“ปรับความเข้าใจกับคุณน้าเจี่ยได้ก็อารมณ์ดีขึ้นเลยนะคะ” จูเสี่ยวลี่พูดกับสามี “ความจริงฉันอยากบอกคุณตั้งนานแล้วว่าคุณน้าเจี่ยเธอน่าสงสาร แต่เื่นี้มันเกี่ยวกับครอบครัวของคุณ ฉันเป็แค่สะใภ้ก็เลยไม่กล้าพูดอะไรมาก”
“ผมรู้” ซ่งหย่วนกอดภรรยา “ตอนที่ผมเอาความผิดทั้งหมดไปโยนให้คุณน้า แล้วผมยังไปพูดไม่ดีกับเธอก็ไม่ใช่ว่าผมจะรู้สึกดี ผมรู้สึกผิดจนไม่กล้าไปสู้หน้าเธอเลยล่ะครับ แต่ตอนนี้ผมได้ปรับความเข้าใจกับเธอได้แล้ว ผมรู้สึกโล่งใจแล้วล่ะ”
“คุณน้าเจี่ยก็ดูมีความสุขมากเหมือนกันนะคะ ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้คุณก็ไปส่งขนมกับฉันได้แล้วสิ ปั่นจักรยานเข้าเมืองคนเดียวฉันก็กลัวเหมือนกัน ฉันรู้สึกเหมือนมีคนคอยตามฉันอยู่”
“มีคนตามคุณเหรอ?” ซ่งหย่วนขมวดคิ้ว “หรือว่าจะมีคนสงสัยเื่ที่เราทำขนมไปขายเข้าแล้ว”
“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ แต่คิดว่าเราระวังตัวไว้หน่อยก็ดี” จูเสี่ยวลี่เสนอ “หรือว่าต่อไปนี้เราเข้าเมืองแล้วไปขอทำขนมที่บ้านคุณน้าเจี่ยดีคะ เราออกไปทำขนมตอนเย็น พอตอนเช้าก็กลับมาทำงาน ทำอย่างนี้คนจะได้ไม่สงสัย”
“ถ้าทำอย่างนั้นมันจะรบกวนคุณน้าเกินไปหรือเปล่า ผมว่าเราไปถามคุณน้าก่อนดีไหม”
“ได้ค่ะ เอาไว้ไปส่งขนมรอบหน้าเราค่อยถามคุณน้าก็ได้” จูเสี่ยวลี่ยิ้มเมื่อนึกถึงเื่สนุกขึ้นมาได้ “วันนี้คุณพลาดเื่สนุกไปแล้วรู้ไหมคะ”
“เื่สนุกอะไรเหรอ?”
วันนี้ซ่งหย่วนกับหัวหน้าหมู่บ้านเป็ตัวแทนเข้าร่วมประชุมวิธีทำเกษตรแบบใหม่ เขาจึงไม่รู้ว่าในหมู่บ้านเกิดเื่อะไรขึ้น
“วันนี้ไฉปาเม่ยย้ายไปอยู่กับเสิ่นต้าไห่แล้วน่ะสิคะ”
“พวกเขาแต่งงานกันวันนี้เหรอ? ผมเข้าไปทำธุระกับคุณลุงหัวหน้าหมู่บ้านก็ไม่เห็นแกจะพูดว่ายังไง” ซ่งหย่วนแปลกใจ
“ตอนนั้นคุณลุงก็คงไม่รู้เหมือนกันมั้งคะ แต่ตอนนี้ภรรยาของเขาน่าจะเล่าให้ฟังแล้ว” จูเสี่ยวลี่หัวเราะชอบใจ “คุณรู้ไหมคะว่าคุณป้าไฉกับลูกสะใภ้ทั้งสองคนของเธอเหมือนเครื่องจักรเลยล่ะค่ะ”
“หืม...เครื่องจักรเหรอ? หมายความว่ายังไง”
“ก็ั้แ่ไฉปาเม่ยเริ่มขนของออกจากบ้าน ยังไม่ทันจะก้าวผ่านประตูบ้านตัวเองมาด้วยซ้ำ คุณป้าไฉกับลูกสะใภ้ของเธอก็เปิดเครื่องด่า ทั้งสามคนทั้งบ่นทั้งด่าไฉปาเม่ยไปจนถึงบ้านของเสิ่นต้าไห่เลยล่ะค่ะ พวกเธอด่าแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแล้วจะไม่ให้ฉันเรียกพวกเธอว่าเครื่องจักรได้ยังไง”
