อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 31 ลอบสังหาร

    เช้าตรู่ หน้าทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐไอโนว่า

    ชายหนุ่มผมทองสั้นเกรียนหุ่นล่ำบึกกำลังยืนเถียงอยู่กับหุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ 

    แต่ดูเหมือนเขากำลังตกเป็นรอง เพราะด้านข้างเจ้าหุ่นนั่นมีผึ้งน้อยฝีปากกล้าอยู่ด้วย และมันก็ช่วยเถียงแทนตลอด

    [ไอ้ลิงกัง ไม่ว่าจะด้านความสามารถและรูปลักษณ์ยังไงเอ็งก็สู้พี่น้องข้าไม่ได้] 

    [ควรจะหัดเจียมเนื้อเจียมตัวเสียบ้าง สมองของเอ็งมันประมวลผลอะไรซับซ้อนไม่ได้หรอก] 

    [จะเอาหรอ เอาสิ ต่อยมาเลยสิวะ ขอเน้นๆ กั่กกั่กกั่ก] 

    ฯลฯ 

    เจ้าผึ้งปากจัดรัวประโยคราวกับคนเก็บกดมาเป็นล้านชาติ เขาเพิ่งด่ามันได้แค่ครึ่งประโยคส่วนเจ้านั่นปาไปแล้วยี่สิบ ชั้นเชิงก็ต่างกันมากราวฟ้ากับเหว…ถือว่าโชคดีแล้วที่ยังไม่โดนด่าแม่

    “ให้ตายเถอะ!! วันนี้จะได้ไปไหมโว้ย แกก็ให้มันลองขับดูก็ได้จะได้จบๆไปซะ” โดมินิคตวาดด้วยความหงุดหงิด

    เขายืนดูทั้ง 3 เถียงกันอยู่นานสองนานว่าใครจะเป็นคนขับรถพาตนไปส่งอาคารรัฐสภา 

    "กว่าจะได้ไป เฮ้อ" เมื่อเห็นแจ็คยอมให้เจ้าหุ่นขับรถสักที ชายชราก็ถอนใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย

    แต่เขาไม่รู้ว่านั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นของสงครามน้ำลายเท่านั้น พอรถวิ่งมาได้แค่ 2 นาที เจ้าผึ้งชั่วก็เปิดประเด็นร้อนขึ้นใหม่ 

    [ไอ้ลิงทีหลังก็หัดทำตัวสงบเสงี่ยมเหมือนอีป้านั่นหน่อยสิ] 

    เจ้าผึ้งนรกเสียดสีพร้อมกระดกตูดชี้เหล็กในไปทางโรซี่ตรงเบาะหลัง

    “ถ้าไม่หุบปาก ฉันจะดึงเหล็กในโง่ๆ นั่นออกแล้วยัดใส่ตูดแกเข้าไปใหม่” 

    โรซี่สุดทนและตวาดออกมา เธออุตส่าห์เงียบมาตลอดทางแล้วนะยังไม่พ้นโดนหาเรื่องอีก

    "…."

    เจ้าผึ้งถึงกับอึ้งไปเลย ในที่สุดมันก็เจอคู่ปรับแล้ว หลังจากนั้นสงครามน้ำลายก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

    ประธานาธิบดีเฒ่าเริ่มประสาทเสียทีละนิดๆ เขาแค่ต้องการความเงียบเพื่อทำสมาธิเตรียมปราศรัยในที่ประชุมแค่นั้น แต่พวกบัดซบนี่ด่ากันมาตลอดทาง

    แต่แล้วขณะที่ชายชรายิ้มเหี้ยมเตรียมเข้าร่วมสงครามด้วยอีกคน รถลีมูซีนก็เบรกกระทันหันเข้าเสียก่อน 

    [ตรวจพบวัตถุระเบิดแรงสูงใต้ฝาท่อระบายน้ำ 100 เมตร ข้างหน้า หน่วยผึ้งชำนาญการพิเศษกำลังเริ่มปฏิบัติการเก็บกู้] นับเป็นครั้งแรกที่คนทั้งหมดเห็นเจ้าผึ้งพูดเป็นการเป็นงาน

