ฟิ้ว ฟิ้วฟิ้ว ฟิ้ว~~~!
ร่างของทหารจำนวนนับล้านมุ่งหน้าเดินทางไปยังประตูทิศตะวันตกของเมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวน เผชิญหน้ากับเตาหลอมยาขนาดใหญ่ที่กำลังรวบรวมพลังวิญญาณมหาศาลพร้อมจะยิงถล่มเมืองของพวกเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง
ในระหว่างที่กองทัพเคลื่อนพลด้วยวิธีการบินมาด้วยความรวดเร็วจนน่านฟ้าทางด้านทิศตะวันตกของเมืองเต็มไปด้วยทหารนับล้าน รถม้าสีทองขนาดใหญ่ก็วิ่งตรงออกมาจากปราสาทใจกลางเมืองเข้าไปสมทบกับทหารมากมายสวมใส่ชุดเกราะสีทองทันที
“เจ้าเป็นผู้ใด ทำไมถึงต้องการโจมตีเมืองหลวงของข้ากัน”
เสียงอันทรงพลังพุ่งออกไปจากรถม้า ชาวบ้านที่รู้ว่ากำลังจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นต่างวิ่งกลับเข้าไปในบ้านของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ภายใต้เสียงร้องตะโกนของผู้นำจักรวรรดิเทียนหยวนกำลังส่งไปยังเจ้าของวิญญาณยุทธ์ขนาดใหญ่นี้เอง สายตาของเหล่าทหารและทุกคนที่มองจ้องออกไปนอกเมืองก็พบเข้ากับชายสวมผ้าคลุมสีน้ำตาลซีดเต็มไปด้วยรอยฉีกขาด
“ไม่เจอกันนาน เจ้าพูดกับข้าด้วยน้ำเสียงเหินห่างแบบนี้เลยหรือ”
“หลี่หยุน เป็นเจ้า~!”
เหล่าทหารเริ่มเงียบเมื่อรู้ว่าจักรพรรดิของพวกมันรู้จักกับเจ้าของวิญญาณยุทธ์
“เจ้ากำลังจะทำอะไร เจ้าไม่กลัวตายอย่างนั้นหรือ”
ฮ่าๆๆๆๆ
เสียงหัวเราะเยาะเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งสั่นสะเทือนไปทั่วเมืองหลวง จนผู้คนสัมผัสได้กับพื้นดินกำลังสั่นสะเทือน แม่น้ำที่ไหลผ่านใจกลางเมืองล้วนโยกไหวจนเหมือนมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นมา ฝูงปลามากมายที่อยู่ภายในบ่อน้ำหรือลำธารต่างกระโดดโลดเต้นให้กับเสียงที่กำลังข่มขู่พวกมัน เหล่าสัตว์อสูรมากมายที่ถูกทำให้เชื่องต่างพยายามวิ่งพล่านออกจากการควบคุม เพียงแค่ได้ยินเสียงหัวเราะของคนที่ยืนอยู่นอกเมืองหลวง
“เจ้าถามข้าหรือ… ตั้งแต่เรารู้จักกันเจ้าเคยเห็นข้ากลัวตายสักครั้งไหมล่ะ ตั้งแต่ข้าเสียภรรยาไป เสียความสามารถของลูกชายไป ข้าก็กลายเป็นคนที่ไม่กลัวตายกว่าเดิม”
“หลี่หยุน หยุดซะ เจ้ากำลังจะฆ่าคนบริสุทธิ์”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ”
เสียงหัวเราะดังสะท้านไปทั่วทั้งเมืองจนต้นไม้ไหวโยก หมู่นกล้วนแตกกระเจิงบินไปคนละทิศทาง เหล่าทหารนับล้านที่ตั้งโล่รอรับคำสั่งล้วนแล้วสะท้านไปทั่วแผ่นหลัง กลัวให้กับเจ้าของน้ำเสียงที่กำลังข่มขู่ทุกๆอย่างภายในเมืองหลวง
“คนของตระกูลข้าที่ตายไปเป็นแสนๆเพียงเพราะพวกแกต้องการได้ดวงตาลูกของข้า อยากได้วิญญาณยุทธ์ลูกชายข้า คนเหล่านั้นไม่นับว่าบริสุทธิ์อย่างนั้นหรือ”
“แต่เจ้าก็ฆ่าพวกเรากลับเช่นเดียวกัน”
“เหลวไหล!!!”