“เสิ่นต้าไห่กับไฉปาเม่ยคงโมโหน่าดูเลยสิ”
“โมโหแล้วจะทำอะไรได้คะ พวกเขากล้าด่ากลับคุณป้าไฉหรือไง แต่ฉันคิดว่าหลังจากวันนี้ไฉปาเม่ยคงจะรู้แล้วว่าเสิ่นต้าไห่ไม่ใช่คนดีอย่างที่คิด เราก็แค่รอดูว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตคู่กันไปได้นานเท่าไหร่”
“ลี่ลี่ ผมขอถามหน่อยสิ” ซ่งหย่วนหยุดมองภรรยาสักพักก่อนอธิบาย “แต่คุณอย่าเข้าใจผิดคิดว่าผมระแวงคุณกับเสิ่นต้าไห่นะ ที่ผมถามเพราะผมสงสัยว่าทุกครั้งที่คุณพูดถึงเสิ่นต้าไห่ ทำไมคุณดูจะเกลียดเขาเอามากๆ เขาเคยทำร้ายคุณหรือเปล่า”
‘เคยสิ! ในความฝันไอ้เลวนั่นใช้งานฉันอย่างกับทาส ส่วนตัวมันใช้ชีวิตอย่างกับาา ยังไม่พอ...พอมันสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ มันก็ลงทุนไปขอเอกสารรับรองจากทางหมู่บ้านเพื่อให้ฉันย้ายไปอยู่เมืองหลวงกับมัน ทุกคนในหมู่บ้านอิจฉากันใหญ่ว่าฉันได้สามีที่ดี แม้จะสอบเป็เข้ามหาวิทยาลัยได้แล้วแต่ก็ยังไม่ลืมภรรยาบ้านนอกอย่างฉัน ไม่มีใครรู้ว่าที่เสิ่นต้าไห่พาฉันไปเมืองหลวงด้วยเพราะมันจะเอาฉันไปขายตัวเพื่อส่งมันเรียน แต่พอมันเรียนจบมันกลับมีผู้หญิงคนใหม่ แล้วชายเลวกับหญิงชั่วคู่นั้นก็ผลักฉันไปให้รถชนตาย’
จูเสี่ยวลี่พูดถึงความฝันอันโหดร้ายอยู่ในใจอย่างดุเดือด แต่ในความเป็จริงเธอยิ้มให้สามีด้วยรอยยิ้มหวาน “เขาปล่อยข่าวลือจนฉันถูกคนอื่นมองไม่ดี แล้วเขายังพยายามจะให้เราหย่ากันให้ได้อีก เขาทำกับฉันถึงขนาดนี้แล้วจะไม่ให้ฉันเกลียดเขาได้ยังไงคะ”
“ตอนที่คุณแต่งเข้าบ้านผมมาในตอนแรก คุณขยันแล้วยังดูแลคนในครอบครัวอย่างดี แต่ผ่านไปไม่กี่เดือนหลังจากที่คุณไปมาหาสู่กับเสิ่นต้าไห่ ข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับคุณก็เกิดขึ้นมากมาย หรือที่คุณเปลี่ยนเป็คนอารมณ์ร้ายเพราะตอนนั้นพวกเราไม่เชื่อคำพูดของคุณ คุณก็เลยน้อยใจใช่ไหม” ซ่งหย่วนคิดตามก็เห็นว่าจริง “เพราะคำพูดของผู้ชายเลวคนนั้นทำให้คนในบ้านทำไม่ดีกับคุณ ตัวผมเองก็ยังพูดไม่ดีและบางครั้งยังบอกว่าจะหย่ากับคุณอีก ลี่ลี่...ผมขอโทษนะ ต่อไปผมจะไม่ถามคุณอีกแล้ว ผมจะให้คุณเกลียดเขาให้เต็มที่ หรือถ้าวันไหนคุณอยากไปต่อยเขาเพื่อระบายความโกรธ ผมจะพาคุณไปเอง”
