ตอนที่ 20 อาหารจากศัตรู
ด้วยประการฉะนี้ โล่วชิเจี่ยจึงถูกมัดไว้จนถึงดึกดื่น
อากาศในห้องขังมืดและชื้น นางถูกมัดเหมือนศพโยนทิ้งไว้บนฟางแห้ง นางกัดฟันด่าทอตลอดทั้งบ่าย แต่ไม่มีใครสนใจนาง! จนกระทั่งต่อมา นางรู้สึกคอแห้ง และหิวมาก เสียงด่าทอของนางก็อ่อนลง แต่ความเกลียดชังที่มีต่อเ่ิูกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น!
ระหว่างอับจนปัญญาไร้หนทาง ความรู้สึกน้อยใจและโกรธแค้นก่อตัวขึ้นในใจของนาง จนกลายเป็เพลิงโทสะ ตอนนี้โล่วชิเจี่ยกล้าพนันได้เลยว่า ถ้าเ่ิูอยู่ตรงหน้านาง นางจะฉีกเขาเป็ชิ้นๆ!
เอี๊ยดดดดด
เสียง "เอี๊ยด" ดังขึ้น ประตูห้องขังถูกเปิดออก
มีเสียงฝีเท้าและกลิ่นหอมของอาหารลอยมาจากข้างนอก โล่วชิเจี่ยที่กำลังหิวได้กลิ่น ก็สูดดมอย่างแรง กลิ้งตัวเพื่อหันไปมอง และเห็นแม่บ้านสวมชุดสีเหลือง ถือกล่องข้าว เดินเข้ามาหานาง
“ชิเจี่ย แม่บ้านเอาอาหารมาให้เ้าแล้ว กินตอนร้อนๆ นะ!” แม่บ้านนำซาลาเปา ข้าวปั้น และโจ๊ก ออกมาจากกล่องข้าว วางเรียงไว้ตรงหน้าโล่วชิเจี่ย
ดวงตาของโล่วชิเจี่ยแดงก่ำเพราะกลิ่นหอมของอาหาร นางเงยหน้ามองแม่บ้าน ทันใดนั้น นางรู้สึกว่าแม่บ้านที่ปากร้ายและหน้าตาเหมือนลิง ดูใจดีขึ้นมาทันตา
โล่วชิเจี่ยรู้สึกซับซ้อน พูดกับแม่บ้านด้วยความซาบซึ้ง “แม่บ้าน ท่านช่างใจดีจริงๆ ไม่คิดว่าในเวลาแบบนี้ ท่านยังนึกถึงข้า ข้าซาบซึ้งมาก! ” น้ำเสียงของนางฟังดูจริงใจยิ่ง
แม่บ้านโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ พูดด้วยน้ำเสียงเสียดสีเหมือนเดิม “การเอามาให้เ้าไม่ใช่ความคิดของข้า เป็คำสั่งของท่านอ๋อง ท่านอ๋องบอกว่า ่นี้ให้ดูแลเื่อาหารการกินของเ้าตามปกติ ห้ามปล่อยให้เ้าอดตาย ไม่งั้นการลงโทษของท่านก็จะไม่มีความหมาย!”
เป๊าะ!
ฟองสบู่แห่งความซาบซึ้งของโล่วชิเจี่ยแตกสลาย ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟโทสะในดวงตา สายตาของนางเหลือบไปเห็นอาหารที่น่ารับประทาน ก็รู้สึกว่ามันไม่น่ากินอีกต่อไป
โล่วชิเจี่ยมองอาหารด้วยความโกรธ อาหารที่น่ารับประทานเมื่อครู่ เวลานี้ราวกับเป็ศัตรูคู่อาฆาต นางมีอุดมการณ์อันสูงส่ง เรียกว่ายอมแตกหักดีกว่ายอมงอ อาหารจากศัตรูที่เต็มไปด้วยความดูถูกแบบนี้ ถ้านางกินเข้าไป ชีวิตที่สดใสของนาง คงถูกปกคลุมด้วยเงามืด!
