ผู้ชมรอบ ด้านต่างไม่คาดคิด ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ กลับกลายเป็นอี้เฉินเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ มีโอกาสที่จะกลายเป็นผู้จะยืนอยู่บนจุดสูงสุด ของอนุชนรุ่นเยาว์
อนุชน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างพากันถอนหายใจ พวกเขาต่างเสียดายไม่คาดคิดว่าซีเอ๋อร์จะพ่ายแพ้ มันทำให้ชื่อเสียงดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสื่อมเสียเป็นอย่างมากแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยพูดคำใดออกมา แม้แต่ผู้อาวุโสดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มาชมการประลองยังไม่เอ่ยพูดคำใด พวกเขายังจะกล้าคัดค้าน ได้อย่างไร
เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ ถึงกับบีบมือจนแน่นด้วยความแค้นเคือง มีแต่ตัวนางที่รู้ดี หากอี้เฉินใช้ปราณพลังสายฟ้าการต่อสู้คงจบไปนานแล้ว ในกายาอี้เฉินยังหลงเหลือปราณพลังสายฟ้าอีกมากเมื่อเทียบกับอนุชนคนอื่นๆ ที่เสียปราณพลังไปจากการต่อสู้
ตัวนางถึงอยากได้อี้เฉินเป็นศิษย์เมื่อตอนไปเยือนยังสำนักศักดิ์สิทธิ์ เด็กหนุ่มผู้นี้มีศักยภาพ ที่จะผงาดง้ำค้ำฟ้าในภายภาคหน้า ท่าไม่ตายเสียก่อน
อยู่ๆ ฝูงชนก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้างไม่มีใคร คิดอี้เฉินจะถอนตัวออกจาก การประลองในรอบถัดไป ฝูงชนต่างพากันประหลาดใจเหตุใดอี้เฉินถึงถอนตัวจากรอบชิงชนะเลิศ
ฝูงชนต่างพากันพูดคุย "นั้นหมายความว่าเขา สละสิทธิ์ ที่จะต่อสู้รอบชิงชนะเลิศอย่างนั้นหรือ"
"ก็อย่างที่เจ้าเห็น เขาคงบาดเจ็บหนัก ไม่อาจต่อสู้ในรอบถัดไปได้"
"แบบนี้สนามประลองที่จ้าวอี้เฉินปะทะกับ ซีเผิงก็วัดกันใครจะเป็นอันดับหนึ่งนะสิ" ฝูงชนต่างจับตามองไปยังสนามประลองที่ทั้งสองจะปะทะกัน หนึ่งในสองคนนี้ ใครจะเป็นผู้ที่คว้าอันดับหนึ่งไปครอบครอง เป็นผู้ยืนบนหัวเต่ามังกรของเหล่าอนุชนรุ่นเยาว์
อี้เฉินที่ บินทะยานขึ้นมา ด้านบนที่เต็มไปด้วยคนดู ก่อนจะมาหยุดที่หน้าเหล่าเจ้าสำนักทั้ง 10คน เขาโค้งคำนับไปที่เหล่าเจ้าสำนักทั้งหมด ก่อนจะนั่งบำเพ็ญเพียรรักษาบาดแผล
เหล่าเจ้าสำนักเซียน ต่างส่ายหัวพวกเขาไม่เข้าใจเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้จริงๆ ว่าคิดอะไรอยู่ๆ เขาก็ถอนตัวออกจากการประลองไปดื้อๆ พวกเขาล้วนรู้ดีหากอี้เฉินคิดสู้รอบชิงชนะเลิศก็ยังพอมีแรงหลงเหลือ
เวินรั่วเจียงที่เห็นอี้เฉินขึ้นมาจากลานประลอง ตัวนางถึงกับเดือดดาล เหตุใดศิษย์น้องของนางถึง ถอนตัวออกมาดื้อๆ นางอยากจะเข้าไปตบหัวสักทีสองที แต่ก็ต้องยอมรับ การตัดสินใจของอี้เฉินไม่มีใครคิดตำหนิเขาแม้แต่น้อย
เยว่ฉานที่มองอี้เฉิน อยู่ไกลๆ นางส่งปราณจิต เข้ามาพูดคุยกับอี้เฉินในทันที "เจ้าสะดวกพูดคุยกับข้าหรือไม่ ข้าอยากคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว"
ทันทีที่อี้เฉินได้ยินเสียงที่คุ้นเคยส่งมา เขาลืมตาตื่นจากการปิดขั้นพลัง ก่อนจะหันไปมองที่เยว่ฉาน พวกเขาสบตากันอยู่นาน ก่อนที่อี้เฉินจะพยักหน้ารับคำของนาง
เยว่ฉานส่งปราณจิตออกมาอีกครั้ง "งั้นเจอกันที่ ศาลาด้านซ้ายของ เมืองหลวง" ไม่นานนางก็เดินจากไปจากสนามประลองทันที
