หลินม่านเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปที่ประตูทางเข้า เธอมองเห็นคนที่เธอไม่คิดไม่ฝันว่าจะมาเจอเขาที่นี่ เธอวิ่งไปกอดเขาอย่างดีใจ “พี่ต้าเฝิง เป็นพี่จริงๆ”
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ทำสีหน้าไม่ถูก และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าโจวต้าเฝิงกับหลินม่านไปรู้จักกันได้ยังไง โดยเฉพาะโจวต้าเฝิงที่ยังตกใจเมื่อหญิงสาววิ่งเข้ามากอดเขา แต่ที่ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกคือม่านม่านมายืนอยู่ตรงหน้าเขาได้ยังไง
เหตุการณ์แก๊สระเบิดในร้านอาหารปรากฏขึ้นในหัวของโจวต้าเฝิงอีกครั้ง เขากำลังถือกระทะควงตะหลิวผัดกับข้าวอยู่หน้าเตาอย่างจริงจัง แม้ว่าร้านอาหารจะเลยเวลาปิดและพวกเขาก็ทำความสะอาดครัวเรียบร้อยแล้ว แต่หลินม่านก็ยังยืนยันว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเขาในระหว่างที่เขาหัดทำอาหาร
โจวต้าเฝิงเรียนทำอาหารจากหลินม่านมาได้สักพักแล้ว และเขายังรู้ด้วยว่าที่เธอมักจะมารอเขาทุกวันเพราะเธอชอบเขา วันนั้นเขาตั้งใจทำอาหารจานแรกที่เธอเป็นคนสอนเพื่อที่จะขอคบกับเธอ เขาวาดฝันไว้ต่างๆ นานาว่าจะทำงานเก็บเงิน แล้วไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ สักร้าน เพื่อที่เธอกับเขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายด้วยกัน
แต่เพราะเหตุระเบิดคราวนั้นทำให้เขาไม่ทันได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจ เขาคิดว่าเขากับเธอคงพรากจากกันไปชั่วชีวิตแล้ว ความเสียใจนี้ติดอยู่ในใจเขาอย่างไม่มีวันลืม และนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่เคยมองผู้หญิงคนไหน เพราะเขาไม่คิดว่าชั่วชีวิตนี้เขาจะรักใครได้อีก
“พี่ต้าเฝิง ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะ” เสียงของหลินม่านดังขึ้น เรียกให้สติของโจวต้าเฝิงกลับมาอีกครั้ง
โจวต้าเฝิงยกมือขึ้นกอดหญิงสาวไว้แน่น “ม่านม่าน”
หลินม่านได้ยินคำพูดของชายหนุ่มอย่างชัดเจน เธอยิ้มดีใจที่ภาพตรงหน้าคือความจริง สุดท้ายความเครียดที่สะสมไว้ก็ได้รับการปลดปล่อย หลินม่านหมดสติไปในอ้อมกอดของคนที่เธอแอบรัก
“เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างที่ฉันเล่าให้ฟังนั่นล่ะ” โจวต้าเฝิงเล่าถึงอดีตในชีวิตที่แล้วที่เขารู้ว่าหลินม่านแอบรักเขา และเขาก็รักเธอเช่นกัน วันนั้นเขาตั้งใจจะทำอาหารเซอร์ไพรส์เธอ แต่ห้องครัวกลับระเบิดขึ้นเสียก่อน โจวต้าเฝิงจับมือหญิงสาวที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงคล้ายกลัวว่าเธอจะหายไป “ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะมีโอกาสได้เจอกับม่านม่านอีกครั้ง ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกเธอแล้วว่าการที่เราต้องตายไปแล้วได้กลับมาเจอกับคนที่เรารักอีกครั้งมันมีความสุขขนาดไหน ฉันจะไม่ยอมเสียเวลาไปเหมือนครั้งที่แล้วอีก”