กระนั้น ปกติโล่วชิเจี่ยก็เป็คนไม่ค่อยมีคุณธรรมอยู่แล้ว ดังนั้น ... นางจึงยอมบิดพริ้วในอุดมการณ์อันสูงส่งของตัวเอง กินอาหารทุกคำที่แม่บ้านยื่นให้จนหมด
โล่วชิเจี่ยลูบท้อง แสดงความพึงพอใจออกมา มีคำกล่าวโบราณที่ว่า ยอมมีชีวิตอยู่อย่างน่าสมเพช ดีกว่าตายอย่างมีเกียรติ ถึงแม้เ่ิูจะมีเจตนาร้าย แต่นางก็ไม่จำเป็ต้องทำร้ายตัวเอง!
“พ่อครัวในจวนอ๋องนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แค่ผักธรรมดาๆ ยังทำให้อร่อยได้ขนาดนี้!” โล่วชิเจี่ยแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจ
แม่บ้านเริ่มเก็บจานชามที่เหลือ สายตาของนางมองไปที่โล่วชิเจี่ยที่กินอิ่ม หน้าตายิ้มแย้ม ดวงตาที่เรียวเล็กของนางเต็มไปด้วยความดูถูก น้ำเสียงของนางก็ยิ่งเสียดสีมากขึ้น
“เ้ากินอิ่มนอนหลับ แต่ข้าต้องลำบากเอามาให้เ้าถึงที่ ยังต้องป้อนเ้าอีก เ้าไม่รู้รึไงว่าในจวนอ๋องไม่มีคนรับใช้แล้ว พวกข้าสองคนต้องทำงานหนักขึ้น ตอนนี้ยังต้องมาดูแลเ้าอีก ช่างน่ารำคาญ!”
นางบ่นอุบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นท่าทางไม่สำนึกผิดของเด็กคนนี้ นางก็ยิ่งโกรธ รู้สึกว่าท่านอ๋องลงโทษเบาเกินไป อย่างน้อย เอ่อ ... น่าจะจับไปทำขันทีในวัง! ให้ติดอยู่ในนั้นตลอดชีวิต!
โล่วชิเจี่ยไม่รู้ว่าแม่บ้านคิดอะไรอยู่ ถ้ารู้ทีหลัง นางคงกระอักเื และคงก่นด่าว่าโหดร้าย!
หลังจากที่แม่บ้านเก็บของทุกอย่างเรียบร้อย นางก็เดินออกไป สะบัดสะโพกไปมา โล่วชิเจี่ยนอนหลับตาบนฟางแห้ง ฟังเสียงฝีเท้าค่อยๆ ห่างออกไป นางจึงลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำเป็ประกายเ้าเล่ห์
เพล้ง!
เสียงถ้วยชามใบเล็กที่แม่บ้านเหลือไว้แตกกระจายบนพื้น เศษกระเบื้องกระจายไปทั่ว โล่วชิเจี่ยหยิบเศษที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมา แล้วใช้มันตัดเชือก เชือกก็ขาด
เชือกเล็กๆ แบบนี้ ยังคิดจะมัดข้า ดูถูกข้าเกินไปแล้ว!
โล่วชิเจี่ยมองเชือกที่หลุดออก รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่สกปรกของนาง แววตาของนางเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์
โล่วชิเจี่ยย่อตัวลง ยื่นหัวออกไปเหมือนเต่า
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ข้างนอก โล่วชิเจี่ยหยิบเชือก แล้วแอบหนีออกจากห้องขัง นางพบว่า ไม่เพียงแต่ในห้องขังจะไม่มีองครักษ์ แม้แต่ข้างนอกก็ยังมีการป้องกันที่หละหลวม นางจึงหนีออกมาได้อย่างง่ายดาย
โล่วชิเจี่ยคิดในใจ เ่ิูดูถูกนางจริงๆ คิดว่าเชือกเส้นเล็กๆ จะมัดนางได้ แต่ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานนางจะทำให้เ่ิูได้เห็นดีกัน!
มีคำกล่าวโบราณของจีนที่ว่า ยอมทำให้สุภาพบุรุษโกรธ ดีกว่าทำให้คนพาลโกรธ ถึงแม้ว่าโล่วชิเจี่ยจะไม่ได้เรียนหนังสือสูง แต่นางก็เข้าใจวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะบทบาทของคนพาล นางทั้งเข้าใจทฤษฎีและวิธีลงมือปฏิบัติ สามารถแสดงบทบาทนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ--
--นางจะทำให้เ่ิูจดจำคืนนี้ไปจนวันตาย!