ห้องนอนของซินเธีย ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของฮาเวลี เงียบสงบกว่าทุกมุมในคฤหาสน์ ผนังสีครีมอ่อนแต่งลายปูนปั้นดอกไม้ละเอียดอ่อน ผ้าม่านชีฟองสีงาช้างปลิวไหวเบา ๆ ตามแรงลมจากระเบียงกว้างที่มองเห็นสวนด้านล่าง เตียงสี่เสาแกะสลักไม้สักประณีตคลุมด้วยผ้าโปร่งบางสีขาว ให้ความรู้สึกราวกับห้องของเ้าหญิงมากกว่าสถานที่ที่ผู้คนกระซิบถึง โต๊ะเครื่องแป้งไม้ฉลุลายตั้งอยู่ใกล้หน้าต่าง แจกันแก้วใสบรรจุกุหลาบสีชมพูอ่อนส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ตัดกับกลิ่นกำยานที่ลอยมาจากโถงชั้นล่าง
ซินเธียนั่งพับเพียบอยู่บนพรมเปอร์เซียลวดลายวิจิตร ส่าหรีสีฟ้าอ่อนของเธอทอดตัวนุ่มนวลบนพื้น ใบหน้าสงบแต่แฝงความคิดลึก ดวงตาคมหวานดูอ่อนโยนเมื่อยิ้มให้เพื่อนสาวที่นั่งเคียงข้าง เสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งสองแทรกความเงียบในห้อง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นชั่วครู่ ราวกับโลกภายนอกไม่ได้มีอำนาจมืดใด ๆ รออยู่
ทันใดนั้น…
เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังเป็จังหวะหนักแน่นมาจากทางเดินด้านนอก ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดอย่างช้า ๆ “นายแม่สุชาดา” ปรากฏกายในกรอบประตู
ร่างสูงสง่าในส่าหรีไหมสีแดงเข้มประดับทองคำ ดวงตาคมเข้มผ่านประสบการณ์ชีวิตกว่าครึ่งศตวรรษ เส้นผมเกล้ามวยแน่นอย่างมีระเบียบ แววตาเย็นเฉียบแต่เปี่ยมอำนาจ
เธอไม่ได้ส่งเสียงดัง แต่เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น บรรยากาศทั้งห้องก็เปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มของซินเธียค่อย ๆ เลือนหาย ความสงบที่เคยมี…สั่นคลอนอย่างเงียบงัน และเธอรู้ดี ทุกครั้งที่นายแม่สุชาดามาเยือน มันไม่เคยเป็เื่เล็ก