“ชั่งมัน ! กงซุน…เจ้าไปปฐมพยาบาลมันส่วนเจ้า…ฟูหลิวเจ้ามาข้านี้” ท่านอาจารย์ตงฟางพลันกวักมือเรียกฟูหลิวด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย“สถานการณ์ด้านนอก…เจ้าจัดการไปถึงไหนแล้ว”
ศิษย์พี่กงซุนเร่งรุจดูอาการของศิษย์น้อยฮุ่ยซุนทั่วร่างมันแต่งเต็มไปด้วยร่องรอยบอบช้ำจากผงดินปืน“ศิษย์น้องฮุ่ยซุน…เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ศิษย์พี่กงซุนตบหน้าฮุ่ยซุนเบาๆเพื่อเรียกสติ“เหนื่อยล้าสะสมเป็นแน่น” กงซุนวางมือบนหน้าอกศิษย์น้องผู้นี้ ปราณไหลเข้าแทรกซึมไปทั่วร่างศิษย์น้องอย่างช้าๆสีหน้ามันเริ่มกลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง เพียงไม่กี่อึดใจดวงตาศิษย์น้องฮุ่ยซุนเบิกโพล่งอย่างฉับพลัน“เหวอ !” ศิษย์พี่กงซุนไม่อาจทันตั้งตัวตกใจหงายหลังทว่าศิษย์พี่กงซุนกับตื่นตระหนกกับท่าทีของศิษย์น้องฮุ่ยซุนผู้นี้ มันพยายามฝืนลุกตั้งท่าฝึกอีกครั้ง“ศิษย์น้องพักเถิด ท่านอาจารย์ให้เจ้าพักได้” กงซุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน“ขอบคุณศิษย์พี่” เฟยซุนเอ่ยขอบคุณเสร็จพลันทิ้งตัวนั่งหลับอย่างหมดแรง
“ฟูหลิวสถานการณ์ด้านนอก…เจ้าจัดการไปถึงไหนแล้ว”ท่านอาจารย์ตงฟางเอ่ยถามขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ท่านอาจารย์ที่ลานฝึกตอนนี้เหล่าพลซ่อมแซ่มดำเนินการซ่อมแซมลานฝึกแล้วเสร็จ แต่ขณะนี้อยู่ในระหว่างขนย้ายอุปกรณ์ขอรับ”
“สถานการณ์เหล่าศิษย์เป็นเช่นไร”
“เรียนท่านอาจารย์หลังจากศิษย์พี่หนานจิ้งคิดว่าตนเองได้กำจัดศิษย์น้องฮุ่ยซุนได้นั้นศิษย์พี่ได้ตั้งกลุ่มพันธมิตรหนานจิ้งขึ้นมา กลายเป็นกลุ่มที่มีอำนาจเป็นอันดับที่สี่และกำลังท้าทายอำนาจของกลุ่มสามอยู่ขอรับ”ฟูหลิวเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “กลุ่มที่ก่อตั้งเพียงไม่กี่วัน แต่กลับกลายเป็นกลุ่มที่สามารถท้าทายกลุ่มอำนาจเก่าที่ก่อตั้งมานานนับหลายปีได้นับว่าเจ้าหนานจิ้งเป็นศิษย์ที่มีความสามารถพอตัว เหมาะสำหรับใช้มันเป็นสิ่งเร้ากระตุ้นศิษย์น้องของพวกเจ้า”ท่านอาจารย์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ‘อึก’ เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบา‘ท่านอาจารย์เห็นศิษย์พี่หนานจิ้งเป็นเพียงหมากตัวนึ่ง เพื่อให้ศิษย์น้องฮุ่ยซุนก้าวข้าวไปศิษย์น้องผู้มีตัวตนในระดับใดกันแน่น’ ฟูหลิวครุ่นคิดภายในก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ท่านอาจารย์จะให้ศิษย์ทำเช่นไรต่อไป” ฟูหลิวเงยหน้าจ้องมองใบหน้าอันเหี่ยวย่นของท่านอาจารย์
