บทที่ 40 เปิดหูเปิดตา
ซูซ่านเรียกเด็กๆ ทั้งสามเข้ามาในบ้าน แล้วก็อธิบายทุกอย่างให้พวกเขาฟัง
ตอนนี้มีคนมาช่วยงานเยอะ แถมเด็กๆ ก็เยอะ คนพลุกพล่านในบ้าน พวกเขาทั้งสามต้องระวังทรัพย์สินในบ้านให้ดี
จริงๆ แล้วในหมู่บ้านมีคนใจดีอยู่ไม่น้อย แต่เพราะมีลู่หงอู่ กับลูกสองคนของเขาเมื่อวานก็ดูไม่น่าคบหาเท่าไหร่
เธอต้องปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้กับเด็กๆ
"ป้าซู วันนี้พวกเราจะไม่ไปไหนเลยครับ" ลู่เหวินยวนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ลู่เหวินเฮ่าพยักหน้าตาม "ใช่! ป้าซู พวกเขามาหาเรา เราจะไม่ออกไปหรอก"
เถียนเถียนที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าตาม
จริงๆ แล้วบ่ายวานนี้ หลังจากพวกเขากลับมาจากอำเภอ เด็กๆ ครึ่งหมู่บ้านก็วิ่งตามกันมาแล้ว
ตอนนี้บ้านหลังนี้กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งหมู่บ้าน
เมื่อก่อน ไม่ว่าพวกเขาจะเดินไปที่ไหนก็ถูกคนอื่นรังเกียจ ตอนนี้ไม่ต้องออกจากบ้าน เด็กๆ ก็วิ่งตามกันมาเอง
"อืม ก็ดีแล้ว"
ซูซ่านกำชับเสร็จ ก็หยิบกระเป๋าออกจากบ้าน
เธอก็เห็นโจวชิงซานถือซาลาเปากับซุปมะเขือเทศกลับมา แล้วก็ส่ายหัวใส่ซูซ่าน "พี่หงจวินไม่กิน บอกว่ายังไงก็ไม่กิน"
ซูซ่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอมองไปทางร่างที่ก้มหน้าทำงานอย่างตั้งใจอยู่ไกลๆ "ชิงซาน ตอนเที่ยงนายก็ชวนเขากินข้าวด้วยนะ"
"ได้ เดี๋ยวถ้าเขาอายที่จะมากิน ผมจะเอาไปให้เอง"
ตอนนั้นเองหลี่ชูหลานแม่ของโจวชิงซานก็พาลูกสะใภ้เหลียงซิ่วฟางกับพวกป้าๆ และน้าๆ กลุ่มหนึ่งมาช่วยกัน ช่วงเช้าต้องนึ่งซาลาเปาเพื่อเตรียมอาหารเที่ยง
ซูซ่านก็กำชับพวกเธอ นึ่งแป้งที่เหลือเป็นซาลาเปาก่อน ถ้าไม่พอ เดี๋ยวรอเธอกลับมาซื้อแป้งมาเพิ่มค่อยนึ่งต่อ เรื่องทำกับข้าวรอเธอซื้อเนื้อกลับมาแล้วค่อยทำ
หลังจากนั้นเธอก็นั่งเกวียนของลุงโจวออกเดินทาง
คราวนี้พวกเขาไปตลาดที่บ้านซิ่งฝู ออกจากหมู่บ้านเถาฮวาไปทางเหนือ ลงไปหกลี้ก็ถึงแล้ว
พอออกจากทางเหนือของหมู่บ้านเถาฮวา ซูซ่านก็บังเอิญเห็นโรงเรียนที่สร้างด้วยอิฐแดง อาคารเรียนมีสามชั้น เป็นอาคารที่ทันสมัยมาก
การได้เห็นอาคารแบบนี้ในสถานที่ที่ล้าหลังขนาดนี้ ทำให้ซูซ่านตกตะลึงมาก
ที่นี่เป็นที่สูงที่สุดของตำบลกวางหมิง และยังเป็นที่ที่ยากจนที่สุดด้วย
ลุงโจวยิ้มพูดว่า "หลานสะใภ้ อย่าดูถูกหมู่บ้านเถาฮวาของเรานะ ที่นี่น่ะก้าวหน้ากว่าที่อื่นมากแล้วล่ะ รอเดี๋ยวนะ นี่…ลองดูข้างหน้าก่อน นั่นคืออะไร?"
ซูซ่านมองไปทางที่เขาชี้นำทันที ตามเกวียนออกจากทางเหนือของหมู่บ้าน ซูซ่านก็เห็นภาพที่ตระการตาอย่างประหลาดใจ
ทางใต้ของเนินเขาขนาดใหญ่ ที่มีรูปร่างเหมือนซาลาเปา แต่ถูกบ้านพักราชการครอบคลุมไปหมด
บ้านพักราชการทั้งผืนงเป็นผนังขาวหลังคากระเบื้องแดง ยังมีต้นไม้บางต้นโผล่ออกมาจากกำแพงอิฐสีแดง บนกำแพงมีดอกกุหลาบเต็มไปหมด ทิวทัศน์แบบนี้ในยุคนี้ ทำให้ผู้คนตกตะลึงและประหลาดใจจริงๆ
"ลุงโจว ที่นี่คือที่ไหนเหรอ? ทำไมมีบ้านพักราชการเยอะจัง? ที่นี่มีโรงงานหรือเปล่า?"
