Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 599 การโต้กลับของเทพเจ้าแมลง

การโต้กลับของเทพเจ้าแมลง

 

            เทพมังกรกลับมาถึงวิหารแห่งดวงดาวในสภาพอ่อนแรง สีหน้าของมันซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เวลาที่ใช้ในการเดินทางกลับก็นานกว่าตอนไปหลายเท่าตัว

            แต่เมื่อเทพมังกรกลับมาถึงวิหารและได้รับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากความห่วงใยของท่านหญิงไอโกะและราชันมังกรพิสุทธิ์ ความอ่อนล้าที่กดทับจิตใจของมันก็บรรเทาลงอย่างน่าประหลาด

            “ท่านปู่!”

            “ลุง!”

            รอยยิ้มของเทพมังกรยกสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีหน้าของมันอ่อนโยนลงอย่างมาก ท่าทางที่ดูน่าเกรงขามกลายเป็นอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นมาทันที ราวกับชายชราผู้หนึ่งที่กลับมาถึงบ้านและได้พบเจอกับลูกหลานที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

            “ไม่เป็นไร ข้าแค่เหนื่อยเท่านั้น พักสักหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว”

            สีหน้าของท่านหญิงไอโกะผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังฝ่ามือที่เกิดแผลของเทพมังกร

            “บาดแผลของท่าน..”

            “ก็แค่รอยข่วนเท่านั้น เจ้าแมลงโง่นั้นยังไม่รู้วิธีต่อสู้ของเทพเจ้า มันทำร้ายข้าไม่ได้ง่ายๆ หรอก”

            เมื่อได้ยินคำตอบที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนี้ ท่านหญิงไอโกะและราชันมังกรพิสุทธิ์ก็วางใจได้อย่างแท้จริง สีหน้าของทั้งสองผ่อนคลายลง ความรู้สึกเคร่งเครียดก็คลายตัว จนเกิดความรู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาในทันที

            เทพมังกรเห็นแบบนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านทั้งสองไปนั่งลงยังที่ประจำของมัน จากนั้นมองดูสระน้ำที่สะท้อนภาพของเทพเจ้าแมลงที่กำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อต่อต้านกฎแห่งการทำลายล้างที่กำลังบดขยี้มันอยู่ตลอดเวลา

            การพังทลายของร่างกายนั้นเกิดขึ้นทุกวินาที แต่เทพเจ้าแมลงก็ฟื้นฟูร่างกายของมันกลับมาได้เร็วพอๆ กัน ยิ่งฟื้นฟู ความเสียหายที่มันได้รับก็ลดลงจนสัมผัสได้ ทำให้สีหน้าของเทพมังกรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

            “ดูเหมือนว่าข้าจะประมาทมันเกินไปสินะ กฎของเจ้านั่นดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการ ‘กำเนิด’ สินะ”

            ความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของเทพมังกรทำให้บรรยากาศภายในวิหารเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ท่านหญิงไอโกะกับราชันมังกรพิสุทธิ์ก้าวเข้ามาที่ด้านข้างและเฝ้ามองภาพของเทพเจ้าแมลงในทันที

            ทั้งสองรับฟังการวิเคราะห์ของเทพมังกรอย่างตั้งใจด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด หลังจากฟังจบ บรรยากาศภายในห้องโถงก็ดิ่งลงอย่างน่ากลัว

            “นางหนู! จำคำข้าไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าอย่าได้ปะทะกับเจ้าแมลงนี่ละเข้าใจไหม”

            “ท..ทำไมล่ะคะ!”

