ฉีซีเองก็รู้สึกสงสัยเธอไม่รู้ว่าเขาคิดจะทําอะไร แต่ที่แน่ๆเธอมีความเชื่อมั่นในตัวเขาจนตัวเธอเองก็ยังต้องแปลกใจ
วินาทีต่อมา
นักประเมินหลิวจึงเอ่ย
“ย่อมได้!แต่ว่าเธอจะพนันอะไรกับพวกเราล่ะ?’’
เห็นอย่างนั้นมุมปากของจางเจิ้นก็ยกยิ้มขึ้นมาในทันทีดูเหมือนว่าเขาจะได้โอ่งเจิ้งหลวนกลับไปฟรีๆซะแล้ว
โดยไม่รอช้าเขาพยักหน้าให้กับนักประเมินหลิวและเจ้าของร้าน
“ง่ายมาก!เราจะพิสูจน์กันว่าแจกันถังเชิ่งนั้นเป็นของปลอมหรือของแท้ถ้ามันเป็นของแท้ผมก็จะขอโทษพวกคุณ รวมทั้งซื้อมันกลับไปด้วย แต่…’’
“แต่อะไร?’’นักประเมินหลิวและเจ้าของร้านสงสัย
“แต่ถ้ามันเป็นของปลอม...พวกคุณจะต้องคืนเงินค่าโอ่งเจิ้นหลวนให้กับผม!และจะต้องป่าวประกาศความผิดของตัวเองให้ทั่วทั้งตลาดนัดขายของเก่าแห่งนี้ได้รับรู้!’’
“ว่ายังไงจะรับการพนันนี้หรือไม่รับ? ถ้าไม่รับผมจะกลับแล้ว!’’
พูดจบสีหน้าของจางเจิ้นก็ค่อยๆเผยความมั่นใจออกมา
ชัยชนะที่ถูกกําหนดเอาไว้โดยสมบูรณ์ตั้งแต่แรกแล้ว...มีหรือที่เขาจะพลาด?
ไม่มีทาง!
เหตุนี้เองนักประเมินหลิวจึงอดลังเลขึ้นมาไม่ได้และแอบซุบซิบกับเจ้าของร้าน
“เจ้าของร้านนี่คุณรับมันมาจากที่ไหนเชื่อถือได้รึเปล่า?’’
“ไม่ต้องห่วงแหล่งที่มานั้นเชื่อถือได้อย่างแน่นอน!’’ เจ้าของร้านยิ้มยิงฟันตอบโดยไม่ต้องคิดเขาไม่เชื่ออยู่แล้วว่าของที่ได้มาจะเป็นของปลอม
เหตุนี้เองทั้งสองคนจึงยอมรับข้อตกลงพวกเขามั่นใจเป็นอย่างมากว่ามันไม่มีทางเป็นของปลอมเด็ดขาด
แต่เจ้าของร้านก็ต้องถามออกมา
“แล้วเธอจะพิสูจน์มันยังไง?’’
นักประเมินหลิวเองก็รอฟังเช่นกัน
จางเจิ้นจึงพยักหน้า
“พวกคุณเองก็หน้าจะรู้นี่ว่าการพิสูจน์วัตถุโบราณนั้นมีเพียงไม่กี่อย่างหนึ่งในนั้นจะต้องส่งไปวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีส่วนสองก็เป็นอะไรอื่นไปไม่ได้นอกจากทดลองผ่านวิทยาศาสตร์ดังนั้นแล้วสุดท้ายจึงไม่พ้นการทุบมันให้แตกเป็นเสี่ยงๆ...แบบนี้ไง!’’
สิ้นเสียงเขาก็เดินไปหยิบแจกันถังเชิ่งแล้วโยนมันลงพื้น
เพล้ง!
แจกันถังเชิ่งได้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆในทันที
นักประเมินหลิวและเจ้าของร้านใบหน้าบิดเบี้ยว
นี่น่ะหรือการพิสูจน์?