“นับแต่พรุ่งนี้ให้ศิษย์ทุกคนดำเนินการฝึกฝนตามปกติกำชับพวกมันอย่าได้กล่าวถึงเรื่องเมื่อวานเป็นเด็ดขาด และพวกเจ้าทั้งสองนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเมื่อเสร็จกิจที่ต้องรับผิดชอบพวกเจ้าต้องมาช่วยข้าฝึกฝนศิษย์น้องของพวกเจ้า” ท่านอาจารย์ตงฟางลุกขึ้นยืนอาภรณ์โบกสะบัดแววตาแข็งกล้าทอดจ้องมองศิษย์ที่อยู่เบื้องหน้ามัน“ศะ…ศิษย์รับทราบและจะนำไปปฏิบัติตาม” ฟูหลิวรีบลุกขึ้นเตรียมออกนอกบริเวณห้องโถงมันเริ่มก้าวออกไปอย่างเร่งรีบ “ฟูหลิวเจ้าจะรีบไปไหน” ท่านอาจารย์ตงฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว“ข้าจะรีบไปดำเนินการตามที่ท่านอาจารย์สั่งขอรับ” ฟูหลิวหันกลับมาทางท่านอาจารย์โดยไม่กล้ามองตาแต่อย่างใด“เจ้าไปเตรียมอาหารให้มันกินหน่อย ข้าจะให้มันฝึกอีกรอบ”
ฟูหลิวหันไปมองที่ศิษย์น้องกำลังนั่งหลับอย่างหมดแรงโดยมีกงซุนพยายามถ่ายปราณเพื่อคล้ายความเหนื่อยล้า ‘สภาพศิษย์น้องที่ไม่น่าจะฝึกต่อได้นี้มันฝึกฝนหรือทรมานกันแน่น’ ฟูหลิวหันกายมาทางท่านอาจารย์อย่างรวดเร็ว “ศิษย์จะรีบดำเนินการจัดหาตามที่ท่านอาจารย์สั่ง”ฟูหลิวทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว “กงซุนข้าฝากมันไว้กับเจ้าสักพักข้าต้องไปพบเจ้าสำนักเพียงครู่ เมื่อข้ากลับมาเจ้าจงทำให้มันพร้อมที่สุดสำหรับการฝึกรอบบ่าย”กงซุนพลันลุกชันเข่ารับทราบอย่างเร่งรีบ “ศิษย์รับทราบจะปฏิบัติอย่างสุดความสามารถ” กงซุนเอ่ยเสร็จพลันหน้าหาศิษย์น้อง ปลดปล่อยปราณปกคลุมฝ่ามืออย่างหนาแน่นครอบคลุมร่างกายศิษย์น้องฮุ่ยซุนสีหน้าศิษย์น้องฮุ่ยซุนเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ‘ร่างกายเจ้านี้เป็นเช่นไรกันข้าถ่ายปราณออกไปถึงแปดส่วน กลับทำให้สีหน้ามันดีขึ้นเพียงเล็กน้อย’ กงซุนใช้เวลาหลายอึดใจกว่าศิษย์ฮุ่ยซุนกลับมีสีหน้าปกติ‘แฮ่ก แฮ่ก’ “เจ้าเล่นเอาซะข้าหอบเลย ดีขึ้นแล้วใช่ไหม” ศิษย์พี่กงซุนนั่งพิงเสาอยู่ข้างศิษย์น้อง“ขอบคุณศิษย์พี่ ลำบากท่านแล้ว” ฮุ่ยซุนเอ่ยขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า ‘โครกกกก’ ศิษย์พี่กงซุนหันมองศิษย์น้องฮุ่ยซุนด้วยสีหน้าประหลาด “ฮ่า ฮ่าเจ้าหิวอย่างนั้นเหรอ” ศิษย์พี่กงซุนเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี “ศิษย์พี่ข้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อเช้าเลย แต่ตอนนี้ก็ยังพอทนไหว”
โครกกกกกกกกกก
“ฮ่า ฮ่าทนไหวอย่างนั้นเหรอ…ท้องเจ้าร้องอีกแล้ว รออีกพักศิษย์น้อง…พี่ของเจ้ากำลังไปเอาอาหารมา”กงซุนเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง “ศิษย์น้องข้าขอถามเจ้าอย่างหนึ่งสิ ทำไมท่านอาจารย์ถึงรับเจ้าเป็นศิษย์สายตรงเพราะอะไร”ศิษย์พี่กงซุนเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “ศิษย์พี่กงซุน…ข้าเอ่ยตามตรง…การที่ขะ…” ขณะที่ศิษย์น้องกำลังเอ่ยปากกลับมีกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลเข้ามาเตะจมูกของทั้งสอง
