“พี่ชายขี้เซาจังเลย” เสียงหวานร้องเรียกข้างหูพาให้ผมกระพริบตาครั้นลืมตาขึ้นมากลับพบกับดวงหน้าน่ารักที่ไม่ได้พบพานมานาน ขอบตาร้อนผ่าวจับจ้องใบหน้านั้นด้วยความโหยหา
“หวังซิ่วอิง” เธอคือน้องสาวเพียงคนเดียวของผม น้องสาวเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างในวาระสุดท้าย
“โธ่ พี่ฝันร้ายหรือร้องทำไมกันละนั่น?” มือบางฉุดรั้งข้อมือผมให้ลุกขึ้นผมเพิ่งรู้สึกตนว่ากำลังนอนอยู่บนพื้นหญ้านุ่มสายผมที่พัดผ่านผิวแก้มไปช่างอ่อนโยน
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว”
“พี่ชักช้าอะไรกันพวกเรามาปิกนิคกันแต่พี่เอาแต่หลับ”
“หลับ?” ผมถูกเธอฉุดยืนขึ้นร่างกายถูกดึงรั้งไปตามน้องสาวตัวน้อยวินาทีนั้นผมกลับพบว่าตัวเองสามารถเดินได้
ผมเดินได้ วิ่งได้?
“พี่เมาขี้ตาหรือไงพ่อกับแม่รออยู่นะ!” เสียงเล็กตวาดใส่ผม เธอเป็เช่นนี้อยู่เสมอน้องสาวของผมสง่างามและกล้าหาญสมชื่อสงสารแฟนบอยในอนาคตของเธอเสียจริง
พ่อ ...แม่?
“ทำหน้างงอะไรอีกเล่าพี่!” น้องสาวตัวดียังตะคอกผมไม่หยุดนิ้วเรียวชี้ไปทางอีกฟากหนึ่งผมมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยกำลังคลี่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “พี่เป็พี่ชายคนโตมีหน้าที่เป็เสาหลักจะมาเหลาะเหละไม่ได้นะ!”
“อา...” ผมเม้มริมฝีปากยื่นมือไปตรงหน้าในวินาทีที่กำลังจะเอื้อมถึงฝันที่ใฝ่หากลับมีชายคนหนึ่งจับมือข้อมือผมเอาไว้
“เ้า้าความฝันอันแสนสุขหรือความจริงที่แสนโหดร้ายกันเล่า?” ชายคนนั้นมีใบหน้าที่คุ้นเคยเสียจนผมต้องหยุดมอง เขาแต่งกายด้วยชุดจีนโบราณสีดำสนิท ั์ตากลมโตขับให้ใบหน้านั้นดูน่าเอ็นดูทว่าแฝงไปด้วยกลิ่นอายราวกับเสือดำตัวใหญ่
“ผม ...” ผมหันกลับไปมองภาพอันแสนอบอุ่นเบื้องหน้า น้องสาวและพ่อแม่กำลังรอผมอยู่
“ข้าไม่เคยบังคับผู้ใด ...เช่นนั้นขอถามอีกครั้งเ้า้ามีความสุขในโลกจอมปลอมหรือตื่นเพื่อรับความเ็ปในโลกแห่งความเป็จริง?”
“...” ผมนิ่งค้างไปนานมองั์ตาคู่สวยหันกลับไปมองยังความโหยหา ชายผู้นั้นไม่รั้งผมเขาปล่อยข้อมือรอคอยให้ผมเลือกทางของตนเอง ผมเดินไปด้านหน้าแย้มยิ้มให้กับใบหน้าน่ารักของน้องสาว “ขอโทษที่ทิ้งเธอ”
น้องสาวไม่เคยทอดทิ้งผม ในโลกสีขาวสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีเธอมาคอยอ่านหนังสือให้ฟัง ทั้งที่เป็เช่นนั้นผมกลับทิ้งเธอมา มันคือสิ่งที่ผมติดค้างเธออยู่
ขอโทษ ...
“พี่ชายจะไปที่ไหนนะ” เสียงแหลมไล่หลังผมที่กลับหลังหัน มันเป็เสียงน่ารักของน้องสาวดังเช่นทุกวัน ผมคุ้นชินกับเสียงนี้..
“ไปดูตอนจบที่เธอ้า “ผมพูดติดตลอกปาดน้ำตาที่ขอบั์ตา “พี่จะไปดูให้เองว่าใครจะได้เป็สามีของซ่งจี้หยาง!”
“พี่ชาย”
“ลูกจะไปไหนหรือ?”
เสียงที่ผม้าะโไล่หลังผมไม่สนใจเดินเคียงข้างกับชายหนุ่มที่มีใบหน้าคุ้นเคย จะไม่คุ้นเคยได้อย่างไรเพราะมันคือใบหน้าที่สะท้อนในผืนน้ำในวันแรกที่ผมตื่นขึ้นบนโลกใบนี้ ...ใบหน้าของหวังฮ่าวเซวียน
“เลือกได้ดีเ้าหนุ่ม” หวังฮ่าวเซวียนตัวจริงนั้นแม้จะคล้ายกับเสียงดำทว่าเมื่อเขาแย้มยิ้มเต็มที่กลับน่ารักเหมือนลูกแมวสีดำตัวหนึ่งเท่านั้น
“ผมน่าจะแก่กว่าคุณ...นักเขียนเริ่มเขียนนิยายเื่นี้ยังไม่ครบสองปีด้วยซ้ำ”
“ทว่าข้ามีมีอายุในโลกใบนี้มากกว่าเ้านัก เ้ายังรุ่นหนุ่มส่วนข้าก้าวผ่านมันมาแล้ว”
พวกผู้ฝึกตนในโลกใบนี้จะสามารถคงความเยาว์วัยไว้ได้เมื่อถึง่วัยร่างกายที่สมบูรณ์ที่สุดเป็เื่น่าอิจฉาเหลือเกินพวกไม่แก่หล่อะกันเกินไปแล้ว
“ผมมีเื่จะถามคุณมากมาย” ผมมองดูเขาอีกฝ่ายยืนกอดอกด้วยท่าทีสบายมือทั้งสองข้างกอบกุมที่บ่าของผมพวกเรามีส่วนสูงเท่ากัน ผมกระพริบตาเมื่อััได้ถึงแรงที่ถูกถ่ายเทลงมาเขากำลังผลักผม...วินาทีที่หงายหลังผมได้แต่ทดบัญชีแค้นเอาไว้ในใจ
บ้าเอ้ย!!!