ความโกรธปะทุออกมาจากร่างของหลี่หยุนกระจายไปทั่วทั้งเมืองจนผู้คนสั่นกลัว จักรพรรดิที่รู้ตัวว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้จึงเรียกให้องครักษ์มากมายจากปราสาทมุ่งหน้ามายังสถานที่แห่งนี้เพื่อใช้พลังข่มขู่กลับคืนไป จนพลังของทั้งสองฝ่ายดูเท่าเทียมกัน
“เหลวไหลสิ้นดี ถ้าหากพวกแกไม่วางแผนตอนที่ข้าเดินทางไปกำจัดสัตว์อสูรเพื่อชิงดวงตาลูกชายข้ารวมไปถึงชิงวิญญาณยุทธ์ จะต้องมีคนตายหรือ ”
“หลี่หยุน ที่เจ้ามาในวันนี้ก็เพราะว่าต้องการจะฆ่าทุกคนที่นี่”
ฮ่าๆๆๆๆ
หลี่หยุนหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งจนทำให้ทหารเหงื่อไหลไปทั่วแผ่นหลัง หากต่อสู้กันขึ้นแม้พวกมันจะมีนับล้านพวกมันจะต้องตายไม่ต่างจากมดปลวกอย่างแน่นอน แม้จะมีทหารจากหน่วยอื่นๆมาเพิ่มมากกว่านี้เป็นสิบยี่สิบเท่า พวกมันก็ยังไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถรอดจากการต่อสู้ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
“หลี่หยุน เจ้ามันบ้าไปแล้ว ยอมมอบตัวซะแล้วข้าจะทำเป็นไม่เห็นอะไร”
“งั้นข้าขอใช้คำพูดแทงใจดำเจ้าก็แล้วกัน ควักลูกตาของหลานเจ้าออกมาคืนข้าซะ แล้วก็ควักวิญญาณยุทธ์ลูกข้าที่ขโมยไปคืนมา ข้าจะทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
ความเงียบเกิดขึ้นไม่มีการพูดคุยใดๆ เหล่าชาวเมืองที่หลบอยู่ภายในบ้านต่างรอฟังคำพูดของจักรพรรดิ แต่คำพูดต่อไปนั้นกลับทำให้พวกเขาไม่รู้คำตอบที่จักรพรรดิจะตอบ ว่าเขาจะคืนสิ่งที่ขโมยมาหรือไม่
“ตอนนี้ตระกูลหลี่ทุกคนตกต่ำมาก หากเจ้ามอบตัวข้าจะทำให้พวกเขากลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง”
“ฮ่าๆๆๆ อย่ามาใช้ลมปากของเจ้าเป่าหูข้าอีกเลย เมื่อ 15 ปีก่อนการที่ลูกข้าถูกควักลูกตา ถูกควักวิญญาณยุทธ์ออกมา แล้วพวกข้ายังถูกไล่ล่าจนสูญเสียภรรยาไป รวมถึงตระกูลตายไปนับแสน คำตัดสินของเจ้ายังพูดออกมาเพียงแค่ให้มันแล้วกันไป เจ้ายังคิดจะให้ข้าเชื่อคำพูดเหลวไหลของเจ้าได้อีกหรือ! ” ผู้คนภายในเมืองล้วนรับรู้ได้ถึงความโกรธแค้น ของผู้ที่เป็นเจ้าของเตาหลอมยาขนาดใหญ่
“เจ้าไม่กลัวตระกูลหลี่ที่เหลืออยู่จะถูกกำจัดทิ้งหรือหลี่หยุน”
“ฮ่าๆๆๆ คนของข้า ข้าย่อมรู้ดี ตระกูลหลี่หากพวกเขากลัวตาย พวกเขาคงไม่อยู่มาถึงวันนี้หรอก คิดจะใช้ตระกูลหลี่ขู่ข้ามันไม่ง่ายหรอกนะ”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะตัดสินเรื่องเมื่อ 15 ปีก่อนอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาคนมาลงโทษ”
