ภายในห้องผู้ป่วยปกคลุมด้วยความเงียบมีเพียงเสียงของเฉาหงเต้าที่ดังก้องอยู่เท่านั้น
หมายจับ?
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?
หลินฝูซินได้ยินคำพูดของเฉาหงเต้าก็มึนงงไปอย่างมาก
ไม่เพียงแค่เขา แม่เลี้ยงของหลินอีหลุนก็เบิกตากว้างขึ้นด้วยเช่นกันใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ส่วนหลินอีหลุนยิ่งไม่ต้องพูดถึงใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและประหลาดใจ
“ผู้อำนวยการเฉา คุณ… เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?”
หลายวันที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้ทำอะไรเลยต่อให้เขาทำอะไรที่ผิดกฎหมายก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาดไปแล้ว ไม่เหลือหลักฐานอะไรแล้วและเขาจะไปกระตุ้นตำรวจที่จ้องตาเป็นมันเหล่านี้ได้อย่างไร?
“กลุ่มบริษัทหลินชื่อของคุณได้มีการติดสินบนที่ร้ายแรงอีกทั้งยังมีรายการหลีกเลี่ยงภาษี มีผู้หวังดีส่งรายงานและหลักฐานมาให้พวกเราและหลักฐานเหล่านี้ได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมาธิการสอบวินัยเรียบร้อยแล้ว” เฉาหงเต้าใบหน้าเย็นชา แล้ววางหมายจับตรงหน้าหลินอีหลุน
“คนที่เกี่ยวข้องกับการติดสินบนคณะกรรมาธิการสอบวินัยได้ไปจับกุมมาทั้งหมดแล้วกลุ่มบริษัทหลินชื่อก็ถูกปิดตัวลงแล้ว ตอนนี้คุณรีบลงจากเตียงแล้วตามพวกเราไปที่สถานีตำรวจเพื่อดูหลักฐานดีกว่า”
“เป็นไปไม่ได้!” หลินอีหลุนตาแดงก่ำเขาแย่งหมายจับมาแล้วอ่านอย่างละเอียด
ใบหน้าของเขาซีดขาวมาก
หมายจับนี้ออกโดยคณะกรรมาธิการสอบวินัยโดยเฉพาะอีกทั้งยังมีลายเซ็นของเลขาธิการกำกับ
วินาทีนั้น ความหวาดกลัวได้ปกคลุมหัวใจของหลินอีหลุน
แม้กระทั่งเลขาธิการยังเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง หมายจับนี้จะต้องเป็นของจริงแน่นอนอีกทั้งยังหมายความว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมาก
“ไม่ มันควรจะไม่ใช่อย่างนี้สิ พวกคุณไปเอาหลักฐานมาจากไหน?” เมื่อซุนเจินแม่เลี้ยงของหลินอีหลุนเห็นดังนั้น ริมฝีปากก็ซีดขาวสายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“หลักฐานอยู่ที่คณะกรรมาธิการสอบวินัยแล้ว พวกเรามีหน้าที่แค่จับกุมเท่านั้น!” เฉาหงเต้าเมินเฉยต่อซุนเจิน จากนั้นก็โบกมือให้กับนายตำรวจที่อยู่ด้านหลัง
“ใส่กุญแจมืออาชญากรหลินอีหลุน แล้วพาตัวเขาไป!”
