เช้ง!
เย่เฉินใช้ความพยายามในการออกแรงปัดกระบี่ยาวที่อยู่ในมือของเจียงเฮ่าออกไป
อสุนีบาต!
เย่เฉินโบกมือและตบพลังฝ่ามือออกไปเกิดเสียงดังฟังชัด
เปรี้ยง!
เจียงเฮ่าตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยววิชาลับของฝ่ามือนั้นก็ได้โจมตีเข้ามา แต่กลับถูกแรงสะท้อนนั้นจู่โจมใส่จนถอยหลังไป
ด้านนี้เย่เฉินกำหมัดไว้แน่น เลือดลมภายในร่างกายไหลเวียนอย่างรวดเร็วพลังปราณก็พวยพุ่งออกมา และกระทบเส้นผมของเขาจนปลิวสยายไปในอากาศ
หลังจากซ่อนตัวอยู่เป็นเวลานานเม็ดยาหุยเสวียนที่เขาได้กลืนลงไปตอนนี้ฤทธิ์ยาเริ่มแสดงออกมาอย่างสมบูรณ์แล้วแม้ว่าจะยังไม่กลับคืนสู่สภาวะสูงสุด แต่ก็เพียงพอที่จะเอาชนะเจียงเฮ่าได้
"นึกไม่ถึงเลย...ว่าเขาจะประคองตัวกลับมาได้” ผู้คนรอบบริเวณต่างแสดงความประหลาดใจ
“เจ้าเด็กคนนี้เป็นปีศาจหรือเปล่า?”
“นั่นเป็นศิษย์ที่แท้จริงอันดับหนึ่งของยอดเขาเหรินหยาง! เขาก้าวสู่ขั้นพลังหยางไปแล้วหนึ่งก้าว”
“เด็กดีวันนี้เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจเกินไปแล้ว” ฉู่ซวนเอ๋อร์ที่อยู่บนเมฆไม่สามารถเก็บความรู้สึกตกใจในดวงตาอันงดงามเอาไว้ได้“แม้ว่าเจ้าจะแพ้ในการประลอง แม้ว่าเจ้าจะเข้าสู่สำนักในไม่ได้เจ้าก็มีคุณสมบัติสำหรับการเป็นศิษย์ของข้าแล้ว”
เริ่มประลอง!
บนลานประลองเย่เฉินส่งเสียงตะโกนดัง สะเทือนไปทั้งฟ้า
อ๊าก...!
เจียงเฮ่าพุ่งไปข้างหน้าราวกับสุนัขบ้าคลั่งใบหน้าของเขาแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเขินอายหรือความโกรธศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งแห่งยอดเขาเหรินหยางที่สง่างามแต่ไม่สามารถจะเอาชนะผู้อยู่ในขั้นรวมพลังที่มีท่าทีอ่อนแรงเช่นนี้ได้และยังปล่อยให้เขาฟื้นคืนพลังกลับมาได้ นับว่าเป็นความอัปยศอย่างยิ่ง
ฝ่ามืออสุนีบาต!
หมัดเหรินหยาง!
ในขณะที่เอ่ยวาจาทั้งสองคนก็เกิดแรงระเบิดขึ้นอย่างแรง จนถึงกับกระอักเลือดถอยไปด้านหลัง
ทันทีที่เขาทรงตัวได้เย่เฉินก็กระโจนไปราวกับสัตว์ร้ายและรูปแบบของการต่อสู้ของเขาก็มีความโหดเหี้ยมอย่างมากและไม่มีการป้องกันอะไรเลยแม้แต่น้อย เจียงเฮ่าปล่อยหมัดใส่เขา เขาก็ตบฝ่ามือคืนไปเจียงเฮ่าปล่อยฝ่ามือมา เขาก็ระเบิดหมัดออกไป
การโจมตีศัตรูเช่นนี้เป็นการทำให้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายผู้ชมที่อยู่ด้านล่างต่างกลืนน้ำลาย
บ้าไปแล้วหรือ?
ทุกคนต่างคิดเช่นนี้แม้จะรู้ว่าเจ้าเด็กคนนี้ฟื้นตัวได้มากแล้วแต่ร่างกายก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี หากเป็นแบบนี้ก็ยากที่จะไปต่อได้และมีโอกาสมากที่เย่เฉินจะล้มพับลงไปเสียก่อน
เย่เฉินคงเป็นบ้าไปแล้วจริงๆอาการบาดเจ็บทั่วทั้งร่าง ความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างล้วนแต่ถูกครอบงำไปด้วยเจตนาการต่อสู้ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
เขาเป็นเหมือนสิงโตที่ไม่รู้จักอ่อนล้ากระตุ้นให้เกิดความป่าเถื่อนที่ดั้งเดิมสุดของสัตว์ร้ายจึงมีเพียงการโจมตีแล้วโจมตีอีกอย่างไม่หยุดพัก
พัฟ!
พัฟ!