“แค่รอดูว่าคนเลวอย่างเขาจะมีจุดจบแบบไหนก็พอ เราไม่จำเป็ต้องไปทำร้ายเขา ทำอย่างนั้นมันผิดกฎหมาย” จูเสี่ยวลี่กอดสามีก่อนจะจุมพิตเขาเบาๆ ความเข้าใจผิดของสามีกลับเป็เื่ดีสำหรับเธอ อย่างนี้ต้องให้รางวัล “อาหย่วน วันนี้ฉันพร้อมแล้ว”
ั้แ่จูเสี่ยวลี่บอกกับทุกคนว่าเธอจะปรับปรุงตัวใหม่ จนวันนี้เธอได้รับการยอมรับจากทุกคนและทุกคนก็ดีกับเธอมาก ความฝันบอกเหตุคราวนั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกผิดเหมือน่แรกแล้ว
และเธอก็รู้ด้วยว่าการแต่งงานของเธอกับซ่งหย่วนยังขาดพิธีสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเข้าหอ ในเมื่อเื่ที่เธอถูกเสิ่นต้าไห่พาไปขายตัวเป็เพียงความฝัน แล้วทำไมเธอต้องเก็บเอาความฝันนั้นมาทำร้ายความรู้สึกของสามีด้วย อีกอย่างเธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอพร้อมที่จะเป็ภรรยาของเขาอย่างเต็มตัวแล้ว
“พร้อม? คุณพร้อมอะไร ผมไม่เห็นเข้าใจ” ซ่งหย่วนสงสัย แต่เมื่อเห็นภรรยาหน้าแดง เขายิ้มกว้างก่อนจะเดินไปดับตะเกียง ซ่งหย่วนปรับสายตาเข้ากับความมืดได้อย่างรวดเร็ว เขาเดินไปที่เตียงแล้วถามภรรยาอีกครั้ง “คุณพร้อมแล้วจริงเหรอ”
จูเสี่ยวลี่ฉุดสามีให้นอนลงบนเตียง จากนั้นทั้งคู่ก็ไม่มีเวลาได้พูดกันอีก มีเพียงร่างกายเท่านั้นที่ตอบรับกันอยู่
ค่ำคืนที่บ้านซ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขสันต์ แต่ที่บ้านของเสิ่นต้าไห่ที่อยู่ไกลออกไปกลับมีแต่เสียงร้องไห้
เพียะ เพียะ เพียะ!
“พี่...พี่ต้าไห่ พี่ตบฉันทำไม” ไฉปาเม่ยเอามือกุมหน้าแล้วมองคนรักด้วยความหวาดกลัว เธอไม่เคยเห็นเสิ่นต้าไห่มีท่าทางน่ากลัวอย่างนี้มาก่อน
“ฉันตบเธอทำไมยังไม่รู้อีกเหรอ!” เสิ่นต้าไห่ะโ “วันนี้แม่ของเธอ พี่สะใภ้ของเธอ แล้วยังน้องสะใภ้ปากร้ายของเธอนั่นอีก พวกหล่อนเอาแต่ด่าฉันอยู่ครึ่งค่อนวัน ยังไม่พอพวกหล่อนยังเที่ยวไปด่าฉันต่อหน้าทุกคนในหมู่บ้านจนฉันไม่กล้าออกไปสู้หน้าใครแล้ว”
“พวกเขาก็แค่ด่า แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ให้เงินเรามาตั้งห้าสิบหยวนนะคะ” ไฉปาเม่ยวางเงินสามสิบหยวนไว้บนโต๊ะ “เงินยี่สิบหยวนฉันเอาไปคืนจูเสี่ยวลี่แล้ว อีกสามสิบหยวนนี้พี่เก็บไว้นะ ถ้าฉันจะใช้ฉันจะไปขอจากพี่เอง”
เสิ่นต้าไห่ยิ้มเยาะ “สามสิบหยวนถือเป็ค่าตัดขาดของเธอกับครอบครัวเหรอ มันน้อยไปหรือเปล่า”