“ฮ่าๆๆๆ เจ้าจะนำคดีมาตัดสินใหม่อีกครั้ง ข้าขอถามเจ้าหน่อยก็แล้วกัน หลังจากวันนั้นคนที่ลงมือควักลูกตาลูกชายข้าและทำให้ภรรยาข้าตาย พวกมันยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ ไม่ใช่พวกมันถูกเจ้าสั่งฆ่าแล้วหรือ เพื่อไม่ให้ใครสาวไปถึงผู้สั่งการ แต่ข้าได้ตรวจสอบมาแล้วล่ะ พวกมันยังเหลืออีกมาก เมื่อถึงตอนนั้นพวกมันจะมีคนไปหาเอง ”
“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำเยี่ยงไรเจ้าถึงจะหยุด ข้าไม่สามารถให้เจ้าฆ่าผู้บริสุทธิ์ได้”
“อย่าเอาคำว่าผู้บริสุทธิ์มาใช้กับข้า ในเมื่อเจ้าไม่รู้เลยว่าผู้บริสุทธิ์เป็นคนแบบไหน ในสายตาของเจ้าผู้บริสุทธิ์เป็นได้แค่พวกที่ทำประโยชน์ให้เจ้าได้เท่านั้นแหละ เอาล่ะ ข้าจะพูดบางอย่างที่พวกแกต้องทำตาม ถ้าไม่อยากให้เมืองแห่งนี้หายไปมากกว่าครึ่ง”
แม้หลี่หยุนจะตายเขากลับไม่ได้กลัว การตายของเขามั่นใจว่าตัวเองสามารถลากคอคนที่โจมตีเขาและลูกเมื่อ 15 ปีก่อนไปได้หลายคน มันจะเปิดทางให้ลูกของเขากลับมาแก้แค้นได้ง่ายขึ้น แต่วิธีการนั้นเขาจะเก็บไว้หลังสุด เพื่อไม่ให้ลูกของเขาต้องหลบซ่อนตัวไปตลอดเวลาถ้าเขากวาดล้างเมืองนี้ไป
“เจ้าต้องการอะไร”
“หนึ่ง เรียกคนของเจ้ากลับมาทั้งหมด หากข้ารู้ว่าคนที่พวกเจ้าต้องการฆ่าในตอนนี้ ตกตาย ข้าจะทำให้ทุกอย่างหายไป”
“ได้ ข้าจะทำตาม”
“งั้นเรียกคนของเจ้ากลับมา เรียกกลับมา!!!”
หลี่หยุนตวาดลั่นจนทุกคนที่หลบอยู่ในเมืองตัวสั่น เสียงร้องตะโกนเมื่อครู่รุนแรงมาก จนพวกเขารู้ว่าเขาโกรธถึงที่สุด พร้อมจะฆ่าทุกๆคนที่ไม่ยอมทำตาม
“ได้ ข้าจะให้คนของข้าส่งข้อความไปถอนกำลัง”
“สอง ต่อจากนี้ไปจนกว่าคนที่พวกแกกำลังไล่ล่าจะอายุ 20 ปีพวกแกห้ามยุ่งเกี่ยวกับเขา คนของปราสาทจักรพรรดิจะต้องไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ว่าวิธีใดก็ตาม”
“ได้ ข้อยอมรับ จนกว่าจะถึงอายุ 20 ปีพวกข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขา แล้วหากว่าเขาถูกคนอื่นฆ่าล่ะ”
“ขอเพียงแค่คนจากปราสาทจักรพรรดิไม่มีส่วนรู้เห็น ข้าจะไม่โทษการตายนั่น แต่ถ้าข้ารู้ว่าปราสาทจักรพรรดิกระตุ้นให้อำนาจกลุ่มอื่นๆเคลื่อนไหว ข้าจะกลับมาพร้อมกับสิ่งที่ลบทุกอย่างให้หายไป”