“ไก่ย่างอบฟางมาแล้ว….ข้าไปรับมาจากโรงอาหารกระทะทองเลยเชียวนะ”ฟูหลิวยกไก่ตัวโตหนึ่งตัวใส่จานลายครามมาอย่างเหมาะมือ “ฟูหลิวเจ้าแอบเอาออกมาจากโรงอาหารกระทะทองได้อย่างไร” กงซุนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ข้าใช้แต้มภารกิจแลกอาหารมานะสิ”ศิษย์พี่ฟูหลิวเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยพลันนำไก่ย่างอบฟางวางอยู่ต้องหน้าศิษย์น้องของมัน“ฟูหลิวเจ้า…ถึงกับเอาคะแนนภารกิจที่เจ้าเสี่ยงชีวิตออกไปทำ…แลกกับอาหารศิษย์ให้น้องฮุ่ยซุนเลยอย่างนั้นเหรอ”กงซุนดวงตาเบิกโพลงเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจเฟยซุนหันมองศิษย์พี่ทั้งสองอย่างเลิ่กลั่ก“ศิษย์พี่ท่าน...” ฟูหลิวพลันถอนหายใจดัง“เฮ้อ…ศิษย์น้องอย่าใส่ใจ…สิ่งนี้คือสิ่งที่ท่านอาจารย์มอบหมายข้าข้าต้องทำมันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว…สบายใจเถิดคะแนนภารกิจ เดียวข้าออกไปทำกับเจ้ากงซุนสักสองสามภารกิจก็ได้กลับคืนมาแล้ว”เฟยซุนพลันจ้องมองศิษย์พี่ทั้งสองด้วยความซาบซึ้ง “ศิษย์พี่กงซุน ศิษย์พี่ฟูหลิวขะ…ข้าขอบคุณพวกท่านจากใจจริง” เฟยซุนพลันยกมือขึ้นคารวะ “ศิษย์น้องอย่าทำแบบนั้นเลย อย่างไรเจ้าก็เป็นศิษย์สายตรงเช่นเดียวกับพวกข้า…ไก่อบฟางตัวนี้ถือว่าเป็นของขวัญตอนรับเจ้ายังไงล่ะ”ฟูหลิวเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
โครกกกกกกกกกก
ฟูหลิวและกงซุนต่างมองหน้ากันก่อนระเบิดหัวเราะออกมาคำโต“ฮ่า ฮ่า ดูท่าศิษย์น้องหิวมากแล้ว เจ้ากินเถิด” เฟยซุนจ้องมองไก่อบฟางที่ส่งกลิ่นเย้ายวนอยู่ด้านหน้ามัน“งั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ” เฟยซุนฉีกปีกไก่ออกอย่างง่ายดายพลันยกขึ้นใช้ปากฉีกเนื้อไก่น้ำที่ใช้อบไก่ไหลเยิ้มจากเนื้อไก่นั้น ส่งกลิ่นโหยหอมชวนน่ากินไปรอบบริเวณเฟยซุนพลันหลับตาเคี้ยวเนื้อไก่ผสมเข้ากับน้ำไก่ที่ย่างด้วยไฟอุ่นภูมิคงที่เข้ากันอย่างละเอียด เพียงไม่กี่อึดใจเนื้อที่เคี้ยวอย่างละเอียดศิษย์น้องได้ส่งมันลงไปในท้องอย่างรวดเร็ว มันไม่รีรอกัดไปอีกคำอย่างหิวโหย ทว่าคราวนี้มันลืมตามองรอบบริเวณพบศิษย์เบื้องหน้ามันจดจ้องไก่ที่อยู่ในมือมันอย่างไม่ละสายตา แม้ศิษย์กงซุนและศิษย์ฟูหลิวมีฐานเป็นศิษย์พี่ของมันทว่ากลับต้องจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ที่ดี แต่ด้านหน้ามันแม้ไม่ใช่อาหารชั้นเลิศไก่อบฟางที่อยู่บนจานนี้ถูกรังสรรค์โดยเหล่าพ่อครัวชั้นเลิศจากโรงอาหารกระทะทอง “ศิษย์พี่เหตุใดพวกท่านไม่กินไก่อบฟางนี้พร้อมข้ากันเล่าไก่อบฟางตัวนี้ใหญ่โตถึงเพียงนี้ ข้าไม่อาจทานได้หมดด้วยตัวคนเดียว” เฟยซุนเอ่ยปากชวนศิษย์พี่ทั้งสองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มศิษย์พี่กงซุนและศิษย์พี่ฟูหลิวไม่อาจปฏิเสธคำเชิญชวนทานอาหารอันเย้ายวนศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสามร่วมด้วยช่วยกันกินไก่อบฟางด้วยท่าที่เอร็ดอร่อย “เอ่อ..