“ตัดขาดอะไรคะ นี่คือเงินสินเดิมที่พวกเขาให้ฉันต่างหาก”
“ไฉปาเม่ย เธอคิดว่าเงินแค่นี้จะทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วัน” เสิ่นต้าไห่คว้าเงินสามสิบหยวนมาขว้างใส่หน้าไฉปาเม่ย “เธอบอกว่าเธอท้องอยู่ไม่ใช่เหรอ เงินแค่นี้มันจะไปพอบำรุงไอ้มารหัวขนนั่นได้ยังไง”
“มารหัวขนอะไรคะ เขาคือลูกชายของเรานะ” ไฉปาเม่ยรีบบอก ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้นแต่ไฉปาเม่ยก็ไม่กล้าสบตากับสามี ไม่ใช่ว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา แต่ในท้องของเธอไม่เคยมีเด็กอยู่เลยต่างหาก ที่เธอพูดออกไปก็เพราะเธออยากแต่งงานกับเขาเร็วๆ เท่านั้น “ฉันมีพี่แค่คนเดียวนะ ฉันไม่เคยมีอะไรกับคนอื่นพี่ก็รู้ วันแรกที่เรามีอะไรกัน รอยเปื้อนสีแดงบนที่นอนยังซักไม่ออกเลย”
“เธอไม่ต้องพูดถึงวันแรก ครั้งนั้นฉันยอมรับว่าฉันเป็คนแรกของเธอ แต่หลังจากนั้นใครจะรู้ว่าเธอไปนอนกับใครบ้าง” เสิ่นต้าไห่กอดอกมองไฉปาเม่ย “ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามหน่อยว่าเงินยี่สิบหยวนที่เอาไปจ่ายให้จูเสี่ยวลี่ครั้งแรก เธอไปหามาจากไหน”
“ฉัน...ฉันยืมมาจากพ่อ แต่ที่ฉันไม่บอกเื่นี้เพราะไม่อยากให้พี่รู้ ฉันกลัวว่าพี่กับพ่อจะมองหน้ากันไม่ติด”
ไฉปาเม่ยไม่กล้าบอกความจริงว่าเงินจำนวนนั้นเธอขโมยมันมาจากพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้ เพราะไฉปาเม่ยรู้ว่าพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้แอบเอาเงินเก็บไปซ่อนไว้ที่ไหน เมื่อทุกคนไปทำงานในนา เธออาศัย่เวลานั้นไปขโมยเงิน ตอนที่เธอเอาเงินไปคืนให้แม่ เธอคิดคำตอบไว้มากมาย แต่พอแม่เห็นเงินกลับไม่ถามถึงที่มา ไฉปาเม่ยจึงรอดตัวจากสถานการณ์นั้นมาได้
“เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?” เสิ่นต้าไห่สังเกตท่าทางของภรรยาก็รู้แล้วว่าเธอโกหก “เธอตอบไม่ได้ก็แสดงว่าเธอไปนอนกับคนอื่นเพื่อแลกเงินจริงๆ สินะ”
“ไม่ใช่นะ! ฉันไม่เคยทำเื่น่าอายแบบนั้น” ไฉปาเม่ยร้องไห้ เธอจะบอกความจริงเขาได้อย่างไรว่าเธอไปขโมยเงินของคนอื่นมา เขาเป็ถึงยุวชนที่มีการศึกษา เขาจะยอมรับเื่ผิดอย่างนี้ได้อย่างไร
แต่ยิ่งไฉปาเม่ยไม่พูด เสิ่นต้าไห่กลับยิ่งเข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นเป็เื่ถูก “นังผู้หญิงสกปรก!”