เตาหลอมยาขนาดใหญ่ค่อยๆสลายหายไป สร้างความตกใจให้กับทหารนับล้านที่ยืนเผชิญหน้ากับความกดดันจากคนชื่อหลี่หยุน ทันทีที่เตาหลอมยาสลายหายไปจนหมด เจ้าของมันก็ค่อยๆเดินหายเข้าไปในป่า ไม่มีแม้กระทั่งคำสั่งให้ไล่ตาม
“ท่านจักรพรรดิ ทำไมเราถึงไม่จัดการกับเขาคนนั้นกัน”
“การจัดการกับเขาในสถานที่คนมากมายไม่ใช่ทางเลือกที่ดีมากนัก ดูเหมือนว่าเวลาที่ผ่านไป 15 ปีจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาก แม้แต่ข้าก็ยังคิดไม่ถึง เพราะงั้นปล่อยไปก่อน รอให้พ่อของข้าออกมาจากการบ่มเพาะก่อน เราค่อยคิดจัดการกับเขาในภายหลัง ”
—------------------------------------
“รอดต้องเห็นตัว ตายต้องเห็นศพ ตามมันลงไป~!”
คำสั่งจากระดับราชาวิญญาณขั้น 9 ส่งไปยังคนนับพันที่อยู่ด้วยกัน หลังจากปะทะกันกับคลื่นดาบสีแดงเลือดพวกมันก็ตายไปร้อยกว่าคน ถึงอย่างนั้นทุกคนที่รอดกลัวปกติดีไม่ถึงขั้นบาดเจ็บหนัก มันจึงสั่งให้คนตามหาตงฟางที่กระโดดลงไปในหุบเหวเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยพลังงานด้านลบมหาศาล พยายามกรีดร้องเรียกให้พวกเขากระโดดลงไป
ในระหว่างที่กลุ่มคนนับพันกำลังเคลื่อนไหวลงไปในเหวเพื่อตามหาร่างของตงฟาง พวกมันกลับหยุดตัวกระทันหัน หลังจากชายสวมผ้าคลุมยืนอยู่ข้างๆผู้นำของพวกมันสั่งให้หยุดตัว
“เดี๋ยวก่อน กลับ~!”
“เกิดอะไรขึ้น ภารกิจของเรายังไม่จบ ทำไมถึงต้องกลับ”
ทุกคนต่างสงสัยไปตามๆกันพวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดทุกคนถึงต้องกลับเพราะเป้าหมายอาจจะยังไม่ตกตาย
“ข้าไม่รู้สาเหตุ แต่เราถูกเรียกตัวกลับ มันเป็นคำสั่งเร่งด่วน ห้ามให้เรายุ่งกับเด็กคนนี้อีก”
“หมายความว่าอย่างไง” ผู้นำกลุ่มยังคงทำหน้าสงสัย มันไม่เข้าใจกับข้อความที่นักเวทย์ได้รับจากทางเมืองหลวง
“ข้าบอกว่าข้าไม่รู้ แต่คำสั่งให้เราเลิกทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเราที่แย่ เอาล่ะ กลับได้แล้ว”
แม้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายจะยังไม่สำเร็จเพราะเหลือขั้นตอนสำรวจหาร่างของตงฟาง พวกมันกลับต้องเดินทางกลับเมืองหลวงเนื่องจากว่าการขัดขืนคำสั่งทำให้พวกมันทุกคนพบจุดจบที่ไม่ดี แม้เมืองรอบนอกพวกมันจะเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อกลับเมืองหลวงพวกมันเป็นเพียงกองกำลังที่อยู่ล่างสุดเท่านั้น ไม่มีสิทธิต่อรองใดๆ หากมีคำสั่งให้เดินทางกลับ พวกมันจำเป็นต้องเดินทางกลับโดยไม่ต้องรู้ว่าเหตุใดต้องทำเช่นนั้น
—-----------------------------
“เกิดอะไรขึ้น?”