ศิษย์น้องคำถามที่ข้าถามไป…เจ้ายังไม่ตอบข้าเลย ทำไมท่านอาจารย์ถึงรับเจ้าเป็นศิษย์สายตรงล่ะ”ศิษย์พี่กงซุนเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจพลันยกน้ำดื่มไปสองอึก เฟยซุนที่กำลังง่วนกับการแทะกระดูกไก่พลันเอ่ยโดยไม่ทันครุ่นคิด“เป็นคุณหนูลี่เซียน ขอร้องให้ท่านอาจารย์รับข้าเป็นศิษย์ ข้าจึงกราบผู้อาวุโสตงฟางเป็นอาจารย์”
‘พรวดดดด’ ศิษย์พี่กงซุนที่กำลังดื่มน้ำพลันพ่นน้ำออกมาจนหมดสิ้นศิษย์พี่ฟูหลิวก็อ้าปากค้างด้วยความตกตระลึง “คะ…คุณหนูลี่เซียนมาที่ตำหนักท่านอาจารย์ เพื่อขอร้องให้ท่านอาจารย์รับเจ้าเป็นศิษย์อย่างนั้นเหรอ” ศิษย์พี่กงซุนเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตระหนกเฟยซุนจ้องมองศิษย์พี่ทั้งสองด้วยความงุนงง “เจ้ารู้ไหม ตั้งแต่ข้าเข้าสำนักมาข้าพบกับคุณหนูเพียงสองถึงสามครั้งเท่านั้นและเป็นการพบจากระยะไกลด้วย แต่จะ…เจ้านี้มัน…”
“ศิษย์พี่ ข้าทำอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ” เฟยซุนขมวดคิ้วลึกเป็นปมมันงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศิษย์พี่ฟูหลิวพลันสังเกตุท่าทางศิษย์น้อง “ดูท่าเจ้ายังคงไม่รู้ว่าข่าวลื่อเรื่องการแต่งงานระว่างคุณหนูลี่เซียนกับองค์ชายสิบสาม”ฟูหลิวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “แต่งงาน ! คุณหนูน่าจะอายุประมาณข้าเองนะ”
“มันเป็นเรื่องของคำสัญญาระหว่างท่านเจ้าสำนักและองค์จักรพรรดิ”ศิษย์พี่ฟูหลิวจ้องมองศิษย์น้องเบื้องหน้ามันที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง “องค์จักรพรรดิเลยเหรอ”เฟยซุนยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน “ใช่…และทางที่ดีเจ้าจงระวังองค์ชายสิบสามให้ดี…องค์ชายผู้นี้แม้มีอายุเพียงสิบห้าปีทว่ากลับมีพรสวรรค์เหนือล้ำกว่าผู้เยาว์ใดๆในจักรวรรดิ์มังกรฟ้าหาผู้ใดเปรียบได้ แถมยังหยิ่งผยองโหดเหี้ยมจนน่าครั่นคร้ามไปทั่วจักรวรรดิ์”ยามเฟยซุนได้ได้รับฟังสี่งที่ศิษย์พี่เอ่ยขึ้น คิ้วของมันขมวดเป็นปมอีกชั้นนึ่ง “ศิษย์น้อง…ข้าว่าเจ้าตัดใจเสียตั้งแต่ตอนนี้…มันดีสำหรับตัวเจ้า”ศิษย์พี่ฟูหลิวเอ่ยขึ้นโดยมีสีหน้าเห็นใจอย่างยิ่งเพียงเฟยซุนได้ยินที่ศิษย์พี่ฟูหลิวเอ่ยขึ้นมันสำลักน้ำขึ้นมาทันควัน ‘แค่กแค่ก’ “ศะ…ศิษย์พี่ฟูหลิว ข้าว่าคงท่านคงเข้าใจอะไรผิดไปสักอย่าง…ข้ากับคุณลี่เซียนเป็นเพียงศิษย์ผู้น่าสงสารที่ถูกคุณหนูลี่เซียนกลั่นแกล้งเพียงเท่านั้น…”