แม้แต่ตงหยาง ยังแปลกใจ เยว่ฉานนางคิดจะไปไหน เขาอยากจะถามแต่ก็ไม่กล้า ตอนนี้เขาไม่ใช่เจ้าชีวิตของนาง แต่อีกไม่นานนักหรอก เขารู้ตัวดีเยว่ฉานไม่มีใจให้เขาแม้แต่น้อย ที่นางมาก็เพราะคนในตระกูลสั่งไม่อย่างนั้น นางไม่ย่างกายเดินมาพร้อมตัวเขาเป็นแน่
อี้เฉินลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเรียบออกจากลานประลองไป ฝูงชนที่เห็นเขาเดินผ่านต่างแหวกทางให้โดยดี ไม่มีใครพูดจาถากถางอีกต่อไป เขาเดินรัดเลาะไม่นานก็มาถึงประตูทางออกสนามประลอง
ตงหยางที่เห็นอี้เฉินเดินออกไป ด้านนอกสนามประลอง เขาถึงกับหน้ามืดทะมึนหรือว่า พวกเขาสองคนนัดเจอกัน ตงหยางเริ่มกำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาล ตัวเขาจะถูกสวมหมวกเขียว ต่อหน้าต่อตางั้นหรือ เขาคิดตามไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง อย่างไรก็ตาม
เขาก็จะไม่ปล่อยมือจากตัวเยว่ฉานไปแน่ ตอนนี้นางก็เหมือนกับลูกไก่ในกำมือของเขา
อี้เฉิน เดินลัดเลาะไปในทิศทางที่เยว่ฉานบอก เขาเดินทางไปทางซ้ายสุดของเมืองหลวง ไม่นาน ก็เห็นศาลา ไม้หลังหนึ่งอยู่ใจกลางสวน รอบๆ เต็มไปด้วย ดอกไม้นานาพันธุ์ กลิ่นหอมรอยคละคลุ้ง รอบๆ ล้วนไร้เงาผู้คน พวกเขาต่างไปชมการประลองกันจนหมด
เขาเห็นหญิงสาวนางหนึ่ง ภายในศาลาไม้เก่าแก่
อี้เฉินรู้ได้ในทันที เพียงเห็นแผ่นหลังของนางก็ทำให้เขาจำอาภรณ์ ที่นางสวมใส่ได้
อี้เฉินก้าวเดินเข้าไปภายในศาลา เขาเองก็มีอะไรหลายๆ อย่างอยากถามนาง อย่างน้อยนางก็เคยเป็นอาจารย์ของเขา ถึงตัวเขาจะมีความรู้สึกดีๆ กับนางมากก็ตาม แต่เขาก็ไม่อาจเอ่ยพูดคำใดออกไปได้
"เจ้ามาแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้างให้ข้าดูบาดแผลเจ้าหน่อย" นางเดินเข้ามาหาอี้เฉินก่อนจะสำรวจกายาอี้เฉินอย่างถี่ถ้วน ก่อนนางจะหยิบโอสถ รักษาออกมาให้อี้เฉินกิน
"ข้าไม่เป็นอะไรมาก พักแค่สองสามวันบาดแผลข้าก็สมานแล้ว ท่านเก็บมันไว้เถอะ"
"เจ้าอย่าเรื่องมาก นี่เป็นเพียงโอสถรักษา ระดับ สามัญเท่านั้น" ก่อนนางจะยกฝ่ามือยัดโอสถรักษาเข้าปากอี้เฉินไป ทันทีที่นิ้วมือของนางถูกริมฝีปากอี้เฉินถึงกับทำให้นางหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ตัวนางพยายามเก็บอาการ
อี้เฉินรู้สึกแปลกใจอยู่ๆ นางก็จ้องหน้าเขาแบบไม่วางตา "ท่านเป็นอะไรหรือเปล่าอยู่ๆ ท่านก็นิ่งไป"
"เจ้าอย่าถามมาก ข้าเห็นเจ้าเติบโตมากับตาตั้งแต่ตอนที่เจ้าอายุ 14-15 ข้าว่าตอนเด็กเจ้าน่ารักกว่านี้นะ"
อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับส่ายหัว นางคงมีอะไรปิดบังเขาเป็นแน่ แต่นางไม่อยากพูดออกมา
ก่อนที่พวกเขา จะนั่งคุยกันไปอีกหลายประโยค หัวเราะออกมา เป็นครั้งคราว
"ท่านว่าตลกไหม เจ้าสำนักเซียนได้ของรางวัลจาก ใครคนหนึ่งมา เขาให้ข้าห้ามใช้ปราณพลังสายฟ้าแต่ ตัวข้าดันชนะการประลองไปได้"
นางขำแห้งๆ "ฮึฮึ" "เจ้ามีปราณพลังสายฟ้าอยู่ในกายาด้วยงั้นหรือ" ตัวนางรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
"ใช่ๆ ข้าไม่เคยได้บอกใคร แล้วข้ายังมี วิญญาณหน้ากากตามหลอกหล่อน ข้าอีกด้วย มันพยายามจะแย่งชิงร่างข้า"
"ฮ่าๆ" "เจ้าช่างขี้โม้เสียจริง ยิ่งโตเจ้ายิ่ง กะล่อนไร้ยางอาย"
....