            “เพราะมันอันตรายนะสิ! กฎของเจ้านะแพ้ทางกฎของเจ้าแมลงนี่ หากเจ้าต้องปะทะกันมันจริงๆ เจ้าจะไม่มีโอกาสที่จะชนะเลย ดังนั้นอย่าได้ปะทะกับมันเลย”

            สีหน้าของท่านหญิงไอโกะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง เธอนิ่งอึ้งไปนาน ก่อนที่จะสงบลงและตอบรับอย่างใจเย็น

            “แล้วถ้าข้าบรรลุถึงระดับเทพเจ้าที่แท้จริงได้ล่ะคะ”

            “ต่อให้บรรลุถึงระดับเทพเจ้าที่แท้จริงได้ เจ้าก็ยังสู้มันไม่ได้! แต่อย่างน้อยเจ้าก็ยังพอรับมือมันได้บ้าง ถึงตอนนั้นขอเพียงมีใครสักคนในระดับเดียวกับเจ้ามาช่วย โอกาสที่จะชนะก็ใช่ว่าจะไม่มี”

            เมื่อได้ยินแบบนั้นท่านหญิงไอโกะก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย จิตใจของเธอสงบลงในที่สุด ก่อนจะเริ่มครุ่นคิดถึงแผนการของเธออย่างจริงจัง

            เทพมังกรเห็นแบบนั้นก็พยักหน้าด้วยความชื่นชม จากนั้นก็มองไปยังราชันมังกรพิสุทธิ์ ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความเสียดาย

            ราชันมังกรพิสุทธิ์เห็นท่าทางของเทพมังกรก็เข้าใจ มันถึงได้ยิ้มออกมาแบบฝืนๆ โดยไม่พูดอะไร

            “เอาเป็นว่าข้าฝากที่เหลือด้วยก็แล้วกัน!”

            “ไม่ต้องห่วงลุง พวกเราจัดการต่อได้! ลำบากท่านแล้วจริงๆ”

            “ไม่จำเป็น! ข้าแค่ทำในสิ่งที่ควรจะทำเท่านั้น”

            หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อยเทพมังกรก็ทิ้งคำเตือนเอาไว้ไม่กี่ประโยคก็จากไปในที่สุด

            ท่านหญิงไอโกะกับราชันมังกรพิสุทธิ์ก็มองหน้ากันชั่วขณะ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

            ท่านหญิงไอโกะยังคงอยู่ในวิหารแห่งดวงดาวต่อ เธอทำหน้าที่จับตาดูเทพเจ้าแมลง ส่วนราชันมังกรพิสุทธิ์นั้น พาสนมของมันไปยังอาณาจักรเทพมังกรเพื่อปกป้องอาณาจักรแทนเทพมังกรที่กำลังพักฟื้น

            ภายใต้การเฝ้าดูของท่านหญิงไอโกะ เทพเจ้าแมลงยังคงดิ้นรนอยู่ในมหาสมุทรอย่างเต็มกำลัง ยิ่งมันต่อต้านได้นานเท่าไหร่ความแข็งแกร่งของมันก็เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น

            กฎแห่งการทำลายล้างของเทพมังกรก็ค่อยๆ ถูกดูดซับเข้าไปทีละน้อย ทำให้ร่างกายของมันแฝงไว้ด้วยอำนาจของกฎที่อ่อนจาง

            อำนาจนี้อาจจะเทียบไม่ได้กับกฎแห่งการทำลายล้างของเทพมังกร แต่ก็มีส่วนช่วยให้เทพเจ้าแมลงแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

            สีหน้าของท่านหญิงไอโกะเปลี่ยนแปลงไปหลายต่อหลายครั้ง แต่เธอก็พยายามสงบใจเอาไว้และวางแผนบรรลุเป็นเทพเจ้าที่แท้จริงของเธอต่อไป

            เนื่องจากเธอไม่เคยมีความคิดที่จะเป็นเทพเจ้าที่แท้จริงอยู่ในใจมาก่อน เธอจึงไม่เคยเตรียมตัวหรือแม้กระทั่งวางแผนเพื่อบรรลุถึงระดับเทพเจ้าที่แท้จริงมาก่อน

