หล่อนหัวเราะคิกคักเมื่อได้ยินคำพูดของเขา ไคท์ยิ้มเก้อ ประหม่าจนทำตัวไม่ถูก เขายกมือเกาหัวแกรก ๆ
'ตลกจัง ฉันนึกว่าเขารู้ว่าฉันแอบตามเขามา' หญิงสาวคิดในใจ
“ฉันไดอานาค่ะ ทีนี้จำได้หรือยัง”หล่อนสัพยอกพร้อมกับยิ้มใส่ตาเขา แต่สำหรับไคท์ เขาเพียงแต่ก้มหน้าซ่อนยิ้ม
“เอาละ ฉันไม่แกล้งคุณแล้วว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่คะ” หล่อนกล่าวอีกครั้ง ดวงตายังปรากฏแววรื่นรมย์
ไคท์มีท่าทีผ่อนคลายเมื่อไดอานาเปลี่ยนคำถาม เขากลับมาเป็ตัวของตัวเองอีกครั้งและเริ่มตั้งข้อสังเกต ปัญหาของเขาคือแก้ไขเควสยังไม่สำเร็จหญิงสาวตรงหน้าอาจพอรู้อะไรบางอย่าง และเขาควรถามบางสิ่งที่สำคัญกับเธอ
“ถ้า NPC มีความคิดเป็ของตัวเองเื่นี้เธออาจช่วยเราได้ และหากสิ่งที่คิดเป็จริง NPC ทุกตัวก็น่าจะมีความเป็มาของตัวเอง หรือก็คือหาก AI สร้าง NPC ที่คิดวิเคราะห์ได้ การเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า 'ความรู้สึก' ก็อาจเป็ไปได้"
โดยทั่วไปแล้วหุ่นยนตร์หรือ AI แม้จะมีความรอบรู้จากข้อมูล ทว่าขาดความรู้สึกขาดความเมตตา หรือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่ AI ของเกมนี้คล้ายกับว่ามัน'สามารถรู้สึก'ได้ คิดได้ดังนั้นเขาจึงอยากจะ"ลอง"กับเธอ
“คือว่าผมมีปัญหาครับ...”ชายหนุ่มตัดสินใจบอกหล่อนว่าเกิดอะไรขึ้นที่กิลด์นักผจญภัย
ภายในเวลาต่อมา
“อ๋อ... เื่เป็แบบนี้เองให้เล่าตรงนี้คงไม่สะดวก งั้นเอางี้ไหมคะ ฉันไปส่งเอกสารให้คุณมาโร่ก่อนส่วนคุณรอที่ห้องสมุดของสถาบัน เสร็จธุระแล้วฉันจะรีบตามไป”ไดอาน่าพูดอย่างเป็มิตร
“คุณได้รับคำขอของไดอานา” เสียงจากระบบดังขึ้น
เควสระดับ SS :
กอบกู้เมืองแคนทาลอส
เควสย่อยของ SS :
๑.ขอแผนที่จากกิลด์นักผจญภัย(กำลังดำเนินการ)
๒.ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็มาของเมืองแคนทาลอส (คำขอของไดอาน่า)
“โอ้ ! หน้าต่างเควสตอนแรกไม่ใช่แบบนี้ทำไมตอนนี้มีแยกย่อยออกมาอีก" ไคท์อุทานเบา ๆ กับการเปลี่ยนแปลงราวกับว่าระบบรู้ว่าเขากำลังทำอะไร
“สิ่งที่เราทำส่งผลต่อเควสตามที่วิเคราะห์ไว้จริง ๆ” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นกับหน้าจอสี่เหลี่ยม
ไดอานาเห็นเพียงไคท์ยืนนิ่งคล้ายครุ่นคิดเพราะหล่อนไม่สามารถมองเห็นเหมือนเขาได้ จึงดูเหมือนว่าเขากำลังจ้องมองหล่อนโดยไม่พูดอะไร หญิงสาวจึงยื่นหน้าไปใกล้ ๆ ไคท์ที่กำลังจมอยู่กับความคิดตัวเอง
“คุณคะ” ตอนนี้ใบหน้าของเธอทะลุหน้าต่างระบบทำให้มีลักษณะคล้ายิญญาสาว
“เฮ้ย !”ชายหนุ่มร้องอุทาน พลันได้สติ
“อ้า ...ขอโทษครับผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย”เขาละล่ำละลัก ยกมือเกาหัวแกรก ๆ
"คิดอะไรอยู่เหรอคะ ทำหน้าใเชียว"หล่อนหัวเราะเบา ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ทำให้เขาก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
“อ่า..งั้นตกลงตามนี้นะครับ ผมไปรอคุณที่ห้องสมุดและขอบคุณไดอานาที่ช่วยเหลือ” ไคท์พูดยืดยาวเป็ครั้งแรก ตามองต่ำลงพื้นใบหน้าร้อนผ่าว
"ค่ะ"
"ผมชื่อไคท์ ยินดีที่ได้รู้จัก"เขาเงยหน้าขึ้น ไม่ทันที่หญิงสาวจะกล่าวอะไรไคท์ก็ผลุนผลันจากไป
“ไคท์” หล่อนพึมพำพร้อมกับยิ้มมุมปาก มองตามหลังเขาจนลับสายตา
...
