ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 4 บทที่ 96 เจ็ดดาวมฤตยูสังหาร (1)

            สวีหยางอี้ก้มดูนาฬิกาอีกครั้ง ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งตรง

            “ปี ค.ศ. 2000 ประเทศหวาซย่าได้รวบรวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยา ด้านพันธุศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วทั้งประเทศเพื่อวิจัยคิดค้นสุดยอดอาวุธสังหารขึ้นมาสามชิ้นด้วยกัน”ท่านอาวุโสปี้ปัวพูดขึ้นเสียงเรียบ “สิ่งพวกนี้เป็นอาวุธสังหารไร้เทียมทานของจริงเป็นอาวุธที่สามารถต้านทานพลังในระดับจินตันได้ นี่เป็นไพ่ตายใบแรกของรัฐบาลหวาซย่า”

            สวีหยางอี้นิ่งเงียบไม่พูดแทรก แม้ท่านอาวุโสปี้ปัวจะเปิดด้วยประเด็นที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาต้องการเท่าไรแต่เขาก็ตั้งใจฟังต่อไป

            “อารยธรรมการฝึกตน ช่างเป็นคำพูดที่สวยหรูเหลือคณาแต่ว่ามันเป็นเพียงเปลือกนอกอันเปราะบางที่ห่อหุ้มสภาพไร้สมดุลที่แท้จริงเอาไว้เฉยๆบุคคลระดับสูงของทุกเผ่าพันธุ์ต่างระมัดระวังความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้มาตลอดเจ้ารู้หรือไม่ทำไมต้องระวังกันแบบนี้?”

            ไม่ทันรอให้สวีหยางอี้เอ่ยปากตอบ เงาสีดำตะคุ่มในหมอกหนาก็ชิงพูด“คำตอบเดาง่ายยิ่งนัก... ต่างฝ่ายต่างต้องการยึดครองทรัพยากรและสิ่งของทรงอานุภาพทั้งหลายมาเป็นของตัวเองยังไงล่ะ...มนุษย์ล่วงรู้ความลับและครอบครองของวิเศษล้ำค่ามากมายในโลกผู้ฝึกตนพวกเขาต้องการยึดครองโลกของผู้ฝึกตน... และสำหรับฝั่งของโลกผู้ฝึกตนเองก็มองพวกมนุษย์เป็นมดปลวกมาตลอด หากไม่มีขีปนาวุธหรือระเบิดนิวเคลียร์โผล่ขึ้นมาปานนี้พวกผู้ฝึกตนคงฆ่าล้างเผ่าพันธ์พวกมนุษย์ไปตั้งนานแล้ว”

            “แล้วความคิดแบบนี้จะส่งผลอะไรในอนาคตล่ะ? คำตอบก็คือ‘สงครามเย็น’ เหมือนประเทศฮวาฉี[1]กับประเทศซาหู[2] ความตรึงเครียดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จนกลายเป็นชนวนสงครามในที่สุด”ท่านอาวุโสปี้ปัวเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ช้าไม่เร็ว 

            “ไพ่ตายใบที่สองของฝั่งรัฐบาลหว่าซย่าก็คือองค์ความรู้ศาสตร์วิชาลี้ลับต่างๆ ของสามมหาลัทธิ ได้แก่ลัทธิพุทธ ลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื๊อ....ทั้งสามลัทธินี้ต่างยืนอยู่ฝั่งมนุษย์ เพราะศาสดาของลัทธิเหล่านี้ต้องการนำพามวลมนุษย์สู่หนทางการหลุดพ้น โดยให้พวกเขาจุดธูปภาวนานึกถึงคำสอนต่างๆและเดินตามรอยศาสดาของตน เรียนรู้ค้นหาแก่นธรรมการสดับฟัง... แต่ต่างจากฝั่งผู้ฝึกตนที่มักจะฝึกตนโดยยึดตัวเองเป็นที่ตั้งเป็นการฝึกตนเพื่อบรรลุในระดับปัจเจก แม้เชื่อในเรื่องเทพเจ้าแต่หาได้เคารพยำเกรงไม่ สิ่งที่พวกเราฝึกฝนขัดเกลากัน คือวิถีของตัวเองคือแก่นสัจจะของจิตตัวเอง เพื่อให้ตัวเองบรรลุกลายเป็นเทพเจ้า”

            เขาคลี่ยิ้มเอ่ย “สหาย ฉันขอเตือนด้วยความหวังดีหากโลกนี้ยังมีผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิงหลงเหลืออยู่จริงพวกเขาจะต้องอยู่ในลัทธิที่สืบทอดกันมาหลายพันปีอย่างสามลัทธินี้อย่างแน่นอน”

            สวีหยางอี้ยังคงตั้งใจฟังและจดจำสิ่งที่ได้ยินทั้งหมดไว้ในใจ

            “ส่วนไพ่ตายใบสุดท้ายก็คือ... สิ่งที่อยู่กับตัวเจ้าอย่างอาวุธราชันย์”

            “จักรพรรดิทุกคนในประวัติศาสตร์ต่างครอบครองมหาโชคลาภอันยิ่งใหญ่ของยุคสมัยนั้นๆอยู่ในมือ และสิ่งเหล่านั้นถูกเรียกว่า ‘อาวุธราชันย์’ ...บางก็ว่าจักรพรรดิที่ครอบครองมันส่วนมากต่างสวรรคตเคียงข้างสิ่งนี้บ้างก็ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเคยอาบเลือดของจักรพรรดิในสมัยนั้นๆ มาแล้ว...”

