Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 132 ซีซ่า

    ตอนที่ 132 ซีซ่า

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****



    การอนุมัติตีพิมพ์ถูกสำนักพิมพ์พิจารณาอย่างรวดเร็ว


    เลล่าเขียนจดหมายตอบรับให้กับเมอร์ลินในทันที แน่นอนว่าจดหมายนี้จะถูกส่งให้ถึงเมอร์ลินในอีกไม่กี่วัน


    ระหว่างนั้นเองเมอร์ลินแทบไม่ได้สนใจการพิจารณาการตีพิมพ์เลยแม้แต่น้อย เขาค่อนข้างมั่นใจผลงานของตัวเอง


    “ต่อให้สามหัวข้อนั้นน่าสนใจน้อยกว่า แต่พวกเขาต้องไม่ปฏิเสธหัวข้อการย่อเวทแสงอย่างแน่นอน” เมอร์ลินกล่าวพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาเขียนสูตรคำนวณรูนศาสตร์ต่อ


    ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยกองกระดาษมากมาย


    โชคดีที่ยุคนี้มีอุสหากรรมผลิตกระดาษ ไม่อย่างนั้นแล้วเมอร์ลินคงใช้เงินจ่ายค่ากระดาษจนหมดตัว เพราะต้องรู้ไว้ว่าในอดีตกระดาษนั้นมีราคาแพงมาก และไม่มีคุณภาพที่ดีเช่นนี้อีกด้วย


    เมอร์ลินในตอนนี้ยังคงหมกมุ่นอยู่กับเคล็ดวิชาพลังสมาธิใหม่ที่เขาพยายามคิดค้น น่าเสียดายที่หัวข้อวิจัยนี้ไม่ง่าย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ยอมแพ้


    ในเวลาเรียนเมอร์ลินมักจะไปหมกตัวอยู่กับห้องสมุดเพื่อหาความรู้ กลับบ้านมาก็ตรงไปที่ห้องทำงานแล้วเริ่มทำการวิจัยของตนเอง


    นอกจากมาร์เทลและเคลบี้แล้ว เขาแทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นในมหาวิทยาลัยเลย


    อย่างไรก็ตามก่อนที่จดหมายตอบรับจากสำนักพิมพ์นิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าจะมาถึง การประกาศผลสอบก็ถูกประกาศออกมาก่อน


    เมอร์ลินที่สัมผัสถึงการแจ้งเตือนของตรานักศึกษาเขาก็นำมันออกมา


    ตรานั้นทอแสงออกมา เมื่อนำพลังเวทใส่ลงไปข้อความก็ปรากฏขึ้น


    “ผลการสอบอย่างนั้นหรอ?”


    เมอร์ลินที่เห็นข้อความเหล่านั้นก็ปิดมันลงทันทีแล้วไม่สนใจมันอีกเลย


    ข้อความนั้นแจ้งให้นักศึกษาทุกคนต้องนำตรานักศึกษาไปลงทะเบียน ผลการเรียนของพวกเขาจะถูกบันทึกในแผ่นตรา ทั้งนี้เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนเรียนวิชาในภาคเรียนต่อไปด้วย


    ถึงจะเป็นอย่างนั้นเมอร์ลินก็ไม่ได้สนใจพวกมันอยู่ดี 


    ภายในอาคารเรียน เหล่านักศึกษาเริ่มกลับกันมาแล้วหลังจากปิดเทอม


    เคลบี้เป็นคนหนึ่งที่ตื่นเต้นกับการดูผลสอบครั้งนี้มาก เขารีบแต่งตัวออกมาจากหอพักแล้วตรงมาที่นี่ทันที


    พื้นที่ตรงกลางของอาคารเรียนมีสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นแท่นหินขนาดใหญ่ ลักษณะของมันแทบจะไม่ต่างไปจากแท่นหินที่เมอร์ลินเคยพบในตอนที่เขาสอบเทียบ เพียงแต่ที่นี่นั้นมีมากกว่าห้าสิบต้น แต่ละต้นถูกจัดวางกลายเป็นสวนศิลปะที่ดูสบายตา


    นักศึกษาส่วนใหญ่ต่างมากันที่นี่เพื่อนำตรานักศึกษาของพวกเขาไปประทับเข้ากับแท่นหิน


    ใช่แล้ว ที่นี่คือสถานที่ที่รับส่งข้อมูลการเรียนของนักศึกษา พวกเขาสามารถตรวจดูผลสอบและลงทะเบียนเรียนที่นี่ได้


    รอบๆ สวนหินจะมีบอร์ดที่แสดงรายวิชาที่เปิดสอนในภาคเรียนนี้


    แน่นอนว่าแต่ละวิชานั้นมีจำนวนจำกัด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับศาสตราจารย์รายวิชานั้นที่เปิดรับ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่ต้องแก่งแย่งกันลงทะเบียนเข้าเรียน นักศึกษาที่มาที่นี่จึงคึกคักเป็นพิเศษ หากมาช้าพวกเขาอาจจะไม่ได้เข้าเรียนวิชาที่ต้องการ


    เคลบี้ที่ตื่นแต่เช้ารีบมาที่นี่ แต่เขาก็พบว่าแม้เขาจะรีบแต่ก็ยังช้าเกินไป เพราะมีคนมารวมตัวกันที่นี่จนแน่นขนัดแล้ว


    “ทำไมคนถึงเยอะขนาดนี้เนี้ย!” เคลบี้อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้