“ข้าก็มีเื่จะบอกเ้าทว่าเวลาของข้าหมดเสียแล้ว ...เ้าควรตื่นได้แล้ว!”
“อา ...น่าเสียดายจริงๆ” น้ำเสียงเยือกเย็นปลุกสติของผมให้ตื่นขึ้น ผมลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าสิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้านวลขาวผุดผ่อง เขามีความงามอันเป็เอกลักษณ์แตกต่างจากซ่งจี้หยางสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือั์ตาสีแซฟไฟร์คู่งาม ...มันคือเนตรปีศาจที่ใช้ควบคุมผู้อื่น
ปีศาจแห่งแม่น้ำโหว หลงเอ๋อ
“เสียใจด้วยนะที่ไม่สามารถดูได้อีกแล้วเ้าปีศาจ!” ผมขยับตัวรู้สึกอึดอัดจนต้องหอบหายใจมือทั้งสองข้างถูกมัดด้วยเชือกปราบเซียนริบรอดพลังทั้งหมด ร่างกายถูกเกล็ดเย็นพันรอบกายไม่ต้องก้มลงไปดูผมก็เดาออกว่าคืออะไร ในเมื่อหลงเอ๋อเป็ปีศาจงูสิ่งที่รัดตัวผมอยุ่คงไม่พ้นหางของเขา ผมจับจ้องดวงตาคู่สวยเกินมนุษย์คลี่ยิ้มราวกับเป็ผู้ชนะ
“สมแล้วที่ไม่ใช่ผู้คนบนโลกใบนี้”
“ดูไปได้ถึงไหนกันละ?” อดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปากในยามที่จ้องใบหน้างดงามราวสตรีเพศ หลงเอ๋องามล่มเมืองปานนี้ทำไมในนิยายกลับละเลยบรรยายรูปโฉมเขาไปกันเล่า
“คนที่จะฆ่าข้าคือชายที่ชื่อว่าซ่งจี้หยางสินะ?” เขาคลี่ยิ้มความงามจนพร่าตานั้นทำให้ผมเกือบตกหลุมแต่เสียใจด้วยที่ผมมีคนงามอย่างซ่งจี้หยางข้างกายแค่คนงามระดับเดียวกันไม่ทำให้ผมตาพร่าได้อีกต่อไปแล้ว มันก็เหมือนกับคุณยืนอยู่ข้างพระอาทิตย์ทุกวันจนชินชากับความเจิดจ้าของมัน
“อย่างไรเ้าก็มิอาจรู้ตอนต่อไปอีกแล้ว วิชาของเ้าคือการทำให้ผู้คนตกอยู่ในโลกแห่งความฝันใน่ที่พวกเขากำลังลุ่มหลงอยู่ในฝันแสนสุขเ้าก็จะดูความทรงจำและอ่านใจกักขังผู้คนให้อยู่ในฝันตลอดกาลด้วยั์ตาคู่นั้น” ผมจ้องแซฟไพร์เม็ดงามหัวเราะในจมูก “แต่ว่าหากหลุดจากฝันได้ครั้งหนึ่งวิชานั้นก็มิอาจใช้ได้อีกต่อไป!”
“นั่นสินะ” เขาดูไม่กระวนกระวายเกี่ยวกับเื่นี้กลับคลี่ยิ้มบางเบาขับให้ดวงหน้านั้นน่ามอง ั์ตาสีสวยจับจ้องผมจนขนลุกมันราวกับงูกำลังมองเหยื่อของมัน “ข้ามีข้อเสนอให้แก่เ้า ...อย่างไรเสียพวกเราก็เป็พวกเดียวกัน”
“ขออภัยข้านั้นเป็มนุษย์ แถมยังเป็มนุษย์ต่างโลกอีกด้วยคงมิใช่พวกเดียวกับปีศาจเช่นเ้า” หางของหลงเอ๋อคลายออกเพื่อให้ผมหายใจสะดวกขึ้นมันขยับเลื่อนลงปล่อยให้ผมยืนด้วยสองข้าง หลงเอ๋อนั้นเป็ปีศาจงูเขามีครึ่งบนเป็บุรุษเพศอันงดงามครึ่งล่างเป็งูขนาดใหญ่ร่างนั้นจับจ้องผมจากเบื้องบนก่อนหัวเราะก่อเกิดแสงสะท้อนก่อนที่ปีศาจงูจะจำแลงกายมาเป็บุรุษหนุ่มรูปงามสะคราน
“ผู้มาจากดินแดนไกลเอ๋ยอย่าเพิ่งตัดรอนข้าเลย” หลงเอ๋อนั้นมีรูปร่างสูงโปร่งเขาตัวไล่เลี่ยกับผมในยามที่อยู่ในร่างมนุษย์จึงสามารถมองในระดับเดียวกันได้ “เ้ากับข้าล้วนแต่เป็มารมิใช่หรือ?”
“ห๊ะ ...” ผมถลึงตาอ้าปากค้าง เดี๋ยวก่อนนะในนิยายบรรยายว่าหลงเอ๋อคือปีศาจที่แท้เขาเป็มารงั้นหรือ?
“พลังในการล่อลวงผู้คนมีเพียงมารที่สำเร็จวิชาเท่านั้นจึงจะทำได้” รอยยิ้มสวยคลี่ออกในยามที่เขายกยิ้มช่างงามราวกับดอกไม้สีแดงที่แสนฉูดฉาด หากซ่งจี้หยางงามดั่งจันทร์หลงเอ๋อก็งามแสบสันด้วยสีสันน่ามอง
“ข้ายังไม่...”