    ห้านาทีต่อมารถก็เคลื่อนตัวอีกครั้ง ส่วนผู้ก่อการร้ายก็ถูกฝูงผึ้งรุมต่อยจนสลบและประสานตำรวจไอโนวานำตัวไปเรียบร้อย 

    ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีระหว่างทางไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ จนในที่สุดโดมินิคก็มาถึงอาคารรัฐสภาอย่างปลอดภัย

    [หยุด! อย่าขยับ] 

    ทันใดนั้น ผึ้งน้อยก็เอ่ยเตือนเสียงดังลั่นห้ามแจ็คที่เปิดประตูรถได้เพียงครึ่งหนึ่ง (แจ็คกับโรซี่นั่งขนาบโดมินิคอยู่ที่เบาะหลัง) จากนั้นมันก็บินทะลุหน้าต่างกันกระสุนออกมาด้านนอก 

    แม้หน้าต่างจะเป็นเกรดพรีเมียมมีความคงทนสูงมาก แต่ด้วยเหล็กในที่ปล่อยพลังงานความร้อนแถมยังควงสว่านบวกกับการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ทำให้สามารถเจาะทะลุวัตถุแข็งๆได้สบายๆ

    นอกจากนั้นร่างกายทุกส่วนของมันยังติดเกราะชนิดเดียวกับเอสเอชไว้ด้วย ดังนั้น แค่พุ่งชนกระจกย่อมไม่มีทางเสียหายแน่นอน

    ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว

    กระสุนปืนลอบยิงสามนัดแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง เป้าหมายก็คือประตูหลังที่เพิ่งเปิดอ้าออกได้ครึ่งเดียว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าถ้ามันเข้าเป้า ต่อให้แจ็คเอาตัวเองบังโดมินิคไว้ก็ทะลุไปโดนอยู่ดี ถึงไม่ตายก็สาหัส

    แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง 

    พริบตานั้น เจ้าผึ้งตัวจ้อยกลับเอาตัวเองบล็อกกระสุนทุกนัดได้อย่างแม่นยำ...จัดการง่ายๆไม่ต้องฟิลด์ต้านแรงโน้มถ่วงให้เปลืองพลังงานด้วยซ้ำ

    [จับคนร้ายได้แล้ว เขาคือสายลับที่ปลอมตัวเป็นหน่วยสวาท จากการประเมินสถานการณ์ มีความเป็นไปได้ 95.34% ที่พวกมันจะแฝงตัวอยู่ในอาคารรัฐสภาด้วย กระผมเสนอให้ยกเลิกการประชุมครับ] 

    “ไม่ได้ การประชุมวันนี้สำคัญมาก กฎหมายตัวใหม่นี้จะต้องผ่าน” โดมินิคพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด 

    ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็ต้องถูกลอบสังหารต่อไปอยู่ดี สู้ให้กฎหมายนี้ผ่านไปซะดีกว่า หลังจากนั้นต่อให้ตายไปก็ถือว่าชนะพวกชั่วนั่นแล้ว

    [รับทราบ...วิเคราะห์ยุทธวิธีตอบโต้เสร็จสิ้น กระผมขอเสนอตัวเองให้นายท่านครับ] 

    “..."

    "หมายความว่าไง? เจ้านายฉันชอบผู้หญิงโว้ย แถมแกยังเป็นแค่เศษเหล็กด้วย" แจ็คพูดและมองเจ้าเอชเอสด้วยความสยดสยอง

    [หยุดคิดสกปรกเลยไอ้หน้าลิง หน้าที่ป้องกันอันตรายที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนบ้าง กระผมเหมาะที่สุดแล้ว] เอชเอสพูดอย่างรู้ทันว่าชายหนุ่มหัวเกรียนคิดอะไร

    "เอาเถอะ จะทำอะไรก็ทำ" หลังจากเพิ่งรอดตายแบบหวุดหวิด โดมินิคก็มั่นใจแล้วว่าเจ้าหุ่นพวกนี้มันสุดยอดมากกว่าทีมรักษาความปลอดภัยของเขาแบบเทียบกันไม่ได้

    [นายท่านกรุณาลงจากรถและยืนนิ่งๆ สักครู่ครับ] 

