำไมถึงได้มาที่นี่แล้วทำไมถึงไม่เข้ามาใกล้ๆ...........
ฮือฮือ ฮือ!
“แม่เอ็ง!แม่ของเอ็งป่วยหนักมากไอ้บุญ!!” จู่ๆชายชราก็ได้ร้องไห้ออกมาพร้อมกับะโบอกไอ้บุญกลับไปว่าแม่ของมันได้สิ้นใจเสียแล้วซึ่งเสียงะโนี้ดูเหมือนจะดังมากแต่กลับไม่มีใครอื่นนอกจากไอ้บุญที่ได้ยินคนเดียว และก่อนที่ไอ้บุญจะได้ตอบกลับชายชราก็พูดต่อไปอีกว่า “เอ็งควรกลับบ้านท่าเสด็จกับข้าในตอนนี้เลย เพราะแม่เอ็งอาการหนักและอยากที่จะเห็นหน้าเอ็งเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นเอ็งจงรีบกลับไปกับข้าอย่าได้ช้าที!” ซึ่งชายชราได้เร่งรีบให้ไอ้บุญกลับไปกับตนเองในทันทีโดยที่ไม่สนใจจะบอกคนอื่นๆในกลุ่มเลย.............
“ท่านแม่ป่วยกะนั้นรึขอรับ!?ได้ขอรับ!ท่านพ่อรอข้าสักประเดี๋ยวนะ ข้าขอไปเก็บของก่อนนะท่านพ่อ!” ไอ้บุญถึงกับหน้าเสียทันทีเมื่อมันได้ยินเช่นนั้นตัวมันไม่ได้คิดหรือวิเคราะห์สถานการณ์ใดๆเลยเกี่ยวกับการมาของชายชราหรือสิ่งที่ชายชราบอกเลยสักนิด ที่มันคิดมีเพียงเื่แม่ของมันเท่านั้น มันจึงได้ะโตอบรับชายชราผู้เป็พ่อของตนให้รอสักครู่ก่อนที่เขาจะเดินไปเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง...........
ตุบตุบ ตุบ
กุกกักกุกกัก
สามนาทีผ่านไป.........
“เท่านี้ก็คงครบแล้วกระมัง?”
หมับ!
“เอ็งเก็บข้าวของจักรีบไปไหนวะไอ้บุญ!”ผู้ใหญ่สุขรีบเดินเข้ามาจับแขนไอ้บุญ เมื่อเห็นไอ้บุญกำลังเก็บข้าวของที่ดูเร่งรีบราวกับกำลังจะออกเดินทางไปไหนสักแห่ง.............
อ๊ะ! พ่อผู้ใหญ่!
ซื่ดซื่ด! ฮืออออออ!
“พ่อผู้ใหญ่มะ....มะ....แม่ของข้าป่วยหนักใกล้สิ้นแล้วขอรับผู้ใหญ่ ข้าจักต้องรีบกลับไปดูอาการของแม่ข้าในตอนนี้!ซื่ด ซื่ด! ฮืออออออ!” ไอ้บุญได้ตอบกลับผู้ใหญ่สุขทั้งน้ำตาว่าเหตุใดเขาถึงต้องรีบเก็บข้าวของเช่นนี้..........
“ยายลาป่วยกะนั้นรึ?!แล้วมึงรู้ได้เยี่ยงใด ว่าแม่ของป่วยหนัก!?” ผู้ใหญ่สุขรู้สึกใเมื่อได้ยินเช่นนั้นเพราะก่อนที่จะออกจากหมู่บ้าน เขายังเห็นว่ายายลาปกติดีอยู่เลย เขาจึงถามไอ้บุญด้วยสีหน้าที่สงสัยว่าไอ้บุญรู้เื่นี้มาจากไหน...........
“ก็ท่านพ่อมาบอกข้าตะกี่นี้!”ไอ้บุญได้ตอบกลับผู้ใหญ่บ้านทันทีว่าใครเป็ผู้มาบอกตน.........
พ่อของเอ็ง!?
“พ่อใหญ่ลีเนี่ยนะมาบอกมึงแล้วเขาอยู่ไหนวะ!?” ในตอนแรกผู้ใหญ่บ้านว่าดูใแล้วเกี่ยวกับเื่ของยายลาที่ป่ายแต่เมื่อมาได้ยินว่าตาลีมาที่นี่ด้วยตนเองอีก เขายิ่งรู้สึกใเข้าไปใหญ่ก่อนที่จะถามไอ้บุญว่าตาลีอยู่ที่ไหน..........
“ยืนอยู่ตรงนั้นไงผู้ใหญ่!” เมื่อได้ยินที่ผู้ใหญ่บ้านถาม ไอ้บุญก็รีบชี้นิ้วไปยังตำแหน่งที่พ่อของเขายืนอยู่ในทันที.........
หือ?
ตุบตุบ ตุบ
“เกิดเหตุอันใดขึ้นขอรับผู้ใหญ่ไอ้บุญ!?” ในขณะนั้น เสียงกล่าวถามของพันผาก็ได้ดังขึ้น ซึ่งเขาที่กำลังนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นแล้วเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านลุกขึ้นจากที่นอนของตนไปคุยกับไอ้บุญด้วยท่าทางแปลกๆ เขาจึงได้ลุกและเดินเข้าไปดูว่ามีเหตุอะไรขึ้นหรือไม่และในครั้งนี้กล้วยที่หลับอยู่ก็ได้ตื่นและลุกขึ้นเดินตามพันผาไปด้วยอีกคน..........
“ก็ไอ้บุญมันบอกว่าแม่มันกำลังป่วยหนักและคนที่มาบอกมันก็คือตาลี นี่ข้าก็กำลังจะให้มันพาข้าไปหาตาลีอยู่พอดีเลย!”เป็ผู้ใหญ่บ้านที่ตอบกลับพันผาไปว่ามีเื่อะไรเกิดขึ้น……
“ห๊ะ! ยายลาป่วย?แล้วก็ตาลีเป็คนมาบอกเนี่ยนะ?! ว่าแต่ตาลีมาได้เยี่ยงใดกัน!ที่นี่อยู่ในป่าลึกแถมยังมืดอีกด้วยแล้วตาลีจะรู้ได้อย่างไรกันว่าพวกเราอยู่ที่ไหนและตรงไหนของป่า?”พันผารู้สึกใมากเมื่อได้ยินแบบนั้น เขารู้สึกไม่อยากเชื่อกับเื่นี้เลย เพราะมันเป็ไปได้ยากที่ตาลีจะหาพวกเขาเจอในป่าที่มืดและรู้ตำแหน่งที่แน่ชัดแบบนี้………..