            “ยกตัวอย่างเช่นดาบสังหารอสรพิษของจักรพรรดิหลิวปังแห่งราชวงศ์ฮั่นหรือตราแผ่นดินหยกที่หายสาบสูญสมัยราชวงศ์ฉิน...สิ่งเหล่านี้ล้วนเรียกว่าอาวุธราชันย์ ซึ่งอาวุธราชันย์เหล่านี้ได้ดูดซับพลังอำนาจและพลังโชคลาภทั่วทั้งแผ่นดินหวาซย่าในยุคสมัยนั้นๆมากักเก็บไว้ที่ตัวมัน ทำให้มีอานุภาพทำลายสูงยกตัวอย่างเช่นดาบสังหารอรพิษที่ฝังไว้ใต้ดินในนครจิงตู...หากผู้ฝึกตนลงมือกับเผ่ามนุษย์เมื่อไหร่ ต่อให้เป็นจู้จีหรือจินตันขั้นสมบูรณ์ก็แทบไม่มีทางรอด”

            “พวกมนุษย์เชื่อว่าอาวุธราชันย์คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองมวลมนุษย์”น้ำเสียงเปี่ยมประสบการณ์ของท่านอาวุโสปี้ปัวยังคงดำเนินต่อ“วีรบุรุษที่มีชื่อเสียงทุกคนในประเทศหวาซย่า เมื่อพวกเขามีโอกาสฝึกตนพวกเขาจะต้องกลายเป็นหยวนอิงเจินจวินอย่างแน่นอนพวกเขาเหล่านั้นเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานหนึ่งในแสนเลยก็ว่าได้...และเมื่อพวกเขาตายไป ดวงวิญญาณของพวกเขาก็ยังคงกล้าแกร่งและกลายเป็นผู้พิทักษ์ที่คอยปกปักษ์รักษาผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่นี้ไว้...”

            “เจ้าอาจมองไม่เห็น...” ดวงตาสีเขียวเรืองรองเงยมองหมู่ดามท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี“แต่ว่าฉันมองเห็น...”

            “ตั้งแต่ยุคบรรพกาล พวกเขา... ยังคงสถิตอยู่เพื่อปกป้องคุมครองโลกของผู้ฝึกตนตามประวัติศาสตร์ของประเทศหวาซย่าแล้ว มีราชาทั้งหมดสามสิบสองคน ก่อนตายพวกเขาได้ฝังอาวุธราชันย์ของตัวเองเอาไว้อาวุธราชันย์เหล่านี้ถูกลงอาคมสกัดกั้นอยู่ ไม่งั้น... หากมนุษย์ธรรมดาเจอเข้าพวกเขาจะตกไปเป็นทาสพลังของมัน ด้วยพลังอานุภาพของมันที่ทรงพลังเหนือกว่าขุมพลังสุดยอดของฝั่งโลกมนุษย์และโลกผู้ฝึกตนสิ่งนี้จึงกลายเป็นไพ่ตายใบสำคัญของฝ่ายที่ครอบครองมัน”

            สวีหยางอี้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นในใจ เขาไม่คิดไม่ฝันว่ากล่องจิ๋วนี้จะเป็นอาวุธอย่างเหล่าราชา

            มีตำนานแบบนี้ด้วยเหรอ?

            เรื่องแบบนี้... สวีหยางอี้ไม่เคยอ่านเจอจากหนังสือเล่มไหนมาก่อนเลยเป็นความลับทางประวัติศาสตร์ที่เล่าขานกันนอกตำรางั้นเหรอ?

            เขากำกล่องจิ๋วเงียบๆ

            ถ้าหาก... นี่เป็นอาวุธราชันย์จริงๆ

            ถ้างั้น... มันมีความเกี่ยวข้องกับราชาท่านไหนกัน?

            สวีหยางอี้เคยเห็นพลังของมันมาก่อนหากอาวุธราชันย์คือสิ่งที่ท่านอาวุโสปี้ปัวอธิบายมาจริงๆถ้างั้นทุกอย่างก็สมเหตุสมผล

            ว่าแต่...ทำไมจูหงเสวี่ยถึงกลัวมันขนาดนั้น?

