"คุณชาย...ท่านอ๋องแปดยืนอยู่นอกจวนมาขอพบคุณชาย ขอรับ" เฉินฝูเข้ามารายงาน
หยางเฟยที่กำลังวาดภาพอยู่ ก็ต้องวาดพู่กันลงอย่างน่าเสียดาย เพราะเวลานี้มีสหายจากราชวงศ์มาขอพบเขา
"เ้า..เชิญท่านอ๋องเข้ามาข้างในเถอะ ให้คนจัดเตรียมน้ำชา และอาหารว่างมาด้วย"
"ขอรับ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้"
บรรยากาศภายในห้องรับรอง บัดนี้โต๊ะถูกจัดเตรียมด้วยของว่าง และน้ำชาอย่างเรียบง่าย รอผู้มาเยือน ที่กำลังเดินเข้ามา
"คารวะท่านอ๋อง ไม่ทราบว่าท่านอ๋องจะมาเลยไม่ได้ทำการต้อนรับต้องขออภัยด้วยพะย่ะค่ะ"
"ไม่ต้องมากก็พิธี..เ้าทำเช่นนี้ ดูห่างเหินยิ่งนัก เ้ากับข้าเป็สหายกันั้แ่เด็ก ไม่ต้องมากพิธีก็ได้"
"อย่างนั้น..ไม่ทราบว่าท่านอ๋องมาครั้งนี้...."
หยางเฟยยังไม่ทันเอ่ยถามจนจบ อ๋องแปดเลยพูดดักเสียก่อน
"ข้ามาครั้งนี้ มีของมาฝาก...นี้เป็ชาชั้นดีที่ข้าได้มา...เ้ารับไปสิ สิ่งนี้ถือเป็น้ำใจจากข้า ที่เ้าช่วยข้าไว้ครั้งก่อน เ้าม้าพยศนั้นเ้าปราบมันอยู่หมัด" อ๋องแปดยื่นกล่องใบเล็กๆที่ห่อหุ้มด้วยผ้าเเพรชั้นดี ส่งให้กับคนตรงหน้า
"ขอบพระทัยท่านอ๋อง ในเมื่อท่านอ๋องมีน้ำใจมา ข้าก็ควรรับไว้ ว่าเเต่ชานี้เป็ชาชั้นดีจริงๆขนาดอยู่ในกล่องก็ยังได้กลิ่นนับว่าเป็ชาชั้นยอดเลยจริงๆ" หยางเฟยรับกล่องมาพร้อมกับหลับตาสูดลมกลิ่นอย่างหลงเสน่ห์กับชาดังกล่าว
"เ้าชอบก็ดีแล้ว...ชาแบบนี้ไม่ได้มีในเมืองเจิงหนาน เป็ธรรมดาที่เ้าจะชื่นชอบ หากเ้าชอบคราวหน้าข้าจะนำมาฝากอีก"
"ท่านอ๋องมิต้องลำบาก ชาในจวนของกระหม่อมก็มีตั้งมากมายเพียงแต่ไม่ใช่ชาชั้นเสิศเหมือนที่ท่านอ๋องได้นำมามอบให้ก็เท่านั้น ท่านอ๋องดื่มชาก่อนเถอะ ชานี้อาจจะสู้ชาที่ท่านอ๋องให้มาไม่ได้" หยางเฟยค่อยๆรินชาใส่ถ้วยเล็กๆทั้งสองใบก่อนผายมือเชิญให้ฝ่ายตรงข้าม ลิ้มรส
"ชาที่จวนของเ้า วิธีการชงชาน่าจะดีมาก ดื่มเเล้วไม่ฝืดคอ ช่างน่าสนใจจริงๆ" เขาค่อยๆวางถ้วยชาลงบนโต๊ะแล้วเอ่ยชม
"มิกล้า ท่านอ๋องชมเกินไปแล้ว" หยางเฟยพูดพลาง ค่อยๆวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ หลังจากที่เขาจิบมันจนหมด
"ที่ข้าพูดมาเป็ล้วนเื่จริง ช่างเถอะ...ข้าไม่ได้มาที่นี้นาน รู้สึกที่นี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ข้าจำได้ว่าเ้ามักจะไปหาข้าที่วังอยู่บ่อยครั้ง หรือไม่ก็เป็ข้าที่มาหาเ้าที่นี้ " ท่านอ๋องเเปดคิดย้อนไปถึง เมื่อครั้งวัยเด็ก ที่หยางเฟยมักจะมาเที่ยวเล่นกับเขาอยู่บ่อยครั้ง เมื่อโตขึ้นมาหน่อยก็ฝึกดาบ ฝึกยิงธนู ขี่ม้าด้วยกัน พูดได้ว่าเป็สหายครั้งวัยเด็กจนโตเป็เด็กหนุ่มในวัยสิบห้าปี นับั้แ่นั้นมา ก็ไม่ได้พบกันอีกเลย
ย้อนไปถึงหยางลู่จงซึ่งเป็บิดาของหยางเฟยมีตำแหน่งเป็แม่ทัพใหญ่ฝ่ายซ้าย เชี่ยวชาญด้านการรบ จึงมักพาบุตรชายเข้าวังอยู่บ่อยๆ เป็ผลให้หยางเฟยจึงกลายเป็สหายคนสนิทของท่านอ๋องแปด เพราะทั้งคู่มักเที่ยวเล่น ฝึกดาบ ยิงธนูด้วยกัน อยู่บ่อยครั้ง