บนลานประลองที่นองเลือดเจียงเฮ่าเองก็บ้าคลั่งขึ้นมาเช่นกัน และใช้วิชาลับอย่างบ้าคลั่ง
วิธีการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยคาวเลือดเช่นนี้ของทั้งสองคนเลวร้ายยิ่งกว่าการประลองระหว่างเย่เฉินกับอิ่นจื้อผิงทำให้บรรดาผู้อาวุโสที่มองดูอยู่บนก้อนเมฆต่างถอนหายใจด้วยความตกตะลึง
“ศิษย์น้องหญิงเจ้าเลือกศิษย์คนนี้ ช่างบ้าดีจริงๆ !”นักพรตเต้าเสวียนมองไปยังฉู่ซวนเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างและถอนหายใจ
“นี่ไม่ใช่ความบ้าคลั่งเป็นความปรารถนาที่จะเอาชนะ เป็นเจตนาของการต่อสู้ที่ไร้ผู้ต้านทาน”ฉู่ซวนเอ๋อร์หายใจเข้าลึกๆ แม้ว่านางจะมีชีวิตอยู่มาเกือบร้อยปีแล้วแต่ก็ยังคงมีความสะเทือนใจต่อฉากนองเลือดนั้นบนลานประลอง
ฆ่า!
สู้!
มีเสียงคำรามจากความโกรธดังขึ้นอย่างต่อเนื่องบนลานประลองสิ่งที่ผู้ชมทุกคนสามารถมองเห็นได้ก็คือคนคลั่งสองคนที่กำลังใช้วิชาลึกลับโจมตีใส่กันอย่างบ้าคลั่ง
ฝ่ามืออสุนีบาต!
รอยพิมพ์เหรินหยาง!
ดัชนีเอกสุริยัน!
วิชาสะดุ้งเวหา!
การต่อสู้ในลานประลองแห่งนี้ใช้เวลายาวนานกว่าที่ทุกคนจินตนาการเอาไว้มาก
กระบวนท่าที่สามร้อยทั้งสองคนถูกแรงระเบิดจากการประลองกระทบเข้าจนตีลังกากระเด็นออกไปและตกลงบนลานประลองจนเต็มไปด้วยเลือด
เริ่มจากเจียงเฮ่าผมของเขากระเซิง เสื้อผ้ายุ่งเหยิง ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยรอยหมัดและรอยฝ่ามือ
เมื่อมองไปที่เย่เฉินสามารถบอกได้แค่ว่ามันน่ากลัวมาก ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผลเลือดเปียกโชกไปทั้งตัว ราวกับปีศาจที่คลานออกมาจากขุมนรก
เมื่อการประลองดำเนินมาถึงจุดนี้ร่างกายของทั้งสองคนก็สั่นเทา การขาดแคลนของพลังปราณ ความเหนื่อยล้าของร่างกายทำให้พวกเขาไม่มีแรงจะใช้เคล็ดวิชาลับใดๆ ได้อีก
ในกรณีเช่นนี้ทั้งสองคนยังคงเดินโซเซเข้าหากัน และใช้การต่อสู้ระยะประชิดดั้งเดิมที่สุดโดยไม่ใช้พลังปราณ เจ้าชกข้าหนึ่งครั้ง ข้าตบเจ้าหนึ่งที หากเจ้าแทงข้าด้วยดาบข้าตายไปก็จะกลับมาจัดการ
การต่อสู้ถัดไปล้วนแต่อยู่ในฉากเหตุการณ์เช่นนี้ กำลังอันแข็งแกร่งนั้นได้ลดลงไปจนใกล้หมดแล้วใครสามารถยืนหยัดอยู่เป็นคนสุดท้ายได้ ผู้นั้นคือผู้ชนะ
“ศิษย์ฝึกหัดขั้นรวมพลังธรรมดาๆคนหนึ่ง มีอะไรช่วยประคับประคองเจ้าให้สู้มาจนถึงตอนนี้ได้” ด้านล่างการประลองฉีเยว่บ่นพึมพำ สีหน้าเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
“บ้าเอ๊ยถ้าครั้งนี้เจ้าชนะ ข้าจะเลี้ยงเหล้าเจ้าเลยเอาสิ” เจ้าหมีสองที่อยู่ด้านล่างส่งเสียงตะโกนไม่หยุดหย่อน
“นี่มันเป็นไปไม่ได้”คนเช่นฉีเฮ่าคนนี้ ที่กำลังขบกัดฟันทีละซี่ ร่างกายของเย่เฉินที่กำลังปางตายต่อสู้กับศิษย์ที่แท้จริงมาจนถึงตอนนี้โดยไม่พ่ายแพ้นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ทุกสิ่งทุกอย่าง ว่าพวกเขาเหล่านี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่มีทางที่จะกลับตัวได้อีกครั้ง
“เจ้าเด็กคนนี้ทำได้งดงามมาก” ฮั่วเถิงศิษย์ในสิบอันดับแรกก็ยังต้องแสดงความประหลาดใจจนต้องยอมรับว่ามีความด้อยกว่าเย่เฉิน
ตูม!
ตูม!