            “แต่ว่า... สิ่งที่อยู่ในมือของเจ้าน่ากลัวเสียยิ่งกว่า... อาวุธราชันย์ยิ่งนัก...”ท่านอาวุโสปี้ปัวพูดถึงของสิ่งนี้ด้วยดวงตาเขียวเรืองรองที่สั่นไหวรำไรและน้ำเสียงเจือแววหวาดหวั่น

            ครั้งแรกที่เขาเห็นของสิ่งนี้ ก็รู้ทันทีว่ามันคืออะไร!และอยากจะแย่งเอามาเสียตอนนั้น!

            นี่เป็นสิ่งของในตำนาน!

            ตอนที่สวีหยางอี้พบเจ้าสิ่งนี้ มันก็... ก็ยอมรับในตัวสหายคนนี้ทันที!

            ยอมรับในวิถีของเขา! ยอมรับในแก่นแท้แห่งตัวตนของเขา!

            แต่ตอนนี้ ความคิดอยากแย่งสิ่งนี้มาของท่านอาวุโสปี้ปัวได้หายไปอย่างสิ้นเชิง

            ของสิ่งนี้เป็นสิ่งของในตำนานที่เก่าแก่เกินไปเขาไม่เอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงทดลองใช้มัน ครั้งแรกมันจะปกป้องเจ้าของเอาไว้แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าครั้งที่สองมันจะปกป้องเจ้าของไว้อีก!

            “สหาย...” ท่านอาวุโสปี้ปัวปรับอารมณ์ของตัวเองสักพัก “ประเทศหวาซย่ามีทั้งหมดสามสิบกว่ามณฑล แต่ละมณฑลล้วนมีอาวุธราชาพวกนี้ฝังอยู่ที่ไหนสักแห่งแต่... ส่วนใหญ่มักเป็นอาวุธราชันย์ที่ตายแล้ว เพราะว่าถูกฝังหลังจากราชาองค์นั้นสวรรคตดังนั้นจึงถูกเรียกว่าอาวุธราชันย์ที่ตายแล้ว หรือก็คือ ‘อาวุธราชันย์ตาย’”

            “เจ้าอาจไม่รู้ ในสมัยโบราณ เวลาเหล่าราชาจากโลกนี้ไปสิ่งของเครื่องใช้ติดตัวเขาทุกชิ้นรวมถึงนางสนมและขันทีก็ต้องฝังไปพร้อมกับเขาด้วย! แน่นอนว่าจะต้องเป็นกลุ่มคนที่สนิทชิดใกล้ตอนฝัง เงื่อนไขสิ่งเดียวที่พวกเขาให้ความสำคัญก็คือ‘อย่าให้อาวุธราชันย์หลุดรอดไปสู่โลกภายนอก’”

            “แต่ก็มักจะมีกรณียกเว้น...เพราะมีผู้ครอบครองอาวุธราชันย์บางคนที่มีจิตเคียดแค้นจากอยุติธรรมบางอย่างและมีเจตจำนงไม่อยากตายฝังแน่นพวกเขาเหล่านั้นถูกฝังลงดินไปพร้อมกับคำสาปแช่งและความเคียดแค้นดังนั้นอาวุธราชันย์ของราชาเหล่านี้ ถูกเรียกว่า ‘อาวุธจุติราชันย์’ และ‘อาวุธราชันย์เป็น’”

            “อาวุธราชันย์เป็น นับได้ว่าเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์โบราณเลยก็ว่าได้!  ราชาที่ตายไปอย่างปกติไร้เจตจำนงใดๆไม่สามารถสร้างอาวุธราชันย์เป็นขึ้นมาได้ ราชาสภาพใกล้ตายที่มีเจตจำนงเคียดแค้นต่อความอยุติธรรมเท่านั้นที่สามารถสร้างอาวุธราชันย์เป็นขึ้นมาได้...ส่วนอาวุธจุติราชันย์... ก็คือมหาศาสตราเวทอันไร้เทียมทานชิ้นหนึ่ง!มันถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อรับใช้ ปกป้อง และยอมรับเจ้าของแค่คนเดียวไปตลอดชีวิตซึ่งก็คือราชาจักรพรรดิ และเมื่อมันเลือกผู้สืบทอดคนใหม่มันก็ผูกดวงชะตาเขากับผู้ครอบครองทันที...”

            ท่านอาวุโสปี้ปัวหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนคลี่ยิ้มขึ้น “และคนคนนั้นจะเป็นมีความมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับราชาจักรพรรดิและจะต้องยอมรับเจตจำนงของราชาจักรพรรดิเพียงหนึ่งเดียวเมื่อหลายพันปีก่อนให้ได้!”

            “ตลอดเวลาห้าพันปีของประวัติศาสตร์ประเทศหวาซย่า...มีเพียงอาวุธจุติราชันย์เพียงชิ้นเดียวที่ถือกำเนิดขึ้นมันจะนำพาโชคชะตาครั้งยิ่งใหญ่มาสู่ผู้ที่ครอบครอง”

    --------------------------------------------------------------------------------

    [1] ประเทศฮวาฉี คือสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน

    [2] ประเทศซาหู คือสหภาพโซเวียตหรือประเทศรัสเซียในปัจจุบัน

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912