บทที่ 56
ตูมมมมมมม!! “อาวุธของพวกมันคืออะไรกัน... ทำไมอนุภาพมันรุนแรงอย่างนี้..” หลังจากที่ฝุ่นควันจางหายไปส่วนหนึ่งแล้ว ภาพแรกที่ผู้บัญชาการกองทัพม้าเหล็กที่เกรียงไกรของเขากำลังจะแตกผ่าย ทั้งคนทั้งม้าต่างก็นอนกองกันอยู่บนพื้น พร้อมกับควันสีดำที่ลอยมาเป็นจุดๆไป จากสภาพมันไม่มีทางที่จะเข้าตีประชิดเมืองได้เลย และพวกอาวุธนี้ก็ยิงมาได้อย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก แตกต่างจากที่คิดเอาไว้ไปมาก“ตอนนี้กองร้อยที่1 กำลังจะเข้าเขตป่าแล้วขอรับท่านผู้บัญชาการ.. ขอคำสั่งด้วยขอรับ” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยออกมา ถึงพวกเขาจะสูญเสียไปมาก แต่เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วพวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะถอยกลับเด็ดขาด ลูกผู้ชายฆ่าได้แต่หยามกันไม่ได้ ไม่มีทางที่จะกลับไปให้พวกผู้บัญชาการคนอื่นหัวเราะเยาะหรอก“บุกเข้าไปได้!!! ถึงตาย เราก็จะตายเยี่ยงนักรบ... ไป ย๊าก!!” เขาสั่งการ และควบม้าคู่ใจของตัวเองไปทางป่าในทันที รีออนที่มองจากระยะไกลด้วยระบบของอริส เขาก็ยิ้มออกมา เพราะเมื่อไหร่ที่พวกนั้นเข้ามาภายในป่าแห่งนี้ นั่นก็เท่ากับว่าได้ยืนอยู่หน้าประตูนรกเรียบร้อยแล้ว ทหารม้าเหล็กต่างก็มีกำลังใจมากขึ้น ตอนนี้ทัพม้า 2 หมื่นนั้นเหลือไม่ถึงหมื่นแล้ว แต่เมื่อผู้นำที่พวกเขาเคารพควบม้าบุกด้วยตัวเอง พวกเขาก็ควบตามกันไปทันที ถึงแม้ว่าจะตายก็ขอตายเคียงข้างกับทัพม้าเหล็กที่พวกเขานั้นภูมิใจ ปืนใหญ่ก็ยังยิงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในที่สุดทัพม้าของพวกเขาก็สามารถตีบุกเข้าป่ามาได้ด้วยจำนวนที่เหลือประมาณ 4 พันนายเท่านั้น เสียงของม้านับพันที่ดังมาแต่ไกล ทำให้รีออนสั่งการในทันที “เคลื่อนย้ายปืนใหญ่กลับเมืองได้แล้ว... พลธนูตั้งแถวรอคำสั่งในแนว 1 กิโลเมตรจากชายป่า...” รีออนที่ยังไม่รีบเท่าไรในการเคลื่อนปืนใหญ่กลับเมือง ตั้งแต่ที่พวกมันอยู่ภายในป่า ปืนใหญ่ของเขาก็ไม่มีค่าอะไรแล้ว ดังนั้นขนกลับเมืองจะดีกว่า และสั่งพลธนูเผื่อมีใครสามารถหลุดจากแนวป่ามาได้ แต่มันก็เป็นไปได้ยากมากเลยทีเดียว“รับทราบขอรับ ท่านผู้บัญชาการ...” ทหารที่เห็นประสิทธิภาพของอาวุธพวกนี้แล้ว ก็ต่างพากันอึ้งในตอนแรกที่ได้เห็น และมันก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตัวของผู้นำมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ตอนนี้ไม่ว่ารีออนจะสั่งอะไรมาก็ตาม พวกเขาพร้อมทำตามอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆทั้งสิ้น พวกเขาทำตามที่รีออนสั่งการทันที ทหารม้าของอาณาจักรดีไวท์ได้เคลื่อนพลผ่านแนวกับดักแรก