“ในเมื่อครั้งนี้โอกาสมาถึงแล้ว พี่ต้องรีบบอกความในใจของพี่ให้เธอรู้นะคะ” โจวอ้ายเหม่ยบอกกับพี่ชาย
“เมื่อก่อนผมก็คิดไว้อยู่แล้วว่าพี่อาจจะเคยมีคนรักหรือความในใจที่ไม่ได้บอกเรา เพราะตอนที่เราเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย มีผู้หญิงเขียนจดหมายรักและยังมาสารภาพรักกับพี่ตั้งหลายคน แต่พี่ก็ปฏิเสธพวกเธอไปโดยไม่ยอมเปิดใจ พอผมได้มาเห็นหน้าพี่สะใภ้ก็ทำให้ผมเข้าใจได้ทันที” เจียงโม่โฉวยิ้มกว้างให้โจวต้าเฝิง “พี่สะใภ้ของผมสวยมาก มิน่าล่ะพี่ถึงไม่ยอมเปิดใจให้สาวๆ คนไหน”
“ม่านม่านไม่ได้แค่สวย แต่เธอยังเป็นคนดีและจิตใจดีมากๆ เมื่อก่อนมีคนมาจีบเธอตั้งหลายคน แต่เธอกลับมีใจให้ฉันทั้งๆ ที่ตอนนั้นฉันยังเป็นแค่บัณฑิตตกงานที่มีรายได้พอเลี้ยงตัวเองไปวันๆ ฉันผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิตมาได้ก็เพราะกำลังใจจากเธอ” โจวต้าเฝิงยังจับมือหลินม่านไว้แน่น “ม่านม่าน ตอนนี้ฉันมีกิจการเป็นของตัวเองแล้วนะ ฉันสามารถดูแลเธอและให้เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ แล้วยังมีความฝันของเราทั้งสองคนอีก เธอยังจำมันได้ไหมว่าเราเคยสัญญาว่าเราจะเปิดร้านอาหารเล็กๆ ด้วยกันในฐานะหุ้นส่วน แต่ฉันไม่อยากเป็นหุ้นส่วนของเธอแล้ว ฉันอยากเป็นคนรักของเธอ เธอตื่นมาฟังความในใจของฉันได้ไหมม่านม่าน”
เจียงโม่โฉวสะกิดแขนภรรยาเพื่อให้เธอดูว่าหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับนิ้วได้แล้ว ว่าที่พี่สะใภ้ของพวกเขาคงใกล้จะฟื้นเต็มที สองสามีภรรยาเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
“พี่ต้าเฝิง”
โจวต้าเฝิงเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก น้ำตาเขาไหลออกมาอย่างดีใจ “ม่านม่าน เธอตื่นแล้ว ในที่สุดเธอก็ตื่นขึ้นมาเจอฉันแล้ว”
“พี่ร้องไห้ทำไมคะ อย่าร้องเลยนะ ฉันไม่อยากเห็นพี่ร้องไห้ พี่กำลังเสียใจเรื่องอะไรพี่บอกฉันได้นะคะ”
“ไม่...ฉันไม่ได้เสียใจ แต่ที่ฉันร้องเพราะฉันดีใจที่เธอตื่นมาคุยกับฉันได้แล้ว” โจวต้าเฝิงปล่อยมือหญิงสาว “เธอรอก่อนนะ ฉันจะออกไปตามคุณหมอให้มาดูอาการของเธอ”
จนกระทั่งคุณหมอเข้ามาตรวจอาการของหญิงสาวเสร็จ
“เป็นยังไงบ้างม่านม่าน เธอยังง่วงอยู่ไหม”
“พี่มาช่วยประคองให้ฉันลุกขึ้นนั่งทีนะคะ”
โจวต้าเฝิงรีบเข้าไปประคองและจัดท่าให้หญิงสาวนั่งพิงที่หัวเตียงอย่างระวัง “ให้เธอนั่งได้แค่แป๊บเดียวนะ คุณหมอบอกว่าร่างกายของเธอยังอ่อนแออยู่ เธอต้องนอนเยอะๆ”