“เ้ากำลังจะกลายเป็มาร “เขาเปิดปากขัดข้อปฏิเสธของผมมือเรียวเชยคางผมขึ้นััเย็นจากปลายนิ้วนั้นให้ความรู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งแตะที่พวงแก้ม “กลืนกินปีศาจหมีอร่อยหรือไม่?”
“ข้า..”
“ข้าสามารถหาอาหารให้เ้าได้ ...อย่างไรเสียปลายทางของเ้าไม่พ้นกับการกลายเป็สิ่งเดียวกับข้า พวกเราคือพวกเดียวกันหาใช่พวกมนุษย์เ่าั้เสียหน่อย” มือเย็บลูบพวงแก้มเขาโน้มตัวลงกระซิบลงแ่เบา “พวกมนุษย์ไม่มีวันยอมรับเ้า...พวกมันก็เป็เช่นนี้มาทุกยุคสมัยเ้าผู้มาจากต่างโลกคงจะเข้าใจสิ่งนี้สินะ”
“...” ผมไร้ข้อโต้เถียงในโลกแห่งนิยายนี้แบ่งเขตแดนระหว่างมนุษย์ ปีศาจ และมารเอาไว้อย่างชัดเจน ...สิ่งแตกต่างย่อมถูกกำจัด
“อีกอย่างเ้ามิใช่น้องชายของพวกเขา” เพียงแค่สวมรอยเข้ามาเท่านั้น”
เขาพูดแทงใจผมเข้าอย่างจัง...ใช่แล้วผมไม่ใช่น้องชายของเขา แม้จะรอคอยพี่ใหญ่แต่ว่า
“เื่นั้นหาได้เกี่ยวกับเ้า” ผมกัดฟันนึกทบทวนเื่ราวในโลกนิยาย หลงเอ๋อมีพลังในการควบคุมผู้คนยั่วยวนผู้คนให้ตกหลุมพรางของเขา คำพูดพวกนี้แค่กำลังทำให้ผมจิตใจอ่อนแอเพื่อที่เขาจะได้ควบคุมผมอีกครั้งหนึ่ง
ผมไม่ได้มีจิตใจกล้าแกร่งเช่นซ่งจี้หยางที่ผ่านห้วงฝันด้วยกำลังของตนเอง ทว่ามีหวังฮ่าวเซวียนคอยช่วยเหลือหากตกสุ่ห้วงฝันอีกคราผมคงไม่วันขึ้นมาได้อีก...
“หากเขารู้ว่าเ้าหาใช่น้องเล็กที่แสนน่ารักของเขาจะเป็อย่างไรกันนะ?” หลงเอ๋อยกพัดขึ้นมาบดบังโฉมครึ่งหนึ่งเขาปล่อยมือที่เชยคางลงหรี่ั์ตาเย้ายวน “เ้าคงโดนทอดทิ้งอีกครา...พวกเ้าจะไล่ล่าเ้า ฆ่าเ้าโดยไม่สนเสียงกรีดร้องของเ้า แม้ว่าเ้าจะร่ำไห้เพียงไรก็ไร้ความหมาย”
“นั่นคือความเ็ปของเ้างั้นหรือ?” ผมเงยหน้าขึ้นฟังเสียงอันเ็ปนั้นภายในั์ตาคู่สวยฉายประกายแห่งความหวั่นไหวเพียงวูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความกล้าแกร่ง มือเรียวเกลี่ยไรผมปัดให้พ้นหน้า
“ข้าจะให้เวลาเ้า” เขาหัวเราะในยามที่หัวเราะนั้นพาให้น่ามองจับใจ ผมถอนหายใจมองดูเรือนร่างตรงหน้า
“น่าเสียดายเหลือเกินที่เ้าเป็บุรุษเพศ”
ทำไมคนสวยๆ ในโลกใบนี้ต้องเป็บุรุษเพศกันเสียหมด
“ข้าสามารถเป็สตรีได้หากเ้า้า” มือเรียวแตะลงที่หน้าอกตนเองความราบเรียบนั้นนูนขึ้นกลางเป็ผลไม้เต้งตึงอวบอิ่ม โครงร่างบอบบางเอวอรชรใบหน้าหวานล้ำงดงามราวกับอัปสร์ ผมแทบน้ำลายไหลได้แต่ท่องนะโมตัสสะ
ใจเย็นไว้สหายเอ๋ยนั่นมันสายเทรป ไหนสาบานว่าจะไม่ลงสายเทรปไง ตัวผมนั้นสมควรเชิดชูโลลิสิ...
“เ้า้าล่อลวงข้าเพื่อจะควบคุมข้าดังเช่นปีศาจหมีพวกนั้นใช่หรือไม่?” ผลไม้สองลุกแม้เย้ายวนเหลือเกินทว่าในวินาทีที่มองความงามตรงหน้าผมกลับคิดถึงกลิ่นกายกุ้ยฮวาของซ่งจี้หยาง แม้ความงามซ่งจี้หยางจะแพ้แต่ตัวของเขาหอมมากนอนกอดทั้งวันยังไม่มีเบื่อ
"มนุษย์ไม่มีวันมอบใจที่แท้จริงให้แก่พวกเรา ในฐานะที่เป็รุ่นพี่ข้าจึงอยากสั่งสอนเ้า” หลงเอ่อโบกพัดอีกคราพริบตานั้นเขาก็กลับร่างบุรุษเพศไม่ว่าจะเป็สตรีหรือชายล้วนแต่งดงามน่ามอง
“เ้าอยากรู้อนาคตจากข้าเสียมากกว่า” ผมไม่รู้ว่าเขาได้เห็นความทรงจำผมไปถึงไหน ทว่าเขารู้สาเหตุการตายของตนเองเสียแล้ว เขาจะถูกฆ่าโดยซ่งจี้หยางที่นำศิษย์มาฝึกวิชา “ตอนนี้ข้ามิใช่มารเสียหน่อย ไม่แน่ว่ามันอาจมีวิชาแก้”
ปลายทางของหวังฮ่าวเซวียนนั้นตายก่อนที่เขาจะกลายเป็มาร ผมเองก็ไม่รู้ว่าร่างกายนี้จะต้องแก้ด้วยวิชาอันใด
“เื่การตายของข้านั้นการแก้นั้นง่ายดาย ขอเพียงข้าไม่พบชายผู้นั้นและศิษย์ของเขาก็พอ”
ผมสะอึก ใช่เขาพูดถูกหลงเอ๋อตายเพราะไปยุ่งย่ามกับศิษย์ของซ่งจี้หยาง ไม่ไปยุ่งกับเด็กของเขาไม่ต้องตกตาย
“เช่นนั้นเ้า้าทำอะไรกับข้า เอาข้าเป็อาหารเ้า? ...มารนั้นกินคนด้วยหรือ?” มารในนิยายนี้นั้นมีน้อยนิดจนนับตนได้ ก่อนผมตายมีมารตนเดียวในเื่คือหวังฮ่าวเซวียนเพิ่งรู้ว่าหลงเอ๋อนั้นเองก็เป็มารเช่นกัน ถ้านับจากอาหารที่หวังฮ่าวเซวียนเขาไม่ดื่มกินผู้คน
“เ้านับเป็มารคนที่สามที่ข้าได้พบเจอ วางใจเถิดข้าก็แค่อยากได้สหายเท่านั้น” หลงเอ่อหัวเราะคำพูดของเขาพาให้ผมสะกิดใจ มารคนที่ 3 งั้นหรือ?