บันทึกของอัคคี
เราออกจากถ้ำหนึ่งสู่อีกถ้ำหนึ่ง อย่าได้งุนงง ผมหมายถึง มันเป็อย่างนั้นจริง ๆผมสังเกตที่นี่เป็เหมือง เพราะยังมีโครงสร้างถ้ำถูกค้ำยันด้วยไม้บนผนังอุโมงค์อาจสร้างขึ้นโดยมนุษย์
แต่เพราะอะไรไม่ทราบพวกเขาจึงย้ายออกไป และอีกอย่างผมคิดว่า เคยมีมนุษย์อยู่ เพราะร่องรอยบางจุดพบซากรถขนแร่พัง ๆ และสิ่งประดิษฐ์แปลก ๆ ตามทางแต่เรายังไม่พบทางลากรถรางขนแร่ที่เหมือนทางรถไฟในเหมือง ไม่งั้นผมคงเดินไปทางนั้น เพื่อหาทางออก
ต่อมาหลังจากที่เราออกมาจากส่วนแรกของค่ายก็อบลิน สู่อีกโถงถ้ำ ก็อบลินที่เราสังหาร พวกมันมีจำนวนมากขึ้น เก่งขึ้น เยอะกว่าครั้งก่อนที่เจอซึ่งเจอครั้งละ ๒ - ๓ ตัวแต่คราวนี้พวกมันมักจะมาเป็กลุ่มใหญ่ ๔ - ๖ ตัว เป็อย่างต่ำ
จะว่าโม้ก็ได้ ต่อให้พวกก็อบลินมากันเป็โขยงเหมือนตอนนั้น ตอนนี้ผมก็สู้สบายมากแต่ปัญหาคือ เราจะออกจากที่นี่ได้ยังไง เหมือนระบบไม่ได้บอก หรือมีแผนที่อธิบายเส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวซับซ้อน
บางครั้งเราเดินวนเวียนที่เดิมสามสี่รอบเพราะไม่รู้ทางไป หากจำไม่ดี วนเหมือนเขาวงกต ถ้าไม่มีเ้ากล้าคอยนำทางหลงแน่ ๆ
การมีเ้ากล้า(คู่หูสัตว์เลี้ยงของอาชีพฮันเตอร์)ช่วยผมได้มาก เวลามีศัตรูใกล้ ๆ มันจะส่งเสียงขู่เป็สัญญาณบอกให้ผมรู้
สกิลตรวจสอบ
Death vine (เถาวัลย์มรณะ)
Physical Attack ๒๓ ~ ๓๔ Magic Attack ๒๐ ~ ๓๐ Physical Defense ๓๗ Magic Defense ๖๙
HP ๑๐๕ SP ๑๓
อธิบาย
มันคือไม้เลื้อยที่มีชีวิตกินอาหารด้วยการจับสัตว์ในเหมืองกิน จนเติบโตและมีชีวิต มันมีพิษ โดนมาก ๆ เข้าสามารถง่วงได้อยากนอนปะล่ะ !!
ใช่ไอ้นี่ละเถาวัลย์มรณะบ้าบออะไรไม่รู้ มันคงน่ากลัวมาก หากผมเป็สายตีประชิดแต่เผอิญว่าผมมีธนูและยิงได้ไกล สั่งเ้ากล้าให้นั่งรอขณะผมสอยมันไปทั้งโขยง มันไม่ได้น่ากลัวอะไรเลยสำหรับผม
ข้อเสียของมันอย่างเดียวคือหนวดอันน่าขยะแขยง และชอบโผล่ออกมาจากที่ ๆ เราคาดไม่ถึงพวกมันเป็ไม้เลื้อยที่อยู่รวมกันเป็กลุ่มขนาดใหญ่ ต่อให้ยิงมันจากระยะไกลได้แต่ถ้าเผลอเดินไปใกล้ หรือเถาวัลย์ดันโผล่ออกมาในตอนที่สู้กับพวกก็อบลินบอกเลยตอนนั้น จังหวะนรกได้หลับกลับเซฟแน่ ๆ
ข้อดีอย่างเดียวตอนนี้คือถ้ำนี้มีแสงสว่าง แสงเหล่านี้มาจากคริสตัน สีขาวขนาดใหญ่รอบตัว มันอยู่ในทุก ๆ ที่ของเหมือง มันเป็เหมือนแสงจากตะเกียงน่าแปลกที่หินพวกนี้มีแสงในตัวเอง
เท่าที่ผมสังเกตผลึกคริสตันพวกนี้ก็เหมือนหินงอกหินย้อยตามถ้ำ พวกมันผุดมาจากพื้นไม่ก็งอกมาจากเพดาน แสงจากคริสตัน ทำให้ผมเดินทางได้เร็วขึ้นมากเพราะอย่างน้อย เรายังมองเห็นอะไรต่อมิอะไรได้บ้าง(มันจะมีอะไรนอกจากผนังถ้ำ)นอกจากความมืดเหมือนก่อนหน้านี้

ผนึกแก้วคริสตัสในถ้ำใต้พิภพดูไม่ค่อยเข้ากันเลย ผมหัวเราะแค่น ๆ นึกถึงมณีเม็ดหนึ่งจากมงกุฏของจอมมารมอร์กอธในมิดเดิลเอิร์ธของJ.R.R และมหามณีเม็ดนั้น กลายเป็ดวงดาวที่สุกสกาว หรือดาวเออาเรนดิลหรือกิลเอสเต ดาวแห่งความหวัง หรือคือดาวประกายพรึก แสงแห่งเออาเรนดิล ดาวอันเป็ที่รักของเหล่าเอลฟ์
ในตอนที่กาลาเดรียล มอบขวดแก้วแสงดาวให้โฟรโดก่อนจะอำลาลอริเอน นางบอกโฟรโดว่าขวดแก้วนั้น บรรจุน้ำอันสะท้อนแสงจากเออาเรนดิล (Earendil) ดาวประจำเมืองของเหล่าเอลดาร์ ต้นกำเนิดแสงดาว มาจากซิลมาริล(Silmaril) ดวงหนึ่งแสงในซิลมาริลก็มาจากแสงผสานของเลาเรลินและเทลเพริออน (Laurelinand Telperion) แสงแห่งทวิพฤกษาแห่งวาลินอร์อันถือเป็แสงศักดิ์ สิทธิ์ที่สุดในพิภพอาร์ดา
โฟรโดเป็แค่ฮอบบิทตัวเล็ก ๆธรรมดาไม่ได้มีพลังอำนาจวิเศษอะไร ไม่สามารถเก็บไอเทม หรือค่าประสบการณ์เพื่ออัปสกิลหรือเลเวลได้ จะมีก็แค่หัวใจที่บริสุทธิ์ และมิตรภาพจากเพื่อนแท้ที่ยอมตายแทนกันได้เป็อาวุธปกป้องตัวเอง
หากแสงดาวแห่งเออาเรนดิลสำคัญยิ่งยวดต่อโฟรโดเพียงใดแสงจากผลึกแก้วคริสตัสก็สำคัญยิ่งต่อผมเช่นนั้น บางครั้งนึกครึ้มใจยามเดินในโถงถ้ำมืดมิดกับสหาย'กล้า' ผมก็เปล่งเสียงล้อเลียนดังๆ บ้างว่า
"มาเถิดผลึกแก้วคริสตัส ผู้เจิดจ้าเหนือดาราใดประดับเหนือถ้ำใต้พิภพ กระจ่างแจ้งแด่ผองชน"
ผมแทบไม่เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นดูเพราะยิ่งเราเดินลึกไปเรื่อย ๆ ก็อบลินก็ยิ่งปรากฏตัวออกมาราวกับไม่มีวันหมดโชคดีที่มีเ้ากล้า มันทำให้ผมได้พักหายใจหายคอบ้าง บางเวลาร่างกายอ่อนล้าโชคดีที่เกมไม่มีระบบหิว ไม่งั้นผมคงหิวตายมากกว่าถูกก็อบลินสังหาร ตอนนี้ได้แต่หวังว่าจะเจอทางออกเราเดินไปโดยไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะมีอะไรบ้าง
“อ๊าา..”