หลินม่านคว้ามือชายหนุ่มมาจับไว้ ก่อนที่จะยกมือใหญ่นั้นขึ้นไปแนบที่แก้ม “ขอบคุณที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความฝัน ขอบคุณที่พี่มายืนอยู่ตรงหน้าฉันจริงๆ ตอนที่ฉันได้มาอยู่ในร่างนี้ใหม่ๆ ในห้องใต้ดินนั้นมืดมากและยังมีผู้หญิงหลายคนที่ถูกทำร้าย บางคนก็ถูกข่มเหงต่อหน้าต่อตาพวกเรา จากนั้นก็มีคนขนถังสารเคมีไปเก็บไว้ กลิ่นของสารเคมีรุนแรงมากจนฉันเกือบจะทนไม่ไหว ดีที่ฉันถูกคนพวกนั้นพาออกมาจากห้องไปก่อน ไม่อย่างนั้นฉันคงจะตายไปทั้งๆ ที่ยังไม่เจอพี่”
โจวต้าเฝิงเปลี่ยนจากการจับมือมาเป็นกอดเธอไว้แนบอก “อย่ากลัวไปเลย คนชั่วพวกนั้นถูกตำรวจจับไปหมดแล้ว”
“พี่ต้าเฝิง ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน ชีวิตที่แล้วเป็นเพราะความกลัวและไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง ฉันมัวแต่กลัวว่าฉันจะถูกพี่ปฏิเสธ แต่ตอนนี้ฉันไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ฉันมีบางอย่างอยากจะบอกกับพี่ ขอให้พี่ฟังฉันพูดให้จบได้ไหมคะ” หลินม่านผลักชายหนุ่มออกเบาๆ เธอจ้องหน้าเขานิ่งและรวบรวมความกล้า
โจวต้าเฝิงเห็นสายตาแน่วแน่ของเธอก็รู้แล้วว่าเธออยากบอกอะไรกับเขา แต่เขาจะไม่ยอมให้เธอทำอย่างนั้น เพราะครั้งนี้จะเป็นเขาที่สารภาพรักกับเธอก่อน “ม่านม่าน ฉันมีเรื่องที่อยากจะบอกกับเธอเหมือนกัน ขอให้เธอฟังสิ่งที่ฉันกำลังจะบอกกับเธอก่อนได้ไหม”
หลินม่านก้มหน้าเศร้าเพราะคิดว่าชายหนุ่มปฏิเสธที่จะฟังคำสารภาพรักของเธอ แต่หลังจากนั้นเธอกลับได้ยินเสียงที่ไพเราะของเขา
“ม่านม่าน ฉันรักเธอ ฉันไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว ฉันอยากดูแลเธอ ปกป้องเธอ และอยากจะนอนตื่นมาเจอเธอเป็นคนแรกในทุกๆ เช้า” โจวต้าเฝิงใช้สองมือประคองใบหน้าเล็กให้หันมาสบตาเขา “เธอยินดีที่จะแต่งงานกับฉันไหม”
หลินม่านน้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจ คำสารภาพรักของเขาเคยเกิดขึ้นในฝันของเธอมาแล้วหลายครั้ง แต่เหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าคือเรื่องจริง หัวใจของเธอพองโตโดยไม่รู้ตัว เธอยิ้มให้เขาแล้วพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ โจวต้าเฝิงไม่รอช้า เขาก้มลงจุมพิตหญิงสาวเพื่อยืนยันคำตอบของเธอ
หลังจากหลินม่านออกจากโรงพยาบาลได้สองสัปดาห์ งานแต่งของโจวต้าเฝิงกับหลินม่านก็ถูกจัดขึ้น พวกเขาเชิญเฉพาะคนในครอบครัวให้มาร่วมงาน ความจริงแล้วโจวต้าเฝิงอยากจัดงานแต่งให้หลินม่านอย่างใหญ่โตกว่านี้ แต่เธอไม่ต้องการ เธออยากจัดงานเป็นการภายในแต่มีบรรยากาศอบอุ่นเท่านั้น ซึ่งโจวต้าเฝิงก็ตามใจเธอ
“เป็นยังไงบ้างคะพี่สะใภ้ ยังมีงานส่วนไหนที่ไม่เข้าใจอีกหรือเปล่าคะ” โจวอ้ายเหม่ยเดินเข้ามาทักหลินม่าน
ตอนนี้โรงงานของเจียงโม่โฉวและโจวต้าเฝิงต่างก็ขยายใหญ่ขึ้น พนักงานที่ทั้งสองโรงงานเคยใช้ร่วมกันจึงถูกจัดวางตำแหน่งใหม่และมีการแบ่งแยกการทำงานกันอย่างชัดเจน