            การที่มาเริ่มเอาตอนนี้จึงเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก ยังดีที่เธอมีจิตวิญญาณเทพเป็นผู้ช่วย ทำให้การวางแผนเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอ ทรัพยากรที่มากมหาศาลของตระกูลอันดูวเดธก็มีส่วนช่วยอย่างมากทำให้การเตรียมตัวดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว

            แต่ถึงจะรวดเร็วยังไง มันก็ไม่มีทางสำเร็จได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปีอยู่ดี อย่างน้อยๆ เธอก็จำต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปีถึงจะสามารถสร้างรูปแบบพื้นฐานในการบรรลุเป็นเทพเจ้าที่แท้จริงได้

            ทว่าการทำให้แผนการบรรลุเทพสมบูรณ์ได้นั้น อาจจะต้องใช้เวลาที่นานกว่านั้นมาก อาจจะร้อยปีหรือพันปีก็ไม่มีใครสามารถบอกได้

            ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับรากฐานของแต่ละคน ความสมบูรณ์ของวิถีที่ใช้ในการฝึกฝน รวมไปถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ

            สำหรับท่านหญิงไอโกะ แม้ว่าเธอจะไม่เคยปรารถนาที่จะเป็นเทพเจ้าที่แท้จริงมาก่อน แต่การได้มีบิดาเป็นเทพเจ้าที่แท้จริงก็ช่วยเธอได้มาก

            ไม่ว่าจะเป็นการชี้แนะ การสนับสนุนและปัจจัยแวดล้อมที่หล่อหลอมเธอขึ้นมาเป็นตัวเธอในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่สามารถสนับสนุนให้เธอบรรลุถึงระดับเทพเจ้าที่แท้จริงได้

            แต่ถึงจะสมบูรณ์แค่ไหน การที่ท่านหญิงไอโกะไม่เคยคิดที่จะเป็นเทพก็ทำให้เธอต้องลำบากในช่วงเวลานี้

            โอกาสที่ท่านหญิงไอโกะจะกลายเป็นเทพก่อนที่เทพเจ้าแมลงจะบุกมาถึงตระกูลนั้น แทบจะไม่มีเหลือ

            ทว่าเธอก็ไม่ยอมแพ้ ความตั้งใจที่จะสละตนเองค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในจิตใจของเธอ ต่อให้โอกาสจะมีน้อยแค่ไหน ต่อให้ต้องฝืนบรรลุเป็นเทพเจ้าโดยทิ้งปัญหาเอาไว้เบื้องหลังเธอก็ไม่กลัว

            ในใจของเธอมีเพียงการปกป้องตระกูลเอาไว้เท่านั้น

            ภายใต้ความคิดที่จดจ่อ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การเฝ้ามองเทพเจ้าแมลงที่ต่อสู้ดิ้นรนอยู่นานหลายเดือนนั้นทำให้ท่านหญิงไอโกะได้เรียนรู้บางอย่างและตระหนักได้ว่ากฎที่เทพเจ้าแมลงใช้นั้น ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อนเสียทีเดียว

            นอกจากนี้เธอก็เข้าใจเหตุผลที่เทพมังกรห้ามไม่ให้เธอปะทะกับเทพเจ้าแมลงแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะแนวทางของเธอกับเทพเจ้าแมลงนั้นมีส่วนที่คล้ายกัน นั่นคือการพึ่งพาพลังจาก ‘ภายนอก’

            เพียงแต่หลักการพึ่งพาของเทพเจ้าแมลงต่างจากการพึ่งพาของเธอ ท่านหญิงไอโกะพึ่งพาจักรกลมนตราและเครือข่ายโลกวิญญาณในการต่อสู้ มันทำให้เธอมีพลังงานที่แทบจะไร้ขีดจำกัด

            ขณะที่เทพเจ้าแมลงนั้นพึ่งพาแมลงที่มันให้กำเนิด มันใช้ร่างกายของตัวเองเพาะเลี้ยงแมลงเอาไว้จำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งแมลงเหล่านั้นได้กลายเป็นพลังให้กับมัน