นั่นเสียงอะไร ผมส่งสัญญาณทำมือให้เ้ากล้าหยุด
“นายได้ยินไหม” หันไปถามคู่หูซึ่งส่งเสียงครางเบาๆ ว่า 'ได้ยินเหมือนกัน'
ผมย่อตัวลงต่ำเดินชิดผนังถ้ำด้วยฝีเท้าแ่เบา ค่อย ๆโพล่หน้าเหลือบแลไปทางต้นเสียงทันใดนั้นภาพตรงหน้าก็ทำให้ตะลึงลานจนแทบก้าวขาไม่ออก
เทพีแห่งไพรนางนั้นดูเหมือนเทพธิดาที่งดงามอย่างยากจะหาใดเปรียบ เรือนผมสีทองเหลือบเงินเปล่งประกายระยิบระยับ ดูน่าหลงใหลบูชาแต่ก็น่าเกรงขาม จนน่าเชื่อได้ว่าสิ่งมีชีวิตทุกรูปนาม ต้องยอมสยบแทบเท้านาง กระนั้นยามนี้จอมเทวีผู้เลอโฉมกำลังถูกเถาวัลย์ปีศาจโอบรัดเรือนร่างงามจนไม่อาจกระดิกตัวได้ และนางกำลังเปล่งเสียงร้องขอ
“เฮ้ย ! นั่นคนหรือ NPCไม่อยากเชื่อเลย” ผมขยี้ตา มองซ้ำไปมาพร้อมกับตบหน้าตัวเองเพราะไม่รู้วันคืน ั้แ่ถูกส่งมาที่นี่และยังไม่เคยเจุ์หน้าไหนนอกจากก็อบลิน นี่เป็ครั้งแรกที่ได้พบคน(หรือ NPC)
ผลึกแก้วคริสตัลทำให้เห็นภาพชัดขึ้นผมจ้องมองโฉมสะคราญผู้หยาดฟ้ามาดินตรงหน้า พลันนึกถึงเสภาขุนช้าง-ขุนแผน
'ขอโทษพี่เถิดเ้าจงเอาบุญ อย่าเคืองขุ่นคั่ง แค้นเฝ้าแหนหวงนมเ้างอนงามปลั่งดั่งเงินยวง ประโลมล่วง น้องหน่อยอย่าน้อยใจ...' ยังกับโดจินสายหนวดโอ้วภาพนี้เกินห้ามใจ ผมมองหล่อนอย่างเผลอไผลแทนที่จะรีบช่วยคน
“กี้” เสียงเ้ากล้าที่ไม่ได้สนใจอะไรเหมือนผมวิ่งไปหาหล่อนทันที
“ภาพมันxxx จริงๆ”ผมคร่ำครวญในใจขณะมองไปเบื้องหน้า แล้วปาดเืกำเดาที่ไหลหลั่ง
“ เฮ้ย ๆ เ้ากล้านั่นมันบทของพระเอกนะเว้ยยย”ผมได้สติพร้อมกับวิ่งตามคู่หู ง้างธนูออกไปตัดสายเถาวัลย์ที่โอบรัดนวลนาง
อัคคีเสียชีวิต ๗๘๕ ครั้ง
....
เมื่อไคท์มาถึงหน้าสถาบันเวทมนตร์ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งเขากดที่หน้าจอระบบเพื่อรับสายทันที
“ไง มายัง”
“เออ แป๊บดิ ฉันเพิ่งกลับมาจากข้างนอก" เสียงคู่สายสนทนาตอบกลับ
“ถึงแล้วมาที่สถาบันเวทมนตร์นะ ฉันรออยู่ที่นี่”
"ไปทำ'ไรที่นั่นวะนายเล่นนักดาบไม่ใช่เหรอ" คนในสายทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ
“มารอสาว”ไคท์ยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ฮ๊าาาา” เสียงประหลาดใจดังมาตามสาย
ไคท์ตรงไปที่ห้องสมุดทันที
“โอ้โห..กว้างกว่าที่ฉันคิดซะอีก” ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆไม่คิดว่าจะมีเกมไหนอีกที่มีห้องสมุดกว้างใหญ่ขนาดนี้

เขาเดินสำรวจตามช่องชั้นต่างๆ ในที่สุดก็เลือกหนังสือออกมาเล่มหนึ่ง
“วิธีการปรุงยาขั้นต้น” ชายหนุ่มอ่านหน้าปก
“คุณจะเรียนวิธีปรุงยาหรือไม่”
“คงไม่ใช่ว่าอ่านก็ได้สกิลนะ”เขาอุทานเบา ๆพร้อมกับเลื่อนนิ้วกดตกลงที่หน้าต่างระบบ
(Skill สกิล - ทักษะหรือความสามารถ -ผู้เขียน)
“ผู้เล่นตกลงรับเควสสกิลปรุงยา“
เงื่อนไข
ผู้เล่นต้องอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างน้อย๔ ชั่วโมงและทดลองปรุงยาด้วยตนเอง จึงจะได้ทักษะนี้” เสียงจากหน้าต่างระบบดังขึ้น
“มีเควสต้องทำจริง ๆ ด้วยแฮะว่าแล้วมันจะให้สกิลง่าย ๆ ได้ไง”ไคท์ถือหนังสือเล่มนั้นมานั่งที่โต๊ะ
๖ ชั่วโมงผ่านไป
ไคท์ลืมเวลาเสียสนิทซึ่งปกติเขาเป็คนไม่อ่านหนังสือ แต่ไม่รู้ทำไมคราวนี้จึงตกลงใจนั่งอ่านอย่างสงบได้หลายชั่วโมงในขณะที่เขายังแปลกใจว่าตัวเองทำได้ยังไง
“ไคท์คะ” เสียงหวานใสดังขึ้นเบา ๆ ทำให้เขาเงยหน้าจากตัวอักษรก็เห็นสาวงามตรงหน้า
“อ่า~ไดอานา ”ชายหนุ่มทักเก้อ ๆ
“ผู้เล่นได้บัฟสมาธิเป็เวลา ๔ ชั่วโมง”เสียงจากระบบแจ้งเตือนดังขึ้นในหัว
“อ่านหนังสือเก่งเหมือนกันนะคะ น่ารักจัง” ไดอาน่าพูดยิ้ม ๆพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเขา
เงียบไปครู่หนึ่งสองหนุ่มสาวต่างจ้องมองกันและกัน และไคท์เป็ฝ่ายได้สติก่อน
“อะ~เอิ่ม ว่าแต่เื่ที่จะเล่าเป็ยังไงครับ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นดูเหมือนสมาธิจากเกมช่วยให้เขาลดอาการประหม่ากับเพศตรงข้ามลงได้