ทันทีที่สิ้นเสียง นายตำรวจก็รีบเอากุญแจมือมาใส่ให้กับหลินอีหลุน
“ไม่ ฉันจะไม่ไปสถานีตำรวจ!” หลินอีหลุนที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยรีบส่ายหน้าอย่างต่อเนื่องราวกับต้องการต่อต้านอย่างสุดกำลัง
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สนใจการต่อต้านของเขาเลยพวกเขาจับร่างของหลินอีหลุนไว้แล้วใส่กุญแจมือให้ในทันที
จากนั้นก็พาตัวเขาออกไปที่ด้านนอก
ตอนที่เดินผ่านซูฮ่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งใจชะลอความเร็วลง
“จุ๊ๆ ไม่ได้เจอกันแค่วันเดียว คิดไม่ถึงว่าคุณชายหลินของพวกเราจะตกอยู่ในสภาพนี้แล้วนี่มันทำให้ฉันรู้สึกปวดใจจริงๆ ” ซูฮ่าวมองไปทางหลินอีหลุนน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าแต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข
เมื่อเห็นท่าทางของเขา หลินอีหลุนก็กัดฟันกรอด ใบหน้าเขียวคล้ำ “ซูฮ่าว อย่ามีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นบางทีเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันก็ได้ ฉันจะบอกเอาไว้ให้นะบุญคุณความแค้นของพวกเรายังไม่จบแค่นี้แน่”
“คุณชายหลิน ปกติแล้วคุณบอกว่าตัวเองนั้นฉลาดมากแล้วทำไมตอนนี้ถึงพูดเหมือนคนโง่เลยล่ะ?” ซูฮ่าวมีใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มเขาลดเสียงลงต่ำพร้อมกับเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
“ฉันจะบอกความลับอะไรให้ฟังนะ หลักฐานเหล่านั้นฉันเป็นคนมอบให้ทางตำรวจเองแหละเมื่อคืนฉันไปที่คฤหาสน์หมายเลข 7 โครงการลี่ว์สุ่ยและได้เจอกับตู้เซฟที่อยู่ในชั้นใต้ดิน อืม ฉันเอาของที่อยู่ในนั้นมาทั้งหมดเลย”
“แล้วก็ฉันยังถ่ายคลิประเริงรักระหว่างคุณกับแม่เลี้ยงของคุณเอาไว้ด้วยวางใจเถอะ เดี๋ยวฉันจะให้พ่อของคุณชื่นชมมันอย่างดี จากนั้นก็โพสต์ลงอินเทอร์เน็ตตั้งชื่อคลิปว่าอะไรดีนะ? ฉันขอคิดดูก่อน จริงสิตั้งชื่อว่า ‘ค่ำคืนของลูกชายและแม่เลี้ยงของเขา’!”
“คุณชายหลิน ฉันเชื่อว่าคุณโดนใส่ร้าย ฉันจะรอคุณถูกปล่อยตัวออกมานะ”
หลินอีหลุนได้ยินดังนั้น ภายในสมองของเขาเหมือนถูกฟ้าผ่าอย่างรุนแรง
ร่างกายของเขาเหมือนหุ่นเชิดที่ถูกตัดเชือก ร่างทั้งร่างนิ่งค้างไปดวงตาเบิกกว้าง ปากอ้าขึ้นเล็กน้อย ภายในสมองขาวโพลน
“แม่มันเถอะ!” ตอนนั้นร่างกายของเขาสั่นสะท้านเขาสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากการควบคุมของตำรวจ แล้วอ้าปากขึ้นหมายจะกัดซูฮ่าวอย่างแรง
“เพียะ!”
แต่เขายังไม่ทันได้เข้าใกล้ ซูฮ่าวก็สะบัดมือตบหน้าเขาด้วยหลังมือ
“โอ๊ย ตกใจหมดเลย!” หลังจากเขาทำเรื่องทั้งหมดเสร็จเขาก็หันไปมองเฉาหงเต้าอย่างไร้ความผิดแล้วพูดขึ้นว่า “ผู้อำนวยการเฉามีคนจะเข้ามาทำร้าย นี่จึงนับว่าเป็นการป้องกันตัวใช่หรือเปล่า?”
“ใช่ครับ!” เฉาหงเต้าพยักหน้าเขาเหลือบสายตามองหลินอีหลุน แล้วพูดขึ้นอย่างเย็นชา “หลังจากกระทำความผิดไปแล้วยังกล้าโจมตีคนอื่นอีกความผิดจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!”
ซูฮ่าวพูดขึ้นอย่างปวดใจ “เฮ้อ คุณชายหลินฉันเห็นว่าคุณเป็นเพื่อน แต่คุณกลับทำร้ายฉัน ช่างเถอะ เพราะว่าฉันยังเด็กและไม่รู้ความ ฉันจะไม่เอาผิดกับคุณก็แล้วกัน”
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับเฉาหงเต้าว่า “ผู้อำนวยการเฉากลับได้แล้วใช่ไหมครับ?”