            ในจุดนี้ทั้งสองวิธีมีความต่างอยู่ตรงที่สิ่งที่พึ่งพานั้นมีแหล่งกำเนิดที่แตกต่าง ท่านหญิงไอโกะพึ่งพาพลังจากภายนอกซึ่งมาจากแหล่งกำเนิดภายนอก ขณะที่เทพเจ้าแมลงนั้นพึ่งพาพลังจากภายนอกซึ่งมีแหล่งกำเนิดจากภายใน

            สองส่วนนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งทำให้ท่านหญิงไอโกะเข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่อาจรับมือเทพเจ้าแมลงได้

            ‘หากมันกัดกินจักรกลมนตราของข้าแล้วเลียนแบบพลังของมันได้ละก็..เครือข่ายโลกวิญญาณอาจจะล่มสลายเลยก็เป็นได้’

            เมื่อตระหนักถึงความน่ากลัวของเทพเจ้าแมลง ท่านหญิงไอโกะก็เริ่มคิดหนัก เธอพยายามมองหาวิธีแก้อยู่นานนับเดือน ก่อนจะได้สติและตระหนักว่าวิธีที่เธอคิดนั้นไม่ถูกต้อง

            ถึงตอนนั้นเวลาก็ผ่านไปนานเกือบสามเดือน ภาพสะท้อนบนสระน้ำก็แตกสลายไปในที่สุด

            ท่านหญิงไอโกะที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ได้สติกลับมาทันที จากนั้นแจ้งให้ราชันมังกรพิสุทธิ์กับเทพมังกรทราบ ก่อนจะเลือกพื้นที่สำหรับจับตามองใหม่

            ภาพสะท้อนบนสระน้ำก็เปลี่ยนไป กลายเป็นท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรในตำแหน่งที่เทพเจ้าแมลงอยู่แทน

            แม้ว่าเทพเจ้าแมลงจะจมอยู่ใต้มหาสมุทรในตำแหน่งที่ลึกมาก แต่ก็ยังสามารถมองเห็นร่องรอยของการต่อสู้จากบนผิวน้ำได้ไม่ยาก ท่านหญิงไอโกะจึงใช้ร่องรอยนี้ประเมินความรุนแรงในการต่อสู้

            ความปั่นป่วนของผืนน้ำในมหาสมุทรนั้นรุนแรงขึ้นตลอดเวลา จนกระทั่งเดือนที่ 5 ผืนน้ำก็ปะทุขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับการปรากฏตัวของเทพเจ้าแมลงที่เปลี่ยนไปจนแทบจะจำไม่ได้

            รูปร่างของมันในตอนนี้ไม่อาจใช้คำว่าอัปลักษณ์มาอธิบายได้อีกต่อไป แต่ให้ความรู้สึกที่สง่างามและทรงพลัง

            เปลือกที่ดูเหมือนเกราะของอัศวินนั้นปกคลุมร่างกายของมันไว้ทุกส่วน แต่ละส่วนมีเส้นสายสีแดงจำนวนมากไหลผ่านราวกับเส้นเลือด เส้นสายเหล่านี้กระจัดกระจายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไปตามแขนขาและลำตัวในรูปแบบที่แฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์บางอย่างที่ยากจะเข้าใจ

            วินาทีที่เทพเจ้าแมลงปรากฏตัวขึ้น มันก็เงยหน้าขึ้น จ้องมองมายังท่านหญิงไอโกะผ่านดวงตาเทพเจ้า ผ่านภาพสะท้อนบนสระน้ำ ดวงตาที่ดุร้ายและน่ากลัวของมันทอประกายอำมหิตสุดเปรียบปราย

            พริบตานั้นท่านหญิงไอโกะก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว เธอรู้สึกราวกับถูกแมลงจำนวนนับไม่ถ้วนกัดกินจิตใจจนเจ็บปวดอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้