“อะ~อ๋อเกือบลืมไปเลย”หญิงสาวยิ้มอาย ๆ
“ค่ะ...เื่หัวหน้ากิลด์ผจญภัยใช่ไหมคะ อืม ~ เข้าเื่เลยแล้วกันเขาชื่อ'โลกิ' ค่ะ เป็หนึ่งในอดีตผู้กล้าส่วนสาเหตุที่เขาไม่ค่อยลงรอยกับคุณมาโร่ ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ตอนนั้นฉันจำได้ดี..." หล่อนกะพริบตาถี่ ๆ ดวงตามีแววเหม่อลอย
"วันนั้น...เป็วันที่แสนจะธรรมดาวันหนึ่งแต่หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นได้เพียงไม่นาน เทพราตรีก็ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าราวกับพระอาทิตย์เมื่อครู่เป็เพียงแค่ความฝัน เสียงปริศนาคำรามก้องกังวานไปทั่วเมืองเหมือนสัตว์ร้ายเคลื่อนเข้ามาใกล้ คลื่นในทะเลมีกำลังแรงซัดเข้าหาฝั่งราวกับ้าจะแบ่งแยกดินแดน ความวิปริตที่ทำให้เราหวาดกลัว
ไม่ทันไรแผ่นดินก็สั่นไหวราวกับเต้นระบำเสียงระฆังเตือนภัยดังไปทั่วเมือง เถาวัลย์ขนาดมหึมาโอบล้อมรอบกำแพง แม้กระทั่งทางเดินทะเลไม่มีทางออก ไม่มีที่ไป ชาวบ้านปิดประตูอย่างแ่า อย่างอกสั่นขวัญเสียความกลัวแผ่กระจายออกไปทุกหัวระแหง เหล่าทหารวิ่งพล่านทั่วเมืองไม่มีใครตัดสินใจได้ถูกว่า ควรทำอย่างไร
ทันใดนั้นเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงกลางเมืองพร้อมกับสายฟ้าสีดำเหมือนแส้พุ่งมาจากท้องฟ้า ฟาดลงมากลางเมืองจนแผ่นดินสั่นะเื สายฟ้าบริเวณนั้น ปรากฏเป็เวทมนตร์หนาแน่นเหมือนประตูวงกลมที่เต็มไปด้วยมนต์ดำ
พวกมอนสเตอร์มากมายที่เราไม่รู้จักวิ่งกรูออกมาจากประตูมิตินั้น มันบุกทำลายบ้านเมืองและสังหารชาวบ้านในตอนนั้นไม่มีใครรู้ และเราก็ยังไม่มีใครได้เตรียมตัวว่าอะไรหรือสิ่งใดที่ส่งพวกมันมา สุดท้ายด้วยพลังของอดีตผู้กล้า คุณมีอา คุณโลกิและเรร่า ศัตรูของเราก็เป็ฝ่ายปราชัย เราสามารถต่อสู้และสังหารศัตรูได้จนหมดสิ้น
แต่ผู้คนของเราก็ล้มตายไปจำนวนมากทหารและกำลังพลฝ่ายเราเหลือเพียงไม่กี่คน จากการโจมตีที่ไม่ทันตั้งตัวคลังเสบียงถูกเผาทำลายจากการจู่โจมของพวกมอนสเตอร์ที่บุกเข้ามาในเมืองแคนทาลอสเหมือนอยู่ในเตาเผา ไม่มีฝ่ายใดป้องกันได้สำเร็จ เหลือเพียงความเศร้าโศก บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญของคนที่สูญเสียผู้เป็ที่รักหลายคนหนีเอาชีวิตรอด แต่หายนะครั้งนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะหลีกหนีได้ง่าย ๆและประตูมรณะยังคงอยู่
นานเท่าไรไม่รู้แต่ไม่มีวี่แววว่าจะมีมอนสเตอร์ออกมาจากประตูนั้นอีกตอนนั้นฉันกับอาจารย์และเหล่านักเวทย์พวกเราพยายามไปที่กำแพงเมืองเพื่อทำลายเถาวัลย์ แต่ไม่อาจทำอะไรมันได้เพราะเถาวัลย์ยังปิดกั้นเมืองจนขาดเสบียง ส่วนที่ประตูมืด มีคุณมาโร่กับเหล่าทหารและโลกิกับนักผจญภัยที่ยังเหลือรอดพวกเขาเฝ้าระวังที่ประตูเวทมนตร์แห่งความมืดนั้น
ต่อมาผ่านไปนานเกือบเดือนไม่มีมอนสเตอร์โผล่ออกมา ทุกอย่างดูเหมือนกลับมาปกติเพียงแต่พวกเราไม่สามารถออกจากเมืองได้โชคดีที่ว่า ท่าเรือยังพอที่จะออกเดินทางได้ไม่โดนปิดกั้นทำให้ในเมืองยังพอมีอาหารที่นำเข้าจากทางทะเลได้
ชาวบ้านบางส่วนพากันอพยพออกไปจากเมืองและถูกแทนที่ด้วยกำลังทหาร และนักผจญภัย คริสตจักรและสถาบันเวทมนตร์ถูกก่อตั้งขึ้น ประตูมิตินั้นแม้จะมีโลกิคอยเฝ้าดูแต่ความประมาทหรือความพลาดของใครเราก็ไม่อาจรู้ได้หรือเพราะไม่มีใครระวังหรือสนใจให้มากพอ ก็ไม่อาจบอกได้
ประตูมืดนั้นมีเพียง โลกิและเรร่า ที่พยายามบอกทุกคนว่าพวกมอนสเตอร์จะกลับมาอีกตอนนั้นฉันกับอาจารย์มีอาได้ออกเดินทางไปเมืองอื่นเพื่อหาวิธีทำลายประตูและกำจัดเถาวัลย์ ใน่นั้นมีเพียงคุณโลกิมาโร่และคุณเรร่า เท่าที่พอจะจำมาจากคำบอกเล่า เพราะฉันไม่อยู่ในเหตุการณ์