“ได้ครับ” เฉาหงเต้าพยักหน้า แล้วพูดคล้อยตาม “คุณซูฮ่าวเป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัวจริงๆความสง่างามแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครก็มีมัน”
“ผู้อำนวยการเฉาชมเกินไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเหลือทางรอดเอาไว้ให้หวังว่าวันหน้าจะได้พบกันอีก” ซูฮ่าวยิ้มออกมาอย่างจริงใจแล้วโบกมือให้กับหลินอีหลุน “สู้ๆ นะคุณชายหลินเดี๋ยวฉันจะไปเยี่ยมคุณในคุก”
“ซู… ฮ่าว!” ทันทีที่สิ้นเสียงหลินอีหลุนคำรามขึ้นมาด้วยความโมโห เสียงกึกก้องดังลั่นราวกับอสนีบาตแพร่กระจายออกไปไกล
ตอนที่เขาอยากจะด่าอีกฝ่ายแต่เพราะเขาตื่นตระหนกมากเกินไปซึ่งเป็นการกระตุ้นพลังหยินอ่อนภายในร่างกาย
เขาจึงกระอักเลือดออกมาแล้วหมดสติไปในทันที
ซูฮ่าวหัวเราะเสียงเย็น ก่อนจะเดินไปด้านหน้าเพื่อลอบถอนพลังหยินอ่อนจากหมัดทลายปอดที่อยู่ภายในร่างกายของหลินอีหลุนออก
เขาไม่อยากให้หลินอีหลุนตายไปเช่นนี้การที่ทำให้คนคนหนึ่งอยู่ไม่สู้ตายมันถึงจะเป็นความทุกข์ทรมานที่แท้จริง
“ขอบคุณสำหรับความเที่ยงธรรมของผู้อำนวยการเฉา”
“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมทำงานเพื่อประชาชนอยู่แล้ว!” เฉาหงเต้าพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เมื่อพูดจบเขาก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลากตัวหลินอีหลุนที่หมดสติออกไป
เมื่อเห็นดังนั้น ซุนเจิน แม่เลี้ยงของหลินอีหลุนก็รีบผลักหลินฝูซินแล้วพูดอย่างร้อนรนว่า “คุณรู้จักเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนไม่ใช่หรือรีบติดต่อพวกเขาสิ พวกเราจะให้อีหลุนถูกจับขังคุกแบบนี้ไม่ได้นะ!”
ตอนที่หลินฝูซินกำลังจะพูดขึ้น แต่เขากลับเห็นว่าซูฮ่าวหยิบกล้องวิดีโอออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“คุณหลิน นี่คือคลิปวิดีโอที่คุณชายหลินกลับซุนเจินเจรจากันเมื่อคืนนี้ฉันเชื่อว่าหากคุณได้ดูมันแล้วจะรู้สึกเซอร์ไพร์สมาก”
เมื่อพูดจบแล้วเขาก็ส่งกล้องให้กับหลินฝูซิน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องผู้ป่วยไปพร้อมกับเฉาหงเต้า
“เจรจากันเมื่อคืนนี้?” หลินฝูซินหรี่ตาลงเล็กน้อยจากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปยังซุนเจินที่มีใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ก่อนจะเปิดดูวิดีโอนั้น
ภาพชายหญิงที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงในอิริยาบถต่างๆปรากฏแก่สายตาของเขาทันที
ชายหญิงสองคนนั้นคือ หลินอีหลุนและซุนเจิน
เมื่อเห็นภาพเหล่านั้น ใบหน้าของหลินฝูซินก็มืดครึ้มราวกับมีเมฆดำเขากัดฟันกรอด แล้วยกมือตบหน้าซุนเจินอย่างแรง
“ร่าน!”
“ฝูซิน ฉันผิดไปแล้ว ให้โอกาสฉันเถอะนะ ฉันขอร้องล่ะ” ซุนเจินตัวสั่นสะท้าน แล้วคุกเข่าลงกับพื้นทันที
“ให้กับแม่มันสิ!”
หลินฝูซินเตะเธอไปกระแทกกับกำแพงความโกรธที่เหมือนกับสัตว์ประหลาดกลืนกินหัวใจของเขา
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ ความสง่างามและอ่อนโยนที่เคยมีถูกประกายเพลิงเผาไหม้จนน่ากลัวมากเหมือนกับแมวที่เย่อหยิ่งแยกเขี้ยวกางกรงเล็บขึ้นขู่
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่า ลูกชายและภรรยาของเขาจะรวมหัวกันทำเรื่องแบบนี้ได้
เรื่องนี้คือความอัปยศอดสูภายในครอบครัว!
เขาระงับจิตสังหารที่มีต่อซุนเจินลง แล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป
ส่วนหลินอีหลุน…
หึๆ ลูกเนรคุณแบบนั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้ต่อให้ตายอยู่ในคุกก็ไม่ใช่เรื่องของเขา!
………………..
สำนักงานตำรวจแห่งชาติฉวนโจว
เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการสอบวินัยหลายคนเดินทางมาที่นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนรู้สึกตกใจมากที่สารวัตรพานเย่ว์กลับถูกจับกุมโดยตรง
ตลอดขั้นตอนเหล่านี้ พานเย่ว์ไม่สามารถขัดขืนได้เลย เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำทำได้เพียงก้มหน้าลงต่ำ ใบหน้าซีดเทาราวกับขี้เถ้า
เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งรู้เรื่องหมายจับของหลินอีหลุนและกลุ่มบริษัทหลินชื่อก็ถูกปิดตัวลงทันที
เห็นได้ชัดว่าคณะกรรมาธิการสอบวินัยได้เห็นการติดสินบนของกลุ่มบริษัทหลินชื่อแล้ว
และเขาก็เป็นหนึ่งในผู้ติดสินบนนั้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการสอบวินัยพาพานเย่ว์ออกจากสถานีตำรวจเฉาหงเต้าก็มาถึงพอดี
“ผู้กำกับเฉา!”