    ทว่าตอนนั้นเขาก็ถูกใครบางคนชนไหล่จนร่างของเขาเซไปข้างหน้า


    โชคดีเคลบี้นั้นทรงตัวได้ เขาจึงไม่ล้มลงไปตรงนั้น


    “โอ้ นี่ใครกัน? ใช่ไอ้ขี้แพ้เคลบี้หรือป่าวเนี้ย? ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายหนุ่มผมทอง รูปร่างกำยำหน้าตาหล่อเหล่าท่าทางสูงส่งเหนือคนทั่วไป ดวงตาสีครามอันทรงเสน่ห์มองไปที่เคลบี้ด้วยความเหยียดหยาม


    “ซีซ่า!” มุมปากของเคลบี้กระตุก จ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์


    “เฮ้ ซีซ่าดูนี่สิ มันมองนายตาถลนเลย” ชายร่างอ้วนที่อยู่ข้างๆ กล่าวอย่างอารมณ์ดี


    ฮ่า ฮ่า ฮ่า


    ข้างกายของซีซ่ายังมีคนอีกสี่คนพวกเขาต่างระเบิดเสียงหัวเราะออกมา


    เหตุการณ์นี้เรียกความสนใจให้กับนักศึกษาที่อยู่รอบๆ ได้เป็นอย่างดี


    สายตาที่อยู่โดยรอบต่างจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่โชคร้าย


    ผู้คนมากมายต่างเอ่ยกระซิบกระซาบ


    “นั่นมันคนของเจเฮรีสไม่ใช่เหรอ?”


    “นายน้อยตกอับนั่นถูกซีซ่ารังแกอีกแล้ว”


    “เงียบปากไปเลย หากซีซ่ามาได้ยินเข้านายได้ซวยแน่ๆ”


    “รีบไปเถอะ อย่าไปยุ่งเรื่องของพวกเจเฮรีสเลย ยังไงพวกเขาก็เป็นคนตระกูลเดียวกัน เรื่องของพวกเขา พวกเขาก็จัดการกันเอง”


    หลายคนไม่กล้าที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเคลบี้ผู้โชคร้าย นั่นเพราะพวกเขารู้จักซีซ่าเป็นอย่างดี นายน้อยเจเฮรีสผู้สูงศักดิ์ แม้เขาจะมีใบหน้าที่หล่อเหลาแต่ในเรื่องนิสัย เขาคือคนที่ไม่ควรหาเรื่อง


    สาเหตุที่เคลบี้ไม่มีเพื่อนก็เพราะซีซ่าคนนี้


    แม้พวกเขาจะเป็นคนของตระกูลเจเฮรีสเหมือนกัน แต่เจเฮรีสก็มีหลายสาย ตระกูลที่ร่ำรวยนี้มีรากฐานมายาวนานและมีสายเลือดที่ต้องแข็งแกร่งไม่แพ้กัน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดการต่อสู้กันในตระกูลขึ้น


    ผู้ที่พ่ายแพ้ก็กลายเป็นเจเฮรีสที่อ่อนแอ โชคดีที่กฎของตระกูลห้ามไม่ให้มีการฆ่าฟันกัน ดังนั้นผู้ที่ล้มเหลว แม้ต้องตกอับแต่พวกเขาก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้


    ดังเช่นเคลบี้ในตอนนี้ที่พ่อของเขาได้พ่ายแพ้ต่อคนในตระกูลด้วยกันเอง


    “ซีซ่าวันนี้ฉันไม่อยากมีเรื่อง” เคลบี้กล่าวออกมาอย่างกัดฟัน ร่างของเขาปะทุพลังเวทออกมาคล้อยตามอารมณ์โกรธของเขา 


    ผู้คนที่อยู่รอบๆ หวาดกลัวในพลังของนักเวทสามวงเวทจึงต้องรีบถอยห่างออกมา


    ทว่ากลุ่มของซีซ่ากลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มรูปหล่อแสยะยิ้มออกมาและเอ่ย “โอ๊ะๆ ไอ้แพ้นายคิดจะต่อสู้อย่างนั้นหรอ อย่าลืมนะว่าที่นี่มันที่ไหน แต่ถ้าหากนายข้องใจ” 


    ซีซ่าชี้ไปที่อาคารสนามประลองด้วยรอยยิ้ม


    “นายสามารถไปล้มหน้าทิ่มที่นั่นได้ ฉันยินดีที่จะสั่งสอนญาติอย่างนายอยู่แล้ว”


    เคลบี้พยายามที่จะระงับอารมณ์ของตนเอง ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนในกลุ่มของซีซ่า


    ต้องรู้ไว้ว่าพวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นนักเวทสามวงเวทเช่นเดียวกับเคลบี้ นั่นเพราะพวกเขาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สี่เหมือนกันและมีอายุที่มากกว่าเคลบี้ด้วย


    โดยเฉพาะซีซ่าที่เป็นนักเวทสามวงเวทเช่นเดียวกัน มิหนำซ้ำยังมีข่าวลือว่าขุมพลังเวทของเขาใกล้ที่จะแตะคุณสมบัติของนักเวทสี่วงเวทแล้วด้วย


    แต่ถึงอย่างนั้นเคลบี้ก็ไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย


    ทว่าในระหว่างที่เขากำลังจะรับคำท้านั้น ศีรษะของเขาก็เหมือนกับจะถูกโจมตีมาจากด้านหลัง


    เพียะ!


    นั่นทำให้เคลบี้ถึงกับต้องก้มศีรษะลง 


    “เคลบี้ นายมามัวทำอะไรอยู่ที่นี่ รีบไปลงทะเบียนได้แล้ว วันนี้คนเยอะจะตายเห็นไหม?”


    น้ำเสียงอันเฉยชาของเด็กน้อยก็ดังขึ้นมา