ปัญหาคือคนในเมืองไม่มีใครสนใจคำเตือนของคุณโลกิว่าจะมีมอนสเตอร์บุกเข้ามาอีก โลกิเองก็พยายามเตือนมาโร่เื่นี้ แต่มาโร่เหมือนจะไม่สนใจคำเตือนของโลกิเท่าไรเพราะหลายครั้งแล้วที่โลกิพูดแบบนี้พอมาโร่นำกองทหารไปเฝ้ารอหลายวันก่อนหน้านั้นตามที่โลกิบอกก็ไม่พบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแม้จะผ่านไปหลายวัน
ในวันนั้นเขาจึงนำทหารบางส่วนไปทำลายเถาวัลย์ และในเย็นวันนั้นหลังจากเหตุการณ์คำเตือนของโลกิ ในค่ำคืนนั้นไม่มีลางบอกเหตุอะไรหลังพระอาทิตย์จากไปพวกมอนสเตอร์ก็บุกมาอีกครั้ง แม้ว่าจะโชคดีที่คุณโลกิและเร่ร่า คอยระวังทำให้ระลอกนี้พวกคนในเมือง ไม่มีคนาเ็ล้มตายไปมาก แต่ก็เป็เหตุให้มาโร่และโลกิผิดใจกันั้แ่นั้นมาค่ะ"
“คุณบอกว่ามันเป็ประตูมิติปีศาจ แล้วหอคอยนี้มาได้ยังไงครับ”
ไดอานายิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อไป
“ในครั้งที่มอนสเตอร์โจมตีระลอกที่สองนั้นตอนที่คุณโลกิพยายามเตือน และบอกกับชาวเมืองทุกคนเนื่องจากคุณเรร่าภรรยาของคุณโลกิ เธอเป็เอ็กซอร์ซิสต์ (Exorcist - หมอผี)"
อาจารย์ฉันบอกว่าคุณเรร่ามีพลังหยั่งรู้อนาคต เธอจึงรับรู้จากญาณทิพย์ มีความสามารถสื่อสารกับเทพได้และได้รับนิมิตเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
อาจารย์มักพูดอยู่เสมอว่าให้ฟังสิ่งที่เรร่าบอก แต่ไม่มีคนเชื่อมากนัก ตอนที่มอนสเตอร์บุกเข้ามาคุณเรร่าได้ขอพรให้เทพธิดาเซมีนา(Zemyna) เทพีแห่งปฐี ปกป้องคุ้มครองแลกกับชีวิตของเธอองค์เซมีนาจึงได้ใช้พลังของเรร่าที่สังเวยชีวิตและพลังทั้งหมดสร้างหอคอยเพื่อกักขังเหล่ามอนสเตอร์ไว้ค่ะ”
(Zemyna - หนึ่งในห้าเทพธิดาในทะเลบอลติกผู้อำนวยพรแห่งการเพาะปลูกพืชผลอุดมสมบูรณ์ตลอดปี - ผู้เขียน)
“บูชายัญเลยหรอครับ พลังของคน ๆ หนึ่งทำได้ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ไคท์อุทานอย่างไม่อยากเชื่อ
“ใช่ค่ะ คุณเรร่า โลกิและอาจารย์ฉัน มีอา เป็อดีตผู้กล้ารุ่นที่สองพวกเขามีพลังที่เหนือกว่าคนทั่วไปค่ะ การที่คุณเรร่าเสียสละและที่เราใช้คำว่าสังเวย เพราะไม่มีเหลือแม้แต่กายหยาบเทพธิดาได้ใช้ทุกอย่างของคุณเรร่า ผนึกประตูมิตินั้นให้กลายเป็หอคอยอเวจีคนธรรรมดาไม่น่าจะมีพลังได้ขนาดนั้นแน่ค่ะ” ไดอานาพูดเสียงสั่นเครือและดวงตาเศร้าหมอง
“เป็แบบนี้เอง ว่าทำไมคุณโลกิจึงดูโกรธมากเมื่อผมอ้างชื่อของคุณมาโร่”
“งานนี้ไม่ง่ายแล้วซิ เื่ราวซับซ้อนกว่าที่คิดไว้อีก”ไคท์คิดขณะเอนหลังพิงเก้าอี้ พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ใช่แล้วค่ะอย่าโกรธคุณโลกิเลยนะคะ การสูญเสีย ไม่มีใครอยากรู้สึกถึงมันหรอกค่ะแม้จะเป็ผู้กล้าก็ตาม”ไดอานากล่าวอย่างเห็นใจ
เควสระดับ SS
กอบกู้เมืองแคนทาลอส
เควสย่อยของ SS
๑. ภารกิจระดับA ขอแผนที่จากกิลด์นักผจญภัย ผู้เล่นถูกมองว่าเป็ศัตรูโดยโลกิจนกว่าจะสิ้นสุดเควส (กำลังดำเนินการ)
๒.ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็มาของเมืองแคนทาลอส (คำขอของไดอานา-กำลังดำเนินการ) หน้าต่างระบบเด้งขึ้นข้างๆ ไคท์
“พอรู้เื่ราวเพิ่มขึ้น เควสก็เปลี่ยนไปด้วย”ไคท์มองที่หน้าต่างเควส
“หากคุณสนใจเื่ราวเพิ่มเติม สามารถหาอ่านได้จากที่นี่นะคะเรามีทุกอย่างครบเลย” หล่อนพูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นลุกขึ้นยืน เตรียมหันหลัง
“อ่า~จะไปแล้วเหรอครับ แล้วผม ~ผมต้องอ่านเล่มไหนบ้างเล่มนี้หรือเปล่า” ไคท์เห็นดังนั้นก็ลุกลี้ลุกลน รีบคว้าหนังสือที่อยู่ใกล้มือ โดยไม่ทันดูหน้าปกยื่นไปตรงหน้าหล่อน
"คะ?"ไดอานาชะงัก หน้าหล่อนเริ่มแดงซ่าน
“คนบ้า !” พูดจบก็ผลุนผลันวิ่งหนีไป
“อ้าวว...แล้วกัน”ชายหนุ่มรู้สึกงุนงง ยกมือเกาหัวแกรก ๆมองตามหลังหล่อนไป พลางเหลือบมองหนังสือในมือ ก็ต้องหูตาเหลือกค้าง อุทานลั่น
“ตำรับรัก ๑๐๘ กระบวนท่า เอ้า !!!!!”