    โดมินิคพยักหน้ารับคำและทำตามที่เจ้าหุ่นบอก

    แกร๊กๆๆ

    พริบตานั้นเจ้าเอสเอชก็กระจายตัวเองออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ต่อมาพวกชิ้นส่วนพวกนั้นก็บินเข้าไปประกบเข้ากับร่างกายของเขา

    โดมินิคตอนนี้ดูราวกับสวมชุดเกราะแบบในหนังไซไฟอยู่ยังไงยังงั้น พอได้สำรวจดูตามร่างกายตนแววตาของชายชราเริ่มเป็นประกายขึ้นมาทีละนิด

    การได้สวมเกราะเท่ๆ และทำตัวเป็นฮีโร่ บางทีอาจจะเป็นความใฝ่ฝันของผู้ชายแทบทุกคนก็ว่าได้

    “เท่ชะมัด!” โดมินิคหัวเราะลั่น “บินได้ด้วยไหม?”

    [ได้ครับ]

    “ถ้าอย่างนั้นก็ไปประชุมทั้งอย่างนี้เลยก็แล้วกัน ใครขวางพ่อจะบี้มันให้เหมือนมดปลวก ฮ่าฮ่าฮ่า เฮี๊ยก”

    โดมินิคหลุดหัวเราะราวกับตัวโกงในละครตลาดล่างก่อนจะบินเข้าอาคารไป….บางทีเขาอาจไม่เหมาะเป็นฮีโร่ก็ได้

    ระหว่างทางโดมินิคพบเจอกับการลอบสังหารหลายครั้ง ครั้งหนึ่งขณะเดินไปห้องน้ำได้มีเด็กตัวเล็กเดินสวนมา

    ทีแรกก็คิดว่าเป็นลูกชายแม่บ้าน แต่พริบตาเจ้านั่นกลับควักปืนปากกาเก็บเสียงขึ้นมายิงเขานี่สิ 

    แน่นอนว่าไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ส่วนเด็กบัดซบถูกทำให้สลบในเวลาเพียงพริบตา พอตรวจดูจึงรู้ว่าเป็นคนแคระสวมหน้ากากเด็กต่างหาก

    [ท่านครับ ขออภัยที่ใช้เวลานานนิดหน่อย ตอนนี้พวกเราตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว พบสายลับจำนวน 48 คน พร้อมดำเนินการจับกุมได้ทันที] เจ้าผึ้งปากจัดรายงาน

    พวกหุ่นผึ้งนั้น ถ้าไม่ได้สังเกตใกล้ๆ ก็จะไม่รู้เลยว่าเป็นหุ่นยนต์ ดังนั้น หน้าที่สอดแนมจึงเหมาะกับมันที่สุดแล้ว

    ตอนแรกเฟรีสคิดจะทำหุ่นยนต์แมลงสาบขึ้นมาสำหรับหน้าที่นี้ แต่หลังจากแมงกระจั๊วรุ่นแรกโดนแอนโทนี่กระทืบจนบี้ เขาก็คิดว่าเป็นผึ้งแหละโอเคสุด

    “จัดการแบบเงียบๆ ผู้คนจะได้ไม่แตกตื่น การประชุมนี้จะล่มไม่ได้เด็ดขาด” โดมินิคพูดเสียงเข้ม

    [รับทราบ….หัวหน้าฝูงผึ้งลาดตระเวนเรียกทุกหน่วย ใช้พิษนะจังงัง 2.0 จัดการพวกมัน] 

    เมื่อได้รับคำสั่งผึ้งแต่ละตัวพากันบินไปยังเป้าหมายที่ล็อกเป้าไว้และต่อยพวกมันทันที 

    ผู้ที่ได้รับพิษเข้าไปจะไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือระคายเคืองใดๆ แต่จะมีอาการมึนงงสับสนอย่างมากจนแค่ฝืนให้ยืนตรงๆยังยาก

    พอเห็นว่าพิษออกฤทธิเต็มที่ ฝูงผึ้งก็ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของแจ็คซึ่งรอคำสั่งอยู่ให้รับช่วงต่อ

    ทั้งหมดนี้ทำได้อย่างแนบเนียนที่สุด ถ้ามองไปที่ผู้ก่อการร้ายกับเจ้าหน้าที่ ก็จะเห็นเพียงแค่ว่าคนสองคนโอบไหล่กันราวกับเพื่อนสนิทเดินออกจากรัฐสภาไปก็เท่านั้น

    หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จ โดมินิคก็เปิดประตูห้องประชุมเข้าไปท่ามกลางสายตาแปลกๆ ของบรรดาสมาชิกวุฒิสภา 

    “ที่นี่เป็นสภาอันทรงเกียรติ ถึงประเทศคุณจะเป็นเบอร์หนึ่งแต่ก็ไม่ควรดูถูกพวกเราด้วยการแต่งตัวทุเรศแบบนี้นะ” 

    สมาชิกวุฒิสภาร่างผอมพูดเสียดสีเสียงดังจนคนในห้องประชุมพากันหันมามอง

    "อ้อ…ท่านวุฒิสภาชิกเซเซียร์? ชุดเกราะนี่ทำให้พวกคุณทำงานพลาดสินะ" โดมินิคเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ

    ผู้เข้าร่วมประชุมในวันนี้ได้ถูกคัดเลือกมาจากประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิกไอดีเอ็ม หนึ่งในนั้นก็มีคู่อริอย่างเซเซียร์อยู่ด้วย ซึ่งก็คือชายร่างผอมที่เอ่ยเมื่อครู่นั่นเอง

    “พะ...พูดอะไร” วุฒิสภาร่างผอมเอ่ยตะกุกตะกัก เขาเองก็ได้รับรายงานมาตลอดว่าพวกสายลับทำงานพลาด อุตส่าห์วางแผนไว้เสียดิบดีแล้วแท้ๆ 

    เมื่อกลับไปเซเซียร์ทั้งที่ทำงานไม่สำเร็จก็ต้องโดนลงโทษร้อยเปอร์เซ็นต์ แตว่าถ้าดิสเครดิตชายชราตรงหน้าได้บ้างบางทีโทษก็อาจน้อยลง…สักเสี้ยวก็ยังดี

    “เจ้าหน้าที่ นำตัวมันไปควบคุมไว้” ประธานาธิบดีเฒ่าออกคำสั่ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จับวุฒิสมาชิกเซเซียร์ใส่กุญแจมือ แต่นอกจากเขาไม่มีท่าทีตกใจแล้วยังกลับยิ้มเยาะอีกต่างหาก

    “ทุกคนดูให้ดี ไอโนวาถือว่าตนเองเป็นประเทศใหญ่ พวกเขานึกอยากทำอะไรก็ทำ จะบังคับใช้กฎหมายละเมิดสิทธิมนุษย์ชน? ช่างตลก คุณเองก็กำลังละเมิดผมอยู่เช่นกัน” ชายร่างผอมพูดเสียงดัง มีคนไม่น้อยที่แอบพยักหน้าเห็นด้วยเงียบๆ 

    “ฮะฮะฮะ ผู้ร้ายก็ต้องถูกจับตัวสิ คุณคงคิดว่าเข้ารหัสสัญญาณแล้วจะไม่มีใครตรวจพบหรือ” โดมินิคหัวเราะเบาๆ ก่อนแสดงคลิปเสียงผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งรายงานสถานการณ์ให้วุฒิสมาชิกสภาเซเซียร์ฟัง 

    “นั่นมันเสียงปลอม มีคนเยอะแยะสามารถทำมันขึ้นมาได้ หรือไม่จริง?” ชายร่างผอมพูดพลางเริ่มหน้าเสียนิดๆ 

    สัญญาณที่ใช้ติดต่อกับคนพวกนั้นเป็นเทคโนโลยีลับขั้นสูงสุดของเซเซียร์ เขาไม่เชื่อหรอกว่ามีคนแฮคมันได้…ตลอดมาก็ไม่เคยมี

    ใช่สิ…ผู้ที่เจาะได้ไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นผึ้งต่างหาก แค่ดักจับสัญญาณจากยุคด้อยพัฒนานับเป็นของกล้วยๆ สำหรับเจ้าเอสบี 

    "ปลอม?" โดมินิคพูดพลางก้าวเข้าไปใกล้ สายตาของเขาจับจ้องไปที่กระเป๋าเสื้อของท่านวุฒิสมาชิก