โดยหลีหงเสี่ยวขอไปทำงานที่โรงงานของเจียงโม่โฉว เพราะเธออยากไปทำงานกับโจวอ้ายเหม่ยเพื่อนรักและผู้มีพระคุณของเธอ เหมยฮวาจึงถูกส่งให้ไปทำงานที่โรงงานของโจวต้าเฝิงเพื่อช่วยงานหลินม่าน เหมยฮวาไม่ขัดข้องเพราะนอกจากเธอจะคุ้นเคยกับงานในโรงงานดีอยู่แล้ว เธอยังจะได้ทำงานใกล้ชิดกับคนรักของเธอด้วย ใช่แล้ว! ตอนนี้เหมยฮวากับหลีไห่เปลี่ยนสถานะจากคนรู้จักกลายเป็นคนรักไปเรียบร้อยแล้ว
หลินม่านเห็นน้องสามีเดินเข้ามาก็รีบไปพยุงอีกฝ่ายให้นั่งลงที่เก้าอี้ “รีบมานั่งพักก่อน ยังไงเที่ยงนี้เราก็ต้องไปกินข้าวด้วยกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เธอมีอะไรด่วนหรือเปล่าถึงต้องเดินมาหาพี่เอง แล้วนี่ไปให้คุณหมอตรวจบ้างหรือเปล่า เธอท้องแค่ห้าเดือนแต่ท้องเธอใหญ่กว่าคนท้องแปดเดือนอย่างพี่โม่หลานอีก”
“พี่บ่นเก่งเหมือนโม่โฉวเลยนะคะ รายนั้นแทบจะไม่ให้ฉันเดินออกจากบ้านแล้ว” โจวอ้ายเหม่ยลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “ท้องนี้เป็นท้องแฝดค่ะ ฉันเพิ่งไปตรวจมาเมื่อวาน”
“ดีจังเลย! ตอนนี้มีนโยบายมีลูกคนเดียว แต่เธอท้องทีเดียวได้ลูกมาตั้งสองคน ฉันจะโชคดีอย่างเธอบ้างหรือเปล่าเนี่ย”
“พี่กับพี่ชายของฉันต้องพยายามกันหน่อยแล้วล่ะค่ะ ไม่แน่ความต้องการของพี่อาจจะเป็นจริง”
หลินม่านนึกไปถึงคืนเร่าร้อนในวันส่งตัว จนถึงเมื่อคืนที่เธอกับสามีพัวพันกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยก็เริ่มหน้าแดง เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผู้ชายขี้อายและพูดน้อยอย่างสามีของเธอจะมีด้านนี้กับเขาด้วย
โจวอ้ายเหม่ยเห็นหน้าพี่สะใภ้ก็พอจะรู้แล้วว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้คงปฏิบัติภารกิจปั้นเจ้าตัวน้อยกันอย่างดุเดือดอยู่แน่
หลินม่านเงยหน้าขึ้นมาสบตาน้องสามีก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “เธอมาหาพี่ที่นี่เพราะมีธุระอะไรหรือเปล่า”
โจวอ้ายเหม่ยอมยิ้ม แต่เธอก็ไม่อยากให้พี่สะใภ้รู้สึกอายไปมากกว่านี้ “ฉันจะมาชวนพี่ให้ไปช่วยทำขนมหน่อยน่ะค่ะ ฉันจะเตรียมขนมไว้แจกพนักงานในวันปีใหม่ ฉันจะทำแจกให้กับพนักงานของเราทั้งสองโรงงานเลย พี่ใหญ่บอกว่าพี่เป็นเชฟที่เก่งมาก ฉันก็เลยอยากให้พี่ไปทำขนมด้วยกัน”
“ได้สิ ตอนนี้ที่โรงงานมีแค่เหมยฮวาคนเดียวก็เหลือเฟือแล้ว เหมยฮวาทำงานเก่งมาก ฉันสามารถไปช่วยเธอทำขนมได้”
“งั้นเราก็ไปกันเลยค่ะ คุณแม่ พี่โม่หลาน แล้วก็อันอันรออยู่ที่บ้านกันครบแล้ว”
โจวอ้ายเหม่ยกับหลินม่านเดินออกจากโรงงานเพื่อกลับบ้านกันอย่างอารมณ์ดี แต่ก่อนที่สองสาวจะเดินถึงบ้าน หลินม่านกลับหยุดเดินแล้วมองผู้ชายคนหนึ่งที่วิ่งผ่านไปด้วยความตกใจ
“พี่สะใภ้ พี่เป็นอะไรไปคะ” โจวอ้ายเหม่ยเรียกเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าซีด
“ผู้...ผู้ชายคนนั้นคือคนที่เคยจับตัวฉันไปขังในห้องใต้ดิน”