...
บันทักของอัคคี
เรานั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางความเงียบบริเวณค่ายของก็อบลินที่ผมกำจัดไป กองไฟตรงหน้าถูกหญิงสาวปริศนาจุดขึ้นเป็ของที่เธอเก็บไว้ในช่องเก็บไอเทมของผู้เล่น เรานั่งจ้องหน้ากันเงียบ ๆไม่พูดไม่จา โดยมีเ้ากล้านอนหนุนตักหล่อนอย่างหมั่นไส้
“คุณชื่ออะไรเหรอ ผมอัคคี ส่วนนั่นเ้ากล้าคู่หูของผมยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมเป็ฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
ไม่มีเสียงตอบเธอยังคงนั่งนิ่งลูบขนเ้ากล้าเงียบ ๆ แววตาเหม่อลอย
“เธออาจเป็ NPC ไม่ใช่ผู้เล่น” ผมคิดขณะลอบมองหน้าเธอ
"ถ้าเป็ NPC น่าจะเป็เควสให้เราช่วยเหลือ แล้วเธอมาติดอยู่ที่นี่ได้ยังไง“
“เอ่อ~คุณครับ” ผมพยายามชวนคุย
เธอยังคงเงียบ
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง"
“ไม่รู้” เธอพูดขึ้นในที่สุด มือลูบไล้เ้ากล้าต่อไป
“คุณเป็...เอ่อ ...ผู้เล่นหรือ NPC?”
“ผู้เล่น”
“คุณชื่ออะไร”
...เงียบไม่มีเสียงตอบ
ผมเห็นท่าทีเธอแบบนั้นแล้วจึงทำได้เพียงจ้องมองเปลวไฟเงียบ ๆ จมอยู่ในความคิดตัวเอง เธอมาที่นี่ได้ยังไง? อาจเป็เหตุผลเดียวกับที่ผมเผชิญอยู่และเราจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง? อย่างน้อยครั้งนี้ ผมก็ได้พบมนุษย์ร่วมชะตากรรมเดียวกันในโลกใต้ดินอันมืดมิดนี้
และขณะนั้นเองเ้ากล้าที่หงายท้องให้หล่อนลูบพุงก็ผงกหัว กลิ้งตัวลุกขึ้น
“กี้ ๆ ” เสียงคู่หูดังขึ้นทำให้ผมได้สติ เธอยังคงงุนงงแล้วเบิกตากว้าง ขณะมองดูผมกำลังน้าวคันศร
ส่วนเ้าขนปุกปุยที่เธอลูบมันวิ่งไปตามโถงถ้ำ ลูกธนูถูกปล่อยออกไปอย่างว่องไวเธอคงไม่เคยเห็นใครมีฝีมือในการยิงธนูได้ชำนาญเท่านี้มาก่อน ขอโม้หน่อย ฮ่า ฮ่าผมเดินพลาง ยิงธนูพลาง บ้างก็วิ่งตามหลังเ้ากล้า รัวธนูไม่ยั้งแบบนันสต็อปเหมือนกับว่าสิ่งนี้เป็เื่ปกติ
“พวกก็อบลินมา คุณสู้ได้ไหม” ผมะโ วิ่งยิงธนูตามหลังคู่หู เธอลุกขึ้นหันมองพวกเราซึ่งตามเสียงมอนสเตอร์ไป พลางดึงดาบออกจากช่องเก็บของ
ก็อบลินชุดนี้น่าจะเป็พวกลาดตะเวน
“ไอ้พวกตัวน่ารำคาญแม่งเอ้ยยย” ผมแหกปากลั่นรัวธนูไม่ยั้งไปที่มัน
“แล้วยัยนั่นไปไหนแล้ว”จู่ ๆ ก็นึกถึงสาวสวยที่เพิ่งเจอหันมองรอบ ๆ ก็ไม่พบเธออยู่ที่เดิม ผมมัวคิดฟุ้งซ่านกับการต่อสู้ ทำให้ไม่ทันระวังก็อบลินจอมโจรตัวหนึ่งจึงใช้ SkillCloaking โผล่มาจากด้านหลังอย่างรวดเร็วมีดสั้นในมือของมันพุ่งมาที่ผมแทบจะทันที
(Cloaking -การปิดบัง/ล่องหน /ซ่อนตัวจากการมองเห็นของศัตรูชั่วคราวเมื่อใช้ทักษะจะถูกซ่อนและความเร็วในการเคลื่อนที่จะลดลง -ผู้เขียน)
แย่แล้ว ผมหลับตาลงเกร็งตัวเตรียมรับการปะา ทันใดนั้น
“ฉั๊วะ” เสียงดาบเล่มใหญ่พุ่งผ่านหน้าผมไปอย่างฉิวเฉียดพร้อมกับตัดร่างของก็อบลินจอมโจร ขาดครึ่งในครั้งเดียว
“ผู้เล่นเมลิน่า ้าเข้าร่วมปาร์ตี้กับคุณ"
ใช่ ! เธอสวยน่ารัก เธอเก่งแต่เธอไม่พูดอะไรเลย โอ๊ยผมนี้หัวจะปวด อย่างน้อยเธอก็อ่านภาษากายได้ในระดับหนึ่งสติปัญญาน่าจะพอ ๆ กับเ้ากล้า เมื่อเจอเหล่าก็อบลิน คุณเธอจะพุ่งใส่ทันที
กว่าจะสื่อสารกันได้ และทำงานเป็ระบบผมปวดกบาลแทบแย่ มีเธอในปาร์ตี้ ทำให้การต่อสู้ง่ายเหมือนปลอกกล้วย ตอนนี้ดูเหมือนว่าสกิลตรวจสอบของผมใช้ไม่ได้แต่ผมดูค่าสเตตัสเธอได้
เปิดค่าสถานะเมลิน่า
ชื่อ : เมลิน่า
อาชีพ : นักดาบ ๑๐
อาชีพ : Highlander (ไฮแลนเดอร์) ๕
ั้แ่พวกเขามีส่วนร่วมในาของกษัตริย์ชาวไฮแลนเดอร์ได้ทำหน้าที่เป็ราชองครักษ์ให้กับเหล่าขุนนางปกป้องพระราชวังและเมืองใหญ่ของราชอาณาจักร จนถึงทุกวันนี้พวกเขาทำหน้าที่เป็กองกำลังพิเศษและประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในเมืองที่ล่มสลาย ใน่ารวมอาณาจักรชาวไฮแลนเดอร์เป็นักรบที่น่าเกรงขามมีชื่อเสียงในทักษะการใช้ดาบใหญ่ที่ผลักศัตรูเข้าหากัน และวัตถุอื่น ๆ ในสนามรบ