บนลานประลองต่างล้มลงไปบนพื้นทีละคน
“ข้าไม่เชื่อ”เจียงเฮ่าก็ตะโกนขึ้นไปในอากาศด้วยความโกรธ และลุกขึ้นมาอย่างโซเซอีกครั้ง
“เข้ามาสิ!” เย่เฉินตะโกนเสียงดังออกไป เจ้าแมลงสาบที่ฆ่าไม่ตายได้ลุกขึ้นยืนอีกครั้งในทันที
ทั้งสองคนในเวลานี้มีความอ่อนแรงมากถึงมากที่สุด คนหนึ่งกวัดแกว่งไปมาอีกคนหนึ่งก็ร่างโซเซราวกับถูกลมกระโชกจนพวกเขาต้องล้มลงหัวใจของผู้ชมทั้งบริเวณต่างกระเพื่อมอย่างตื่นเต้น
จากนั้นทั้งสองคนก็ก้าวออกไปข้างหน้า ต่างฝ่ายต่างแลกหมัดกันคนละหมัด
ตุ้บ!
ตั้บ!
เจียงเฮ่าต่อยเข้าใบหน้าด้านซ้ายของเย่เฉินเย่เฉินต่อยเข้าใบหน้าด้านขวาของเจียงเฮ่า
เฮือก!
พวกเขาทั้งสองคนต่างกระอักเลือดและล้มลงทีละคน
ในบริเวณลานประลองสายตาของทุกคนต่างจ้องไปยังการต่อสู้บนลานโดยไม่มีใครพูดจา แต่ละคนกำลังกลั้นหายใจนิ่งเงียบน่ากลัว จนถึงขนาดหากมีเข็มตกลงบนพื้นสักเล่มหนึ่งก็สามารถได้ยินกันโดยทั่ว
หลังจากผ่านไปชั่วครู่ก็ยังไม่เห็นเขาทั้งสองลุกขึ้นมา
“นี่...นี่คือเสมอแล้วใช่ไหม?”
“ข้าดูแล้วเหมือนพวกเขาจะไม่มีแรงลุกขึ้นมาแล้วล่ะ”
“ใครลุกขึ้นมาได้คนนั้นก็เป็นผู้ชนะ”
ท่ามกลางการสนทนาอย่างต่อเนื่องของผู้คนความสนใจของทุกคนก็มุ่งไปยังด้านบนของลานประลองอีกครั้งมีคนบ้าเลือดคนหนึ่งพยายามปีนลุกขึ้นมาจริงๆ
เงาร่างที่ซูบบางของเขาใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือด ร่างกายมีเลือดหยดไหลไปทั่วครึ่งหนึ่งของใบหน้าถูกปกปิดด้วยผมสีดำที่แสนจะยุ่งเหยิง ท่ามกลางสายลมนั้นขาทั้งสองที่ยืนขึ้นตรงนั้นสั่นสะท้าน กำลังโค้งตัวอยู่ และค่อยๆ ยกตัวขึ้นมา
คนที่พยุงตัวลุกขึ้นมาได้แน่นอนว่าคือเย่เฉิน
ในตอนนี้ไร้คำพูดจาของผู้คน เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดีจึงได้แต่ยืนจ้องเงาร่างสีแดงที่อาจจะล้มลง
ในขณะนี้ศิษย์จำนวนมากมายต่างก้มหน้าลงด้วยความอับอาย ในบรรดาพวกเขาผู้มีระดับการฝึกตนที่สูงกว่าเย่เฉินนั้นมีอยู่มากมายคนที่มีพื้นฐานครอบครัวดีกว่าเย่เฉินก็มีมากมาย แต่กลับไม่มีผู้ใดเลยที่จะแข็งแกร่งไปกว่าเย่เฉิน
ดังนั้นเจียงเฮ่าซึ่งได้ล้มลงหมดสติไป จึงมีสีหน้าที่ไม่เต็มใจสักเท่าไร
“เย่เฉินเป็นผู้ชนะ”
เมื่อมีเสียงดังลอยมาจากอากาศลานประลองอันเงียบกริบนั้นก็มีเสียงโห่ร้องขึ้นในทันที
และระหว่างเสียงโห่ร้องยินดีเหล่านั้นร่างกายที่แข็งทื่อของเย่เฉิน ในที่สุดก็ล้มลงไปแล้ว
“เจ้าหนุ่ม”เจ้าหมีสองรีบวิ่งขึ้นไปบนลานประลอง และโอบอุ้มเย่เฉินไว้ในอ้อมแขนจากนั้นก็รีบแบกขึ้นหลังพาลงจากลานประลองอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าไปยังสถานที่รักษาอาการบาดเจ็บของหอฟ้าดิน
ทุกคนล้วนหลีกทางให้พวกเขาโดยพร้อมเพรียง
เย่เฉินชื่อนี้ถูกกำหนดเอาไว้ให้อยู่ในใจของศิษย์ทุกคน ศิษย์ฝึกหัดขั้นรวมพลังผู้นี้ตั้งแต่เขามาอยู่ที่สำนักเหิงเยว่ เขาได้ทำเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้เอาไว้มากมายตอนนี้เขามาอยู่ในจุดสูงสุดสามารถเอาชนะศิษย์แท้จริงของยอดเขาเหรินหยางและวิหารประกาศิตได้ติดต่อกันจนทิ้งตำนานเอาไว้