“มีคนอื่นนอกจากข้าด้วยหรือ?”
ในโลกนิยายแห่งนี้มีมารอยู่ 4 คน นอกจากข้าและหลงเอ๋อ...
“เ้ารู้ไหมพวกเราก็สามารถฝึกวิชาเพื่อบรรลุเป็เทพเซียนได้เช่นกัน ข้ากำลังขาดคู่ที่ฝึกอยู่พอดี” เขาพูดมาถึงตรงนี้ก็จ้องมองผมมันเป็สายตาของงูที่กำลังมองเหยื่อของมัน
“ไม่ ไม่ ไม่ ยังไงก็ไม่เด็ดขาด!!!” ผมกรีดร้องออกมาโดยไม่ต้องใช้สมองไตร่ตรอง การฝึกวิชาคู่กันในโลกของนิยายวายนั้นคือการจับคู่มีเซ็กส์กันนั่นเอง ให้ตายยังไงผมก็ไม่มีวันมีอะไรกับผู้ชาย ผมยังคาดหวังฉากจบที่หวังฮ่าวเซวียนจะไม่ตายและไปสร้างครอบครัวกับสาวน้อยน่ารักสักคนในโลกนิยายใบนี้อยู่
“ข้าสามารถเป็สตรีให้เ้าได้” เขาโบกพัดไปมาคิ้วเรียวสวยขมวดเล็กน้อย “ความจริงข้าภูมิใจกับร่างผู้ชายของตนเองเสียมากกว่า”
ไม่ว่าจะสาวหรือชายก็ไม่เอาทั้งนั้น ....ร่างกายของหวังฮ่าวเซวียนยังบริสุทธิ์อยู่นะและผมตัดสินใจแล้วว่าจะมอบให้แก่สาวน้อยน่ารักสักคนในโลกนิยายวายนี้
“ข้ามีธาตุน้ำ ส่วนเ้าเป็ธาตุไฟแม้ธาตุของพวกเราจะเป็ศัตรูข่มกันแต่หากจับคู่ด้วยกันมันจะส่งเสริมสิ่งที่ขาดแก่กัน เ้ากับข้าหากจับคู่กันย่อมกลายเป็มารที่ทรงอำนาจที่สุดในแม่น้ำโหว”
ผมรู้สึกเหมือนเข่าตัวเองอ่อนลงจนอยากล้มทั้งยืน นี่มันไม่เหมือนกับในนิยายเลยทำไมจู่ๆ หวังฮ่าวเซวียนที่ไร้คู่ครองกลับฮอตขึ้นมาได้?
“ไม่ ...” รู้สึกเหมือนคำว่าไม่นี่จะอ่อนแรงไปหน่อยร่างกายผมอ่อนล้าก่อนคิดได้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดในยามหลับท้องก็ส่งเสียร้องในยามที่อีกฝ่ายกำลังพล่ามถึงหลักการซวงซิว
“ส่วนเื่ตำแหน่งเอาไว้มากำหนดทีหลังก็ได้ ...จริงๆ สิข้านั้นเป็งูดังนั้นจึงมี 2 อัน”
อะไร 2 อัน...สักอันเดียวก็ไม่เอา!
หลี่ป๋อเหวิน ...พี่ใหญ่ ...รีบมาหน่อยได้ไหม!!!
“ข้ามิได้รีบร้อนอย่างไรเสียพวกเรายังมีเวลาอีกมาก” เขาคลี่ยิ้มโบกพัดไปมากลับกลายเป็ร่างงูใช้ปลายหางพันรอบตัวที่ดิ้นรนสุดชีวิตราวกับจะรู้ใจเกล็ดเรียบลื่นรัดไปตามผิวกายมันเป็ััที่เ็ปจนต้องหลุบตาลง “เ้าเด็กน้อยเ้ายังคิดว่าศิษย์พี่เ้าจะช่วยอีกหรือไร? "
“อึ่ก...” มือเรียวััพวงแก้มเกล็ดเย็นเฉียบนั้นแฝงไปด้วยไอวารี ผมไม่รู้ว่าอยู่กับเขาในถ้ำแห่งนี้มานานเพียงใดแต่ตลอดระยะเวลานั้นลมปราณของผมไม่ปั่นป่วนแม้แต่น้อย
ที่อาการไม่กำเริบมีสาเหตุจากไอเย็นนี้อย่างหรือ? ...ถ้าเป็เช่นนั้นเขาย่อมมีความสามารถดังเช่นซ่งจี้หยาง
เอ่อ...ก็เป็คู่ซวงซิวที่ดีจริงๆ นั่นละ ...แต่ใครมันจะไปเอาตัวผู้ทำเมียกัน
“ข้าออกจะเอ็นดูเ้าถึงเพียงนี้เด็กน้อย เ้าช่างก้าวร้าวไม่เหมือนศิษย์ของพี่เอาเสียเลย” ผมได้ยินเสียงครืดเหมือนการเคลื่อนที่เพราะถูกจับมัดอยู่ระดับสายตาของเขาไม่อาจเห็นพื้น ั์ตาเห็นพวกเรากำลังเลื่อนลึกเข้าไปในส่วนใน
เขาจะพาผมไปไหน?
