“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 58 เส้นทางสู่วิหารใต้หมอก


    หลังการล้มตายของอสรพิษหมอกทมิฬ

    ป่าทั้งผืนกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง

    หมอกสีเทาดำยังคงลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ

    แต่บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

    ผู้เข้าสอบจำนวนมากเริ่มตระหนักว่า

    หุบเขาหมอกทมิฬแห่งนี้

    อันตรายกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก

    เพียงวันแรก

    ก็มีคนบาดเจ็บและถูกคัดออกไปไม่น้อย

    ...

    ลั่วชิงอวี่กำลังรักษาบาดแผลเล็กน้อยที่แขน

    ขณะที่หลินเซวียนนั่งเงียบอยู่ใกล้ ๆ

    สายตาของเขามองลึกเข้าไปในป่าด้านหน้า

    ตั้งแต่เมื่อครู่

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้ายังคงสั่นไหวเป็นระยะ

    ราวกับกำลังเรียกหาอะไรบางอย่าง

    "เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?"

    ลั่วชิงอวี่ถาม

    หลินเซวียนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนตอบ

    "ข้าจะเข้าไปลึกกว่านี้"

    หญิงสาวขมวดคิ้วทันที

    "เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ"

    "ส่วนลึกของหุบเขาคือเขตอันตราย"

    "แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างชีพจรมรรคาก็ไม่กล้าเข้าไปง่าย ๆ"

    แต่หลินเซวียนยังคงมองไปยังทิศเดิม

    ในใจของเขามีความรู้สึกบางอย่าง

    บางสิ่งกำลังรอเขาอยู่ที่นั่น

    ...

    ในที่สุด

    ลั่วชิงอวี่ก็ตัดสินใจเดินทางร่วมกับเขา

    ทั้งสองออกเดินทางทันทีในช่วงบ่าย

    ยิ่งเข้าไปลึก

    หมอกยิ่งหนาแน่น

    ต้นไม้เริ่มมีรูปร่างบิดเบี้ยว

    บางต้นสูงหลายสิบเมตร

    รากไม้โผล่ขึ้นจากพื้นราวกับอสรพิษยักษ์

    ระหว่างทาง

    พวกเขาพบซากศพอสูรจำนวนมาก

    บางตัวตายมานานแล้ว

    บางตัวเพิ่งถูกสังหารไม่นาน

    สิ่งที่แปลกคือ

    ไม่มีใครสามารถระบุได้ว่า

    ใครเป็นคนลงมือ

    ...

    ยามเย็น

    ทั้งสองมาถึงหน้าหุบผาลึกแห่งหนึ่ง

    เบื้องล่างมืดสนิท

    มองไม่เห็นก้นเหว

    ขณะที่พวกเขากำลังสำรวจพื้นที่

    หลินเซวียนพลันหยุดนิ่ง

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในร่างสั่นสะเทือนรุนแรง

    ครืนนนน...

    ทันใดนั้น

    ดวงตาแห่งกรรมเปิดขึ้นเอง

    โลกตรงหน้าเปลี่ยนไป

    เขาเห็นเส้นกรรมสีทองสายหนึ่ง

    ทอดยาวลงสู่ก้นเหว

    ราวกับกำลังนำทาง

    "อยู่ข้างล่าง..."

    หลินเซวียนพึมพำ

    ลั่วชิงอวี่มองตาม

    แต่ไม่เห็นอะไรเลย

    ...

    หลังตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่ง

    ทั้งสองจึงเริ่มลงสู่เหวลึก

    การเดินทางกินเวลานานหลายชั่วยาม

    จนกระทั่งพวกเขาแตะพื้นด้านล่าง

    สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า

    ทำให้ทั้งคู่หยุดหายใจ

    เบื้องหน้าคือซากอารยธรรมโบราณ

    กำแพงหินขนาดมหึมา

    เสาหินแตกหัก

    รูปปั้นโบราณที่พังทลาย

    ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยหมอกและกาลเวลา

    ราวกับนครแห่งหนึ่งที่ถูกลืมเลือนไปจากประวัติศาสตร์

    "นี่มัน..."

    ลั่วชิงอวี่เบิกตากว้าง

    แม้แต่นางเองก็ไม่เคยได้ยินเรื่องสถานที่แห่งนี้มาก่อน

    ...

    หลินเซวียนก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ

    ยิ่งเข้าใกล้

    ตะเกียงในร่างยิ่งสั่นแรงขึ้น

    จนในที่สุด

    เขาก็มาหยุดอยู่หน้าแผ่นศิลาขนาดใหญ่

    บนแผ่นศิลานั้น

    มีอักษรโบราณสลักเอาไว้

    แม้กาลเวลาจะกัดกร่อนจนเลือนราง

    แต่หลินเซวียนกลับสามารถอ่านได้อย่างประหลาด

    "วิหารใต้หมอก"

    หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทันที

    ในที่สุด

    เขาก็มาถึงสถานที่ที่ตะเกียงนำทางมา

    ...

    ทว่า

    ในขณะที่ทั้งสองกำลังมองแผ่นศิลา

    เสียงฝีเท้าหลายสายพลันดังขึ้นจากด้านหลัง

    ตึก...

    ตึก...

    ตึก...

    หลินเซวียนหันกลับไปทันที

    สายตาเย็นลง

    ภายในหมอกสีดำ

    เงาร่างหลายคนค่อย ๆ ปรากฏตัวออกมา

    ทั้งหมดสวมชุดดำเหมือนกัน

    ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากาก

    และตรงหน้า

    คือบุคคลที่เขาเคยเห็นมาก่อน

    หนึ่งในคนชุดดำจากเหตุการณ์ใต้ภูเขาผนึก

    ชายผู้นั้นมองหลินเซวียน

    ก่อนยิ้มบาง ๆ

    "ในที่สุด..."

    "ผู้ถือโคมก็มาถึง"

    ลั่วชิงอวี่ชักกระบี่ออกทันที

    สีหน้าเคร่งเครียด

    แรงกดดันจากอีกฝ่าย

    เหนือกว่าผู้เข้าสอบทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

    ...

    ชายชุดดำก้าวออกมาหนึ่งก้าว

    ก่อนกล่าวช้า ๆ

    "เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่าเจ้า"

    "แต่สิ่งที่อยู่ในวิหาร"

    "เป็นของพวกเรา"

    สิ้นเสียง

    บรรยากาศโดยรอบพลันเย็นเยียบ

    หมอกสีดำเริ่มรวมตัว

    พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกมา

    ราวกับศึกใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

    "เมื่อวิหารใต้หมอกเปิดประตู"

    "ผู้แสวงหาความจริง"

    "และผู้ปกปิดความจริง"

    "ย่อมต้องเผชิญหน้ากันในที่สุด"