    "ถ้าอย่างนั้นอธิบายหน่อยสิว่านี่คืออะไร?" พูดจบก็ยื่นมือล้วงเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงเครื่องมือขนาดเล็กคล้ายนาฬิกาพกโบราณออกมาให้ทุกคนได้เห็น

    "คืนมาเดี๋ยวนี้นะ!" ชายร่างผอมตะโกนอยากตกใจ

    "ใจเย็นๆสิ" ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน 

    "ทุกคนรู้ไหมว่านี่คืออะไร? มันคือเครื่องส่งสัญญาณแบบพิเศษของเซเซียร์ เข้ารหัสด้วยพันธุกรรม เอสเอช สแกนมัน” 

    พูดจบชุดเกราะก็ส่งเสียงแกร๊กเบาๆ แสงสีฟ้าสว่างขึ้นจากส่วนแขนฉายลงไปที่นาฬิกาพกบนมืออีกข้าง 

    พริบตานั้นเสียงสนทนาที่วุฒิสมาชิกเซเซียร์คุยกับพวกผู้ก่อการร้ายก็ดังขึ้นจนได้ยินทั่วกัน

    “จุดเด่นของเครื่องนี่คือยากที่ใครจะดักสัญญาณได้ แต่จุดด้อยคือต้องใช้ดีเอ็นเอยืนยันตัวตนก่อน ว่าไงมีอะไรจะเถียงไหม?”

    โดมิมิคถามพร้อมกับแสยะยิ้ม ส่วนท่านวุฒิสมาชิกเซเซียร์ก็ได้แต่หน้าซีดคอตกราวกับยอมรับชะตากรรม

    ------------

    หลังจากคุมตัวผู้ร้ายออกไป การประชุมก็ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ช่วงที่ประธานาธิบดีเฒ่าขึ้นปราศรัย เขาก็ได้ฉายวีดิโอที่ถูกลอบทำร้ายในตอนเช้าที่ผ่านมาให้ทุกคนได้ดู
     
    “ทุกท่านก็ดูเอา นี่ขนาดพวกเผด็จการยังไม่เข้มแข็งมากยังกล้าทำขนาดนี้ ถ้าพวกเราปล่อยไปทั่วโลกจะไม่วุ่นวายหรือ? กฎหมายสิทธิมนุษย์ชนฉบับใหม่นี้ ถ้าเรา.....ฯ” 

    ถ้อยคำปราศรัยเริ่มยกระดับและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนคนทั้งห้องเงียบกริบ ทว่าทุกคนก็ได้เริ่มเห็นถึงปัญหา นับว่าเสือเฒ่าฉลาดที่สามารถผลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ 

    2 ชั่วโมงต่อมา การโหวตก็จบลงและกฎหมายสิทธิมนุษยชนใหม่ก็ถูกบังคับใช้ในที่สุด 

    การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นครั้งสำคัญ แต่มันยังได้รับความสนใจจากผู้ชมทางบ้านเกือบครึ่งค่อนประเทศอีกด้วย

    ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก เพราะเจ้าหุ่นผึ้งจิ๋วได้รับคำสั่งให้บันทึกภาพและถ่ายทอดสดนับตั้งแต่โดมินิคสวมเกราะนั่นแหละ 

    โดยเฉพาะตอนถูกลอบสังหารเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นสุดๆ ทีแรกพวกผู้ชมยังคิดว่าประธานาธิบดีเฒ่าสร้างคอนเท้นอำกันเสียอีก แต่พอเห็นว่าวุฒิสมาชิกเซเซียร์โดนจับก็รู้แล้วว่านี่ของจริง 

    มีผู้ชมกว่า 70% ให้ความสนใจไปที่ชุดเกราะของโดมินิค แน่นอน ! พวกสื่อก็เช่นกัน ทันที่เขาก้าวเท้าออกจากอาคารรัฐสภา พวกนักข่าวก็เข้าไปกลุ้มรุมสัมภาษณ์จนแทบหายใจไม่ออก

    “ผมได้เกราะนี้มาจากเพื่อนที่ชื่อฟีเรส ครูใหญ่สถาบันนิวอีร่า เชื่อว่าทุกคนคงรู้รู้จักกันดีอยู่แล้ว”

    ก่อนหน้านั้น ชายชราได้ตกลงกับเฟรีสไว้แล้วเรื่องการเปิดเผยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เพราะชายหนุ่มเองก็มีแผนจะวางขายพวกมันในอนาคตเช่นกัน

    เขาต้องการค่อยๆ เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปในเอิร์ทเทร่า ถ้าดาวดวงนี้ล้าหลังเกินไปจะเอาอะไรไปสู้กับพวกเพลกได้ล่ะ? 