“ศิษย์พี่ของเ้าย่อมไม่คล้ายข้าอยู่แล้ว ข้าหาใช่มารเช่นพวกเ้า” ผมถูกหางนั้นสะบัดเหวี่ยงไปมาจนแทบกรีดร้องตอบกลับกับการปากเสียนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนนั่งเครื่องเล่นสวนสนุกแบบตั๋วเที่ยวเดียวพาให้ลำไส้ผมขย้อนไปหมดสุดท้ายท้องก็ร้องออกมา
ใช่แล้วผมยังมนุษย์ยัง้าอาหาร ...หิวที่สุด
“เด็กน้อยเ้าหิวแล้วงั้นหรืออดทนอีกหน่อยพวกเราจะได้ออกจากอาณาเขตของศิษย์พี่เสียที”
อาณาเขตของศิษย์พี่? ความเย็นแล่นไปที่ไขสันหลังผมเห็นแสงจ้าเล็ดลอดมาจากด้านหลังของผม เขากำลังพาผมออกจากถ้ำนี่
หรือว่า...
“เ้าจะพาข้าออกจากสำนัก!”
สำนักแห่งนี้ถูกปกป้องโดยม่านพลังที่สร้างขึ้นจากของวิเศษชิ้นหนึ่งและคนที่สร้างมันก็คืออาจารย์เซวียน อาณาเขตของมันกินยังหุบเขาทั้งสี่และหมู่บ้านบริเวณรอบตีนเขา ผู้ใดจะผ่านเข้าออกมิได้ยกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเสียก่อน
ศิษย์พี่ของเขาหรือว่าจะหมายถึง ...
“ใจเย็นไว้เด็กน้อย” เกล็ดเรียบลื่นคลายออกเขาปล่อยให้ผมลุ้มลุกคลุกคลานด้วยสภาพคล้ายหนอนชั่วครู่ก่อนที่มือขาวเรียวจะพยุงขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองเห็นแสงสว่างจากปลายถ้ำนั่นพาให้ผมอ้าปากค้าง
เดี๋ยวก่อนในนิยายไม่เห็นมีบอกเลยว่ามีทางออกแบบนี้ด้วย โอ้โหนี่คือทางลับ...
การจะเดินทางออกจากหุบเขาทั้งสี่คุณจะต้องลงจากเขาและออกจากหมู่บ้านถึงสองหมู่บ้านถึงจะพ้นม่านพลังของท่านอาจารย์ทว่าหลงเอ๋อกลับใช้ถ้ำแห่งนี้ลักพาตัวผมออกมาโดยไม่มีผู้ใดรับรู้
มิน่าเล่าเขาถึงบอกว่าพี่ใหญ่จะไม่มีวันหาผมเจอ ถ้าเป็แบบนี้ก็ไม่น่าจะหาเจอจริงๆ!
“ข้าจะปล่อยเ้าก่อน” ผมลุกยืนขึ้นหลงเอ๋อในร่างมนุษย์นั้นเตี้ยกว่าผมอยู่เล็กน้อย ใบหน้างดงามนั้นอยู่เพียงไหล่เขาคลี่ยิ้มอ่อนโยนรั้งบ่าทั้งสองของผม
“เช่นนั้นก็ขอบใจเ้ามาก” ผมพยายามระงับหมาในปากไว้ให้หมดในเมื่อเขาจะแก้เชือกเซียนนี่ผมจะได้หนีไม่ควรพูดยั่วยุ
ทว่ามันจะง่ายดายเพียงนั้นหรือ?
“ความจริงแล้วข้ายังอยากอยู่ร่วมกับเ้าด้วยข้อตกลง” อ้อมกอดอุ่นทาบทับมือข้างหนึ่งประคองศีรษะดันท้ายทอยขึ้นวินาทีนั้นผมััได้ถึงความเ็ปจนต้องกรีดร้อน ของมีคมไม่สิ...เขี้ยวคู่หนึ่งเจาะลงที่ต้นคอมันแทงลงไปลึกจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นกลิ่นคาวเืผสมปะปนไปกับกลิ่นหอมหวานร่างของผมกระตุกเกร็งวินาทีนั้นโลกของผมก็พลันมืดมนในหัวร้องเตือนยังบางอย่าง
เขี้ยวของงูนั้นมีพิษ...
************************************
“หาไม่พบ?”