เมี่ยนจือที่อยู่ในกรงขังสีทองภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน ตัวนางถึงกับเดือดดาลนางได้ยินหมดทุกอย่างที่อี้เฉินพูด
....
อยู่ๆ เยว่ฉานนางก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาก่อนจะเอ่ยพูด "เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าทำอะไรที่ มุทะลุ หุนหันพลันแล่น ภายภาคหน้าหากเจ้าเติบใหญ่ เจ้าอาจจะกลายเป็นผู้ที่ สยบหล้า ชื่อเสียงดังก้องฟ้าก็เป็นได้ เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่"
"แต่ข้า ไม่ได้อยากเป็นแบบนั้น ข้าเพียงอยากไปยังดินแดนจักรพรรดิ ตามหาสิ่งที่ชิงหรั่น ฝากฝังไว้ก็เท่านั้น" เลือดในกายาของเขามีสายเลือดของ ชิงหรั่น ไหลเวียนอยู่ แถมตัวนางยังมอบวิชากายามังกรให้กับเขา นางต้องมีความเป็นมาไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เมื่อเยว่ฉานได้ยินที่อี้เฉินพูดนางถึงกับส่ายหัว ก่อนจะเขกหัวอี้เฉินไป 1ที "เจ้าเด็กโง่ หากเจ้าไร้พลัง ก็เป็นได้แค่ผู้ต่ำต้อยรอคอยความตาย โลกที่เจ้าวาดฝันไว้ สักวันก็จะถูกทำลาย ไม่มีทางเลือกเป็นของตัวเอง เป็นเหมือนหุ่นเชิดที่ทำตามคำสั่งของผู้ที่แข็งแกร่ง ไร้ซึ่งอิสรเสรี เจ้าอยากเป็นแบบนั้นงั้นหรือ"
"ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะขยันฝึกปรือให้มากกว่านี้" ก่อนที่เยว่ฉานจะเข้ามาสวมกอดอี้เฉิน แม้แต่อี้เฉินยังตั้งตัวไม่ทัน ไม่คิดนางจะเข้ามากอดตัวเขา กลิ่นกายาของนางส่งกลิ่นหอมออกมาจนอี้เฉินได้กลิ่นกายาเด่นชัด ทั้งสองแนบชิดสนิทกันอยู่หลายลมหายใจ ไม่เอื้อนวาจาใดออกมา
แต่ทันใดอี้เฉินก็ต้องสะดุ้ง โหยง เมื่อเยว่ฉานเลื่อนใบหน้าขึ้นมา ใกล้ใบหน้าของเขาก่อนจะจูบไปที่ริมฝีปากของเขา จนตัวเขาถึงกับหน้าแดงทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดเยว่ฉานจะรุกหนักถึงเพียงนี้ หัวใจของอี้เฉินเต้นรัว เร็วแบบไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่คิดเยว่ฉานจะกล้าจูบเขาจริงๆ
เยว่ฉานเองก็รู้สึกอายเป็นอย่างมาก ตัวนางหักห้าม ใจของตัวเองไม่ได้จริงๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่มผู้นี้ ยิ่งอยู่ใกล้อี้เฉินตัวนางยิ่งหวั่นไหว ถึงนางจะรู้สึกผิดหลังจากกระทำลงไปก็ตาม นางไม่น่าผูกมัดอี้เฉินไว้ นางอาจจะนำความตายมาสู่อี้เฉินก็เป็นได้ หากยังข้องเกี่ยวกับอี้เฉินต่อไป