สายตาของผู้นำนิกายเฟยเทียนมองไปยังหินพลังชีวิตของตงฟางที่กำลังปลดปล่อยแสงวูบวาบเหมือนจะดับลงไปทุกเมื่อ ในระหว่างกำลังลุ้นไม่ให้หินพลังชีวิตของตงฟางดับลงนี้เอง เขากลับเห็นแสงมากมายจากระดับราชาพุ่งตัวออกไปจากเมืองหลงไห่ จากทิศทางที่แสงมากมายพุ่งตัวจากไป มีจุดหมายเป็นเมืองหลวงทั้งนั้น จึงทำให้ผู้นำนิกายรู้สึกสงสัยมาก กับการเดินทางจากไปของคนกลุ่มนี้
หากตงฟางตายแล้วพวกเขาเหล่านี้เดินทางกลับ ยังพอสมเหตุสมผล แต่ตงฟางกลับยังรอดเพราะหินพลังชีวิตของเขายังคงส่องแสง คนเหล่านี้กลับเลือกที่จะกลับออกไปจากเมืองหลงไห่ สร้างความไม่เข้าใจให้กับผู้นำนิกายเฟยเทียนไม่น้อย
“อยู่นี่เอง”
“มีอะไรจะคุยกับข้าเหรอเฟยหง”
“ท่านผู้นำ อยากรู้ไหมว่าข้าไปได้ยินเรื่องอะไรมาระหว่างเดินเล่นในเมืองหลงไห่”
“อยากสิ เจ้าไปได้ยินอะไรมาล่ะบอกข้าหน่อยได้ไหม” ผู้นำเฟยเทียนโยนเหล้าไปให้อาจารย์เฟยหงแล้วรอฟังคำตอบ
“เหล่าคนที่มาจากเมืองหลวงส่วนหนึ่งได้รับคำสั่งให้กลับ”
“ส่วนหนึ่ง หมายความว่ายังไง แล้วพวกเขาเป็นคนของวิหารไหน”
“ข้ายังไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงเดินทางจากไป ที่ข้ารู้มาพวกเขาไม่ใช่คนของวิหาร แต่เป็นคนของปราสาทจักรพรรดิ”
ผู้นำนิกายเฟยเทียนย่นคิ้ว เขาอยากรู้เรื่องที่เมืองหลวงมากกว่าเดิมขึ้นไปอีกว่าเกิดอะไรขึ้นมา แต่ต้องรอข่าวเป็นเวลา 1 วันจึงทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น
“แล้วก็สถาบันทั้ง 3 ส่งข้อมูลมายืนยัน ว่าศิษย์ของเราที่ไปทำภารกิจกับตงฟางพวกเขาเดินทางกลับมาแล้ว แต่เด็กสถาบันเราตาย 1 อีก 1 ถูกไล่ล่า ”
“แค่นี้เหรอ”
“ใช่ ข้ารู้แค่นี้ ส่วนศิษย์หลักเหล่านั้นต่างก็เดินทางไปยังสถานที่บ่มเพาะของพวกเขาแล้ว ที่เราทำได้คงมีเพียงแค่รอให้ตงฟางกลับมาเองเท่านั้น แล้วเราจะตามไปดูไหม”
“ไม่ต้อง มีคนห้ามไม่ให้เราตามไป ข้าเองก็ไม่สามารถขัดเขาได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องรอ เฮ่อ~! รับศิษย์ทั้งที ดันมีเท้าวิ่งเข้าหาตลอด”
—-----------------------------
แค่ก แค่กแค่ก!
ดวงตาค่อยๆลืมตื่นขึ้นมาพบกับความมืดมิดผสมกับเสียงมากมายจากพลังด้านลบใต้หุบเหวพยายามร้องเรียกให้เข้าหา ตงฟางจึงเปิดใช้งานตาทิพย์มองดูทุกๆอย่างในความมืดจนรู้ว่าเขานอนอยู่ใต้หุบเหวโดยมีอสูรโลหิตนั่งเฝ้าไม่ห่าง
“นึกว่าจะไม่ตื่นแล้วซะอีก”