ลุงโจวขับเกวียนไปก็เล่าที่มาของที่นี่ให้ซูซ่านฟัง
ที่แท้ทางเหนือของหมู่บ้านเถาฮวา กลับกลายเป็นโรงงานเคมี
โรงงานเคมีแห่งนี้ได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างตั้งแต่สมัยประธานเหมาแล้ว
ได้ยินว่าลงทุนไปหลายสิบล้านหยวนทั้งก่อนและหลัง เพิ่งจะเริ่มผลิตได้หนึ่งปี ส่วนจะผลิตอะไร ชาวบ้านไม่ค่อยแน่ใจ
ซูซ่านยิ้มออกมา "ถึงหมู่บ้านเราจะอยู่ติดภูเขา ฉันคิดว่าอากาศจะไ ่ค่อยปลอดโปร่ง นึกไม่ถึงว่าจะพัฒนาได้ขนาดนี้"
โรงงานแบบนี้ในอำเภอยังไม่ค่อยมีเยอะ ไม่นึกเลยว่าในภูเขาแบบนี้จะมีโรงงานขนาดใหญ่ซ่อนอยู่
ลุงโจวพูด "อย่ามองว่าหมู่บ้านเราอยู่ติดภูเขา แต่นี่คือทิศเหนือสุดของอำเภอ พอดิบพอดีเป็นเขตติดต่อกับเขตอื่น จริงๆ แล้วโรงงานเคมีแห่งนี้อยู่ในเขตถัดไป แล้วยังมีตลาดหมู่บ้านซิ่งฝูที่เดี๋ยวเราจะไปด้วยซ้ำ นั่นก็ของเขตถัดไป"
ซูซ่านพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้เธอก็นึกถึงโรงงานนี้ที่มีอยู่ในเนื้อเรื่องต้นฉบับแล้ว
แค่ว่าในภายหลัง โรงงานเคมีแห่งนี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายสิบปี สุดท้ายก็กลายเป็นตึกที่ไร้คนอยู่
เพื่อความปลอดภัย ทางโรงงานเคมีก็ใช้ภูเขาลูกหนึ่งแยกเขตพักอาศัยและเขตผลิต เชื่อมต่อด้วยอุโมงค์ตรงกลาง
ได้ยินโจวชิงซานเล่าว่า ในบ้านพักราชการมีทุกอย่าง หอพัก โรงเรียน หอประชุม สโมสรพนักงาน โรงอาหาร ห้องอาบน้ำ ที่ทำการไปรษณีย์ ร้านขายข้าว ห้องสมุด กองรถ ยังมีสนามบาสเกตบอลอีก
แม้แต่หมอก็เชิญมาจากเมืองใหญ่ๆ ที่มีความสามารถทางการแพทย์สูง อุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ครบครัน
ซูซ่านได้ฟังแล้วรู้สึกพูดไม่ออก "ตอนนั้นคนบ้านลู่ทำไมไม่ส่งลู่จ้านตงมาที่นี่ล่ะ?"
แบบนี้เธอก็ไม่ต้องส่งลู่จ้านตงไปไกลขนาดนั้นแล้ว
"สิ่งอำนวยความสะดวกภายในของพวกเขา เปิดให้พนักงานใช้เท่านั้น พวกเราชาวบ้านจะใช้ได้ไง? อีกอย่าง บางอย่างข้างในถ้าเราซื้อ ก็จะแพงกว่าข้างนอก คนบ้านลู่ตอนรับเงินเดือนของจ้านตงก็รับอย่างสบายใจ ตอนใช้กลับคิดเล็กคิดน้อย" ลุงโจวพูดถึงตรงนี้ก็ยิ้มออกมา
"แต่ตอนนั้น เธอสามารถเรียกร้องเงินจากยายแก่นั่นมาได้มากขนาดนั้นได้นี่ ไม่ธรรมดาจริงๆ"
เรื่องนี้ให้เป็นคนอื่น ไม่ต้องพูดถึงสองร้อยหยวน สองหยวนก็คงต้องเสียแรงพูดอยู่ไม่น้อย
ซูซ่านเข้าใจขึ้นมาทันที
บางโรงงานก็เป็นแบบนี้จริงๆ ต้องให้แก้ปัญหาภายในก่อน
"ในโรงงานเคมียังมีรถยนต์เฉพาะที่ไปในเมืองด้วย แต่ว่าให้เฉพาะครอบครัวกับพนักงานนั่ง ฟรีทั้งหมดด้วย พวกเรามีเงินก็ไม่ได้นั่ง"
ซูซ่านพยักหน้า คราวนี้เปิดหูเปิดตาจริงๆ เลย