            พริบตาต่อมาวิหารแห่งดวงดาวก็ปลดปล่อยพลังของมันออกมา ทำให้การจู่โจมตามธรรมชาติของเทพเจ้าแมลงถูกสกัดไว้ ความเจ็บปวดของท่านหญิงไอโกะจึงลดลง

            “นี่มัน..แรงกดดันของเทพเจ้า”

            ใบหน้าของท่านหญิงไอโกะซีดขาว ร่างกายหลั่งเหงื่อจนชุ่มโชกและสั่นน้อยๆ ด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะตั้งสติได้และรีบแจ้งให้เทพมังกรและราชันมังกรพิสุทธิ์ทราบ

            เพียงอึดใจเดียวทั้งสองก็ปรากฏตัวขึ้นบนข่ายอาคมเคลื่อนย้ายของวิหาร ทั้งสองเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วมาหยุดอยู่ที่ข้างกายของท่านหญิงไอโกะและมองดูภาพสะท้อนในสระน้ำ

            ทันทีที่เห็นเทพเจ้าแมลง เทพมังกรก็หน้าเปลี่ยนสี ใบหน้าที่ซีดขาวอยู่แล้วของมันซีดลงไปอีกหลายส่วน ความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมัน

            “ไม่น่าเชื่อ..มันฟื้นฟูสำเร็จแล้วจริงๆ!”

            เทพมังกรอุทานออกมาด้วยความตระหนก เทพเจ้าแมลงไม่เพียงแต่ฟื้นฟูเร็วกว่าที่มันคาดไว้เกือบหนึ่งเดือน แต่มันยังฟื้นฟูได้สมบูรณ์กว่าที่มันคาดเอาไว้อีกด้วย

            เสียงอุทานของเทพมังกรทำให้สีหน้าของท่านหญิงไอโกะและราชันมังกรพิสุทธิ์เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ทั้งสองมองดูภาพสะท้อนด้วยความรู้สึกที่เลวร้ายเป็นที่สุด

            ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดยังไม่เกิดขึ้น เทพเจ้าแมลงที่จ้องมองกลับมาราวกับสามารถมองผ่านภาพสะท้อนได้นั้น ดูเหมือนจะถูกกระตุ้น ราวกับมันถูกการจ้องมองของคนทั้งสามยั่วยุ มันจึงส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างดุร้าย

            ต่อจากนั้นร่างกายของมันก็เปลี่ยนแปลงไป ปีกที่ใสกระจ่าง 8 คู่งอกออกมาจากด้านหลังของมัน ปีกทั้ง 8 เหยียดออกไปราวกับดาบที่แหลมคม จากนั้นเพียงชั่วอึดใจ ปีกก็กลายเป็นรูปร่างและแข็งตัวขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตระหนก

            ไม่ถึงนาทีดี มันก็พัฒนาปีกจนสมบูรณ์ก่อนที่ภาพสะท้อนของเทพเจ้าแมลงจะกลายเป็นพร่ามัวจากการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง

            พริบตานั้นสีหน้าของเทพมังกรก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง มันสบถออกมาเสียงดัง จากนั้นหันไปหาท่านหญิงไอโกะและตะโกนออกมาด้วยความร้อนรน

            “นางหนูหนีไป!!!”

            ก่อนที่เสียงตะโกนของเทพมังกรจะสิ้นสุดลง เทพเจ้าแมลงก็คล้ายกับรู้ทันความคิดของมัน ส่วนหัวของเทพเจ้าแมลงก็แยกออก เผยให้เห็นสิ่งที่ดูคล้ายกับใบหน้าของเด็กทารกที่อยู่ด้านใน

            ใบหน้าที่ดูน่าเกลียดของเด็กทารกเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงสดที่คล้ายกับเลือด มันมีสภาพที่ดูราวกับเด็กทารกแรกเกิดที่มีผิวหนังบอบบางเป็นสีแดงก่ำ ดวงตาที่มีขนาดใหญ่ผิดปกตินั้นลืมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนเผยให้เห็นดวงตาที่ใสราวกับแก้วผลึก