น้ำเสียงร้อนรนของผู้ที่อ่อนโยนที่สุดในสำนักกลับกลายเป็เสียงตวาดซ่งจี้หยางหลุบตาลงในใจนั้นกลับร้อนรนยิ่งกว่าผู้คนเบื้องหน้า
ความมืดมิดในจิตใจนี้คือสิ่งใดกัน? มันคือเปลวเพลิงที่ร้อนแรงเกินจะเอ่ยมือกอบกุมอาภรณ์พริบตานั้นความเย็นก็เอ่อล้นขึ้นมาจากภายในร่าง น้ำเสียงของผู้เป็ทั้งบิดาและอาจารย์ดังขึ้นในโสตประสาท
‘เ้าควรฝึกฝนวิชาวารี หาใช่เพราะเ้ามีปราณในด้านนี้แต่เพียงเพราะจิตใจของเ้า’
“นี่ก็เข้าไปวันที่ 5 แล้ว” จี้หลี่ก้มมองยังโต๊ะพาให้คนทั้งหมดเงียบสนิท เด็กน้อยหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“อาจารย์ข้าคงจะไม่ได้ ...ถูกกินลงท้องไปแล้วหรือไม่ท่านผู้าุโ” เด็กหนุ่มผู้นั้นคือกัวเฉิงใบหน้าอ่อนเยาวืนั้นซีดเซียวั์ตากลมโตกระพริบไหวพาให้ผู้รับผิดชอบในครานี้หลี่ป๋อเหวินได้แต่กัดริมฝีปาก
“เป็ความผิดของข้าเอง ถ้าไม่แยกจากน้องเล็ก...เขาคงจะไม่พบจุดจบช่นนี้”
หวังฮ่าวเซวียนหายตัวไปตอนที่ออกล่าปีศาจในยามที่พวกเรากลับไปกลับพบเพียงชาวบ้านมีเพียงเขาและบุรุษรูปงามปริศนาที่หายตัวไป บริเวณโดยรอบไม่มีคราบเืหรือร่องรอยต่อสู้แม้สักนิดราวกับเขาเต็มไปจะเดินออกไปจากที่นั้นด้วยความ้าของตนเอง
“บุรุษผู้นั้นท่านแน่ใจแล้วหรือว่าเขาคืุ์ที่ไร้พลัง ไม่ใช่ปีศาจจำแลง หรือนักพรตที่ใด?” ข้าเอ่ยถามยังคำถามโง่เง่าที่เคยเอ่ยถามศิษย์พี่ใหญ่ไปเป็คราที่ 3 มือกอบกุมยังอกที่สั่นไหวของตนเองมันมีเปลวไฟที่ถูกแช่แข็งรอคอยที่จะะเิออกมา
ชายผู้นั้นกล้าแตะต้องของของข้า
“เขามิใช่ปีศาจเื่นี้ข้ายืนยันได้ “ศิษย์พี่ใหญ่ดึงรั้งถุงห้อยคอของตนเองออกมาจากอกเสื้อหยิบเอาหยกรูปทรงประหลาดชิ้นหนึ่งเผยให้พวกเรามอง มันคือของวิเศษชิ้นแรกที่อาจารย์มอบให้แก่ศิษย์พี่ “หากเป็ปีศาจหยกชิ้นนี้ย่อมต้องมีปฏิกิริยา”
“ขออภัยศิษย์พี่” ข้าโค้งคำนับอย่างนอบน้อมผิดกับจิตใจที่ครุ่นคิด เขาผู้นั้นมิใช่ภูตผีปีศาจเช่นนั้นคงเป็นักพรตที่ไหนสักแห่งที่ััได้ถึงตัวตนบางอย่างของหวังฮ่าวเซวียน
หวังฮ่าวเซวียนมีกลิ่นอายมาร ...เื่นี้คือสิ่งที่ข้ารับรู้ั้แ่ที่พวกเราผสานลมปราณด้วยกันทว่าไอมารของเขาบางเบามาจนมิอาจจับได้แต่หากจะให้ข้ายอมรับว่าเขายินดีจะติดตามชายผู้หนึ่งไปจากข้านั้นเ็ปยิ่งกว่ามีนักพรตผู้หนึ่งจับตัวเขาไปเพราะคิดว่าเป็มารเสียอีก
ถ้าเ้าทอดทิ้งข้าไปอีกคน....ถึงตอนนั้นข้าคงจะเก็บเปลวไฟที่แทรกซึมในอกนี้ไม่อยู่
อย่าทิ้งข้าไปเหมือนดังเช่นมารดาเลย..
“ข้าไม่คิดว่าน้องถูกปีศาจแถวนั้นกิน” จี้หลี่นวดขมับตนเองไปมาใบหน้านั้นเหนื่อยล้า “ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีปีศาจที่ใดกินเหยื่ออย่างเรียบร้อยหมดจดถึงเพียงนี้ แถมอาวุธของเขาพวกเราก็ยังหาไม่เจอ”
อาวุธของหวังฮ่าวเซวียนคือผลงานอีกชิ้นของท่านอาจารย์มันคือของวิเศษระดับกลางไม่มีทางจะถูกทำลายโดยง่าย
“ข้าคิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่” ข้าสนับสนุนความคิดนั้นมือกอบกุมอกชั่ววินาทีที่ได้เชื่อมต่อกับเขามันคือความมั่นใจ ความเร่าร้อนที่ราวกับดวงอาทิตย์นั้นไม่มีทางจะเลือนหายโดยง่าย
ชายผู้นั้นจับหวังฮ่าวเซวียนไปเพื่อสิ่งใดกัน? หากเป็บุรุษที่ฉลาดหลักแหลมขั้นล่อลวงศิษย์น้องย่อมต้องหาใช่คนสามัญ
“ข้าจะหาบริเวณโดยรอบอีกครั้งหนึ่ง!” ศิษย์พี่ใหญ่มีดวงหน้าอ่อนล้าเขาพักผ่อนไม่เพียงพอวิ่งวุ่นเพื่อตามหาน้องเล็กทุกวัน เขาโอบไหล่ที่กำลังสั่นของกัวเฉิงบีบบ่าเด็กหนุ่มให้กำลังใจทั้งที่ตนเองก็สิ้นหวัง “ลองหาอีกรอบเถอะพวกเราต้องพบอาจารย์เ้าแน่”
“เ้ามีความคิดเช่นไร?” จี้หลี่นวดขมับไปมา “แม้ว่าม่านพลังของท่านอาจารย์จะกล้าแกร่งแต่ข้ากลับคิดว่ามันอาจจะมีจุดอ่อน”
“น่าแปลกที่เ้ากล้าเอ่ยเช่นนี้” ข้าอดหัวร่อมิได้พวกเรานั้นล้วนแต่นับถือท่านอาจารย์ไม่เคยเคลือบแคลงใจในความสามารถของท่าน
“ถ้าเ้าเด็กนั่นกล้าเดินไปด้วยขาของตนเองข้าจะตีก้นของมันเป็แน่!” จี้หลี่คลายมือทั้งสองข้างออก “เด็กผู้นั้นไม่มีวันเดินออกไปด้วยขาของเขาในยามนี้ดังนั้นมีเหตุผลเดียวคือเขาถูกพาไปโดยมิเต็มใจ ในเมื่อพวกเราร่วมกันหา 5 วัน 5 คืนถึงเพียงนี้กลับมิพบพานเช่นนั้นข้าจึงคิดว่าเขาต้องออกไปนอกเขตแดนแล้ว”
“เื่นี้ข้าเกรงว่า “ข้าหรี่ั์ตาลงมองยังห้องที่ไร้ซึ่งสรรพเสียงมีเพียงข้าและศิษย์พี่รอง
“ข้าเอ่ยแค่กับเ้า การเคลือบแคลงต่อท่านจ้าวสำนักจะทำลายความเชื่อมั่นของศิษย์”
“ข้าจะออกไปภายนอกเอง” มือแตะลงยังดาบหิมะมันคือสิ่งมีชีวิตประหลาดหากกราบลงแล้วย่อมต้องเชื่อฟัง “ข้าจะแช่เย็นมันเอง”
“ซ่งจี้หยาง...” จี้หลี่ถอยหลังห่างจากข้าไปประมาณ 5 ก้าว “ต่อหน้าผู้อื่นเ้าสูงส่งสง่างามสำรวบดั่งดอกเหมยสูงส่งทว่ายามเ้าพูดยังความใจที่แท้จริงกลับน่ากลัวยิ่งกว่าจักรพรรดิ์เผ่ามาร”
“ท่านกล่าวเกินไปเสียหน่อย” ข้าน้อมรับคลี่ยิ้มบางเบาปล่อยให้สายลมไล้เส้นผม “ผู้ใดที่พรากสิ่งสำคัญของผู้อื่นผู้นั้นสมควรถูกตอบแทนอย่างสาสมมิใช่หรือ?”