    ---------------

    ราชอาณาจักรไซแอน ภายในพระบรมมหาราชวังหรู

    เพล้ง!

    ชายรูปร่างผอมกะหร่องวัย 65 ปี ปาแก้วไวน์ใส่กำแพงด้วยความโกรธ เศษแก้วและของเหลวกระจายเต็มพื้นห้อง

    กษัตริย์ เนโร เธเร่ ที่ 13 กำลังทรงพิโรธเป็นอันมาก ถุงใต้ตาดำคล้ำบวมเป่งราวกับกำลังจะระเบิดออกมา

    ทหารหญิงคนใหม่ที่เพิ่งได้มา ทำให้พระองค์ทรงเกษมสำราญจนอดหลับอดนอนแทบจะทุกคืน บวกกับโรคบุรุษที่เป็นมาตลอดตั้งแต่สมัยหนุ่มเข้าไปด้วยทำให้สุขภาพทรงย่ำแย่เป็นอย่างมาก

    “ออกไป!” กษัตริย์เนโรตรัสด้วยสุรเสียงเกรี้ยวกราด จากนั้นก็ยกพระบาทถีบทหารหญิงบำเรอกามจนล้มหน้าคะมำไปโดนเศษแก้วบนพื้น

    “ไอ้ฟีเรสนั่นไม่เห็นหัวเราเลยสักนิด” ทรงตรัสด้วยพระขนง(คิ้ว)ที่ขมวดแน่นเป็นปม 

    “เรียนฝ่าบาท ฟีเรสผู้นี้เติบโตที่ต่างประเทศ บางทีเขาอาจไม่ทราบธรรมเนียมของประเทศเราก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้ากองกำลังตำรวจพิเศษรักษาพระองค์คนสนิทกล่าว 

    ในแวดวงผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ของไซแอนต่างรู้กันดีว่า พวกเขาต้องมอบผลประโยชน์ส่วนหนึ่งแก่ราชสำนักด้วย เพื่อให้ธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่น 

    การมอบให้ก็แล้วแต่การตกลง เช่น เงิน, หุ้น, บริการ, ผู้หญิง, ยาเสพติด ฯลฯ 

    นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ต่างรับไม่ได้กับ "ธรรมเนียม" บัดซบเช่นนี้ พวกเขาจึงย้ายไปประเทศอื่นแทน และนี่เองเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไซแอนไม่เจริญอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่มีทรัพยากรค่อนข้างอุดมสมบูรณ์แท้ๆ

    เมื่อได้ยินตำรวจสุนัขรับใช้ทูลเกล้าจบ ความกริ้วก็บรรเทาลงไปเล็กน้อย

    “อืม…ส่งคนไปปรับโทษมันเบาๆ เพื่อเตือนก่อน แล้วให้มันส่งหุ่นยนต์แบบที่ให้ไอ้แก่นั่นมาด้วย”

    เมื่อรับใช้กษัตริย์เสร็จ หัวหน้าตำรวจฯก็เรียกลูกน้องคนสนิทมาพบ

    เขาคิดว่าครั้งนี้ก็คงง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา จึงมอบหมายให้รองหัวหน้าไปทำแทน ส่วนตนเองก็คอยนั่งนับเงินส่วนแบ่งแบบสบายๆ

    “คราวนี้แกก็เรียกมันเยอะๆ หน่อย อย่าลืมแอบยักไว้นิดนึงด้วยล่ะ ส่วนที่เหลือก็ค่อยให้ไอ้เนโรบ้ากามนั่น” พูดจบหัวหน้าตำรวจใหญ่ก็ยิ้มน่ารังเกียจ โดยไม่รู้เลยว่าได้เจอตอเข้าให้แล้ว แถมเป็นตอม่อเสียด้วย...