สกิล :
ความชำนาญในการใช้ดาบสองมือ : ๑๐
อาชีพนักดาบ
Bash (ฟันให้แรง)
สร้างความเสียหายแก่ศัตรูด้วยการโจมตีที่รุนแรงกว่าปกติ
Bear(หมี !) SkillBuff
ลดความเสียหายที่ได้รับจากศัตรูด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น
Gung Ho (กังโฮ) Skill Buff
เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพผ่านพลังแห่งความมุ่งมั่น
Thrust (แทง)
การใช้ดาบจู่โจมด้วยพื้นฐานการแทง
(Buff - การเพิ่มความสามารถให้กับบางสิ่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่น ตัวละคร หรือ อาวุธ
(Skill Buff - ทักษะที่ช่วยให้ผู้เล่น หรืออาวุธของผู้เล่นมีพลังเพิ่มขึ้นเป็ทักษะที่ต้องเรียกใช้ -ผู้เขียน)
อาชีพไฮแลนเดอร์
Crosscut (ดาบผ่ากลาง) : ๕
การโจมตีพื้นฐานแต่รุนแรง คือยกดาบขึ้นสูงและฟันลงพื้นสามารถทำให้เกิดการสตั้นได้
Defiance (ไม่ยอมจำนน) : ๖
ทักษะนี้ไม่ทำให้ผู้เล่นหยุดชะงักเมื่อโดนโจมตีและโจมตีบอสได้แรงขึ้น
(Boss - มอนสเตอร์ที่เป็หัวหน้าของมอนสเตอร์มีความแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ทั่วไป - ผู้เขียน)
Cross Guard (ปัดป้อง) : ๓
แม้ว่าอาวุธดาบใหญ่ต้องใช้สองมือจึงไม่สามารถถือโล่ได้เพื่อเพิ่มการป้องกันแต่การฝึกฝนก็สามารถทำให้ใช้ใบดาบขนาดใหญ่เป็โล่ได้ไม่ต่างจากโล่ป้องกัน
ดูเหมือนว่าเธอได้สองอาชีพแบบผมมาแล้วเมลิน่าคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด ไอ้ดาบใหญ่ของเธอนี้บอกตรง ๆ ผมลองยกแล้วแทบไม่กระดิกมันหนักมาก แต่เธอกลับยกและใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วราวกับดาบไม้แม้ผมจะโมโหกับความมึนของเธอ แต่ก็ไม่กล้าหาเื่หรอก ไม่ใช่ว่าผมกลัวดาบนะผมให้เกียรติผู้หญิงตะหาก
เราสองกับอีกหนึ่งตัวเดินทางมาเจอทางขึ้น ใช่ครับ มันไม่ใช่ทางออก ! แต่มันเป็ทางขึ้นไป ! ถึงแม้ว่าผมเดินสำรวจมาตั้งนานก็ไม่พบทางออกไป ที่แท้เรายังอยู่ใต้ดินจึงต้องขึ้นไปชั้นบนแต่ดูเหมือนลิฟต์ที่ทำงานในเหมืองนี้ ยังไม่สามารถทำงานได้ คงต้องใช้พลังงานหรืออะไรสักอย่าง แล้วไม่ต้องคิดเลยนะ หมดเื่ที่จะให้ผมปีนขึ้นไป เชือกอะไรก็ไม่มีผมไม่ใช่แบร์ กริล นะจะได้ระห่ำขนาดนั้น
ปัญหาตอนนี้คือ ไม่ใช่แค่ก็อบลินที่เจอหรือเ้าปลาวาฬดำดิน แต่มันเป็แมงมุม
สกิลตรวจสอบ
แมงมุมหิน
Physical Attack ๓๕~ ๔๓
Magic Attack ๓๑~ ๓๘
Physical Defense ๔๕
Magic Defense ๗๕
HP๑๗๑ SP ๖๕
อธิบาย
แมงมุมหิน ใยของมันเหนียวมาก ระวังใยระวังแมงมุม โดยทั่วไปพวกมันมักอาศัยอยู่ตัวเดียวแต่เมื่อเห็นเพื่อนโดนโจมตี มันจะลุมทันที
นี้ละ ! ไอ้ตัวนี้เลยใยมันน่ารำคาญสุด ๆตัวแมงมุมไม่ได้มีปัญหาอะไร ที่น่ารำคาญคือ ใยของมันแม้ไม่พบตัว แต่หากเราเดินไปแตะหรือสะกิดใยมันเบาๆ พวกมันจะแห่แหนกันมายังกะงานบวช ถึงผมจะเทพมาก แต่มากันเป็หมู่คณะก็ไม่ไหวเหมือนกัน ร้องทั้งคนทั้งสัตว์เลี้ยง
ที่แน่ ๆ ไอ้แมงมุมหินคงไม่ร้ายกาจเหมือนนางชีล็อบนะ ก็ไอ้ที่กอลลัมจงใจพาโฟรโดไปให้นางสังหารนั่นแหละนางอาศัยอยู่ในถ้ำอันมืดมิดใต้คิริธอุงโกล ระหว่างเขตแดนของมอร์ดอร์และกอนดอร์แต่พวกเราอยู่ที่ใดกัน ถ้าแมงมุมหินเหมือนแมงมุมชาร์ล็อตคงน่ารักไม่น้อย
ที่สำคัญจนต้องอวดก็คือตอนนี้ผมทำแผนที่ขึ้นมาได้แล้ว ดูเหมือนว่าพวกก็อบลินมันจะอยู่คนละฝั่งกับพวกแมงมุม ผมอยู่ในถ้ำ จึงไม่รู้เหนือรู้ใต้ใช้การแบ่งเป็ซ้ายกับขวา ทางซ้ายรังของพวกแมงมุม ทางขวาเป็ชุมชนของพวกก็อบลิน