นับั้แ่บิดาของหยางเฟยเสียชีวิตใน่าจากลูกศรอาบยาพิษ ที่เกิดจากการถูกลอบทำร้าย ในขณะที่ทำา เป็เหตุให้เสียชีวิตกระทันหัน เนื่องจากพิษร้ายแรงเข้าสู่หัวใจทันที นับั้แ่บิดาเสียชีวิตลง หยางเฟยก็ไม่คิดที่จะเข้าวังอีกเลย เพราะคิดว่าบิดาของตนทำงานให้กับราชวัง เป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้เป็เหตุให้บิดาของตนเองถูกลอบสังหารในครั้งนั้น แม้จะไม่มีหลักฐานแต่เขาก็เชื่อว่าเขาคงสันนิษฐานไม่ผิดแน่ เขาจึงสืบหาฆาตกรอยู่อย่างลับๆ
"่วัยเด็ก..เป็วัยซุกซน เที่ยวเล่นได้ตามใจ พอโตขึ้นมา...ต่างก็มีหน้าที่ ที่จะต้องทำ เลยไม่มีเวลาว่างเหมือน่วัยเด็ก ท่านอ๋องว่าจริงหรือไม่" หยางเฟยกล่าว พลันมองคนตรงหน้าว่าเห็นด้วยกับเขาหรือไม่
"ที่เ้า..พูดมามันก็จริง...บางครั้งข้าพอมีเวลาก็จะเเวะมาหาเ้า แต่ข้ามาทีไร เ้าก็ไม่ค่อยอยู่" ที่ผ่านมาหากเขามีเวลามักจะมาที่นี้ แต่มาทีไร พ่อบ้านจางมักจะบอกว่าคุณชายหยางเฟยไม่อยู่แทบทุกครั้ง
"ต้องขออภัย ที่ผ่านมากระหม่อมมีงานรัดตัว มักจะไม่อยู่กับที่ไปๆมาๆ"
"งานรัดตัว งานอะไรทำให้เ้าไม่มีเวลาขณะนั้น" อ๋องแปดกล่าวอย่างไม่เข้าใจเพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้พบหน้ากันเลยเป็เวลาห้าปีแล้ว พบครั้งล่าสุดโดยบังเอิญในเหตุการณ์รถม้าครั้งนั้น
"กระหม่อมไม่สามารถบอกได้...ต้องขออภัยด้วยจริงๆ" หยางเฟยพูดออกมาอย่างหนักใจ เพราะเวลานี้เขาไม่ควรที่จะพูดออกมา เพราะมันเป็ความลับที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายในใจของเขา เื่การสืบหาความจริงเื่การตายของบิดา ที่จนบัดนี้เขาก็หาคนที่ฆ่าบิดาของเขายังไม่ได้
"ช่างเถอะ...เ้าไม่อยากบอก..ข้าก็ไม่บังคับ...ว่าเเต่ข้าลืมไปเลย เด็กคนนั้นที่เ้าช่วยไว้คราวก่อน เป็อย่างไรบ้าง" เมื่อนึกขึ้นได้ จึงเอ่ยถามขึ้น
"กระหม่อมเอง..ก็ไม่ได้ติดตามเื่นี้เหมือนกัน จากครั้งก่อนให้หมอมาดูอาการ เห็นบอกว่าไม่เป็อะไรมาก กินยาครบน่าจะดีขึ้น"
"จริงๆแล้ว...เื่นี้ข้าเองก็มีส่วนผิด คนของข้าประมาทแต่ก็เป็เหตุสุดวิสัย ข้าควรไปดูเสียหน่อย"
"ท่านอ๋องอย่ากังวลใจไปเลย...เื่นี้ปล่อยให้กระหม่อมจัดการเอง"
"จริงสิ...ข้าได้ข่าวว่าเ้ามีสัญญาหมั้นหมายกับเด็กผู้หญิงที่เ้าช่วยไว้คราวก่อน หากเป็เช่นนั้นข้าคงไม่ต้องกังวลแล้วคงต้องปล่อยให้เ้าจัดการ หาก้าสิ่งใดที่อยากให้ข้าช่วย เ้าสามารถบอกข้าได้ ข้าพร้อมยินดี"
"ไม่คิดว่า..ข่าวเื่การหมั้นหมาย...ท่านอ๋องจะทรงรับรู้เื่นี้ด้วย" หยางเฟยรู้สึกนึกไม่ถึงว่าสัญญาหมั้นหมายระหว่างเขากับเด็กหญิงวัยสิบขวบนั้นจะล่วงรู้ไปยังผู้อื่น เพราะเื่นี้ไม่น่าจะมีใครรับรู้ และคิดไม่ถึงว่าท่านอ๋องจะรับรู้เื่นี้เช่นกัน
"เ้าคงไม่ทันได้คิดสิ...ว่าเหตุการณ์ในวันนั้น ผู้คนมากมายต่างพูดกันว่าเ้าเป็วีรบุรุษช่วยเด็กหญิงผู้นั้นไว้แถมยังปราบม้าพยศได้อยู่หมัด และที่สำคัญต่างเล่าขานว่าผลจากช่วยเหลือเด็กหญิงผู้นั้น บิดานางเลยเขียนสัญญาหมั้นยกลูกสาวให้กับเ้าเพื่อตอบแทนคุณ"
อ๋องแปดนึกย้อนไปเมื่อหลายวันก่อน เมื่อเขาเดินไปสำรวจตลาดเมืองเจิงหนาน กลับพบผู้คนกลุ่มใหญ่ นั่งสุ่มหัวพูดคุยถึงเหตุการณ์รถม้ากับเด็กผู้หญิงนั่น และสัญญาหมั้นหมาย ที่เขาเองก็ยังไม่เชื่อนัก แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้า ยอมรับ ก็เลยรับรู้ถึงเื่นี้ว่าเป็ความจริง