            จากนั้นเพียงเสี้ยววินาที เด็กทารกก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา คลื่นเสียงที่น่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกไปด้านหน้า กลายเป็นคลื่นลำแสงสีแดงดุจเลือดพุ่งตรงไปยังวิหารแห่งดวงดาวด้วยความเร็วประดุจแสง

            เพียงอึดใจต่อจากนั้น ก่อนที่ท่านหญิงไอโกะจะเข้าใจว่าเทพมังกรต้องการอะไร คลื่นแสงก็พุ่งผ่านวิหารแห่งดวงดาวไป มันระเบิดเข้าใส่ตัววิหาร แต่ก็ถูกข่ายอาคมของวิหารป้องกันเอาไว้ได้

            ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัววิหารและคนทั้งสามจึงไม่มีอยู่เลย

            ทว่าสีหน้าของเทพมังกรกลับกลายเป็นน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม สีหน้าของมันบิดเบี้ยวไป ก่อนจะกลายเป็นดุร้ายกระหายเลือด

            “บัดซบ!! กฎแห่งการทำลายล้างของข้า!! เจ้าคิดว่าจะเลียนแบบได้ง่ายๆ งั้นหรือ!!”

            เทพมังกรส่งเสียงคำรามออกมา ก่อนจะกลายร่างเป็นครึ่งมังกรแล้วก้าวออกไปนอกวิหาร มันระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงแล้วสาดออกไปรอบด้าน

            คลื่นแสงสีแดงราวกับเลือดระเบิดเข้าใส่ชั้นพลังสีแดงขุ่นของเทพเจ้าแมลง ทำให้ชั้นพลังแตกกระจายเป็นชิ้นๆ

            แต่เพียงอึดใจเศษเสี้ยวพลังที่แตกกระจายก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ มันขยายตัวขึ้นราวกับม่านหมอกจนปกคลุมวิหารแห่งดวงดาวเอาไว้จนหมดสิ้น

            เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเทพมังกรก็นิ่งไป ความดุร้ายของมันสงบลง สีหน้ากลายเป็นเคร่งขรึม สายตาที่เต็มไปด้วยความอำมหิตของมันกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหันกลับไปมองดูท่านหญิงไอโกะ

            ความลังเลใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเทพมังกร ทำให้สีหน้าของท่านหญิงไอโกะและราชันมังกรพิสุทธิ์แปรเปลี่ยนเป็นสับสน

            “นางหนู..บิดาเจ้าทิ้งสิ่งใดไว้ให้เจ้าใช้ปกป้องตัวเองหรือไม่ หากมีอยู่ละก็ จงใช้เสียแล้วหนีไปจากที่นี่”

            “ท่านปู่! เพราะอะไรคะ!”

            “เพราะมันกำลังจะมาแล้ว อีกไม่นานแล้ว! เร็วเข้า! อย่างน้อยหากเจ้าหนีไปจากที่นี่ก็ยังถ่วงเวลาได้อีกระยะหนึ่ง!! เร็ว!!”

            ท่านหญิงไอโกะยังคงสับสน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเทพมังกรถึงได้ร้อนรนนักแล้วทำไมถึงบอกให้เธอหนีไป

            แต่เมื่อเธอมองไปรอบๆ มองดูสิ่งที่ดูคล้ายกับหมอกสีแดงที่ปกคลุมอยู่รอบวิหารแห่งดวงดาว เธอก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง เธอจึงหันกลับไปมองข่ายอาคมเคลื่อนย้ายในวิหาร

            เมื่อท่านหญิงไอโกะเห็นแสงสว่างที่สั่นไหวและปั่นป่วนของข่ายอาคม เธอก็ตระหนักว่าพื้นที่มิติโดยรอบนั้นถูกรบกวนโดยสิ่งที่ดูคล้ายหมอกสีแดงซึ่งอยู่รอบวิหารแห่งดวงดาว

            “หากข้าจากไป..แล้วท่านปู่ล่ะคะ!”