“ฮ่า ฮ่า ฟูหลิวเจ้านี้ก็พูดไปเรื่อย…ศิษย์น้องสำลักน้ำหมดแล้ว”กงซุนรีบเอ่ยขึ้นเพื่อปรับบรรยากาศให้ดีขึ้น “อ้าวเหรอ…ฮ่า ฮ่าสงสัยข้าเข้าใจผิดไปนิดนึง…แต่เจ้าห้ามรู้สึกอย่างที่ข้าเอ่ยไปละ ไม่งั้นชีวิตเจ้าที่ยังไม่ทันเริ่มได้จบสิ้นเป็นแน่น” ศิษย์พี่ฟูหลิวแอบลอบมองศิษย์น้องอย่างอมยิ้มเพียงเสี้ยวลมหายใจพลันกอดคอหยอกล้อศิษย์น้องอย่างเป็นกันเอง “ศิษย์พี่…ข้าอายุเพียงสิบปีเองนะ”ใบหน้าเฟยซุนแดงกร่ำด้วยความเขินอาย “ฮ่า ฮ่า กงซุน เจ้าดูสิใบหน้าศิษย์น้องแดงเป็นตูดลิงเชียวดูท่าทางน่าจะเขินอายมาก” ศิษย์พี่ฟูหลิวหัวเราะอย่างชอบใจ “อู๊ป…ฮ่า ฮ่า”ศิษย์พี่กงซุนก็ไม่อาจกลั่นหัวเราะได้
“ฟูหลิวตั้งแต่เจ้ากับข้าเป็นศิษย์สายตรง ข้าไม่เคยเห็นเจ้าพูดมากขนาดนี้เลย” กงซุนขมวดคิ้วมองฟูหลิวอย่างประหลาดใจ“ตั้งแต่ข้ากับเจ้านับถือเป็นสหายกัน พวกเราก็ยังไม่มีศิษย์น้องให้กลั่นแกล้งเลย” ฟูหลิวแอบส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้ศิษย์น้องเฟยซุนขมวดคิ้วลึกด้วยสีหน้าเป็นกังวล “พวกท่านนี้ก็…”ศิษย์พี่กงซุนและศิษย์พี่ฟูหลิวประสานตาจ้องมองกัน “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะดังออกเป็นบริเวณกว้าง“ศิษย์น้องฮุ่ยซุน นับตั้งแต่วินาทีที่ท่านอาจารย์รับเจ้าเป็นศิษย์สายตรงไม่ว่าด้วยเหตุผลอันใดก็ตามศิษย์พี่ถือความเจ้าเป็นพี่น้องของเรา ถ้าเจ้ามีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เจ้าจงอย่าลืมว่ายังมีพวกข้าอยู่…ข้ามีคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ที่ส่งมาจากรุ่นต่อรุ่นขอศิษย์น้องจดจำคำให้ขึ้นใจ‘หากวันใดเจ้าล้มลงเรารับจะค่อยผลักดันให้เจ้าบรรลุเป้าหมาย…จงจำไว้…จงมอบความหวังดีต่อศิษย์รุ่นหลังเหมือนดั่งที่ข้าดูแลเจ้า’คำพูดนี้เป็นคำพูดที่ศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยกับศิษย์พี่รองถ่ายทอดจนมาถึงพวกข้า….ต่อไปนี้เจ้าจงรับคำนี้ส่งต่อรุ่นถัดไป”ศิษย์พี่กงซุนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เฟยซุนมองใบหน้าศิษย์พี่กงซุนเพียงครู่พลันหันมองใบหน้าศิษย์พี่ฟูหลิวมันเพียงพยักหน้าให้ศิษย์น้องเบาๆ
“ศะ…ศิษย์พี่” เฟยซุนสั่นเทิ้มไปทั้งตัวจู่ๆศิษย์พี่ทั้งสองลุกขึ้นยื่นแบมือซ้ายเข้าหาตัวศิษย์น้องอย่างช้าๆ “ศิษย์พี่…เท่าจะทำอะไร”เฟยซุนเอ่ยขึ้นด้วยความงุนงง “เจ้าเพียงยื่นมือทั้งสองวางบนฝ่ามือของพวกข้า…เดียวเจ้าก็จะรู้เอง”ศิษย์พี่กงซุนพลันยิ้มให้อย่างมีเล่ห์นัย มันยื่นมือออกไปตามคำของศิษย์พี่ที่เอ่ยออกมาวินาทีที่ฝ่ามือของศิษย์พี่ทั้งสองสัมผัสมือของศิษย์น้อง ปราณสีฟ้าครามสายหนึ่งปรากฎส่องแสงวูบวาบปกคลุมฝ่ามือศิษย์พี่ทั้งสองก่อนหลอมรวมไหลผ่านเข้าฝ่ามือศิษย์น้อง…เฟยซุนสัมผัสได้ปราณสีฟ้าครามของศิษย์พี่กำลังรวบผสานกันที่หลังฝ่ามือมัน