ไฉปาเม่ยทนไม่ได้อีกต่อไป “ฉันไม่ได้ไปนอนกับคนอื่นเพื่อหาเงิน แต่ฉันขโมยเงินเก็บของพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้มา ที่ฉันไม่เคยบอกพี่เพราะกลัวพี่จะรับผู้หญิงขี้ขโมยอย่างฉันไม่ได้”
“ฉันจะเชื่อเธอได้ยังไงว่าที่เธอพูดมาคือความจริง” เสิ่นต้าไห่ยิ้ม “ถ้าอยากให้ฉันเชื่อ เธอไปเอาเงินของพวกหล่อนมาอีกสิ”
“เงินเก็บของพวกหล่อนเหลือไม่มากแล้ว ถ้าฉันเอาเงินมาหมด ฉันกลัวว่าพวกหล่อนจะรู้ว่าเป็ฉันที่ไปขโมย”
“ในเมื่อฉันให้โอกาสเธอได้พิสูจน์แล้วแต่เธอไม่ทำ ถ้าอย่างนั้นนับจากวันนี้เราก็แยกเตียงกันนอนก็แล้วกัน” เสิ่นต้าไห่รู้ว่าไฉปาเม่ยรักเขามากจนยอมทำตามคำสั่งของเขาทุกอย่าง ครั้งนี้เขาอยากได้เงินไปเล่นพนันสักหน่อย ถ้าไฉปาเม่ยหาเงินมาให้เขาได้ เขาก็จะยอมเชื่อเธอสักครั้ง
ไฉปาเม่ยมองสามีอย่างตัดสินใจ “ได้! ฉันจะไปเอาเงินมาให้พี่เดี๋ยวนี้ แต่พี่ต้องสัญญาว่าพี่จะไม่กล่าวหาว่าฉันคบชู้อีก ฉันไม่เคยทำผิดต่อพี่จริงๆ”
“ถ้าเธอเอาเงินมาได้ ฉันก็จะไม่พูดเื่นี้อีก”
ใช้เวลาไม่นานไฉปาเม่ยก็ขุดเอาเงินที่พี่สะใภ้กับน้องสะใภ้ฝังไว้ในไหออกมาจนหมด ขณะที่เธอกำลังจะปีนรั้วหนี ประตูห้องของน้องสะใภ้ก็เปิดออก ไฉปาเม่ยนั่งยองอยู่ข้างรั้วก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางหนีใหม่ “ถ้าอย่างนั้นต้องเปลี่ยนทางหนีไปทางห้องพี่สะใภ้ใหญ่แล้ว หวังว่าพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้จะไม่ตื่นมากลางดึกนะ”
ไฉปาเม่ยเปลี่ยนเส้นทางแต่อยู่ๆ ไฟตะเกียงในห้องพี่สะใภ้ก็สว่างขึ้น ไฉปาเม่ยถึงกับเหงื่อตกเพราะคิดว่าวันนี้เธออาจไม่รอดแล้ว ขณะกำลังจะร้องไห้ ไฉปาเม่ยก็มองไปเห็นแม่ของตัวเองนั่งยองอยู่ใกล้กับจุดที่น้องสะใภ้ฝังไหใส่เงินไว้
“รอยดินที่ฉันขุดขึ้นมายังใหม่อยู่ ฉันขอโทษนะแม่ แม่รับผิดแทนฉันหน่อยก็แล้วกัน” ไฉปาเม่ยขว้างก้อนหินไปโดนหัวแม่ของตัวเองแม่นอย่างกับจับวาง จากนั้นเธอก็อาศัยความมืดหนีออกไปทางด้านหลังของบ้าน ถึงเส้นทางนั้นจะมืดและอันตรายเพราะมันอยู่ใกล้ตีนเขา แต่ไฉปาเม่ยไม่กลัว เพราะพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้ของเธอน่ากลัวกว่าสัตว์ร้ายหรือภูติผีเป็ไหนๆ
“โอ๊ย! ใครโยนหินมาใส่หัวฉัน” แม่ไฉะโเสียงดัง
สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้เล็กวิ่งออกมาจากห้องของตัวเอง เพราะทิศทางของเสียงมันตรงกับจุดที่พวกเธอฝังเงินไว้
สะใภ้เล็กเห็นรอยดินที่เพิ่งถูกขุดก็หันไปมองแม่สามีอย่างไม่พอใจ “แม่ทำอย่างนี้ได้ยังไง! แม่ขโมยเงินฉันได้ยังไง!”
สะใภ้ใหญ่เดินไปจุดที่ตัวเองฝังเงินไว้ เธอเห็นว่าบริเวณนั้นเพิ่งถูกขุดเหมือนกัน “มิน่าเงินเก็บของฉันถึงหายไป แม่ขโมยไปนี่เอง!”