นึกว่าหมู่บ้านเถาฮวาเป็นที่ปิด นึกไม่ถึงว่าที่นี่ยังมีโรงงานขนาดใหญ่ซ่อนอยู่
สมองของซูซ่านหมุนอย่างรวดเร็ว จู่ๆ เหมือนได้กลิ่นเงิน
หมู่บ้านซิ่งฝูเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้ ครั้งนี้ซูซ่านตั้งใจจะมาซื้อผักและเนื้อหมูเป็นหลัก แล้วก็ดูว่ามีของที่ตัวเองอยากซื้อหรือเปล่า
เนื้อหมูในยุคนี้ต้องใช้คูปองในการซื้อ แล้วยังต้องไปซื้อเนื้อหมูที่ร้านขายอาหารของรัฐในตำบล ดีที่ตลาดนัดแห่งนี้อยู่ไม่ไกล ลุงโจวจึงพาซูซ่านไปที่นั่นโดยตรง
เนื้อหมูเจ็ดเหมาสองเฟินต่อจิน ซูซ่านซื้อเนื้อหมูสามชั้นไปยี่สิบจินเลย ยุคนี้คนขาดสารอาหาร ชอบที่สุดคือเนื้อหมูสามชั้น
ลุงโจวเห็นแล้วถึงกับตกใจ "หลานสะใภ้ หน้าร้อนแบบนี้เนื้อเก็บไว้ไม่ได้นานนะ ซื้อหนึ่งจินสองจินก็พอแล้ว ถ้าเสียแล้วก็น่าเสียดาย"
ซูซ่านยิ้ม "ไม่เป็นไรหรอกค่ะลุงโจว เดี๋ยวฉันกลับไปจะเจียวน้ำมันออกจากเนื้อพวกนี้"
จริงๆ แล้วเธอก็แค่หาข้ออ้างเท่านั้นเอง
ทุกคนทำงานใช้แรงงานทั้งนั้น ต้องกินเนื้อเยอะๆ ถึงจะมีแรง
ที่สำคัญที่สุดคือวันนี้คนมาเยอะ คุณภาพอาหารต้องได้มาตรฐาน
ตอนจ่ายเงิน สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นกีบหมูกับเครื่องในหมูในกะละมังข้างๆ คนอื่นไม่ค่อยชอบของพวกนี้เท่าไหร่ แต่ซูซ่านกลับตาเป็นประกาย
พอถามราคา แค่ไม่กี่เฟินต่อจิน นอกจากลำไส้ใหญ่หมูแล้ว ซูซ่านก็ซื้อเครื่องในหมูที่เหลือทั้งหมด
หนักถึงสี่สิบกว่าจิน
อีกฝ่ายใส่ลงในถุงไนลอนให้ แล้วก็ใส่ลงในตะกร้าหลังเกวียนของลุงโจว
แก้ปัญหาเรื่องเนื้อเสร็จ ก็ไปที่ร้านขายธัญพืชและน้ำมันต่อ เมื่อวานใช้แป้งไปเกินครึ่งแล้ว ของพวกนี้ใช้เยอะ ดังนั้น ครั้งนี้ซูซ่านก็เลยซื้อแป้งมาห้าถุงเลย
แก้ปัญหาใหญ่ๆ สองอย่างนี้เสร็จ ต่อไปก็คือผัก ไข่ไก่ หม้อ ไห
ของที่ซื้อมาเต็มรถแล้วทั้งสองคนถึงออกจากตลาด
ถึงจะซื้อของมาเยอะขนาดนี้ แต่เวลาที่ซูซ่านใช้กลับเร็วมาก ที่บ้านยังรอเนื้อรอผักลงหม้ออยู่ เธอชักช้าไม่ได้
ตอนออกจากตลาดนัดก็ถามเวลาคนอื่น ตอนนี้เพิ่งจะเก้าโมงกว่าเอง
ยังมีเวลาเหลือเฟือ
แต่ว่าทางกลับเป็นทางขึ้นเขาตลอด แน่นอนว่าเกวียนจะต้องวิ่งช้าหน่อย กว่าจะกลับมาถึงหมู่บ้านเถาฮวาก็เกือบสิบโมงแล้ว
หลังจากยกของลงจากเกวียนแล้วซูซ่านก็ให้ป้าๆ น้าๆ ไปนวดแป้งนึ่งซาลาเปาก่อน เธอเหลือบไปเห็น แรงงานผู้ชายที่ช่วยงานวันนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัวจริงๆ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน กำแพงกับโครงบ้านก็สร้างไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว
เร็วมากจริงๆ
"หลานสะใภ้ บ้านลู่เกิดเรื่องแล้ว"
จู่ๆ หลี่ชูหลานก็ดึงซูซ่านไปด้านข้างแล้วกระซิบ