ที่เป็นสารหลอนประสาทเป็นที่แล้วร้อยแล้ว แต่ในความรู้สึกของพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก แต่มันผิดกับม้าที่รับกลิ่นได้ดีกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว บวกกับการที่มันวิ่งมาจากระยะใกล้ ทำให้หายใจแรงมากขึ้น และในจังหวะนั้นเองกับดักย่อยที่สองของกับดักชุดแรกก็ทำงานทันที ชุป!! เพี้ยว!! ฮี่ฮี่ฮี่!! ตุบ!! อ๊าก!! เสียงมากมายเกิดขึ้นในสนามรบป่าแห่งความตายแห่งนี้แล้ว ม้าเริ่มออกอาการหลอนเห็นภาพของเสือหรืออะไรต่างๆที่พวกมันกลัวตรงหน้า บางตัววิ่งเข้าใส่กับดักที่เป็นธนูหลายดอกพุ่งมา ไหนจะเป็นหลุมที่มีไม้แหลมๆอยู่ด้านล่าง และตอนนี้ทั้งม้า และคนก็ตกไปยังหลุมแห่งความสิ้นหวังนี้แล้วหลายคนหลายตัว พวกมันต่างก็ร้องออกมาด้วยความทรมาน นอกจากนี้ยังมีท่อนซุงขนาดใหญ่หลายสิบอัน ตกลงมากระทบกับพวกทหาร หอกไม้แหลมๆเองก็ทำงานเป็นแนวดิ่งออกมาจากหลังก้อนหินบ้าง ต้นไม้ใหญ่บ้าง กับดักแต่ละอย่างมันทำงานได้เร็วมาก พวกคนหรือม้าไม่มีทางที่จะหลบได้เลย เพียงแค่ไม่กี่วินาทีความเสียหายก็เกิดขึ้นหลายจุดทหารเริ่มตายอย่างทรมานไปหลายร้อยคนเลยทีเดียว บางคนไม่สามารถควบคุมม้าที่เห็นภาพหลอนได้ตกม้า และโดนเหยียบซ้ำตาคาที่ไปหลายคน “เจ้าพวกซาทารอส... พวกมันไม่มีศักดิ์ศรีของนักรบบ้างหรืออย่างไรกัน... หากข้าเจอพวกมันสักคนล่ะก็ ข้าจะทรมานเหมือนกับที่มันทำกับพี่น้องของข้า...” ผู้บัญชาการกล่าวออกมาเสียงดังก้อง เขาไม่สนใจอะไรอีกทั้งนั้น และด้วยทักษะการควบม้าของเขาสามารถหลบพวกเดียวกันที่นอนร้องทรมานได้อย่างเฉียดฉิว และผ่านตรงไปยังกับดักต่อไป แต่ทันใดนั้นเอง รีออนที่ไม่อยากจะสูญเสียกับดักชุดที่สองไป เขาก็ยกธงสั่งให้ส่งสัญญาณไปยังกองร้อยทหารม้าที่ 3 และ 4 ให้เข้าจู่โจมพวกที่เหลือในทันที เสียงกลองที่ดังเป็นสัญญาณการออกรบของกองร้อยทหารม้าดังขึ้น ทหารม้าของซาทารอสแต่ละคนต่างสวมหน้ากากพิเศษที่รีออนแอบผลิตขึ้นมา มันเป็นหน้ากากกันแก๊สหรือทำขึ้นมาเพื่อป้องกันสารหลอนประสาทนี้โดยเฉพาะ รวมถึงม้าของทั้งกองร้อยทุกตัวอีกด้วยที่สวมใส่มัน “ฆ่าทิ้งอย่าให้เหลือ... ถ้าเป็นไปได้ อย่าให้พวกมันผ่านมาถึงกับดักย่อยสองในกับดักชุดสองได้...” รีออนเอ่ยกับหัวหน้ากองม้าทั้งสองกองร้อย พวกเขาต่างรับคำสั่ง และควบม้าออกไปในทันที ตอนนี้ทหารของดีไวท์เริ่มจะย่ำแย่ ไปตรงไหนก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น กับดักเองก็ไม่ได้หมดไปทันที พวกมันยังคงเป็นปัญหาของการเคลื่อนกำลังพล และตอนนี้จากสายตาแล้ว ทหารของพวกเขาเหลือไม่ถึงสองพันนายไปแล้ว และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง.. กุบ!! กุบ!! เสียงวิ่งของทหารม้าซาทารอสก็วิ่งเข้ามาใกล้ แต่พวกมันไม่ได้วิ่งประชิดตัว และทิ้งระยะห่างไว้นิดหน่อยประมาณ 500 เมตร และเมื่อทั้งสองกองทัพม้าได้ประจันหน้ากัน บวกกับความแค้นที่มีของเหล่าทหารม้าดีไวท์ พวกมันต่างวิ่งกันกรูเข้ามาหวังจะฆ่าให้ตาย แต่ม้าของพวกมันต่างไม่เชื่องไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ พวกมันหลายตัววิ่งเข้าชนกันเอง เสียหลักไปอีกหลายสิบตัว นายกองร้อยทั้งสองของซาทารอสมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้แก่กัน พวกเขาโยนระเบิดควันไปคนละชิ้นทันที แน่นอนว่าเหล่าลูกน้องเองก็โยนตามด้วยเช่นกัน จากนั้นก็ตามด้วยระเบิดมือ และระเบิดไฟตามลำดับ... ควันที่กระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้ไม่มีทหารม้า และม้าของดีไวท์มองไม่เห็นมากกว่าเดิม พวกมันวิ่งมั่วกันเข้าไปอีก นอกจากนี้ยังมีเสียงตูมตาม และระเบิดเพลิงกันอีกหลายจุด แน่นอนว่าพวกมันก็ต่างตายกันเรียบ แต่มันก็ไม่สามารถล้มชายที่ได้ชื่อว่าผู้บัญชาการทัพม้าเหล็กได้อยู่ดี เขามองไปยังภาพของความวุ่นวาย และซากศพของเหล่าพี่น้องด้วยความเศร้าใจ ม้าของเขาก็ใช้การไม่ได้แล้ว มันโดนแรงระเบิดเมื่อสักครู่จนขาหักไปแล้ว เพื่อไม่ให้มันทรมาน เขานำดาบปักไปที่หัวเพื่อให้มันตายทันที“ทหารม้าของข้า 2 หมื่นนาย แต่กลับไม่สามารถฆ่าพวกมันได้เลยแม้แต่คนเดียว... ข้าไม่สงสัยอีกแล้วว่าทำไมเจ้าพวกทัพหน้ามันจึงตัดสินใจถอยทัพ.... ข้า...” ควันเริ่มถูกแรงลมพัดผ่านออกไปจนหมด จนตอนนี้ภาพทุกอย่างมันชัดเจน สงครามที่ถูกสังหารอยู่ฝ่ายเดียว มันเหมือนกับว่าทหารม้าเหล็กของดีไวท์เป็นชาวบ้านที่ไม่มีทางสู้เลย แต่ความเป็นจริงแล้วพวกเขาสู้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวทำได้แค่วิ่ง และพากันไปตายเพียงเท่านั้นเอง ผู้บัญชาการที่เหลืออยู่คนเดียวยืนชะงักมองท้องฟ้าที่สดใสท่ามกลางเสียงร้องอย่างทรมานของพี่น้องทหารม้า เขาปักดาบลงดินก่อนจะหยิบมันขึ้นมาชูขึ้นสูง“ทหารม้าเหล็กมีเกียรติ หากพี่น้องของข้าต้องตายในวันนี้ มันก็ต้องเป็นวันตายของข้าด้วยเช่นกัน...ย๊าก!!!!” ถึงตรงหน้าจะเป็นทหารจำนวนนับร้อย ในใจของผู้บัญชาการคนนี้ก็ไม่หวั่น เขาวิ่งเข้าไปอย่างไม่กลัวตาย มันเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงงากธนูหลายสิบคันดังออกมา และแน่นอนว่าจุดที่พวกเขาเล็งไปนั้นคือ ชายคนที่วิ่งถือดาบเข้ามาหาพวกเขาเพี้ยวววว!! ชืก!!ชืก!!ชืก!!ชืก!!ชืก!!ชืก!! ธนูหลายสิบดอกปักไปยังชายคนนั้น แต่ด้วยใจที่สู้ตาย เขาก็ลุกขึ้นมาเดินต่อไปข้างหน้า เลยสั่งให้ยิงอีกหนึ่งชุดจนร่างของชายคนนี้นิ่งไปในท่าที่เข่าข้างซ้ายแตะกับพื้นดิน มือข้างขวากำดาบ และปักอยู่กับพื้นดิน....