พิสูจน์กับผีน่ะสิ!
เจ้าของร้านจึงโกรธเป็นอย่างมาก
“คุณรับผิดชอบมาเลยนะ!’’
“ใช่นอกจากเธอจะต้องรับผิดชอบแล้ว เธอยังต้องขอโทษพวกเราด้วย!’’
นักประเมินหลิวจ้องเขม็งสุดท้ายแล้วเขาก็แค่หวั่นใจไปเอง
มีเพียงฉีซีเท่านั้นที่ยังคงจดจ่ออยู่กับแจกันถังเชิ่งที่แตกกระจายเธอมองมันด้วยความตั้งใจ ก่อนที่จะแววตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เดี๋ยวก่อนพวกคุณดูนั่น!’’
นักประเมินหลิวและเจ้าของร้านสงสัยแต่พวกเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะมองพวกมันใหม่อีกครั้ง
พริบตาทั้งสองคนก็ตกตะลึง
“เป็นไปไม่ได้นี่มันเป็นของปลอมรึเนี่ย!’’
เห็นได้ชัดเลยว่าเศษซากของแจกันถังเชิ่งที่แตกกระจายอยู่รอบๆเป็นวัสดุชนิดหนึ่งที่ถูกทําขึ้นโดยพิเศษ และยังเป็นวัสดุที่คนมักนิยมใช้สร้างวัตถุโบราณของปลอมขึ้นมา
นักประเมินหลิวและเจ้าของร้านที่ตะหนักได้ถึงความจริงนี้ก็ต้องตัวสั่นสะท้านไป
เป็นไปได้อย่างไร!
แจกันถังเชิ่งเป็นของปลอมอย่างที่อีกฝ่ายว่ามาอย่างนั้นเหรอ?
เงียบ!
ราวกับโลกหยุดนิ่งไม่มีใครกล้าส่งเสียงอะไรออกมาทั้งนั้น พวกเขาต่างไม่อยากเชื่อว่าผลลัพธ์ที่พวกเขามั่นใจนักหนาจะกลายเป็นภาพมายาและแตกเสี่ยงๆจนปรากฏความจริงให้เห็น
“เธอเป็นใครกันแน่?’’ท้ายที่สุด นักประเมินหลิวก็อดหันไปมองชายหนุ่มที่สุดแสนจะธรรมดาไม่ได้แม้แต่เขาเองก็ยังไม่สามารถมองแจกันถังเชิ่งได้ทะลุปรุโปร่งเลยแล้วนี่อีกฝ่ายสามารถทํามันได้ยังไง?
เจ้าของร้านเองก็สงสัยในหมู่นักประเมินไม่มีใครสามารถที่จะประเมินได้อย่างแม่นยําในการมองเพียงแค่ครั้งเดียวสําคัญเลยคือความมั่นใจของชายหนุ่มที่แสดงออกมา มันหมายความแล้วว่าเขาไม่ได้เดาส่งเดช
เวลานี้เองฉีซีจึงอ้าปากกว้างขึ้นมาและนํามือทั้งสองข้างมาปิดโดยไม่รู้ตัว
เขาทําได้จริงๆ!
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะสามารถประเมินวัตถุโบราณชิ้นนี้ถูก
กระทั่งพนักงานที่ยืนดูเหตุการณ์มาตลอดก็ต้องผงะไปไม่แปลกใจเลยที่ชายหนุ่มคนนี้ไม่ซื้อมันและเลือกที่จะซื้อโอ่งเจิ้งหลวนที่มีราคาเท่ากันแทน
ต่อหน้าสายตาจับจ้องทั้งหลายจางเจิ้นเพียงส่ายหัว
“ไม่สําคัญว่าผมจะเป็นใครแต่พวกคุณจะต้องทําตามที่เราได้พนันกันเอาไว้!’’