“ซ่งจี้หยาง” จี้หลี่ถอยหลังจนแผ่นหลังติดประตูั์ตาคู่สวยหันมามองข้าด้วยสีหน้าจนใจ “หากเด็กผู้นั้นทำอันใดผิดไป หรือเขาเดินตามคนแปลกหน้าไปจริงเ้าก็อย่าลงโทษเขาเลย”
“ไม่ลงโทษ?”
“ข้าหมายความว่า...เ้าเบามือกับเด็กน้อยด้วยเถิด”
“หวังฮ่าวเซวียนอายุห่างกับพวกเราไม่เท่าใดนัก อยุ่ด้วยกันมายาวนานเหตุใดจู่ๆ ศิษย์พี่รองจึงทำดั่งเขาเป็เด็กน้อยไร้เดียงสาไม่รู้จักโลกกันเล่า?” ข้าเบิกตากว้างคลี่ยิ้มให้กับอีกฝ่ายที่ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วมือแตะกับดาบที่เย็นเฉียบราวกับเข้าใจจิตใจในยามนี้ของข้า
น้ำแข็งก้อนนี้จะห่อหุ้มเปลวไฟไว้ได้นานเท่าใดกัน?
*************************************
นิยายเื่ ‘ยามจันทร์คล้อยเ้าแย้มยิ้ม’ นั้นมีภูมิประเทศไม่แน่ชัดไม่รู้ว่ามีการขีดเส้นแบ่งภูมิประเทศเอาไว้ชัดเจนหรือไม่ทว่าโลกที่หวังฮ่าวเซวียนผู้ลืมตาตื่นขึ้นมาในนิยายนี้เห็นคือสภาพภูมิศาสตร์ที่มั่วซั่วขั้นรุนแรง สำนักของตัวเองนั่นคือแนวเขาอันกว้างใหญ่เบื้องล่างคือป่าไผ่และแม่น้ำทว่าเมื่อข้ามมาไม่กี่เมืองกลับเป็เมืองท่า
“ท่านพี่ท่านยังเจ็บอยู่อีกหรือ พวกเรารีบไปกันเถอะ” เสียงหนึ่งร้องเรียกสติอันล่องลอยของผมให้กลับมาสู่โลกปัจจุบัน ผมหันไปยิ้มด้วยอารมณ์ฝืนเต็มที่ให้กับสาวสวยที่กำลังคล้องแขนบดเบียดหน้าอกอวบอิ่มมาที่แขน นางมีใบหน้ารูปหัวใจหมดจด ผิวขาวราวงาช้าตกแต่งกายด้วยสีสันฟ้าอ่อนดูแล้วน่ามองนัก ั์ตาเรียวประดับแพตาที่สำคัญคือส่วนโค้งเว้าเรียกได้ว่าเป็หญิงงามล่มเมืองผู้หนึ่ง
หากเป็ในสถานการณ์ปกติผมคงตื่นตาตื่นใจไปกับการที่มีหญิงงามล่มเมืองเอาหน้าอกมาดันแขน..น่าเสียดายที่ร่างกายที่ถูกฉีดพิษไปครึ่งร่างมันด้านชาจนถูกก้อนเนื้อนิ่มมาแนบก็ไม่รู้สึกอันใดอีกต่อไป และที่สำคัญคนตรงหน้าเป็ชายข้ามเพศ
ใช่แล้วสตรีงามที่ล่อลวงให้ทุกผู้ดันมามองนั้นคือหลงเอ๋อ!