            “ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง! เจ้าเองก็ช่วยข้าด้วยละเจ้าหนู!”

            “ไม่มีปัญหา!! ต่อให้ต้องตายที่นี่ข้าก็ไม่กลัว!!!”

            เมื่อถูกกระตุ้นด้วยความเป็นตาย สัญชาตญาณดิบเถื่อนของราชันมังกรพิสุทธิ์ก็ระเบิดออกมา สภาวะของมันเพิ่มพูนขึ้นไม่มีหยุด จนแทบจะกลายร่างเป็นครึ่งมังกรแบบเทพมังกรไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

            พลังสภาวะของทั้งสองเพิ่มพูนขึ้นไม่หยุด ราวกับพวกมันตัดสินใจสู้ตายกับศัตรูที่กำลังจะมาถึง

            ภาพของเทพมังกรและราชันมังกรพิสุทธิ์ที่กำลังเตรียมสู่นั้นทำให้ท่านหญิงไอโกะลังเลใจจนไม่กล้าจากไป เนื่องจากเธอทราบดีว่าสิ่งที่ทั้งสองสามารถทำได้นั้น มีเพียงการถ่วงเวลาเท่านั้น

            “ไม่! ข้าไม่ไป! ต่อให้ถ่วงเวลาได้แล้วจะมีประโยชน์อะไร!! หากเทพเจ้าแมลงสามารถบุกมาถึงวิหารแห่งนี้ได้ก็ไม่มีสถานที่แห่งไหนอีกแล้วที่ข้าจะหลบหนีไปได้!! หากต้องหนีไปโดยไม่มีความหมาย สู้ตายอยู่ที่นี่ยังจะดีเสียกว่า!!!”

            ความเด็ดเดี่ยวของท่านหญิงไอโกะนั้นทำให้เทพมังกรนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะยิ้มออกมาด้วยความชื่นชม

            “ดี! ใจเด็ดแบบนี้สิถึงจะสมกับที่เป็นหลานสาวของข้า!! ดี!! หากวันนี้พวกเราสามคนต้องตาย ก็ให้มันตายไปพร้อมกับเจ้าแมลงโง่นี้เลย!!!”

            สิ้นเสียงคำรามของเทพมังกร ท่านหญิงไอโกะก็สลัดความคิดหลบหนีทิ้งไปแล้วนำเอาสมบัติเทพที่พ่อของเธอมอบให้ออกมาสวม จากนั้นก็นำสิ่งประดิษฐ์เทพที่ทรงพลังที่สุดของเธอออกมาใช้อย่างไม่ลังเลใจ

            สภาวะของคนทั้งสามเพิ่มพูนขึ้นในทันทีและเริ่มประสานเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ

            แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของทั้งสาม แต่ด้วยสติปัญญาของเทพระดับ 9 ดาวและเทพเจ้าที่แท้จริง การประสานพลังไม่ได้ยากลำบากอะไรเลย

            เพียงไม่กี่นาที พลังของทั้งสามก็ผสานเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้สภาวะของเทพมังกรสามารถแผ่ขยายออกไปเพื่อปกป้องท่านหญิงไอโกะและราชันมังกรพิสุทธิ์ได้

            ในสภาวะเช่นนี้ทั้งสามก็สามารถต่อสู้ได้ราวกับเป็นคนคนเดียวกันอย่างแท้จริง มันเป็นสภาวะที่ทรงพลังมากหากใช้กับศัตรูที่มีระดับเดียวกัน

            แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเทพเจ้าแมลงที่บ้าคลั่ง ก็ไม่มีใครเลยที่มั่นใจว่าจะชนะได้

            เทพมังกรยังไม่ฟื้นตัวดี ร่างกายของมันยังคงอ่อนแรง แม้ว่ามันจะสามารถงัดเอาพลังออกมาต่อสู้ได้ แต่มันไม่ต้องการทำเช่นนั้นเพราะการทำเช่นนั้นอาจจะทำให้มันต้องหลับไปเป็นเวลานาน ซึ่งการหลับไปในช่วงเวลานี้มันก็อาจจะไม่สามารถตื่นขึ้นมาอีกเลยก็เป็นได้