“เอ่อ…’’นักประเมินหลิวและเจ้าของร้านไปไม่เป็นถ้าแค่คืนเงินค่าโอ่งเจิ้นหลวนไปพวกเขายังพอทําได้แต่การป่าวประกาศให้ทั่วทั้งตลาดนัดขายของเก่าแห่งนี้ได้รับรู้มันจะทําให้พวกเขาสูญเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
จางเจิ้นที่เห็นก็หรี่ตาลงแล้วถามขึ้นอย่างเย็นชา
“หรือว่าพวกคุณจะไม่ทํา?’’
เขาไม่ใช่ใครที่สามารถข่มเหงได้ง่ายๆ ดังนั้นเขาจะไม่ยอมแน่ถ้าคนพวกนี้ไม่ทํา
นักประเมินหลิวและเจ้าของร้านตัวสั่นนํ้าเสียงที่เย็นชาของชายหนุ่มนั้นเสียดแทนไปถึงขั้วหัวใจของพวกเขาทําให้พวกเขารู้สึกพรั่นพรึงเป็นอย่างมาก
“ดะ...ได้!พวกเราจะทํา!’’
สุดท้ายแล้วพวกเขาก็กัดฟันพยักหน้ารับปาก
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
จางเจิ้นและฉีซีได้ออกมาจากที่ร้านนั้นโดยที่หญิงสาวเป็นฝ่ายหัวเราะคิกคักออกมา
“น้องชายจางพี่สาวคนนี้ไม่คิดเลยว่าเธอจะเท่ขนาดนี้’’
“แน่นอนอยู่แล้วครับ’’จางเจิ้นหัวเราะตอบกลับไป มันธรรมดาที่เขาจะเท่…
“แต่เธอจะมั่นใจได้ไงว่าพวกเขาจะทํามัน?’’ฉีซีสงสัย แค่คําพูดจะทําให้พวกนั้นยอมทําจริงๆน่ะเหรอ?
“มั่นใจ?เปล่าเลย ผมไม่มั่นใจหรอกว่าพวกเขาจะทํา แต่…’’จางเจิ้นส่ายหัวก่อนเผยสีหน้าแน่วแน่ออกมา “แต่ถ้าพวกเขาไม่ทํามันผมจะทําให้พวกเขาได้รับรู้เลยว่าการบิดพลิ้วสัญญากับผมนั้นจะต้องเจอกับอะไรบ้าง!’’
อึ้ง!
ฉีซีอึ้งนิดหน่อยเธอไม่คิดว่าเขาจะจริงจังขนาดนี้
แน่นอนว่าหญิงสาวไม่มีทางรู้ได้เลยว่าที่ชายหนุ่มแซ่จางจริงจัง มันเป็นเพราะเขายึดมั่นในหลักการมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วโดยเฉพาะคนอย่างพวกนักประเมินหลิว หรือฉุนหลีซิน เขาจะทําให้คนพวกนั้นได้รับรู้ว่าหากสร้างความบาดหมางกับเขาแล้ว...มันจะเป็นยังไง!
…
หลายนาทีผ่านไป
ฉีซีที่นึกขึ้นได้ว่าเธอยังใช้เวลากับเขาได้ไม่มากพอเลยจึงยิ้มถาม
“ไหนๆน้องชายจางก็สามารถที่จะประเมินวัตถุได้แล้วเราไปพนันหินเล่นกันหน่อยเป็นไง?’’
“พนันหินเล่นอย่างนั้นเหรอครับ?’’จางเจิ้นเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะครุ่นคิด ด้วยความสามารถของคอนแทคเลนส์ BK57 แล้วเขาสามารถที่จะมองทะลุได้ทุกสิ่ง แล้วแบบนี้การพนันหินจะเป็นการพนันได้อย่างไร?
ท้ายที่สุดจางเจิ้นก็ตัดสินใจ
“ก็ได้ครับเราไปเล่นกันหน่อย!’’
ไหนๆพี่สาวฉีก็อยากเล่นทั้งทีหากเขาไม่ไปด้วยมันก็คงจะดูไม่ดีสักเท่าไหร่
จริงไหม?