“ข้าเหนื่อยแล้ว” ผมตอบผู้าุโที่มีอายุเทียบเท่าอาจารย์ไม่รู้อยู่มาั้แ่กาลใด “แขนขาซีกขวาไม่มีแรงแล้ว”
“เด็กสมัยนี้ช่างไร้ความอดทนเสียจริง” หลงเอ๋อกระซิบบางเบาข้างหูเขาดึงรั้งผมไปข้างหน้าเพราะมีแรงของเขาพยุงผมจึงยังเดินต่อไปข้างหน้าได้
“ท่านลองเป็คนโดนพิษไหมละ?” พิษของงูั์ใช่ย่อยที่ไหนนอกจากทำให้ประสาทด้านชาร่างกายหนักอึ้งยังหายใจลำบากอีก
“ได้รับพิษของข้าเข้าไปก็ช่วยผสานลมปราณของเ้าไม่ใช่หรือ?” แขนถูกกอดแน่นเขาพยุงลากผม มองจากสายตาคนนอกจะเห็นว่าเหมือนคู่สามีภรรยาเพิ่งแต่งงานที่รักกันปานจะกลืนกินใครจะล่วงรู้ว่าแท้จริงคือมารน้อยที่จับกุมเด็กหนุ่มไว้
“เ้าช่วยทำให้ข้าเป็มารเร็วขึ้นต่างหาก” ในยามที่จูบกับซ่งจี้หยางเขาจะถ่ายลมปราณมาตามริมฝีปากระงับเปลวเพลิงที่ปั่นป่วนในร่างกาย ทว่าลมปราณจากพิษที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายของหลงเอ๋อกลับผสานเร่งเร้าเปลวเพลินในร่างกายให้พัดโหมมันทำให้กลิ่นอายมารของผมแรงขึ้น
เขากำลังจะทำให้ผมเป็มารเต็มตัว
“มันเป็เื่ที่ดีไม่ใช่หรือ?” หญิงงามปัดปอยผมยืดหน้าอกทรงโตจนมันกระดอนไปมา และผมก็เป็ผู้ชายที่ยังสนใจสตรีเพศจึงอดไม่ได้ที่จะมองมันไปมา ทว่าต้องชักสายตากลับเมื่อถูกั์ตาคู่สวยช้อนมองราวกับจับจุดอ่อนได้
โธ่เว้ย ทำไมคนสวยในโลกนี้ต้องเป็เช่นนี้
“ไม่มีส่วนดีแม้สักนิด” ผมกระแอมไอมองดูขนมหวานตรงหน้ามันดูเหมือนเป็แป้งผสมกับถั่ว “ข้าหิวแล้ว”
“ดูเ้าเถิด ...ข้าว่าเ้ามีฐานะภรรยาคงจะเหมาะสมกว่า”
“ข้าเป็บุรุษ”
“เ้าผู้มาจากแดนไกล...โลกใบนี้แม้เป็บุรุษก็สามารถเป็ฟูเหรินได้อย่างเต็มภาคภูมิ” แม้ปากจะต่อว่าเช่นนั้นแต่เขาก็ดูแลผมดีมากซื้ออาหารเลิสรสและขนมให้
“ข้าไม่จับคู่ซวงซิวกับเ้าแน่” ผมกรอกตาไปมานึกขึ้นได้ว่านี่มันนิยายวายการชอบพอของบุรุษเพศย่อมเป็เื่สามัญ...เพียงแต่เื่การให้กำเนิดทายาทยังเป็หน้าที่ของสตรี
“ข้าจะรอดูวันที่เ้ามาคุกเข่าอ้อนวอนข้า” เขาหัวเราะคลี่ยิ้มสวย “ข้าสวยไม่พอหรือไร?”
“เ้างดงามมากแต่ไม่ใช่ความนิยมของข้า “ผมตอบเขาตามตรงถูกพยุงให้เดินต่อไปทั้งแบบนี้พวกเราเดินทางกันช้ามากกว่าหมายกำหนดเพราะสภาพร่างกายของผม ความจริงผมแกล้งหิวบ่อยๆ เพื่อถ่วงเวลาเขาเพราะหากพวกเราขึ้นเรือเมื่อใดผมคงต้องบอกลาสำนักนี้ได้เลย “ข้าไม่ไหวแล้ว ...พักอีกนิดได้หรือไม่?”
“ยังมีคนที่งามกว่าข้าอีกหรือ ต้องแบบใดเล่าที่เ้าชมชอบ?” เขาพยุงผมนั่งลงร้านน้ำชาไม่ไกลวินาทีที่ได้นั่งเก้าอี้ผมก็ผสานร่างเข้ากับมัน ถ้าถามว่ามันเหนื่อยเพียงใดหรือลองคิดว่าป่วยไข้ขึ้น 39 องศาใกล้ตายแต่ต้องเดินลากขาไปมาในตลาดดูสิ
“คนที่งามทัดเทียมกับเ้าข้าเคยพบ แต่เขาหาใช่อิสตรีไม่” ั์ตากรอกไปมามองดูเขาสั่งน้ำชายและกับข้าวอย่างง่ายมา สายตาประทะกับเรือนร่างดงามนอกร้าน ยามที่ได้เห็นเสี้ยวหน้าเลอโฉมนั้นผมก็ประกาศกร้าว “ข้าชื่นชอบอิสตรีเช่นนั้น”
หลงเอ๋อมั่นใจในความงดงามของตนเองมากเขารีบหันไปมองตามทิศที่ผมชี้ สายตาประทะกับสตรีในชุดขาวผู้หนึ่งเธองดงามประหนึ่งเกล็ดน้ำค้างบนดอกโบตั๋น ใบหน้ารูปไข่ผิวขาวนวลเนียนแต่งแต้มริมฝีปากด้วยสีสันอ่อนทำให้ดูอ่อนหวานละมุนตา นางมิได้แต่งหน้าแม้เพียงเท่าใดก็ดูบริสุทธิ์สูงส่งจนยากจะเอื้อมเป็ความงามที่ดูอ่อนช้อยแตกต่างหลงเอ๋อที่ฉูดฉาดบาดตา
ผมอดมองหญิงสาวผู้นั้นให้ชัดขึ้นไม่ได้นางเป็แบบที่ผมชมชอบอย่างมาก ผู้หญิงสวยนะแต่งหน้าอ่อนๆ แบบนี้กำลังเลอค่า ยิ่งพิศมองก็ยิ่งนึกถึงใครบางคน บุรุษผู้มีความงามราวหิมะค้าง...อานางหน้าตาละม้ายคล้ายซ่งจี้หยางชะมัด
ซ่งจี้หยางถ้าเป็สตรีคงจะเป็หญิงงามล่มเมืองเช่นนี้สินะ น่าเสียดายชะมัดผมชอบหน้าตาของเธอเสียจริง ...มองไปมองตาก็ยิ่งคุ้นตาผมสำลักเมื่อตาเลื่อนไปที่กระบี่ที่อยู่ที่เอว...ต่อให้ถูกทุบจนสมองแย่อย่างไรก็ไม่อาจลืมเลือนเพราะมันคือตัวการที่ทำให้มือทั้งสองข้างเป็เช่นนี้
เฮ้ย ...ไม่จริงน่า...ซ่งจี้หยางตัวจริง?