            เมื่อมีเทพเจ้าจุติขึ้นมาในยุคนี้ จุดอ่อนของการเป็นเทพเจ้าที่แท้จริงก็สมควรถูกเปิดเผยเช่นกัน หากศัตรูคิดจะกำจัดมัน ก็ไม่ได้ยากเลย เพียงแค่ทำลายพลังศรัทธาที่ช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของมันทิ้งไป เพียงเท่านั้นจิตใจของมันก็จะถูกสัญชาตญาณของอสูรกลืนกินจนคลั่งไป

            ถึงตอนนั้นสภาพของมันก็คงไม่ต่างอะไรจากเทพเจ้าแมลง กลายเป็นเทพเจ้าผู้ร่วงหล่นที่บ้าคลั่ง

            สภาวะจิตใจของทั้งสามหลอมรวมกันอย่างรวดเร็ว จนความคิดกลายเป็นหนึ่งเดียวกันโดยสมบูรณ์

            ช่วงเวลานั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมาจากด้านในของวิหารแห่งดวงดาว ทำให้ความคิดทั้งสามสายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรงด้วยความตระหนก

            พริบตานั้นสัมผัสศักดิ์สิทธิ์สามสายก็ม้วนกวาดไปในทันที กวาดผ่านทุกซอกทุกมุมของวิหารแห่งดวงดาวจนสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่ซ่อนอยู่ในวิหาร

            แต่พวกมันก็ต้องตกตะลึงเป็นครั้งที่สองเพราะไม่มีใครเลยที่สามารถสัมผัสได้ถึง ‘ตัวตน’ ที่ก่อให้เกิดเสียงฝีเท้าขึ้น

            บรรยากาศภายในวิหารแห่งดวงดาวกลายเป็นหนักอึ้ง พลังสภาวะของทั้งสามหลอมรวมกันโดยสมบูรณ์และกดทับลงบนทุกตารางนิ้วในวิหาร แต่ก็ไม่อาจส่งผลกระทบใดๆ ต่อเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นได้เลย

            เสียงฝีเท้าไม่ดังขึ้น ไม่เบาลง ไม่เร็วขึ้น ไม่ช้าลง มันยังคงดังขึ้นในจังหวะและน้ำหนักเท่าเดิม ราวกับเจ้าของเสียงกำลังก้าวเดินไปอย่างไม่เร่งรีบด้วยจิตใจที่สงบนิ่งมั่นคงจนปราศจากความเปลี่ยนแปลงใดๆ

            ผิดกับคนทั้งสามที่ประสานพลังกันซึ่งเต็มไปด้วยแรงกดดันที่หนักอึ้ง ทั้งสามไม่มีใครคิดว่าจะมีสิ่งใดหรือบุคคลใดที่สามารถหลบซ่อนจากสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของพวกมันได้

            แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็แสดงให้มันเห็นแล้วว่า พวกมันไม่อาจค้นหาตัวตนที่ทำให้เกิดเสียงฝีเท้าได้ แต่พวกมันก็ยังได้ยินเสียง

            เสียงที่ดังขึ้นทีละน้อยซึ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของเสียงกำลังก้าวเดินเข้ามาใกล้ จนกระทั่งปรากฏตัวขึ้นที่ประตูของห้องโถง

            วินาทีนั้นดวงตาสามคู่ก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อได้เห็นบุรุษหนุ่มเจ้าของเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินเข้ามา

            “กัส!”

            “กัสโทนีย่า!!”

            “เจ้าหนูตะกละ!!!”

คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
13.30M 1357
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
3.06M 3586
Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
5K 89
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

นิยาย แฟนตาซี
150K 136
บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
842K 1498
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810