ใช่ที่ผมใช้คำว่า "เป็ชุมชน" เพราะรอบนี้ไม่ใช่ค่ายที่มีแค่ ๔- ๕ ตัว แต่เป็หมู่บ้านก็อบลิน ๓๐ - ๕๐ ตัว ไม่ต้องถามว่า ทำไมผมไม่สู้ เหอะ! จะเข้าไปตายรึไง คนน้อยกว่า เราต้องใช้สมอง รบกันแบบกองโจรผมกับเ้ากล้าและเมลิน่าตอนนี้ ทีมเวิร์คของเราดีขึ้นมาก ทำงานเป็ทีม อ่อผมได้สกิลใหม่มาด้วยนะ
สถานะตัวละคร
ชื่อผู้เล่น : อัคคี
อาชีพ : นักธนู (Archer) เลเวล : ๑๕
อาชีพที่ ๒ Hunter เลเวล ๑๐
นักล่าเริ่มต้นด้วยการฝึกสุนัขล่าสัตว์และพัฒนาไปสู่การฝึกสัตว์ประหลาดต่างๆ เพื่อช่วยพวกมันในการต่อสู้ HunterMasters เชี่ยวชาญทั้งอาวุธที่ใช้ในการล่าสัตว์และสัตว์ร้ายที่พวกเขาต้องเรียนรู้เพื่อให้เชื่อง
นักล่าเป็ผู้ฝึกสอนที่ล่าศัตรูโดยใช้สหายเพื่อนใช้ทักษะที่ต้องใช้ความร่วมมือกับเ้าของ เช่น การกัดและจับศัตรูหรือการค้นหาเป้าหมายที่ซ่อนอยู่
สกิล :
Concentration (สมาธิตั้งมั่น) : ๕๐
ตั้งสมาธิเพื่อเพิ่มอัตราคริติคอลชั่วขณะ
Swift Step (วิ่งยิง) : ๔๐
ทำให้ผู้เล่นโจมตีได้ในขณะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เพิ่มความเร็วในการหลบหลีกและความเร็วในการเคลื่อนที่ของนักธนู เมื่อใช้การโจมตีปกติและทักษะบางอย่าง
Leap (เผ่น) : ๒๐
ทำการะโถอยหลัง ไม่เสียหายขณะะโและไม่อยู่ในสถานะต่อสู้อีกต่อไปหลังจากลงถึงพื้น
Twin Arrow (ลูกศรคู่) : ๓๐
ยิงธนู ๒ ดอกใส่ศัตรูพร้อมกันสร้างความเสียหาย + ๕๐% แก่ศัตรูที่เป็เกราะเบา
Oblique Shot (บังคับลูกธนู) : ๑๕
ใครว่าลูกธนูต้องยิงตรง ๆอย่างเดียว ทักษะนี้คือการบังคับสายคันธนู ยิงให้ลูกโค้งตามใจชอบสามารถยิงข้าม/อ้อมสิ่งกีดขวาง
MultiShot (ยิงต่อเนื่องรุนแรง) : ๑๐
นี่คือสกิลของยอดนักธนูที่ผ่านการฝึกมือแทบแตกในการยิงรัว
สกิลของ Hunter
Come Back! (กลับมานี่) : ๑๐
หยุดการโจมตีของคู่หูและเรียกมันกลับมาที่ฝั่งของฮันเตอร์คู่หูที่กลับมาจะไม่โจมตีศัตรูจนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่
Attack! (โจมตี) : ๑๐
Growling (คำราม)
Passive(สกิลติดตัวใช้อัตโนมัติ)
เป็ทักษะติดตัวของคู่หูเหมือนคู่หูของท่านโจมตีจะคำรามและขู่ศัตรู ทำให้ศัตรูหัน ไม่หัน ไม่โจมตีใครเอฟเฟกต์จะเปลี่ยนไปตามประเภทของเป้าหมาย
Bleeding Pierce (เจาะเื)
สกิลโจมตีสัตว์แบบนายพราน ท่าต่อสู้นี้ต้องชาร์ตยิง มีผลทำให้ศัตรูติดสถานะเืออก
ดูเหมือนว่าพอระดับของอาชีพสูงขึ้นเราก็สู้ได้ง่ายขึ้น ั้แ่มีเมลิน่า อะไร ๆ ก็ง่าย สกิลใหม่เ้ากล้าก็ปลดล็อกออกมาด้วย Growling (คำราม) ไอ้สกิลนี้ ดีมาก ๆ เปลี่ยนชีวิตผมไปเลย ทำให้การล่าง่ายขึ้นเ้ากล้าระดับสูงกว่าผมอยู่แล้ว การที่มันดึงศัตรูไว้กับตัวได้ทำให้ผมจัดการงานได้ไวขึ้น
Bleeding Pierce (เจาะเื) ผมเรียกมันว่าสกิลยิงเจาะยางทำให้มอนสเตอร์เืออก หากมันหนีจากผม ผมก็สามารถตามรอยเืมันได้และที่สำคัญแม้ว่าจะไม่แรง แต่ยิงแล้วทำดาเมจเืไหลจนตาย ทำให้ผมจัดการศัตรูอย่างพวกหัวหน้าก็อบลินได้เร็วขึ้น
แมงมุมกินก็อบลิน ก็อบลินก็กินแมงมุมอาศัยกันอยู่ในนี้ ด้วยวงจรเช่นนี้ พวกมันจะไม่บุกไปฝั่งของใครหากไม่้าอาหาร เป็ไปได้ว่า พวกมันเรียนรู้ที่จะอยู่แบบพึ่งพากันต่างให้อาหารกันและกัน มันน่าสนใจที่พวกมอนสเตอร์มีวิถีของตัวเอง
ผมไม่อาจรู้ได้ว่าเกมนี้มีระบบจัดการอย่างไรจึงได้สร้างระบบนิเวศอันน่าประหลาดแบบนี้ขึ้นมา แต่ก็นั่นละ สิ่งที่พวกมันไม่รู้ ผมคือตัวแปรระหว่างานี้
อัคคีเสียชีวิต ๗๘๗ ครั้ง
...
ไคท์เริ่มค้นหาหนังสือตามคำแนะนำแต่ยังไม่ทันไร ก็มีสายเรียกเข้า จากเพื่อนคนเดิมของเขา
“เฮ้ย ! ฉันมาแล้วเพื่อนแต่เข้าไปในสถาบันที่นายว่าเนี่ยไม่ได้ว่ะ” เสียงปลายสายโวยวาย
“อ้าว.. ทำไมละ” เขาขมวดคิ้วมุ่น
“ไม่รู้ว่ะ ระบบมันแจ้งเตือนว่า พื้นที่นี้ยังไม่เปิดให้คนนอกเข้า”
“อ่าา..งั้นไม่เป็ไร เดี๋ยวฉันไปหา นายรออยู่ตรงนั้นแหละ”
...