เมื่อเห็นเฉาหงเต้า เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการสอบวินัยหลายคนที่เคยมีสีหน้าตึงเครียดก็กล่าวทักทายขึ้นมาอย่างอบอุ่น
“ผู้กำกับเฉา?” พานเย่ว์มึนงงเขาจ้องหน้าเฉาหงเต้าแล้วกล่าวด้วยความตกใจ “เขาเป็นอธิบดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติฉวนโจวไม่ใช่หรือ?”
“ขอโทษนะ ฉันเพิ่งได้เลื่อนขั้น แล้วฉันมาที่นี่เพื่อรับตำแหน่งโดยเฉพาะยังไม่ทันได้แจ้งให้คุณทราบล่วงหน้า ขอโทษด้วยนะครับ” เฉาหงเต้าเผยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“คุณสามารถเลื่อนขั้นมาเป็นผู้กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติฉวนโจวได้อย่างไร?” แววตาของพานเย่ว์มึนงงจากนั้นเขาก็หันไปมองเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการสอบวินัย ก่อนจะตะโกนขึ้นมาว่า “เขาใช้เส้นสาย รีบตรวจสอบเขาสิ”
“ไร้สาระ!” หนึ่งในเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการสอบวินัยพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ผู้กำกับเฉาได้นำหลักฐานการกระทำความผิดของกลุ่มบริษัทหลินชื่อในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้รวมถึงประวัติการติดสินบนของประธานบริษัทหลินอีหลุนด้วยทั้งยังมีผู้เกี่ยวข้องนับร้อยคน ขณะนี้พวกเขาถูกจับกุมทั้งหมดแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติไห่เป่ยจึงลงมติว่านี่เป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ของผู้กำกับเฉาดังนั้นเขาจึงมีสิทธิ์ในการเลื่อนตำแหน่ง”
เมื่อพานเย่ว์ได้ยินดังนั้น เขาก็เหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ
เขาจ้องมองไปทางเฉาหงเต้าแล้วกัดฟันกรอด สายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังเหมือนต้องการจะมาฉีกทึ้งร่างกายของเฉาหงเต้าเป็นชิ้นๆ
“เฉาหงเต้า แกไอ้สารเลว ฉันไม่เคยขัดแข้งขัดขาแกมาก่อนคาดไม่ถึงว่าแกจะทำกับฉันแบบนี้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของพานเย่ว์ เฉาหงเต้าก็ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
ตาข่ายสวรรค์ ห่างแต่ไม่รั่ว1 มนุษย์กระทำสวรรค์จับตามอง คุณรู้กฎหมายแต่ก็ยังทำผิด เรื่องแบบนี้จะโทษใครได้?
เขาโน้มตัวไปใกล้หูของพานเย่ว์ แล้วพูดเสียงทุ้มต่ำว่า “ถ้าจะโทษ ก็โทษหลินอีหลุนเถอะ เพราะเขาไปล่วงเกินคุณซูฮ่าวหลักฐานเหล่านี้ คุณซูฮ่าวเป็นคนมอบให้ฉันเอง เซอร์ไพร์สหรือเปล่าล่ะ?”
ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างกายของพานเย่ว์ก็แน่นิ่งไป เหมือนกับว่าเสียงของเขาหายไปตัวชาหนึบทั้งร่าง พูดไม่ออก ร่างกายไร้เรี่ยวแรง
เขาเหม่อมองไปทางเฉาหงเต้า ดวงตาคู่นั้นไร้ชีวิตชีวามีเพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนกับว่าวิญญาณได้หลุดลอยไปแล้วริมฝีปากของเขาอ้าพะงาบ แต่กลับไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เลย
หัวใจของเขาจมดิ่งลง ลึกไร้ก้นบึ้ง…
เฉาหงเต้าเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรมากแต่โบกมือให้กับเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการสอบวินัยจากนั้นก็เดินผ่านไหล่ของพานเย่ว์ไป
กฎหมายที่ปราศจากความศรัทธามันได้กลายเป็นคำสั่งสอนที่ตายไปแล้วแต่ความศรัทธาที่ปราศจากกฎหมายมันจะกลายความเชื่อที่งมงาย
ต่อให้เส้นสายของคนจะยิ่งใหญ่ ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่ากฎหมาย!
………………..
1ตาข่ายสวรรค์ ห่างแต่ไม่รั่ว (天网恢恢, 疏而不漏) อุปมาว่า สวรรค์มีความยุติธรรม ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